เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

030 การแสดงรอบปฐมทัศน์

030 การแสดงรอบปฐมทัศน์

030 การแสดงรอบปฐมทัศน์


ยังไม่ทันที่อาจารย์สอนดนตรีจะกล่าวบทนำจบ ดันเต้ก็เดินอาดๆ ไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเวทีแบบไม่สนใคร เขานั่งเท้าคางพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางราวกับเป็นกรรมการผู้ทรงเกียรติที่มาตัดสินผลงาน แต่สิ่งที่ทำให้เหล่านักเรียนปีศาจในคณะประสานเสียงปีศาจรู้สึกจี๊ดที่สุดก็คือความยโสโอหังของเขา เพราะพี่แกดันหันเก้าอี้กลับด้านแล้วนั่งหันหลังให้พวกเขาทั้งคณะเสียอย่างนั้น!

อาจารย์สอนดนตรี ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพึมพำออกมาว่า

“งั้นก็เริ่มกันเลยแล้วกัน”

ในเมื่อนักเรียนคนนี้ทำตัวจองหอง ถึงขนาดที่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาอธิบายกฎ เขาก็ไม่จำเป็นต้องแนะนำอะไรให้เสียเวลา ในใจของเขาคิดเพียงว่าถ้าเจ้าเด็กนี่ไปกระตุ้นเงื่อนไขการสังหารเข้าเมื่อไหร่ เขาก็แค่จัดการตามกฎให้จบๆ ไปเท่านั้น

อาจารย์สอนดนตรีแสยะยิ้มเย็นชาพลางหันไปทางคณะประสานเสียงแล้วเริ่มบรรเลงเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ตรงหน้า เจ้าเครื่องนี้ดูเผินๆ แล้วเหมือนกับเปียโน และเสียงของมันก็ใกล้กันอย่างเคียงมาก ดันเต้เลยเหมาเอาเองว่ามันคือเปียโน ถึงโทนเสียงจะดูแปลกๆ ไปสักนิด แต่สำหรับดันเต้แล้ว เรื่องเสียงน่ะไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอก เขาสนใจแค่โครงสร้างของมันมากกว่า...เพราะมันดูเหมาะมากที่จะเอาไปดัดแปลงเป็นเตาบาร์บีคิวตั้งไว้ข้างสระว่ายน้ำในห้องผู้อำนวยการ

ท่ามกลางเสียงบรรเลง คณะประสานเสียงปีศาจก็เริ่มขับร้องออกมาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง บทเพลงที่พวกเขาร้องนั้นมีท่วงทำนองที่ดูวุ่นวายแต่กลับน่าหลงใหลอย่างประหลาด มันเหมือนกับเสียงกระซิบของผู้ที่ตกลงสู่บาป ดั่งเสียงทอดถอนใจของผู้พิพากษา มันแฝงไปด้วยท่วงทำนองที่ยากจะบรรยาย ที่พยายามจะดึงดูดให้คนฟังจมดิ่งลงและหลงใหลจนสูญเสียตัวตนอยู่ในนั้น

เวลาผ่านไปไม่ถึง 5 นาที การร้องรอบแรกก็จบลง แต่ดันเต้กลับนั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่แม้แต่จะคิดที่จะปรบมือให้ เขากลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผิดหวังว่า

“น่าเสียดายจัง ผมคงหมุนเก้าอี้ตัวนี้กลับไปหาพวกคุณไม่ได้จริงๆ (ไม่กดปุ่มให้ผ่าน)

ดันเต้ถอนหายใจพลางลุกขึ้นยืนแล้วพูดต่อว่า

“เพลงน่ะเขาต้องร้องแบบนี้ ผมจะสอนให้ดูแค่ครั้งเดียวนะ ตั้งใจฟังให้ดีล่ะ”

คำพูดนั้นทำเอาอาจารย์และเหล่านักเรียนปีศาจโกรธจนหน้าสั่น พวกเขาไม่เคยเจอใครที่กล้าทำท่าวางอำนาจและจองหองขนาดนี้มาก่อนเลย! แค่นั่งหันหลังให้ก็นับว่าหยามกันมากพอแล้ว แต่นี่ถึงขั้นบอกว่าไม่คู่ควรให้เขาหันกลับไปหา แถมยังจะมาสอนพวกเขาร้องเพลงอีก? นี่มันวิธีการดูหมิ่นรูปแบบไหนกัน?!

“หึๆ”

นักเรียนปีศาจหลายคนเริ่มแสดงสีหน้าดุร้าย บางคนถึงกับหัวเราะเยาะออกมา เพราะในสายตาของพวกเขา ดันเต้ก็ไม่ต่างอะไรจากศพไปแล้ว พวกเขาเตรียมจะทำให้ดันเต้ได้รู้จักกับความสิ้นหวังที่แท้จริงก่อนจะถูกฆ่าอย่างทารุณ แม้แต่อาจารย์สอนดนตรีก็ยังแสยะยิ้มอย่างดูแคลน เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในห้องนี้ไม่ใช่เงื่อนไขการสังหารของระบบ แต่เป็นเหล่านักเรียนปีศาจที่มีจิตใจบิดเบี้ยวพวกนี้ต่างหาก ที่จะคอยสรรหาวิธีมากลั่นแกล้งนักเรียนใหม่ให้ถึงตาย

“พร้อมกันหรือยัง?”

อาจารย์สอนดนตรีถามเมื่อเห็นดันเต้เดินขึ้นไปยืนในตำแหน่งของคณะประสานเสียง

“พร้อมแล้ว!”

ดันเต้ตะโกนตอบไปพร้อมๆ กับพวกนักเรียนปีศาจ

อาจารย์สอนดนตรีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มจรดนิ้วลงบนแป้นเปียโน เสียงเปียโนที่หนักหน่วงเริ่มไหลเวียนไปในอากาศราวกับเม็ดฝนที่ร่วงหล่นสะท้อนไปทั่วเวที และในจังหวะที่ดนตรีกำลังจะเข้าสู่ช่วงไคลแมกซ์ และคณะประสานเสียงกำลังจะอ้าปากร้องนั่นเอง...

“Never gonna give you up, Never gonna let you down~” (We were no strangers to love~)

เสียงร้องของดันเต้ดังสนั่น จนอาจารย์สอนดนตรีมือสั่นเกือบจะกดโน้ตผิด นักเรียนปีศาจทุกคนถึงกับหยุดชะงักและอ้าปากค้างมองเขาเป็นตาเดียว ไม่ใช่แค่เสียงเปียโนเท่านั้น แม้แต่เสียงของคณะประสานเสียงทั้งวงก็ยังถูกเสียงของดันเต้กลบจนมิด!

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะดันเต้ได้แอบควบคุมระบบห้องกระจายเสียงของโรงเรียนเอาไว้แล้วนั่นเอง! เขาเร่งระดับเสียงลำโพงใน ห้องเรียนดนตรีจนดังสุดขีด และใช้แหวนเวทมนตร์ในมือแทนไมโครโฟนเพื่อแผดเสียงร้องเพลงที่เขาอยากร้องออกมา!

“มองอะไรกัน? พวกนายร้องผิดกันหมดเลยนะ!”

ดันเต้ตะโกนใส่

“???”

เหล่านักเรียนปีศาจทำหน้าเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย พวกเขาไม่เข้าใจว่าเจ้าหมอนี่รู้กฎได้ยังไง และที่สำคัญที่สุด...ทำไมมันถึงควบคุมระบบกระจายเสียงของโรงเรียนได้ล่ะเฮ้ย?! เสียงมันดังจนแก้วหูแทบจะแตกขนาดนี้ ใครจะไปร้องแข่งกับมันได้เล่า!

อาจารย์สอนดนตรีหยุดเล่นเปียโน ใบหน้าของเขาดำคล้ำเหมือนก้นหม้อพลางจ้องไปทางคณะประสานเสียง

“พวกเธอทั้ง 20 คน...ร้องผิดหมดเลย”

แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่อาจารย์ก็ต้องประกาศออกมาตามนั้น เพราะกฎของที่นี่คือถ้าคณะประสานเสียงถูกนักเรียนคนอื่นเอาชนะได้ อาจารย์ก็ต้องยอมรับตามระเบียบ หากเขาขัดขืน แล้วผู้อำนวยการมาพบเข้า คนที่จะตายก็คือตัวของอาจารย์เอง นักเรียนปีศาจเริ่มมองดันเต้ด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้แล้วว่าสถานการณ์กำลังแย่สุดๆ

“เอ้า...เริ่มใหม่”

อาจารย์บอกปัดด้วยความเหนื่อยหน่าย หลังจากปล่อยให้เตรียมตัวสั้นๆ เสียงเปียโนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พวกนักเรียนปีศาจพยายามจะชิงร้องก่อนเพื่อให้ดันเต้จังหวะเสีย

แต่ดันเต้อ่านเกมขาด เขาชิงร้องตัดหน้าออกมาด้วยเสียงอันไพเราะว่า

“เปลี่ยนไปแล้ววววว~~”

เขาร้องด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขและหลับตาพริ้มราวกับดื่มด่ำกับบทเพลง แน่นอนว่าทั้งห้องเรียนดนตรีก็ยังคงมีแค่เสียงของเขาคนเดียวเท่านั้นที่ดังกระหึ่ม

“พวกเธอทั้ง 20 คน ผิดครั้งที่สองแล้วนะ”

อาจารย์สอนดนตรีผู้รักตัวกลัวตายประกาศผลออกมาอย่างเลือดเย็นเป็นครั้งที่สอง เหล่านักเรียนปีศาจหน้าถอดสีทันที ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาต้องตายกันยกวงแน่ๆ! พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้ตายอย่างเดียวเท่านั้น

“ตายซะเถอะ!”

นักเรียนปีศาจคนหนึ่งฟิวส์ขาด พุ่งเข้าใส่ดันเต้หวังจะจัดการดันเต้ให้สิ้นซาก

แต่ดันเต้เพียงแค่ล้วงกระเป๋าแล้วยิ้มเยาะ ก่อนจะเปิดใช้งานการ์ดแทรกแซงจิตใจ

ทันใดนั้น ทิศทางการเคลื่อนที่ของนักเรียนปีศาจคนนั้นก็บิดเบี้ยวไปอย่างแรง เขากลับเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เพื่อนนักเรียนปีศาจที่ยืนอยู่ข้างๆ แทนจนอีกฝ่ายล้มคว่ำลงกับพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว

“อาจารย์ครับ! เขาทำร้ายเพื่อนนักเรียนครับ!”

ดันเต้ยกมือขึ้นฟ้องทันควันด้วยท่าทางของนักเรียนดีเด่นที่รักความยุติธรรมเป็นที่สุด

“???”

นักเรียนปีศาจคนที่ลงมือถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เขามองมือของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา ทั้งที่เขาตั้งใจจะฆ่าดันเต้แท้ๆ แต่ทำไมร่างกายของเขา มันถึงไม่รักดีแบบนี้!

ไม่รอให้เขาได้หาคำตอบ อาจารย์สอนดนตรีก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมา แล้วพุ่งตัวเป็นเงาสีดำวูบผ่านไป เขาคว้าคอของนักเรียนที่ละเมิดกฎคนนั้นแล้วบิดจนหักดัง กร๊อบ อย่างโหดเหี้ยม จากนั้นอาจารย์ก็เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้เปียโนด้วยสีหน้าเรียบเฉย เตรียมจะเริ่มการบรรเลงครั้งที่สาม

“หึๆ เหล่านักเรียนทั้งหลาย สันติภาพคือสิ่งล้ำค่านะ”

ดันเต้กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มีความหมายแฝง ใบหน้าที่ดูถูกกึ่งเยาะเย้ยของเขาราวกับจะบอกว่า ถ้าพวกแกกล้าลงมืออีก พวกแกนั่นแหละที่จะตายเร็วขึ้น

จบบทที่ 030 การแสดงรอบปฐมทัศน์

คัดลอกลิงก์แล้ว