- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 028 ประกาศหยุดเรียนทั้งโรงเรียน
028 ประกาศหยุดเรียนทั้งโรงเรียน
028 ประกาศหยุดเรียนทั้งโรงเรียน
ดันเต้ก้มมองความคืบหน้าในการสำรวจในตอนนี้อีกครั้ง
[เป้าหมายภารกิจ 1: สำรวจโรงเรียนให้เกิน 50%, สถานะปัจจุบัน 26.4%]
[เวลาคงเหลือ: 6 ชั่วโมง 22 นาที]
ในบรรดาความคืบหน้าทั้งหมดนั้น ประมาณ 7% มาจากฝีมือของเขากับโคนีเลีย ถ้าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ยังคงทำงานกันได้อย่างราบรื่น การจะทำแต้มให้ถึงเป้าหมายก่อนเวลาสักหนึ่งหรือสองชั่วโมงก็น่าจะไม่ใช่ปัญหา
แต่ตอนนี้ บอกตามตรงว่าดันเต้เองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเวลาจะเหลือเฟือขนาดนั้นไหม เพราะพวกเขาต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่า เพื่อนร่วมทีมที่เหลือจะขยันแจกแต้ม ส่งตัวเองไปเกิดใหม่เพิ่มอีกสักคนสองคนหรือเปล่า หากเป็นแบบนั้นต่อไป ปาร์ตี้ริมสระน้ำของพวกเขาคงได้กลายเป็นแค่ฝันค้างแน่ๆ
“เฮ้อ...ลุยงานกันต่อเถอะ หวังว่าจะรวบรวมข้อมูลของห้องบอส มาได้บ้างนะ”
ดันเต้เลยได้แต่ถอนหายใจ ถ้าพวกเขาเลือกที่จะพิชิตโดยเลี่ยงห้องบอส พวกเขาก็จะพลาดแต้มความคืบหน้าก้อนโตไป
ในกรณีนั้น หากต้องการจะทำให้เป้าหมายภารกิจ 1 สำเร็จ พวกเขาจะต้องไล่เก็บห้องเรียนธรรมดาๆ ในจำนวนที่มากกว่าปกติหลายเท่าเพื่อมาทดแทนแต้มที่หายไป แต่ถ้าพวกเขาสามารถถล่มห้องบอสให้ราบคาบได้ ดันเต้กับโคนีเลียก็อาจจะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการไล่เคลียร์ห้องกระจุกกระจิกพวกนั้นอีก
“โลกเงาแนวสำรวจนี่ก็ดูอบอุ่นหัวใจดีอยู่หรอกนะ แต่ไอ้การคาดเดาฝีมือของเพื่อนร่วมทีมแบบสุ่มเนี่ย มันชวนปวดตับจริงๆ”
ดันเต้บ่นอุบ ต่อให้เป็นโลกเงาแนวเนื้อเรื่องหรือแนวเอาชีวิตรอดก็ยังดีกว่านี้หน่อย เพราะฝีมือที่ลุ่มๆ ดอนๆ ของผู้ท้าทายคนอื่น จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาระงานของดันเต้โดยตรงขนาดนี้
“ให้ผมต้องมาทำงานล่วงเวลาแบบนี้ สู้จับคู่ให้ไปเจอกับแนวต่อสู้ยังจะดีเสียกว่า...”
โลกเงาที่ดิบเถื่อนที่สุดก็คือแนวต่อสู้นี่แหละ ไม่ต้องสน PVE (สู้กับมอนสเตอร์) ให้เสียเวลา แค่เน้น PVP (สู้กับคน) ก็พอ กำจัดผู้ท้าทายฝั่งตรงข้ามให้เหี้ยนก็เป็นอันจบเรื่อง
ทว่าโลกเงาประเภทนี้มักจะมีโอกาสปรากฏขึ้นค่อนข้างต่ำ และมีอัตราการตายสูงลิบลิ่ว แถมบางทีอาจจะต้องไปปะทะกับผู้ใช้การ์ดเวทมนตร์จากต่างโลกที่แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อในฐานะคู่ต่อสู้อีกต่างหาก
......
ดันเต้กับโคนีเลียเดินออกมาจากห้องกระจายเสียง พวกเขาลงกลอนปิดตายประตูไว้อย่างแน่นหนา แล้วเตรียมตัวไปทำงานกันต่อ
“ดันเต้ ฟังนั่นสิ เหมือนจะมีเสียงอะไรบางอย่างนะ?”
จู่ๆ โคนีเลียก็จ้องไปที่ทิศทางหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น
“...ไปดูกันหน่อยสิ แต่ก่อนอื่น ปล่อยให้ทั้งโรงเรียนเลิกเรียนก่อนแล้วกัน”
ดันเต้เชื่อมั่นในสัมผัสของโคนีเลียอยู่แล้ว เนื่องจากประสาทการได้ยินและการมองเห็นของเธอนั้นเหนือกว่าดันเต้ไปหลายขุม
ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเวลาเรียน ถ้ามีเสียงความวุ่นวายเกิดขึ้นที่โถงทางเดิน ส่วนใหญ่ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ท้าทายคนอื่นๆ
เหล่านักเรียนปีศาจนั้นไม่มีภารกิจอะไรต้องทำ ถ้าไม่ได้ถูกไล่ออกจากห้องเรียน ปกติพวกเขาก็จะไม่เดินเพ่นพ่านที่ทางเดินในช่วงเวลาเรียนกันหรอก มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีผู้ท้าทายบางคนกำลังหลบหนีหัวหน้าฝ่ายปกครองอยู่ หรือร้ายกว่านั้นคืออาจกำลังโดนหัวหน้าฝ่ายปกครองไล่ล่าจนเกิดเสียงดังขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ล่ะก็ แค่สั่ง ปิดเครื่อง หัวหน้าฝ่ายปกครองไปก่อนก็น่าจะพอแล้ว
......
บนโถงทางเดินอันกว้างขวาง มีผู้ท้าทายคนหนึ่งกำลังถูกหัวหน้าฝ่ายปกครองไล่ฆ่าในสภาพปางตาย เขากระเสือกกระสนใช้ทั้งการ์ดเวทมนตร์สายควบคุม และเหล่าสัตว์อัญเชิญเข้าขัดขวางสุดชีวิต เพื่อยื้อเวลาจากหัวหน้าฝ่ายปกครองไว้ได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น
ก้าวย่างของเขาสั่นคลอน ร่างกายโอนเอนไปมา ดูเหมือนเขาจะตกอยู่ในสภาวะจนตรอกเข้าให้แล้ว เดิมทีเขาทำภารกิจในห้องเรียนล้มเหลว จนไปกระตุ้นเงื่อนไขการสังหารของอาจารย์เข้า แต่โชคดีที่เขายังหนีรอดออกมาจากห้องเรียนได้ ทว่าคราวเคราะห์ของเขายังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะเขาดันมาซวยเจอหัวหน้าฝ่ายปกครองเข้าจังๆ ระหว่างทาง
ในสภาพสะบักสะบอมแบบนี้ ต่อให้หนีเข้าไปในห้องเรียนอื่นได้ เขาก็คงไม่มีปัญญาไปรับมือกับบททดสอบของอาจารย์คนไหนได้อีก และทางรอดเดียวคือเขาต้องหาห้องพยาบาลให้เจอโดยเร็วที่สุด
แม้จะยังไม่สิ้นหวังในการเอาชีวิตรอด แต่ความเร็วของเขาก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ ในขณะที่หัวหน้าฝ่ายปกครองกำจัดสัตว์อัญเชิญของเขาจนหมดสิ้น และพุ่งทะยานเข้ามาประชิดแผ่นหลังในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เขารู้ดีว่าชะตากรรมของตัวเองได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เผชิญหน้ากับหัวหน้าฝ่ายปกครองบนทางเดิน มันก็คือหนทางสู่ความตายดีๆ นี่เอง ไม่ว่าจะหลบหนียังไงก็ไร้ผล สุดท้ายแล้ว เขาก็คงหนีไม่พ้นเงื้อมมือสีเลือดของหัวหน้าฝ่ายปกครองที่จะทะลวงผ่านหน้าอกของเขาไป
ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันจบสิ้นแล้ว
เขาคิดในใจพร้อมกับหลับตาลงเพื่อเตรียมใจรับความตาย
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเพลงแจ้งเตือนเลิกเรียนกลับดังกระหึ่มไปทั่วโรงเรียน!
หัวหน้าฝ่ายปกครอง: “???”
มือของหัวหน้าฝ่ายปกครองชะงักค้างอยู่กลางอากาศ สีหน้าของเขาดูพิกลพิการชอบกล เขารู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง คาบเรียนนี้มันสั้นเกินไปหรือเปล่า? แถมเพลงเลิกเรียนดันมาดังเอาตอนที่เขาเกือบจะปลิดชีพนักเรียนหนีเรียนคนนี้ได้พอดีเป๊ะเนี่ยนะ?
แต่เขาไม่มีทางเลือก ตามกฎแล้ว ตอนนี้คือ เวลาเลิกเรียน เขาไม่สามารถโจมตีนักเรียนได้อีกต่อไป แต่คนที่มึนงงยิ่งกว่าคือผู้ท้าทายคนนั้น
เขาสามารถมองเห็นเวลาในหน้าต่างภารกิจได้นะ! เห็นๆ กันอยู่ว่ายังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนเลย แล้วทำไมเพลงเลิกเรียนถึงดังขึ้นมาได้ล่ะ?! นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องดวงดีแล้ว แต่มันคือปาฏิหาริย์ชัดๆ!
ทันใดนั้นเอง ที่สุดปลายโถงทางเดิน ก็มีเงาร่างสองร่างเดินออกมา ท่าทางการเดินของพวกเขามั่นคงสม่ำเสมอ ไม่รีบร้อน ดูไม่เหมือนกับนักเรียนเลยสักนิด แต่เหมือนกับผู้บริหารที่มาตรวจเยี่ยมงานเสียมากกว่า พวกเขาเดินผ่านหัวหน้าฝ่ายปกครองไปราวกับมองไม่เห็นหัว แล้วตรงดิ่งเข้าไปหาผู้ท้าทายที่บาดเจ็บคนนั้นแทน
“สหาย นายปลอดภัยแล้วนะ!”
ดันเต้เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เขาจำหน้าผู้ท้าทายคนนี้ได้ เพราะเคยเห็นตอนอยู่ในห้องสอบ
เมื่อผู้ท้าทายคนนั้นหันไปมองหัวหน้าฝ่ายปกครองอย่างลังเล เขาก็พบว่าตอนนี้หัวหน้าฝ่ายปกครองยืนนิ่งงันราวกับระบบล่มไปแล้ว เมื่อแน่ใจว่าหัวหน้าฝ่ายปกครองจะไม่เข้ามาโจมตีอีก ผู้ท้าทายคนนั้นก็รีบพยุงร่างที่โซเซวิ่งไปหาดันเต้ทันที
“สภาพของหัวหน้าฝ่ายปกครองที่เป็นแบบนั้น...ฝีมือพวกนายเหรอ?”
ผู้ท้าทายคนนี้จำดันเต้และโคนีเลียได้เช่นกัน ก็เจ้าสองคนนี้นี่แหละที่ถล่มห้องสอบจนราบคาบ
ตอนที่เขาเห็นจำนวน มนุษย์ที่ได้รับการช่วยเหลือ 101/3 ในแถบภารกิจที่ดูประหลาดนั่น คนแรกที่เขานึกถึงก็คือสองคนนี้ สองคนนี้ต้องเป็นผู้ท้าทายระดับสูงที่เชี่ยวชาญมากแน่ๆ! ไม่ว่ายังไง เขาก็รอดตายแล้ว!
“ใครจะรู้ล่ะ?”
ดันเต้แค่ยิ้มตอบ ก่อนจะถามว่า
“นายกำลังจะไปห้องพยาบาลใช่ไหม?”
ผู้ท้าทายพยักหน้าตอบ
“ใช่”
“งั้นไปกันเถอะ”
ดันเต้หยิบขวดยาเล็กๆ ที่ขโมยมาจากห้องพยาบาลออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เขา ก่อนจะช่วยพยุงแขนของผู้ท้าทายคนนั้นไว้
ยานั่นช่วยได้แค่บรรเทาอาการบาดเจ็บเพียงเท่านั้น ยังไงก็ต้องไปทำแผลที่ห้องพยาบาลต่ออยู่ดี ถ้าช่วยคนได้ ดันเต้ก็ยินดีจะยื่นมือเข้าไปช่วยเสมอ ก็นะ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีจิตใจดีนี่นา
“ขอบคุณมากนะ ที่ช่วยผมไว้!”
ผู้ท้าทายกล่าวขอบคุณพร้อมรีบดื่มยาลงไป ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ดูดีขึ้นมาทันตาเห็น
“พวกนายเคยไปห้องพยาบาลมาแล้วเหรอ?”
ผู้ท้าทายถามต่อทันที
ดันเต้ตอบสั้นๆ
“เคยไปมาแล้ว ให้ห้าดาวเลย (บริการดีเยี่ยม)”
ห้องพยาบาลน่ะยังมีทรัพยากรทางการแพทย์ตามปกติอยู่หรอก เพียงแต่ไอ้หมอปีศาจประจำโรงเรียนนั่นมันมีรสนิยมวิปริต ชอบทรมานคนไข้แทนที่จะรักษาดีๆ เท่านั้นเอง แต่ถึงแม้จะผ่านการอาละวาดของบารอนแบเชลมาแล้ว ทรัพยากรที่เหลืออยู่ก็ยังพอให้ใช้งานได้
ทั้งสามคนเดินไปด้วยกันบนโถงทางเดิน
ดันเต้เอ่ยถามผู้ท้าทายคนนั้นว่า
“ทำไมถึงได้เจ็บหนักขนาดนี้ล่ะ?”
“ผมกับคู่หูทำภารกิจล้มเหลวตอนท้าทายห้องเรียนระดับ 4 น่ะ ตอนที่เราต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์เป็นครั้งสุดท้าย คู่หูของผมยอมสละตัวเองเพื่อสร้างโอกาสให้ผมหนีออกมา...แต่เขา...เขาคงจะเสียสละชีวิตอยู่ในห้องเรียนดนตรีไปแล้วล่ะ...ไอ้ห้องเวรนั่น! มันเหมือนขุมนรกชัดๆ!”
สีหน้าของผู้ท้าทายค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยและไม่ยินยอม พร้อมหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย
ดันเต้พยักหน้าเข้าใจ เขาสรุปได้คร่าวๆ แล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้ เป้าหมายภารกิจ 3 ถึงได้แสดงว่า ปลอมตัวสมบูรณ์ 5/6
จริงๆ แล้วการปลอมตัวของพวกเขาทั้งหกคนนั้นถือว่าแนบเนียนมาก ถ้าหากไม่ไปเจอปีศาจที่มีความสามารถพิเศษจริงๆ ก็คงจะถูกจับได้ว่าเป็นมนุษย์ก็ต่อเมื่อกลายเป็นศพไปแล้วเท่านั้น
แต่พอได้ยินผู้ท้าทายพูดถึง ห้องเรียนที่เหมือนขุมนรก ดันเต้ก็เริ่มจะรู้สึกสนใจขึ้นมาตะหงิดๆ โรงเรียนแห่งนี้ยังมีสถานที่ที่คู่ควรกับคำว่า ขุมนรก อยู่อีกเหรอเนี่ย?