- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 039 ปาร์ตี้ริมสระน้ำ
039 ปาร์ตี้ริมสระน้ำ
039 ปาร์ตี้ริมสระน้ำ
"ไอ้เxี้ย! เจ็บใจนี่ก็นับเป็นความเจ็บปวดด้วยเรอะ?! ไอ้หมอนี่มันจะหน้าด้านไปถึงไหนเนี่ย!"
"สรุปแล้วฝั่งไหนที่เป็นลัทธิชั่วร้ายกันแน่?!"
"ในที่สุดลัทธิคืนชีพก็เจอของแข็งเข้าให้แล้ว! คนเลวมักจะแพ้ทางคนเลวกว่าจริงๆ!"
ในสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธ แม้ว่าทุกคนจะพากันแซวดันเต้แบบขำๆ แต่ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั่วทั้งห้องรับชมการต่อสู้ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่แสนจะครึกครื้น ในตอนที่ดันเต้ซัดปิดเกมคว้าชัยชนะมาได้นั้น ตอนแรกทุกคนเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงเฮลั่นออกมาดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคลื่นยักษ์ซัดเข้าหาฝั่ง
ที่นั่งแถวหลังตรงมุมห้อง มีชายหนุ่มคนหนึ่งแสดงสีหน้าตื้นตันใจอย่างเห็นได้ชัด เขากุมหมัดทั้งสองข้างไว้แน่น ดูเหมือนว่าเขาจะแอบภาวนาเอาใจช่วยพวกดันเต้มาโดยตลอด
"เฮ้อ—"
เมื่อเขาเห็นว่าดันเต้และโคนีเลียสามารถเอาชนะคนไร้หน้าได้ เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วลุกขึ้นยืน บนใบหน้ายังมีรอยยิ้มจางๆ ที่ยังไม่จางหายไป เพียงแต่สีหน้าของเขานั้น นอกจากความยินดีแล้ว ดูเหมือนจะมีความขมขื่นและจนใจแฝงอยู่ลึกๆ
ขณะที่เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องไป เขาก็พบกับเด็กสาวร่างเพรียวบางคนหนึ่งยืนขวางทางเขาไว้ ท่าทางของเธอดูสูงศักดิ์และเย็นชา มุมปากดูเหมือนจะยิ้มหยันเล็กน้อย คล้ายกับกำลังจ้องจับผิดอารมณ์บนสีหน้าของเขาอยู่
"โคลอิกซ์ นายคงไม่ได้เพ้อฝันว่าตัวเองจะสามารถเป็นเหมือนพวกเขาสองคนได้หรอกนะ?"
น้ำเสียงของเด็กสาวคนนั้นดูไม่เกรงใจเลยแม้แต่นิดเดียว
"เปล่า...ผมไม่เคยคิดฝันอะไรแบบนั้นหรอก"
โคลอิกซ์รู้ตัวว่าเด็กสาวคนนี้น่าจะแอบสังเกตเขามานานแล้ว จึงรู้สึกอึดอัดใจจนต้องก้มหัวลงต่ำ ในขณะเดียวกัน ดูเหมือนเขาจะนึกถึงความทรงจำที่ไม่ดีบางอย่างขึ้นมา จนไม่กล้าสู้หน้าเธอ
"เหอะ ถ้ารู้จักเจียมตัวได้ก็ดี จำไว้ว่านายน่ะไม่ได้ต่างอะไรจากพวกกลุ่มลัทธิคืนชีพเลย จงจำความผิดที่นายก่อไว้ และสภาพอันน่าเวทนาของพี่สาวฉันให้ดี คนอย่างนายไม่มีวันมีใครมาโห่ร้องยินดีให้หรอก!"
เมื่อเห็นท่าทางยอมจำนนของโคลอิกซ์ เด็กสาวคนนั้นก็ดูเหมือนจะมีน้ำโหมากขึ้นเรื่อยๆ
"...ผมรู้แล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยการโจมตีจากเด็กสาว น้ำเสียงของโคลอิกซ์ก็ยิ่งแผ่วเบาลงไปอีก แต่เขาก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไปเลยแม้แต่คำเดียว เขาเพียงแค่เดินเลี่ยงเธอแล้วรีบสาวเท้าก้าวออกจากห้องไป
"หลังจากดูการแสดงของพวกเขาแล้ว นายก็น่าจะเข้าใจได้แล้วนะว่านายน่ะไม่เหมาะกับการพิชิตโลกเงาหรอก! นายมันเป็นร่างอวตารของหายนะ แล้วจะไปยุติภัยพิบัติได้ยังไงกัน?!"
เด็กสาวตะโกนไล่หลังเขาไป
ฝีเท้าของโคลอิกซ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม แล้วหายวับไปจากห้องรับชมการต่อสู้อย่างกับคนหนีตาย
...
บนทางเดินของโรงเรียนปีศาจ มีเงาร่างสองร่างกำลังทำตัวลับๆ ล่อๆ ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังลากศพที่หมดสติอยู่คนละร่าง
พวกเขากระชากเท้าของศพเหล่านั้น ลากไปตามพรมจนเกิดเสียง ครืดๆ จากแรงเสียดสี จนในที่สุดพวกเขาก็พาศพทั้งสองนี้มาถึงฐานทัพใหญ่ของพวกเขาได้สำเร็จ ซึ่งก็คือห้องคหกรรมนั่นเอง
ดันเต้จัดการล็อคประตูอย่างดี ก่อนจะวิ่งไปเปิดหน้าต่างที่อยู่อีกด้านของห้อง จากนั้นเขาก็วิ่งกลับมาข้างๆ โคนีเลีย ช่วยกันคว้าไหล่ของคนไร้หน้า และร่วมแรงร่วมใจกับโคนีเลียหามร่างที่หมดสติของคนไร้หน้าไปที่ริมหน้าต่าง
"เอ้า ฮึบ! หนึ่ง สอง!"
ด้วยการให้จังหวะที่ลงตัว ทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างเชี่ยวชาญ และโยนคนไร้หน้าออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกัน จากนั้นก็ทำซ้ำขั้นตอนเดิมกับผู้ใช้คำสาปอีกคน แล้วเหวี่ยงออกนอกหน้าต่างไปเช่นกัน
"เสร็จงาน!"
ถึงแม้ว่าโคนีเลียเพียงคนเดียวจะสามารถโยนไอ้สองคนนี้ลงไปได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่ในเมื่อเป็นการลงมือแบบเป็นแก๊ง เรื่องการทำลายศพและหลักฐานแบบนี้ ทุกคนควรจะมีส่วนร่วมด้วยกันจะดีกว่า มันช่วยให้รู้สึกถึงความรับผิดชอบร่วมกันในทีมได้ดีเยี่ยม
ในการเผชิญหน้ากับเหล่าคนชั่วที่ลอบทำร้ายผู้ท้าทายคนอื่นในโลกเงาแบบนี้ การฆ่าพวกมันทิ้งไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะนี่เป็นข้อบัญญัติพิเศษที่สมาพันธ์ราชอาณาจักรได้รับรองไว้แล้ว อีกทั้งโปรแกรมรับชมโลกเงาที่ดันเต้และโคนีเลียพกติดตัวมาด้วย ก็ได้บันทึกหลักฐานไว้อย่างครบถ้วนกระบวนความ
"ภูมิประเทศที่นี่มันช่างสะดวกสบายจริงๆ ไม่อย่างนั้นการจะจัดการคนไร้หน้านี่คงต้องลงแรงอีกไม่น้อยเลย"
ดันเต้บ่นออกมา นั่นทำให้เขายิ่งรู้สึกประทับใจโรงเรียนแห่งนี้มากขึ้นไปอีก
"ทำไงดีล่ะ เริ่มไม่อยากกลับแล้วสิ"
โคนีเลียรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านตัวเองยังไงยังงั้น เธอเผลอไปนั่งแหมะลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะยาวสไตล์บาโรกโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็ฟุบลงกับโต๊ะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่อยากขยับตัวไปไหนแล้ว
"ถ้าในอนาคตมีโอกาสได้ไปเที่ยวโลกปีศาจก็คงจะดีนะ"
ดันเต้มองออกไปนอกหน้าต่าง พลางมองหาดินแดนในฝัน
"ไปด้วยกันนะ"
"แน่นอนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ไปทำงานก่อนดีกว่า เรายังมีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำกันอยู่นะ"
ทั้งคู่พูดคุยกันไปพลาง มือไม้ก็ขยับเก็บกวาดวัตถุดิบในห้องคหกรรมไปด้วยความรวดเร็ว ดันเต้ยังสั่งให้โคนีเลียช่วยถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ทำครัวในห้องมาด้วย เขาตั้งใจจะเอาชิ้นส่วนเหล่านี้ไปดัดแปลงเปียโนสักหน่อย
"อ้อ จริงด้วย"
ดันเต้ตบมือเบาๆ เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก เขาเปิดระบบประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนแล้วพูดขึ้นว่า
"เพื่อนนักเรียนผู้ท้าทายทุกท่าน โปรดมารวมตัวกันที่ห้องคหกรรม เพื่อนของคุณกำลังตามหาคุณอยู่ เมื่อได้ยินเสียงประกาศนี้แล้ว โปรดมุ่งหน้าไปยังห้องที่สามทางเดินฝั่งตะวันตกของอาคารเรียนทันที..."
ผ่านไปไม่นานนัก ดันเต้และโคนีเลียก็เห็นผู้ท้าทายที่พวกเขาเคยช่วยชีวิตไว้รีบร้อนมาหาที่ห้องคหกรรม หลังจากที่ผู้ท้าทายคนนี้ได้พักผ่อนและได้รับยาจากห้องพยาบาลมาอย่างเต็มที่ร่วมหนึ่งชั่วโมง อาการบาดเจ็บของเขาก็ดีขึ้นมากแล้ว
อื้ม ดูมีพลังงานล้นเหลือดี แบบนี้แหละถึงจะเอาไปใช้งาน เอ๊ย ไปช่วยทำงานได้ ความคืบหน้าในการสำรวจยังขาดอยู่อีก 2.3% สินะ
ดันเต้มองสำรวจผู้ท้าทายด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะตบไหล่เขาเบาๆ
"นี่ ลองดูสิว่ามีใบไหนที่อยากได้ไหม"
ดันเต้หยิบการ์ดปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ผู้ท้าทาย คนนั้น นี่คือของที่เขาริบมาจากตัวคนไร้หน้าและผู้ใช้คำสาป
เช่นเดียวกับการที่จะนำการ์ดเวทมนตร์เข้ามาในโลกเงาได้นั้นต้องมีการผูกมัดวิญญาณก่อน การจะเอาการ์ดออกไปจากโลกเงาก็ต้องทำแบบเดียวกัน คือต้องทำการผูกมัดให้เรียบร้อยก่อนถึงจะนำออกไปได้
ดันเต้และโคนีเลียไม่สามารถผูกมัดการ์ดระดับ 4 หรือระดับ 5 ได้ และช่องใส่การ์ดที่ว่างอยู่ก็มีไม่มากนัก ก่อนหน้านี้ดันเต้ใช้กับดักหนามพิษไปสามใบและกัปตันดันเต้น้อยไปอีกสามใบ ทำให้เขามีค่าร่ายว่างอยู่ 9 หน่วย โดยที่ไม่ต้องทิ้งการ์ดของตัวเองไป ทั้งสองคนจึงเลือกเก็บการ์ดที่มีค่าร่ายรวมกันได้ 9 หน่วยมาเป็นของรางวัลจากการต่อสู้
การ์ดที่เหลือยังมีพวกการ์ดระดับหายากสีม่วงระดับ 4 อยู่ด้วย ถ้าทิ้งไว้เฉยๆ ก็น่าเสียดายแย่ ดันเต้เลยให้ผู้ท้าทายคนนี้เลือกดูเผื่อจะมีใบที่จำเป็น อย่างน้อยเขาก็สามารถเอาการ์ดระดับ 4 ออกไปได้
"พวกนี้...จะให้ผมจริงๆ เหรอครับ?"
แม้ดันเต้จะอธิบายเรื่องราวให้ฟังแล้ว แต่ผู้ท้าทายคนนั้นก็ยังไม่กล้าหยิบการ์ดไปง่ายๆ
"ได้สิ การ์ดพวกนี้ถูกกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้านายเลือกใบไหนไป นายต้องโอนเงินตามราคาตลาด 60% เข้าบัญชีที่ผมระบุไว้ให้นะ ตกลงไหม?"
ดันเต้พูดพลางยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้เขาใบหนึ่ง
[ธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรนอร์ตัน, หมายเลขบัญชี: 948957812, ชื่อบัญชี: ทีมจิตใจอันงดงาม]
"ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาแน่นอน! ขอบคุณมากดันเต้!"
ผู้ท้าทายรีบรับกระดาษมาแล้วพยายามท่องจำข้อมูลบัญชีนั้นอย่างสุดชีวิต สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็กำไรเห็นๆ ต่อให้กลับไปโลกแห่งความจริงแล้วเอาการ์ดไปขายต่อ ก็ยังได้เงินกินเปล่าเน้นๆ!
"อ้อ แล้วเดี๋ยวนายต้องไปเคลียร์ห้องเองอีกสักสองห้องนะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ใช้แหวนเวทมนตร์วงนี้เรียกหาผมได้"
ดันเต้ยื่นแหวนให้ผู้ท้าทายคนนั้น แหวนวงนี้สำหรับเขาและโคนีเลียแล้วไม่ได้จำเป็นอะไรมากนัก
แม้ว่าพวกเขาจะไม่อยากทำงานต่อแล้ว แต่ก็ปล่อยให้ผู้ท้าทายคนนี้เป็นอะไรไปไม่ได้เหมือนกัน เพราะเขายังต้องรอกลับไปรับเงินบริจาคก้อนโตในโลกแห่งความจริงอยู่นี่นา
"แน่นอน! ไว้ใจผมได้เลย!"
ผู้ท้าทายตอบรับอย่างดีใจ อันที่จริงเขาก็แอบอู้งานมาพักหนึ่งแล้ว แถมดันเต้ยังเคยช่วยชีวิตเขาไว้อีก การออกไปทำงานตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด
"เอ่อ ว่าแต่พวกนายกำลังจะไปทำอะไรต่องั้นเหรอ?"
ผู้ท้าทายมองดูดันเต้และโคนีเลียที่กวาดของจากห้องคหกรรมจนเรียบด้วยความสงสัย
"อ๋อ ไปทำในสิ่งที่นักเรียนควรจะทำน่ะสิ"
ดันเต้ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง ส่วนโคนีเลียที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะรอไม่ไหวแล้ว เธอเขย่งเท้าไปมาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากดันเต้เป็นระยะๆ
"ไปกันเถอะ!"
"โอเค!"
แล้วทั้งคู่ก็ทิ้งผู้ท้าทายไว้เบื้องหลัง เดินออกจากห้องคหกรรมไป พวกเขาหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเหมือนเพิ่งช้อปปิ้งเสร็จจากห้างสรรพสินค้าแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องผู้อำนวยการ ซึ่งที่หน้าประตูห้องผู้อำนวยการมีเปียโนหลังหนึ่งวางรอไว้ก่อนแล้ว
โคนีเลียเปิดประตูห้องผู้อำนวยการ ทั้งสองคนช่วยกันยกเปียโนและข้าวของเข้าไปข้างใน ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องผู้อำนวยการอันกว้างขวาง พวกเขาก็ได้เห็นสระว่ายน้ำที่รอคอยมานานแสนนาน
และหลังจากเตรียมการอยู่หลายสิบนาที...
ในที่สุดดันเต้และโคนีเลียก็ได้เริ่มปาร์ตี้ริมสระน้ำอย่างมีความสุขเสียที โลกเงาระดับ 4 ตำนานลึกลับในโรงเรียนปีศาจ จึงรูดม่านปิดฉากลงด้วยภาพอันประหลาดล้ำของดันเต้และโคนีเลียที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน