- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 034 ไม่เคยขาดทุน
034 ไม่เคยขาดทุน
034 ไม่เคยขาดทุน
“นายกำลังกลัวอยู่เหรอ?”
โอลีฟเอ่ยถามด้วยความสงสัยขณะที่สัมผัสได้ถึงร่างกายของดันเต้ที่เริ่มสั่นเทา ท่าทางที่ดูแปลกประหลาดของเขาทำให้เธอนอกจากจะระแวดระวังขึ้นแล้ว เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมานิดๆ เธอค่อยๆ ใช้นิ้วชี้เชยคางของดันเต้ขึ้นมา พลางคิดว่าจะจัดการกับอินคิวบัสตัวน้อยที่หาได้ยากตนนี้ยังไงดี
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เธอก็ต้องสบสายตากับดันเต้อีกครั้ง ชั่วพริบตาหนึ่ง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจ้องมองลงไปในหุบเหวที่ลึกสุดลูกหูลูกตาภายใต้ชั้นน้ำแข็ง สายตาของดันเต้เย็นยะเยือกจนทำให้เธอรู้สึกขนหัวลุกซู่ไปถึงขั้วหัวใจ
“ฮ่าๆๆๆๆ”
เมื่อเห็นท่าทางตกใจของโอลีฟ ดันเต้ก็หัวเราะลั่นออกมาทันที ราวกับว่าเขาตั้งใจแกล้งเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“แกขำอะไร?”
ใบหน้าของโอลีฟยังคงมีความประหลาดใจหลงเหลืออยู่
“ผมขำที่คุณดูน่ารักมากเลยน่ะสิ ที่แท้คุณก็หวาดระแวงผมเหมือนกันนะเนี่ย มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นจนหยุดไม่ได้เลยล่ะ”
ดันเต้ค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาแล้วกำหมัดแน่น
“นี่คุณกำลังสงสัยว่าผมเป็นผู้ตรวจสอบ ที่เบื้องบนส่งมางั้นเหรอ?”
แววตาของดันเต้ดูเย็นชาและแฝงไปด้วยอันตราย เสียงหัวเราะของเขานั้นดูรื่นรมย์อย่างบอกไม่ถูก
“หรือว่าไม่ใช่ล่ะ?”
โอลีฟขมวดคิ้ว เธอเริ่มจะวิเคราะห์ไม่ออกแล้วว่าดันเต้มาไม้ไหนกันแน่
ดันเต้ไม่ได้สนใจหางแมงป่องเลยสักนิด เขาเดินเข้าใกล้โอลีฟไปอีกหนึ่งก้าวและจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ หากเมื่อครู่โอลีฟไม่หดหางแมงป่องกลับไปตามสัญชาตญาณ ดันเต้คงโดนมันแทงทะลุพุงไปแล้ว
“ถ้าผมเป็นผู้ตรวจสอบจริงๆ ผมคงไม่มานั่งพล่ามกับคุณยาวขนาดนี้หรอก ผมมีวิธีตั้งเยอะแยะที่จะล่อให้คุณทำผิดเงื่อนไข แล้วค่อยจัดการคุณซะ”
ดันเต้กล่าวพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
“ตอนนี้คุณมีสองทางเลือก หนึ่งคือมองผมเป็นศัตรูแล้วไปนั่งประลองปัญญาคอยระแวงลมฟ้าอากาศเอาเอง หรือสองคือลองฟังข้อเสนอของผมดู ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้เจอความสุขที่เหนือยิ่งกว่าขีดจำกัดอย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยก็ได้นะ”
แม้เขาจะไม่ได้ยกยิ้มกว้าง แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและความเย้ยหยันที่ปนเปกันจนดูซับซ้อน
ไม่รู้ทำไม พอโอลีฟเห็นท่าทางของปีศาจตัวน้อยตนนี้ หัวใจของเธอก็เริ่มรู้สึกคันยุบยิบขึ้นมา ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว เจ้าปีศาจตัวน้อยตนนี้คอยปั่นหัวและกระตุกสายใยในใจของเธออยู่ตลอดเวลา แถมตอนนี้เธอยังติดใจคำว่า ความสุขที่เหนือยิ่งกว่าขีดจำกัด ที่ดันเต้พูดถึงสุดๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ ถ้าเขาไม่ใช่คนที่ผู้อำนวยการ หรือเบื้องบนส่งมาจริงๆ ก็คงจะดีไม่น้อย
“ในใจของคุณกำลังหวังให้ผมพิสูจน์ตัวตนอยู่ใช่ไหมล่ะ?”
ดันเต้กระซิบที่ข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยการยั่วยวน จนทำให้โอลีฟถึงกับชะงักไป
“แต่นายก็พิสูจน์ให้ชัดเจนไม่ได้หรอก เพราะงั้นไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางเชื่อใจนายอย่างแน่นอน”
โอลีฟตอบกลับ พวกปีศาจที่เบื้องบนส่งมาตรวจสอบน่ะไม่มีใครธรรมดาสักคน ต่อให้จะมีสิ่งล่อใจใหญ่แค่ไหนเธอก็จะไม่มีทางหลงระเริงไปกับมันง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าอินคิวบัสน่ะขึ้นชื่อเรื่องการปั่นหัวคนและเต็มไปด้วยคำโกหกอยู่แล้ว เธอไม่เชื่อว่าดันเต้จะมีวิธีไหนมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจได้เลย
“อืม...ถ้าเกิดผมสามารถพิสูจน์ได้ว่าผมไม่มีพิษมีภัยกับคุณจริงๆ คุณจะยอมเล่นเกมที่ทั้งตื่นเต้นและเร้าใจกับผมสักตาไหมล่ะ?”
น้ำเสียงของดันเต้นั้นเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่ในอากาศ และดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่เล็กน้อย
“หึๆ ฉันรับปากแล้วจะทำไม? นายก็ลองพิสูจน์ให้ดูสิ ถ้านายไร้พิษภัยจริงๆ ต่อให้ไม่ขอ ฉันก็อยากจะเล่นกับนายใจจะขาดอยู่แล้ว”
โอลีฟหรี่ตาลง แม้จะไม่ได้ปฏิเสธ แต่เธอก็ยังคงจ้องมองดันเต้ด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา
“มันจะมีความเป็นไปได้แบบนี้ไม่นะว่า...จริงๆ แล้วผมน่ะไม่ใช่ปีศาจ?”
ดันเต้ถามพลางกดติดตั้งการ์ดอุปกรณ์ตุ๊กตาต้องสาป เข้าไปในช่องใส่การ์ด เขาเอื้อมมือไปเชยคางโอลีฟขึ้นมา แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ ง้างริมฝีปากเล็กๆ ของเธอออก แล้วออกแรงกดนิ้วลงบนคมเขี้ยวของเธอจนเลือดไหล ทันใดนั้น เลือดที่ทั้งหวานและคาวก็ไหลเข้าปากของโอลีฟ ในขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านมาจากที่ไหนสักแห่งก็ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปหมด
“นี่มัน...รสชาติของมนุษย์?”
เธอถามออกมาอย่างอึ้งๆ แม้การปลอมตัวของดันเต้จะแนบเนียนแค่ไหน แต่รสชาติของเลือดน่ะหลอกกันไม่ได้ โอลีฟรู้จักรสชาตินี้ดีเกินกว่าใครๆ เธออดไม่ได้ที่จะจ้องมองดันเต้อีกครั้งราวกับได้ค้นพบสมบัติอันล้ำค่า
ชั่วขณะนั้นเธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นแรงจนระเบิด เลือดในกายเดือดพล่านไปหมด ช่างเป็นไอ้หนุ่มที่สมบูรณ์แบบและบ้าคลั่งอะไรขนาดนี้! เขามีทั้งกลิ่นอายที่อันตรายและคุณลักษณะของอินคิวบัส แต่กลับเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอและแทบจะสร้างอันตรายให้เธอไม่ได้เลย ที่สำคัญที่สุดคือ ความสามารถประหลาดนั่นที่ส่งต่อความเจ็บปวดมาให้เธอได้! แค่ความสามารถนี้เพียงอย่างเดียว เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเก็บมนุษย์คนนี้ไว้ข้างกายตลอดไป ในฐานะของเล่นที่เจ๋งที่สุดในโลก
[เป้าหมายภารกิจ 3: จำนวนผู้ปลอมตัวที่ถูกจับได้ว่าตนเองเป็นมนุษย์ต้องไม่เกิน 3 คน, สถานะปัจจุบัน ปลอมตัวสมบูรณ์ 4/6]
“ถูกต้องแล้ว ผมไม่ใช่ปีศาจที่ไหนหรอก ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่เต็มไปด้วยความหวังดีต่อพวกปีศาจน่ะ ผมอยากรู้จักพวกปีศาจให้มากขึ้น อยากทำเรื่องสนุกๆ กับปีศาจระดับสูงที่เปี่ยมเสน่ห์อย่างคุณ ถึงแม้ว่าผมอาจจะเกือบตาย...แต่ยิ่งเสี่ยงเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหยุดไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?”
ดันเต้มองไปที่หน้าต่างแจ้งเตือนภารกิจแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ฮ่าๆๆๆ นายนี่มันคนบ้าที่น่าสนใจจริงๆ! แต่ฉันชอบ!”
โอลีฟหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ในแววตาของเธอเต็มไปด้วยความเร่าร้อน
“ทีนี้ คุณสนใจจะเล่นเกมกับผมหรือยังล่ะ? ผมรับรองว่าความรู้สึกของคุณจะรุนแรงกว่าเมื่อกี้เป็นร้อยเป็นพันเท่าเลย”
ดันเต้กล่าว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ เริ่มจากการตรึงปีศาจที่คาดเดายากอย่างโอลีฟให้อยู่หมัด จากนั้นค่อยๆ สลายความระแวง แล้วล่อลวงเธอ จนในที่สุดเธอก็เริ่มติดกับเข้าให้แล้ว
“ฉันชักจะถูกใจนายมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ เอาสิ จะเล่นอะไรก็ว่ามา”
แม้โอลีฟจะไม่ชอบทำตามกฎเกณฑ์นัก แต่คำพูดของดันเต้กลับแฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่เธอปฏิเสธไม่ลง เธอเริ่มจะรู้สึกคาดหวังขึ้นมาลึกๆ แล้ว
“รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวผมจะปิดตาคุณเอาไว้ก่อน คุณจะเดาไม่ได้และมองไม่เห็นว่าผมกำลังจะทำอะไรอยู่ มีโอกาสครึ่งหนึ่งที่ผมจะทำให้คุณรู้สึกถึงความเจ็บปวดถึงขีดสุดเหมือนเมื่อกี้ และอีกครึ่งหนึ่งคือความสุขล้นพ้นจนเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ไปเลย”
ดันเต้แสยะยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด
“ว่าไง? อยากลองไหม?”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของดันเต้ โอลีฟก็เริ่มหายใจติดขัด ดูท่าทางจะรอแทบไม่ไหวแล้ว เธอโหยหาความตื่นเต้นที่มาพร้อมกับความคาดหวังและความกดดันแบบนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบไหนตามที่ดันเต้กล่าวไว้ สำหรับเธอแล้วมันคือความหฤหรรษ์ขั้นสุดทั้งนั้น แถมเธอยังไม่ต้องกังวลว่ามนุษย์ที่อ่อนแออย่างดันเต้จะฆ่าเธอได้อีกด้วย คิดได้ดังนั้น เธอก็เดินไปที่ตู้ใบหนึ่ง รื้อหาผ้าพันแผลที่เปื้อนเลือดออกมาม้วนหนึ่งแล้วส่งให้ดันเต้
“เร็วๆ เข้าสิ”
“ไม่มีปัญหา ผมจะทำให้คุณพอใจแน่นอน”
ดันเต้กดไหล่เธอเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็ใช้ผ้าพันแผลพันรอบดวงตาของโอลีฟไว้ทีละรอบจนมิด ผ่านไปครู่หนึ่ง โอลีฟสัมผัสได้ว่าดันเต้เอาหน้าผากมาชนกับหน้าผากของเธอ แต่โลกในสายตาของเธอนั้นมืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย เธอได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัว เธอกำลังตั้งตารอความสุขและความตื่นเต้นที่คาดเดาไม่ได้ซึ่งดันเต้กำลังจะมอบให้
ดันเต้หยิบการ์ดออกมาสองใบอย่างเงียบๆ
ในที่สุดละครฉากนี้ก็จบลงเสียที เพื่อที่จะหลอกให้โอลีฟยอมเปิดช่องว่างให้เขาเข้าประชิดตัวได้แบบนี้ เขาต้องสร้างตัวตนที่จะดึงดูดโอลีฟขึ้นมา และแสดงจนตัวเองยังรู้สึกขนลุก แต่ว่านะ...หึๆๆ โอลีฟน่ะเสร็จเขาแล้ว
การ์ดสองใบในมือดันเต้ ใบหนึ่งคือกวีผู้เสื่อมสลาย และอีกใบคือการ์ดเวทมนตร์ใบสุดท้ายที่เขาพกมาในโลกเงาครั้งนี้แต่ยังไม่เคยใช้เลย นั่นคือ จิตปะทะ ในวินาทีที่เขาเรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมา เขาก็เปิดใช้งานการ์ดเวทมนตร์ใบนี้ทันที
[จิตปะทะ]
[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]
[ระดับ: 1]
[เอฟเฟกต์: จะมีผลเมื่อทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างกันน้อยกว่า 1 เมตร และยิ่งระยะห่างน้อยเท่าไหร่ เอฟเฟกต์ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น โดยผลของการ์ดนี้จะทำให้เกิดการปะทะกันของพลังจิตระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายที่มีพลังจิตสูงกว่าจะสร้างการโจมตีทางจิตที่ส่งผลให้เกิดอาการมึนงงอย่างรุนแรงต่อฝ่ายที่อ่อนแอกว่า]
[หมายเหตุ: วัดดวง! วัดดวง! แล้วก็วัดดวง!]
เดิมทีแล้วการ์ดเวทมนตร์ใบนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายที่รุนแรงอะไรมากนัก การปะทะทางจิตในตอนท้ายนอกจากจะทำให้ผู้แพ้รู้สึกปวดหัวสุดๆ แล้ว ก็ไม่ได้ทำลายสมองแต่อย่างใด เอฟเฟกต์หลักของมันคืออาการมึนงง แน่นอนว่า นั่นคือในกรณีที่ความรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในระดับปกติ แต่ถ้าอยู่ภายใต้ความเจ็บปวด 60 เท่า การโจมตีทางจิตนี้จะสร้างความเสียหายได้มากแค่ไหน แม้แต่ดันเต้เองก็ยังไม่เคยลองกับใครมาก่อนเลย...แต่ในวันนี้ ดันเต้กำลังจะได้คำตอบที่เขาเฝ้ารอมานานแล้ว