- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 038 เคล็ดวิชาลับแห่งความเจ็บปวด (2/2)
038 เคล็ดวิชาลับแห่งความเจ็บปวด (2/2)
038 เคล็ดวิชาลับแห่งความเจ็บปวด (2/2)
"ไม่!"
ดันเต้ตะโกนห้ามไว้ทันควัน
เขารู้ดีว่าคนไร้หน้าอาจจะยังซ่อนการ์ดอุปกรณ์ป้องกันบางอย่างที่ยังไม่ได้งัดออกมาใช้อยู่ก็ได้ การบุ่มบ่ามพุ่งเข้าไปมันเสี่ยงเกินไป มีสิทธิ์ที่แนวหลังอย่างดันเต้จะร่วงก่อน หรือไม่โคนีเลียก็อาจจะเข้าไม่ถึงตัวคนไร้หน้าด้วยซ้ำ หากอยากจะชนะ พวกเขาต้องปิดเกมให้ได้ในครั้งเดียว และตอนนี้ดันเต้ก็กำลังเตรียมโอกาสนั้นให้อยู่ เขาขอเวลาอีกเพียงครู่เดียวเพื่อชาร์จพลังท่าไม้ตายที่ไม่เคยเปิดเผยต่อหน้าใครมาก่อน
"รอ, โอกาส, สะท้อน, ระวัง!" (รอผมสร้างโอกาสให้ก่อน อีกอย่างหน้ากากข้างตัวมันมีเอฟเฟกต์สะท้อนดาเมจ ตอนโจมตีระวังแรงที่ใช้ด้วย!) ดันเต้ตะโกนบอกแผนการสื่อสารกับโคนีเลีย
"จัดไป!"
โคนีเลียตอบสั้นๆ
ก่อนหน้านี้บนระเบียงทางเดิน ดาเมจจากการระเบิดจากระเบิดไฮโดรเจนของดันเต้ ได้ถูกหน้ากากวิญญาณอาฆาตป้องกันไว้ได้ทั้งหมด ในฐานะคนร่าย ดันเต้สังเกตเห็นว่าเขาได้รับดาเมจสะท้อนกลับมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เขามั่นใจว่าหน้ากากนั้นมีคุณสมบัติในการสะท้อนดาเมจ
ส่วนสาเหตุที่ดันเต้ไม่โดนดาเมจสะท้อนหนักๆ เป็นเพราะเงื่อนไขการคำนวณดาเมจที่แปลกประหลาดของระเบิดไฮโดรเจน ดาเมจของการ์ดใบนี้แบ่งเป็นสองจังหวะ จังหวะแรกคือเวทมนตร์ลูกบอลไฟระดับ 1 ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่การโจมตีศัตรูโดยตรง แต่ใช้เพื่อจุดไฟเท่านั้น จังหวะที่สองคือแรงระเบิดจากการเผาไหม้แก๊สไฮโดรเจน ดาเมจในจังหวะแรกจะถือว่ามาจากคนร่ายการ์ด แต่ดาเมจจากแรงระเบิดในจังหวะหลังนั้นจะถือว่าไม่มีแหล่งที่มา ดังนั้น ระเบิดไฮโดรเจนจึงเป็นการ์ดที่เหมาะมากสำหรับใช้เช็กว่าฝ่ายตรงข้ามมีอุปกรณ์สะท้อนดาเมจหรือไม่!
ดันเต้ไม่อยากให้โคนีเลียหวดค้อนเปรี้ยงเดียวแล้วต้องมาเจ็บหนักเพราะดาเมจสะท้อนกลับมาเอง ขอแค่ทำให้คนไร้หน้าเจ็บจนสลบเหมือดไปก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางทุลักทุเลของดันเต้และโคนีเลีย คนไร้หน้าก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
"ฮ่าๆๆๆ! นึกว่าจะแน่แค่ไหนกันเชียว? ตราบใดที่ข้าไม่ลงมือโจมตีแก แกมันก็แค่ไอ้ขยะที่สะท้อนดาเมจหรือความเจ็บปวดกลับมาไม่ได้เพียงเท่านั้น! ส่งการ์ดระดับมหากาพย์ใบนั้นมาซะ แล้วข้าอาจจะเมตตาให้พวกแกได้ตายแบบไม่ทรมานนัก!"
ยิ่งเขาเห็นความน่ากลัวของกวีผู้เสื่อมสลาย เขาก็ยิ่งอยากครอบครอง การ์ดระดับมหากาพย์ที่เป็นคอร์หลักของสายสะท้อนดาเมจรูปแบบใหม่นี้ใจจะขาด
ทว่าเขากลับเห็นดันเต้ยังคงนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน ความโกรธแค้นที่สุมอกก็ไม่มีที่ให้ระบาย ทำได้เพียงแค่พ่นคำเยาะเย้ยถากถางต่อไปเท่านั้น
"ต่อให้พวกแกจะมีสายสะท้อนดาเมจประหลาดๆ ที่เน้นคุมสถานะ แต่มากับเจอข้า แกก็ไม่มีโอกาสได้โชว์ของหรอก! จะมาเล่นเรื่องสะท้อนดาเมจกับคำสาปต่อหน้าข้าน่ะ มันยังเร็วไปร้อยปีไอ้หนูน้อย!"
คนไร้หน้าอ้าแขนกว้าง กล้ามเนื้อบนใบหน้าภายใต้ผ้าพันแผลบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มวิปริตพร้อมเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง
ดันเต้จ้องมองด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำลึกนับหมื่นเมตร ดวงตาคู่สลัวนั้นมืดมนยิ่งกว่าความมืดมิดเสียอีก เขามองคนไร้หน้าเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
"ความโง่ของแกนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ ถ้าไม่จัดการแกให้จมดิน ผมคงเสียชื่อปรมาจารย์สายสะท้อนความเจ็บปวดหมดแน่ๆ"
ดันเต้พึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน ดูเหมือนเขาจะเตรียมอะไรบางอย่างเสร็จแล้ว จึงตะโกนบอกโคนีเลีย
"รอ, ฟาด!" (รอผมล็อกเป้ามันไว้ แล้วเธอค่อยเข้าไปฟาดมัน!)
"โอเค!"
เสียงของโคนีเลียฟังดูตื่นเต้นสุดๆ แม้เธอจะไม่รู้ว่าดันเต้จะแผลงฤทธิ์อะไรอีก แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ถ้าสู้มาถึงจุดนี้ ฝ่ายตรงข้ามก็เตรียมตัวแพ้ได้เลย
ในที่สุดท่าไม้ตายของดันเต้ก็ชาร์จพลังจนเต็ม ถึงเวลาที่จะโชว์ แก่นแท้แห่งความเจ็บปวด ของสายสะท้อนความเจ็บปวดให้โลกเห็นแล้ว ดันเต้ก้มหน้าลง กุมหน้าอกตัวเองไว้แน่น และเริ่มพึมพำบางอย่างซ้ำไปซ้ำมา เสียงของเขาดังขึ้นเรื่อยๆ
"โคนีเลียต้องบาดเจ็บเพราะช่วยผมกันการโจมตี...ทั้งหมดมันเป็นความผิดของผมเอง ผมเจ็บใจเหลือเกิน ผมรู้สึกผิดจริงๆ..."
ดันเต้เริ่มสะกดจิตตัวเองอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ
"ทำไมต้องสู้กัน ทำไมต้องแย่งชิง ทำไมต้องมาเล็งพวกเรา แค่เพราะพวกเราเป็นคนดีงั้นเหรอ...ผมโกรธจนทนไม่ไหวแล้ว!"
อารมณ์ด้านลบของเขาพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด
"สู้ไม่ได้...ไม่มีหวังเลย ทำไมผมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ ผมเกลียดความไร้กำลังของตัวเองจริงๆ!!"
ดันเต้โน้มตัวไปข้างหน้า ขยำเสื้อตรงหน้าอกตัวเองไว้แน่น เหมือนคนเจ็บใจจนหายใจไม่ออก
"รู้สึกผิด! โกรธแค้น! สิ้นหวัง!"
"เจ็บ! มันเจ็บเหลือเกิน!"
"คนไร้หน้า ทั้งหมดมันเป็นเพราะแก!!!"
"ความเจ็บปวดทั้งหมดของผม แกคือต้นเหตุ!!!"
เมื่อดันเต้เงยหน้าขึ้นจ้องคนไร้หน้าพร้อมตะโกนประโยคสุดท้ายออกมา จู่ๆ คนไร้หน้าก็รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ราวกับมีหินหนัก 1,000 กิโลกรัมหล่นลงมาทับหน้าอกอย่างแรง ตามมาด้วยความเจ็บปวดบิดมวนในอกที่รุนแรงจนเหมือนหัวใจจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เขากุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวดสาหัส ในวินาทีนั้นเขารู้สึกหดหู่และเศร้าหมองจนอยากจะบอกว่า "ขอโทษที่เกิดมาเป็นคน" เลยทีเดียว
จากนั้นเขาก็ทรุดเข่าลงกับพื้น กระอักเลือดสีน้ำตาลแดงออกมาจนเปื้อนผ้าพันหน้า แม้สิ่งอัญเชิญจะยังคงอยู่ แต่เมื่อขาดคำสั่งจากเจ้านาย การเคลื่อนไหวของพวกมันก็อืดอาดลงทันที และโคนีเลียไม่รอช้า อาศัยจังหวะนี้พุ่งแหวกวงล้อมออกมาได้สำเร็จ
"แก...สะท้อนดาเมจกลับมาได้ยังไงกัน?! ทั้งที่ข้ายังไม่ได้โจมตีแกเลยสักนิด!!"
คนไร้หน้าถามด้วยเสียงสั่นพร่าอย่างไม่เชื่อสายตา
"ก็แกทำให้ผม เจ็บใจ ยังไงล่ะ!"
ดันเต้ตะโกนตอบกลับอย่างมั่นอกมั่นใจ
ความเจ็บใจก็คือการบาดเจ็บ ใจเจ็บก็คือความเจ็บปวด แม้ความเจ็บใจนี้จะเกิดจากการที่ดันเต้สะกดจิตตัวเองเพื่อขยายอารมณ์ด้านลบในใจให้พุ่งสูงขึ้น แต่นี่แหละคือเคล็ดลับสุดยอดของสายสะท้อนความเจ็บปวด การโจมตีด้วยความเจ็บใจ 60 เท่า! ซึ่งข้อเสียเพียงอย่างเดียวของท่านี้คือต้องใช้เวลาสะกดจิตตัวเองนานเกินไปหน่อยเท่านั้นเอง
"อั่ก!"
เมื่อได้ยินคำตอบ คนไร้หน้าก็กระอักเลือดออกมาอีกคำด้วยความแค้นใจ เขาไม่เคยเจอใครหน้าด้านเท่านี้มาก่อนในชีวิต! ไอ้บ้าเอ๊ย! สายสะท้อนดาเมจเขาไม่ได้เล่นกันแบบนี้โว้ย!!!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ค้อนเหล็กของโคนีเลียก็เหวี่ยงมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว คนไร้หน้ายังไม่ทันได้รู้สึกกลัวด้วยซ้ำ สติของเขาก็ดับวูบไปทันที ได้ยินเสียง โครม! ดังสนั่น จากนั้นร่างของคนไร้หน้าก็กระเด็นไปกระแทกกำแพงจนสลบเหมือด และสิ่งอัญเชิญทั้งหมดก็สลายหายไปในพริบตา
โคนีเลียทำตามที่ดันเต้บอกเป๊ะๆ เธอไม่ได้ใช้แรงทั้งหมด แต่ใช้เพียง 1 ใน 4 เพื่อให้เขาสลบเท่านั้น ดาเมจที่สะท้อนกลับมาหาเธอจึงไม่ได้รุนแรงมากนัก
"เฮ้อ คราวนี้จบงานของจริงแล้วสินะ"
โคนีเลียกุมหัวที่ปวดตุบๆ จากแรงสะท้อนแล้วนั่งแหมะลงกับพื้น ส่วนฝั่งของดันเต้เองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายิ้มออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน บนระเบียงทางเดินของโรงเรียนปีศาจที่เละเทะไม่เหลือชิ้นดี ทั้งคู่มองตากันจากระยะไกลแล้วยิ้มให้กัน ของแบบนี้มันต้องคู่หูที่รู้ใจกันแบบนี้แหละนะ