- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 046 พาลใส่ลัทธิคืนชีพ
046 พาลใส่ลัทธิคืนชีพ
046 พาลใส่ลัทธิคืนชีพ
เมื่อเห็นแผ่นหลังของอลิซที่โกยแน่บหนีไป เทรเซียก็ได้แต่ยืนลังเลใจอยู่ตรงนั้น จะตามไปตอนนี้ก็กลัวจะทำให้อีกฝ่ายยิ่งอับอายขายหน้าเข้าไปใหญ่ แต่ถ้าไม่ตามไปดูเลย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอลิซอาจจะถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดไปอีกพักใหญ่แน่ๆ
เธอหันกลับไปมองดันเต้อย่างจนใจ ซึ่งใบหน้าของเจ้าตัวในตอนนี้ประดับด้วยรอยยิ้มที่สื่อความหมายประมาณว่า “ดูแลได้ไม่ดีพอ ต้องขออภัยด้วยนะครับ”
“เฮ้อ...”
เทรเซียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เจ้าหมอนี่เริ่มจะไม่ทำตัวเหมือนคนเข้าไปทุกทีแล้วนะ! ตอนที่เจอกันครั้งแรกที่ร้านค้าชายแดนเธอยังแอบคิดเลยว่าเขาก็ดูเป็นคนปกติแท้ๆ เดี๋ยวนะ ปกติเหรอ? ปกติก็บ้าแล้ว! ไอ้ผู้กองก็อบลินนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่คนปกติเขาจะสร้างขึ้นมาได้สักหน่อย!
ดูเหมือนดันเต้จะมองออกว่าเทรเซียกำลังลำบากใจ เขาจึงตะโกนบอกเธอว่า
“เทรเซีย เธอตามองค์หญิงอลิซไปเถอะครับ ดูท่าแล้ว ผมคงจะปลีกตัวไปไหนไม่ได้อีกพักใหญ่เลย”
ทางฝั่งกรรมการคุมสอบเหมือนจะมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับเขาด้วย อีกอย่างดันเต้เองก็แอบคิดว่าอลิซคงต้องการการปลอบโยนสักเล็กน้อยจริงๆ นั่นแหละ ก็แหงล่ะ เมื่อกี้เขาเล่นหนักมือไปนิดนึงนี่นา
ความจริงแล้วตอนแรกดันเต้ก็ไม่ได้กะจะสร้างการ์ดระดับมหากาพย์สีส้มออกมาหรอกนะ เขาแค่กะว่าจะพยายามสร้างการ์ดระดับ 3 คุณภาพระดับหายากสีม่วงออกมาให้ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะค่าสมัครสอบมันแพงหูฉี่ ถ้าไม่พยายามงัดฝีมือออกมาให้คุ้มค่ากับเหรียญทองที่จ่ายไป เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองขาดทุนยังไงไม่รู้
แต่พอเริ่มลงมือทำจริงๆ เขาดันเครื่องติดจนหยุดไม่อยู่ซะอย่างนั้น ตลอดขั้นตอนการสร้างการ์ดใบนี้มันเสี่ยงที่จะระเบิดตูมตามได้ทุกเมื่อ เพราะทุกขั้นตอนคือการดัดแปลงและย้อนกลับโครงสร้างของธาตุศักดิ์สิทธิ์แบบสุดขั้ว
ทว่า...สงสัยดวงของเขาจะดีจัด นอกจากมันจะไม่ระเบิดแล้ว เขายังสามารถสร้างมันออกมาได้ถึงคุณภาพระดับมหากาพย์สีส้มได้สำเร็จอีกด้วย! อะไรนะ? จะบอกว่าเขาน่ะมันพวกสายมูเน้นดวงเหรอ? พูดเรื่องอะไรน่ะ ฟังไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด!
“งั้นไว้เจอกันที่สถาบันนะ!”
เทรเซียโบกมือลาดันเต้ก่อนจะรีบวิ่งตามอลิซไป เธอต้องรีบไปกู้ซากหัวใจที่พังทลายจนกลายเป็นเถ้าถ่านของอลิซกลับมาให้ได้!
......
เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลง ตอนนี้รอบตัวของดันเต้ก็เต็มไปด้วยเหล่ากรรมการคุมสอบ วินาทีที่ดันเต้สร้างการ์ดสีส้มออกมาได้สำเร็จ ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ที่กำลังดิ้นรนอย่างหนักถึงกับเสียอาการกันถ้วนหน้า เพราะทนรับดาเมจจากเอฟเฟกต์แสงสีส้มที่แสบตาแบบสุดๆ ไม่ไหว แน่นอนว่าทุกคนต่างตาพร่าไปตามๆ กันจนการทดสอบล้มเหลวไม่เป็นท่า หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ จิตใจของพวกเขาพังทลายจนหมดความมั่นใจที่จะทำต่อแล้วนั่นแหละ แต่อย่างน้อยการได้เห็นปาฏิหาริย์ต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ก็ถือว่าไม่ขาดทุนเท่าไหร่ล่ะนะ
“คุณดันเต้ รบกวนช่วยตามพวกเราไปพบท่านประธานเรเลน หน่อยนะครับ”
แม้แต่หัวหน้ากรรมการคุมสอบที่เป็นนักสร้างการ์ดระดับ 6 ก็ยังแสดงท่าทีสุภาพต่อดันเต้อย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นเพราะดันเต้กำลังจะกลายเป็นนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษ
ปกติแล้วพวกขั้น 3 ไปจนถึงขั้น 1 สามารถไปรับใบอนุญาตที่โถงรับรองชั้น 3 ได้เลยหลังสอบผ่าน แต่นักสร้างการ์ดขั้นพิเศษนั้นแตกต่างออกไป เพราะทางสมาคมไม่มีใบอนุญาตสำเร็จรูปเตรียมไว้ให้! มันจะต้องผ่านการตรวจสอบและจัดทำขึ้นเป็นพิเศษโดยสำนักงานใหญ่เท่านั้น ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้ท่านประธานจะเป็นคนคุยกับดันเต้ด้วยตัวเอง
มูลค่าของฉายา ขั้นพิเศษ นั้นมหาศาลเกินกว่าที่ระดับเลเวลจะอธิบายได้ พวกกรรมการเองก็รู้ดีว่าในอนาคตดันเต้จะก้าวหน้าไปไกลถึงจุดไหน พวกเขาจึงเริ่มแสดงความเคารพต่อดันเต้ตั้งแต่วินาทีนี้เลย
“ไม่มีปัญหาครับ”
ดันเต้ตอบรับ
“เชิญตามพวกเรามาทางนี้เลยครับ”
“ตกลงครับ”
ดันเต้เดินตามกรรมการคุมสอบผ่านทางเดินภายในจนออกจากโถงสอบ จากนั้นหัวหน้ากรรมการก็นำทางเขาขึ้นบันไดลอยฟ้าไปยังชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอาคารแห่งนี้
ชั้น 6 นั้นเงียบสงบและไร้ผู้คน ดันเต้ถูกพามาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทำงานที่ดูโดดเด่นที่สุด หัวหน้ากรรมการเคาะประตูเบาๆ และหลังจากได้รับเสียงตอบรับจากคนข้างใน เขาก็ผลักประตูบานหนาออกแล้วผายมือเชิญให้ดันเต้เข้าไป
ภายในห้องทำงานที่กว้างขวางจนโอเวอร์นั้น มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาดูมีอายุมากกว่า 60 ปีแล้ว แต่แผ่นหลังยังคงเหยียดตรงและดวงตาเปล่งประกายด้วยความเฉลียวฉลาด เขาสวมชุดเครื่องแบบของสมาคมเกรดสูงสุด ผมสีขาวประปรายตกลงมาปรกหน้าเล็กน้อย พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า
คนคนนี้ก็คือประธานสาขาของสมาคมนักสร้างการ์ดประจำอาณาจักรนอร์ตันนั่นเอง และสิ่งที่ทำให้ดันเต้ประหลาดใจก็คือ ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงโต๊ะ ท่านประธานกลับเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมาเพื่อจับมือกับเขาด้วยตัวเอง! การต้อนรับที่อบอุ่นขนาดนี้ทำให้ดันเต้ถึงกับรู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย
“ดันเต้ ยินดีที่ได้พบเธอนะ”
“สวัสดีครับ ท่านประธานเรเลน”
ดันเต้สังเกตเห็นว่าบนหน้าอกเสื้อของอีกฝ่ายมีดาวสีม่วงประทับอยู่ 7 ดวง ชัดเจนเลยว่าชายชราคนนี้คือนักสร้างการ์ดระดับ 7 ขั้น 1 ตัวจริงเสียงจริง! ยอดฝีมือระดับ 7 ต่อให้จะเป็นสายสนับสนุนก็ยังน่ากลัวสุดๆ อยู่ดี ถ้าเขาลุกขึ้นมา คว้าค้อนทุบใครสักคนล่ะก็ พวกเลเวล 3-4 มีหวังโดนบี้ดับอนาถในพริบตาอย่างแน่นอน
หลังจากเชิญดันเต้นั่งลงบนโซฟาแล้ว เรเลนก็เริ่มพูดขึ้น
“ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีด้วยที่เธอจะได้เป็นนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษของสมาคมเรา นี่คือเกียรติประวัติสูงสุดตลอดชีวิต แต่ขั้นตอนการตรวจสอบมันจะค่อนข้างซับซ้อนหน่อยนะ ดังนั้นเธออาจจะต้องเข้าร่วมการประชุมเพื่อรับการตรวจสอบอย่างน้อยหนึ่งครั้ง”
“นักสร้างการ์ดขั้นพิเศษคือสมาชิกแกนหลักระดับสูงสุดของสมาคมเรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สมาคมจะเป็นแบ็กอัปให้เธอเสมอ ตอนนี้ผมยังไม่สามารถมอบเข็มกลัด ชุดเครื่องแบบ หรือใบอนุญาตให้เธอได้ เพราะสัญลักษณ์ของขั้นพิเศษต้องรอให้ทางสำนักงานใหญ่ตรวจสอบผ่านก่อน ถึงจะสั่งทำขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะได้”
ดันเต้ฟังแล้วถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่นึกเลยว่าแค่สร้างการ์ดมหากาพย์ ระดับ 3 ออกมาใบเดียว จะได้รับการปฏิบัติที่โคตรเท่ขนาดนี้ ถึงเขาจะเคยได้ยินเรื่องนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษมาบ้าง แต่ทางสมาคมไม่ค่อยโปรโมทเงื่อนไขหรือสิทธิพิเศษของระดับนี้ให้คนนอกรู้เท่าไหร่ เขาเลยไม่มีข้อมูลมากนัก
“งั้นตอนนี้ผมถือว่าเป็น...?”
ดันเต้ถามด้วยความสงสัย
“ในระหว่างที่รอผลการตรวจสอบ เธอจะได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่านักสร้างการ์ดระดับ 3 ขั้น 1 ไปพลางๆ ก่อน”
“แบบนั้นก็ดีเหมือนกันครับ”
ดันเต้คิดว่าการจัดการของสมาคมถือว่ายอดเยี่ยมมาก แม้การตรวจสอบจะดูยุ่งยากไปหน่อย แต่ระบบก็ดูสมเหตุสมผลดี
“ว่าแต่...การตรวจสอบนี่มันยากไหมครับ?”
“ผมไม่เคยได้ยินว่ามีนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษคนไหนโดนกลั่นแกล้งตอนตรวจสอบเลยนะ...เอ้อ แต่ถ้าเป็นกรณีของเธอเนี่ย สำนักงานใหญ่อาจจะมีการสืบสวนเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับลัทธิคืนชีพหรือเปล่า เพราะสไตล์การสร้างการ์ดของเธอน่ะ...ดูๆ ไปแล้วมันร้ายกาจยิ่งกว่าพวกอาร์คบิชอปของพวกนั้นเสียอีกนะ”
น้ำเสียงของประธานเรเลนดูไม่ค่อยมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พูด เนื่องจากเขาเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องที่ดันเต้ไปถล่มโลกเงามาเหมือนกัน แถมการ์ดแต่ละใบของเจ้าตัวก็ดูเป็นสายมารสุดโต่งทั้งนั้น
“......”
ดันเต้ถึงกับเงียบกริบไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนพัสดุของตัวเองกำลังจะถูกศุลกากรกักไว้นานผิดปกติยังไงชอบกล
และในวินาทีนั้นเอง เขาก็รู้สึกอยากจะกวาดล้างลัทธิคืนชีพให้สิ้นซากขึ้นมาทันที! ก็เพราะมีพวกพรรค์นี้อยู่นั่นแหละ ถึงทำให้พลเมืองดีผู้แสนบริสุทธิ์อย่างเขาต้องมาโดนเข้าใจผิดว่าเป็นนักบวชลัทธิประหลาดอยู่เรื่อยเลย!
“ไม่ต้องกังวลไปนะดันเต้ ผมจะช่วยประสานงานกับทางสำนักงานใหญ่อย่างเต็มที่เอง เธอจะได้เป็นนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษคนที่ 13 ของทั้งทวีปที่ยังมีชีวิตอยู่แน่นอน! และจะเป็นคนที่ 2 ของอาณาจักรนอร์ตันด้วย!”
เรเลนดูจะตื่นเต้นมากที่อาณาจักรนอร์ตันจะมีนักสร้างการ์ดขั้นพิเศษถึง 2 คน
“ต่อให้ผมจะอยู่แค่เลเวล 3 แต่ผมก็สามารถใช้ฉายาร่วมกับอีก 12 คนที่เหลือได้เลยเหรอครับ?”
“ฉายาขั้นพิเศษน่ะ เมื่อเธอทำได้ในระดับเลเวลไหนแล้ว ต่อให้เลเวลของเธอจะเพิ่มขึ้นในภายหลัง ฉายานี้ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง”
เรเลนอธิบายให้ดันเต้ฟัง
หากใครใช้เลเวล 4 มาเข้าสอบระดับ 3 ต่อให้สร้างการ์ดคุณภาพดีแค่ไหน ก็จะถูกนับเป็นแค่ขั้น 3 เท่านั้น การจะได้ขั้น 2 หรือสูงกว่านั้น ผู้เข้าสอบต้องสร้างการ์ดที่เลเวลเท่ากับระดับของตัวเองให้ได้ ซึ่งการได้รับระดับ 1 หรือ 2 ก็ถือว่าเป็นเกียรติยศอย่างหนึ่งที่แสดงว่าสามารถสร้างการ์ดคุณภาพสูงในระดับเลเวลของตัวเองได้
แต่ ขั้นพิเศษ นั้นก้าวข้ามแนวคิดของทั้งสามระดับที่เหลือไปอย่างสิ้นเชิง มันคือสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งอันสมบูรณ์แบบของนักสร้างการ์ด การที่ใครสักคนจะสร้างการ์ดระดับมหากาพย์ออกมาได้นั้น โดยปกติก็ต้องเป็นนักสร้างการ์ดที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้ว แต่คนที่สามารถสร้างการ์ดระดับมหากาพย์ในเลเวลเดียวกับตัวเองได้นั้น...ถือเป็นกลุ่มคนที่หาได้ยากยิ่งกว่ายากเสียอีก!