- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 038 เคล็ดวิชาลับแห่งความเจ็บปวด (1/2)
038 เคล็ดวิชาลับแห่งความเจ็บปวด (1/2)
038 เคล็ดวิชาลับแห่งความเจ็บปวด (1/2)
เงาร่างสองร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดตรงหัวมุมทางเดิน เงาเหล่านั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นรูปร่างที่แท้จริง ร่างหนึ่งคือชายร่างยักษ์ที่ดูน่าเกรงขาม รอบตัวมีหน้ากากสี่อันลอยวนเวียนอยู่ ซึ่งก็คือคนไร้หน้านั่นเอง ส่วนอีกร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกันคือชายร่างผอมแห้งตัวเตี้ยที่ดูขี้โรค
“หึๆๆ”
เสียงหัวเราะแหบพร่าดังก้องไปตามระเบียงทางเดิน
ในที่สุดพวกเขาก็เผชิญหน้ากับดันเต้และโคนีเลียอย่างเป็นทางการ ดูเหมือนว่าทั้งดันเต้และโคนีเลียจะไม่มีความคิดที่จะหนีอีกต่อไปแล้ว และเตรียมพร้อมที่จะเปิดศึกตัดสินกับพวกเขาให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย
“ยัยเด็กนั่นเก็บไว้ก่อน ส่วนไอ้เด็กหนุ่มนั่น ฆ่าทิ้งได้เลย”
“จัดไป”
หลังจากตกลงกันสั้นๆ คนไร้หน้าก็ยังไม่ได้ลงมือในทันที กลับเป็นชายร่างผอมที่ยกมือขึ้นก่อน
การ์ดหลายใบปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา ก่อนที่มืออีกข้างจะวาดผ่านการ์ดเหล่านั้นเพื่อเปิดใช้งานสกิลทั้งหมดในคราวเดียว
ทันใดนั้น หมอกสีดำและเงามืดก็ปกคลุมไปทั่วระเบียงทางเดิน พื้นทางเดินดูเหมือนจะกลายเป็นหนองน้ำพิษที่เฉอะแฉะ พร้อมกับสายลมเย็นเยือกที่พัดกรรโชกเข้ามา ทำให้ดันเต้และโคนีเลียรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้งและหายใจลำบากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตามมาด้วยอาการหน้ามืดและอาการเจ็บปวดแปลบจากภายในอวัยวะลามมาถึงผิวหนัง
การ์ดเหล่านี้ชัดเจนว่าเป็นการ์ดประเภทพิษและคำสาป แม้พลังโจมตีจะไม่รุนแรงนัก แต่มีระยะการโจมตีที่ไกลและเล็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
นอกจากดันเต้และโคนีเลียจะรู้สึกว่าสเตตัสทุกอย่างลดลงแล้ว พวกเขายังติดสถานะดาเมจต่อเนื่องอีกด้วย
ทว่า ไม่นานนัก สีหน้าของฝ่ายที่ร่ายคำสาปก็เริ่มเปลี่ยนไป
เขาเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยายได้แล่นพล่านไปทั่วร่าง จนทำให้เขาถึงกับยืนไม่มั่นคงไปชั่วขณะ เขาไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองก็ถูกคำสาปแบบเดียวกันนั้นเล่นงานเข้าให้แล้ว
“เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอ! ไอ้ระยำเอ๊ย กล้าดียังไงมาสาปผมแบบนี้!”
ดันเต้โกรธจนหัวเราะออกมา เขาไม่รอช้า รีบอัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมาทันที
พริบตานั้น จากเดิมที่สะท้อนความเจ็บปวดกลับไป 6 เท่า ก็พุ่งทะยานกลายเป็น 60 เท่าในทันที!
ชายผู้ร่ายคำสาปรู้สึกเหมือนร่างกายถูกดาบนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน ดวงตาที่โปนอยู่แล้วเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาเหมือนระฆังทองเหลือง เขาอ้าปากค้าง ลำคอส่งเสียงแหบพร่าออกมาเหมือนกับเส้นเสียงถูกขยี้อย่างรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ จากนั้น ร่างของเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้นเหมือนตุ๊กตาที่ถูกตัดสายป่าน จะอยู่หรือตายก็ยังไม่มีใครรู้ได้
เมื่อยืนยันได้ว่าคนร่ายคำสาปถูกกำจัดแล้ว โคนีเลียก็รีบดึงการ์ดเวทมนตร์ชำระล้างแบบกลุ่มระดับ 3 ออกมาใช้ทันที เพื่อล้างสถานะคำสาปออกจากตัวเธอและดันเต้
เนื่องจากดันเต้ซึ่งอยู่ระดับ 2 ไม่สามารถใช้การ์ดเวทมนตร์ระดับ 3 ได้ เขาจึงซื้อการ์ดใบนี้มอบให้โคนีเลียพกไว้ก่อนออกเดินทางเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ป้องกันพิษ ป้องกันคำสาป และป้องกันการควบคุมจิตใจ นี่คือความรู้พื้นฐานที่ต้องมีก่อนออกจากบ้าน
คนไร้หน้าหรี่ตาลง จ้องเขม็งไปที่สิ่งอัญเชิญที่อยู่ข้างหลังดันเต้โดยไม่สนใจเพื่อนร่วมทีมที่นอนกองอยู่เลยแม้แต่น้อย
“เจ้าหนู ส่งการ์ดระดับมหากาพย์ในมือมาให้ข้าซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกแก”
คนไร้หน้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ในดวงตากลับแฝงไปด้วยความคลั่งไคล้ที่ยากจะปิดบังเอาไว้ได้
เขาปรารถนาจะได้ครอบครองการ์ดใบนั้นของดันเต้เหลือเกิน แต่น่าเสียดายที่การ์ดระดับมหากาพย์ไม่สามารถชิงมาได้ด้วยการฆ่าเจ้าของ
เพราะการ์ดระดับมหากาพย์ และระดับตำนาน เมื่อทำการผูกมัดวิญญาณแล้ว หากเจ้าของไม่ยินยอมปลดพันธนาการด้วยตัวเอง ต่อให้ตายไปการ์ดก็จะไม่หลุดออกมาโดยอัตโนมัติ
หากฆ่าเจ้าของทิ้ง การ์ดระดับมหากาพย์ใบนั้นก็จะแตกสลายหายไปด้วย นี่คือสาเหตุที่การ์ดระดับมหากาพย์ในโลกปัจจุบันถึงได้หายากนักหนา ไม่ใช่ว่าการ์ดระดับมหากาพย์ทุกใบจะถูกส่งต่อมาได้สำเร็จ ส่วนใหญ่แล้วมักจะสูญหายไปในโลกเงา หรือสลายไปพร้อมกับเจ้าของ
“หึๆๆ”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของคนไร้หน้า ดันเต้ก็หัวเราะออกมาเหมือนได้ฟังเรื่องตลก
จะหลอกเด็กสามขวบยังทำได้เนียนกว่านี้เลย แต่ดันเต้ก็อยากจะแหย่คนไร้หน้าเล่นสักหน่อย จึงถามกลับไปว่า
“ถ้าผมส่งการ์ดใบนี้ให้ นายจะปล่อยพวกเราไปจริงๆ เหรอ?”
“โฮ่โฮ่ แน่นอนอยู่แล้ว...”
“งั้นขอข้ามไปที่ประโยคนี้เลยละกัน...แต่ผมขอปฏิเสธ!”
ดันเต้ตะโกนสวนกลับไปก่อนที่คนไร้หน้าจะพูดจบเสียอีก
ในจังหวะเดียวกันนั้น โคนีเลียก็พุ่งเข้าใส่คนไร้หน้าทันที ขอแค่ค้อนเดียวเท่านั้น ด้วยพลังความเจ็บปวด 20 เท่า เธอจะทุบมันให้สลบเหมือดไปเลย!
“งั้นพวกแกก็ไปลงนรกซะเถอะ”
น้ำเสียงของคนไร้หน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เดิมทีแล้วคนก็เป็นคนขี้ระแวงอยู่แล้ว ตอนนี้เขายิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้นไปอีก
ถึงแม้ระดับของดันเต้และโคนีเลียจะต่ำกว่าเขา แต่การ์ดระดับมหากาพย์ที่ยังไม่รู้ความสามารถแน่ชัดนั่นมันอันตรายเกินไป
คนไร้หน้าใช้หน้ากากวิญญาณอาฆาตปกป้องตัวเองอย่างหนาแน่นพลางถอยหลังไปเล็กน้อย และเขาก็อัญเชิญสิ่งอัญเชิญระดับ 5 ออกมาถึงสามตัว พร้อมกับสั่งให้พวกมันพุ่งเข้าจู่โจมดันเต้และโคนีเลีย
แม้สิ่งอัญเชิญระดับ 5 จะไม่แข็งแกร่งเท่ากับนักรบระดับ 5 จริงๆ แต่ถ้ามีจำนวนมากขนาดนี้ แม้แต่ยอดฝีมือในระดับเดียวกันก็ยังต้องปวดหัว! ยิ่งถ้าเอาสิ่งอัญเชิญระดับ 5 ไปรุมกินโต๊ะคู่ต่อสู้ระดับ 4 มันคือการกดดันอย่างสมบูรณ์แบบ!
เขาอัญเชิญ อสูรหลายหน้า ออกมาสามตัว พวกมันมีร่างกายเป็นสัตว์อสูรที่บิดเบี้ยวผิดรูป และทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยใบหน้าของมนุษย์ที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดทรมาน
ความสามารถของสิ่งอัญเชิญระดับ 5 ชนิดนี้คือการป้องกันสถานะควบคุมทุกรูปแบบ แถมยังมีพลังชีวิตที่หนาเตอะและพลังโจมตีที่สูงลิ่วอีก ทั้งคุมไม่อยู่แถมยังถึกทนฆ่ายาก ไม่เปิดโอกาสให้คนที่อ่อนแอกว่าได้สวนกลับเลยแม้แต่นิดเดียว
“เงื่อนไขของพวกแกมันมองออกง่ายจะตายไป ขอแค่ข้าไม่โจมตีไอ้เด็กหนุ่มนั่น สถานะมึนงงก็จะไม่ย้อนกลับมาที่ข้า และพวกแกก็ไม่มีทางจัดการสิ่งอัญเชิญของข้าได้หรอก”
คนไร้หน้าพึมพำพลางเย้ยหยันผ่านสายตา
ทว่า ในวินาทีต่อมา...
ตึง!
โคนีเลียฟาดค้อนใส่หัวของอสูรหลายหน้าตัวหนึ่งจนมันสลบเหมือดไปเป็นตัวแรก จากนั้นเธอก็เริ่มเปิดฉากปะทะกับอสูรหลายหน้าอีกสองตัวที่เหลือ
ไอ้ตัวที่นอนกองอยู่บนพื้นส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แต่ก่อนที่มันจะทันได้ลุกขึ้น โคนีเลียก็อาศัยจังหวะนั้นซ้ำค้อนเข้าไปอีกดอก จนมันแทบจะสิ้นสติไปโดยสมบูรณ์
หลังจากปะทะกันเพียงครู่เดียวอสูรหลายหน้าอีกสองตัวที่เหลือก็เริ่มไม่กล้าเข้าใกล้โคนีเลีย เพราะทันทีที่การโจมตีของพวกมันถูกตัวโคนีเลีย พวกมันจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจนร่างกายแข็งทื่อไปหมด
คนไร้หน้า: “???”
นี่มันเอฟเฟกต์มึนงงระดับไหนกันเนี่ย? ถึงขนาดสะกดอสูรหลายหน้าให้อยู่หมัดได้เลยเหรอ?!
ไม่ใช่! ไม่ใช่มึนงง!
คนไร้หน้าจ้องไปที่กวีผู้เสื่อมสลายข้างหลังดันเต้พลางวิเคราะห์อย่างบ้าคลั่ง และในที่สุดเขาก็เข้าใจสถานการณ์
การ์ดระดับมหากาพย์ที่มีพลังเหนือสามัญสำนึกข้างหลังดันเต้ใบนั้น มันไม่ได้มอบบัฟสถานะควบคุมแบบดั้งเดิม แต่มันคือการมอบโบนัสความเจ็บปวด!
และอุปกรณ์บนตัวของดันเต้กับโคนีเลีย ก็ต้องมีผลลัพธ์ในการสะท้อนความเจ็บปวดและเพิ่มความเจ็บปวดอย่างแน่นอน!
นี่มันลัทธิชั่วร้ายรูปแบบใหม่ชัดๆ!
แม้แต่คนที่เป็นสมาชิกของลัทธิคืนชีพอย่างคนไร้หน้า ยังแทบจะอดรนทนไม่ไหวจนอยากจะตะโกนด่าออกมาดังๆ แต่เขาก็กลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
วิธีแก้ทางของสายประหลาดนี้ก็ง่ายแสนง่าย คอร์หลัก หรือหอสั่งการของฝ่ายตรงข้ามนั้นชัดเจนเกินไป และที่สำคัญที่สุดคือ การสะท้อนความเจ็บปวดไม่สามารถส่งผ่านสิ่งอัญเชิญกลับไปยังตัวเจ้านายได้!
ขอแค่คนไร้หน้าไม่เอาตัวจริงเข้าไปซัดกับดันเต้ เขาก็จะอยู่ในสถานะที่ไม่มีวันแพ้! ดังนั้นถ้าใช้สิ่งอัญเชิญรุมถล่มดันเต้และกวีผู้เสื่อมสลาย อย่างมากเขาก็แค่เสียสิ่งอัญเชิญไปสักสองสามตัว แต่เขาก็จะสามารถเด็ดหัวดันเต้กับกวีผู้เสื่อมสลายได้อย่างแน่นอน! และเมื่อดันเต้ตาย โคนีเลียที่ขาดโบนัสจากกวีผู้เสื่อมสลายไปก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป
“ข้าอยากรู้นักว่าพวกแกจะทนได้สักแค่ไหน”
คนไร้หน้าหยิบการ์ดอัญเชิญอีกสองใบที่เดิมทีเอาไว้ป้องกันตัวในระยะประชิดออกมา แล้วสั่งให้พวกมันอ้อมโคนีเลียไปเล่นงานดันเต้โดยตรง ถึงแม้ตอนนี้สิ่งอัญเชิญทั้งหมดจะขยาดกับค้อนของโคนีเลีย และโคนีเลียก็พยายามจะขวางพวกมันไว้ทั้งหมด แต่การจะรับมือกับสัตว์อสูรสี่ตัวพร้อมกันมันก็หนักหนาเกินไป
เรื่องนี้ทำให้ดันเต้ขมวดคิ้วแน่น เขาพากวีผู้เสื่อมสลายถอยร่นไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว แล้วมุ่งหน้าไปยังอีกฟากของระเบียงทางเดิน จุดอ่อนของเขาและกวีผู้เสื่อมสลายคือร่างกายที่เปราะบางเกินไป ถ้าได้รับดาเมจเพียงนิดเดียวก็อาจจะร่วงไปได้เลย และเพื่อที่จะคุ้มกันดันเต้ โคนีเลียจึงต้องฝืนต้านสิ่งอัญเชิญเหล่านั้นไว้จนเริ่มจะรับมือไม่ไหวจากการถูกรุมโจมตี
“ไม่ไหวแล้ว ต้องเสี่ยงแล้ว!”
เมื่อเธอมองเห็นว่าแนวรบกำลังจะพังทลายแล้ว จึงได้ตะโกนบอกดันเต้
ในความคิดของเธอคือเตรียมจะเดิมพันทุกอย่าง เลิกสนใจพวกสัตว์อัญเชิญที่พุ่งเข้ามา แล้วบุกเข้าไปโจมตีตัวจริงของคนไร้หน้าเพื่อทุบให้มันสลบไปซะเลย