เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

025 วางแผนยืมมือ

025 วางแผนยืมมือ

025 วางแผนยืมมือ


โคนีเลียและดันเต้ไม่ได้รีบไปไหนต่อทันทีหลังจากที่ออกมาจากห้องพยาบาล แม้ว่าพวกเขาจะเก็บค่าความคืบหน้าในการสำรวจของห้องพยาบาลมาได้สำเร็จแล้วก็ตาม แต่เมื่อโคนีเลียเห็นสีหน้าของดันเต้ เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าเขากำลังวางแผนการใหญ่อยู่แน่ๆ

ดันเต้เอาหูแนบประตูห้องพยาบาลเพื่อแอบฟังความเคลื่อนไหวข้างใน แถมยังพยายามมองลอดช่องว่างประตูเพื่อสังเกตการณ์เป็นระยะๆ โดยมีโคนีเลียคอยยืนคุมเชิงระวังหลังให้

จี๊ด! จี๊ด!

ดันเต้ได้ยินเสียงเลื่อยโลหะเสียดสีกันดังแสบแก้วหูแว่วออกมาจากห้องพยาบาลบ่อยครั้ง ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าหมอปีศาจประจำโรงเรียนกำลังใช้ของมีคมกรีดแทงลงไปบนเนื้อหนังของบารอนแบเชลยังไงยังงั้น

ตอนนี้หมอใหญ่ปีศาจประจำโรงเรียนกำลังดำเนินการดัดแปลงสุดสยองให้กับบารอนแบเชลอยู่ ซึ่งถ้าหากการดัดแปลงนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี บารอนแบเชลอาจจะมีพลังต่อสู้พุ่งสูงขึ้นจนเกือบถึงระดับ 6 เลยก็ว่าได้

เสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดอย่างทรมานของบารอนแบเชล และเสียงหวีดหวิวของเลื่อยโลหะที่กำลังตัดผ่านเกล็ดหนา ดังประสานสลับกันขึ้นมาเป็นระยะ ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงคร่ำครวญของบารอนแบเชลก็ยิ่งโหยหวนหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงคำรามที่ฟังดูน่าเวทนาแทน

“อ๊ากกกกก!! ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!”

ในที่สุดบารอนแบเชลก็เริ่มได้สติคืนมาระหว่างการผ่าตัดดัดแปลงของหมอปีศาจประจำโรงเรียน แม้ว่าตอนนี้สมองของแบเชลจะยังคงสับสนวุ่นวายไปหมด แต่ความเจ็บปวดจากการถูกเฉือนเนื้อเถือกระดูกก็ค่อยๆ กระชากสติของเขากลับมาจนได้ และเขาก็พบว่าในตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องคหกรรม แต่กลับถูกพามายังสถานที่ที่แม้แต่เหล่าอาจารย์ด้วยกันเองยังรู้สึกหวาดกลัวสุดขีด

“หึๆ แบเชล อดทนอีกนิดนะ เจ้ากำลังจะกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่ข้าภูมิใจที่สุดเลยล่ะ”

หมอปีศาจประจำโรงเรียนพูดออกมา พลางเย็บชิ้นส่วนสัตว์อสูร และชิ้นส่วนโลหะเข้ากับตัวของแบเชลไปพลาง ทั้งยังจงใจใช้วิธีที่รุนแรงกระตุ้นบาดแผลของเขาด้วย นี่คือรสนิยมสุดวิปริตของหมอปีศาจคนนี้ เขาไม่เพียงแต่ไม่ชอบใช้ยาสลบกับคนไข้ แต่ยังพยายามทำให้คนไข้ตื่นตัวมีสติอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!!!”

บารอนแบเชลผู้แสนสง่างามอย่างเขา ย่อมไม่อาจยอมรับสภาพที่ตัวเองต้องกลายเป็นหนูทดลองรูปร่างสยดสยองของหมอประจำโรงเรียนได้ ถึงแม้ว่าสมองของเขาในตอนนี้จะสับสนปนเปไปหมด แต่สิ่งเดียวที่เขารู้สึกได้ชัดเจนที่สุดก็คือความกลัวที่อัดแน่นอยู่ในอกจนแทบจะทำให้เขาหายใจไม่ออก

เขากำลังจมดิ่งอยู่ในฝันร้ายที่ไม่อาจหลบหนีได้ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยเผชิญกับความเจ็บปวดที่เหนือกว่าตอนนี้ไปไกลมากนัก และความสยองขวัญที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดนั้น ต่างก็ชี้ไปยัง ตัวตน หนึ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าผู้อำนวยการเสียอีก ทว่าเขากลับนึกหน้าตาของตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวนั้นไม่ออก ราวกับว่าสมองของเขามีระบบป้องกันตัวเองที่คอยขัดขวางไม่ให้เขาหวนนึกถึงมัน

บารอนแบเชลอ้อนวอนขอความเมตตาจากหมอปีศาจประจำโรงเรียนอย่างสิ้นหวังว่า

“ขอร้องล่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ! เจ้าเองก็ถูกเล็งไว้เหมือนกัน! ตอนนี้หนียังหนีได้ทันนะ!!”

“หึๆ แบเชล อย่าพูดจาเพ้อเจ้อหน่อยเลย ข้าก็แค่รักษาคนไข้ที่มาห้องพยาบาลตามกฎของโรงเรียนเท่านั้น เจ้าจะมาโทษข้าไม่ได้หรอก”

หมอปีศาจประจำโรงเรียนไม่สนใจคำพูดของแบเชลเลยสักนิด เขายังคงจดจ่ออยู่กับการดัดแปลงร่างกายตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง

“เจ้ากำลังทำผิดกฎ!! ข้าจะมาที่นี่ด้วยตัวเองได้ยังไงกัน!”

แบเชลดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก จึงแผดเสียงร้องอย่างตื่นตระหนก

“ก็มีนักเรียนคู่หนึ่งส่งตัวเจ้ามาให้ข้ายังไงล่ะ...”

หมอปีศาจประจำโรงเรียนแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“นักเรียนคู่หนึ่ง...อ๊ากกกกกกก!!!”

ดูเหมือนว่าแบเชลเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ความทรงจำนั้นเริ่มชัดเจนขึ้นมาอีกนิด เขาจึงโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวดทรมานสุดขีด

แต่เสียงนั้นกลับทำให้หมอปีศาจประจำโรงเรียนรู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง เขาพอใจกับสภาพของบารอนแบเชลในตอนนี้มาก มือที่ถือมีดผ่าตัดจึงยิ่งลงมือกรีดเฉือนอย่างรวดเร็วขึ้นไปอีก

เวลาผ่านไปประมาณหลายสิบนาที เสียงกรีดร้องของบารอนแบเชลในห้องพยาบาลก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุด ดันเต้รู้สึกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการรักษาคนเป็นให้กลายเป็นคนตาย จะชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมา หรือจะดัดแปลงจนเละเทะยังไง ตอนนี้การดัดแปลงก็น่าจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว และควรจะได้ข้อสรุปเสียที

“โคนีเลีย จำเส้นทางหนีได้แล้วใช่ไหม”

ดันเต้เอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา

โคนีเลียพยักหน้าอย่างจริงจัง เนื่องจากเมื่อครู่นี้เธอตั้งใจดูแผนที่ที่ดันเต้วาดไว้อยู่ตลอดเวลา

ดันเต้พูดต่อว่า

“ข้างหน้า...ระวังเสียงดัง เตรียมอุดหูไว้ด้วยล่ะ”

โคนีเลียเอามืออุดหู

“อื้ม”

หลังจากนั้น ดันเต้ก็เรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมาที่หน้าประตูห้องพยาบาลทันที

“เจ็บ! มันเจ็บเหลือเกิน!”

หมอกสีดำแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วระเบียงทางเดินในชั่วพริบตา และลามเข้าไปถึงภายในห้องพยาบาลด้วย

“อ๊ากกกกกกก——”

ในเวลาเดียวกัน เสียงกรีดร้องของแบเชลในห้องพยาบาลก็แตกพร่าและแหลมสูงขึ้นจนผิดปกติ แม้แต่หมอปีศาจประจำโรงเรียนก็ยังตกใจ เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้ลงมือทำอะไรที่ทำให้รู้เจ็บหนักขนาดนั้นเลย

“เอ๊ะ? หมอกสีดำนี่มันอะไรกัน?”

หมอปีศาจประจำโรงเรียนมองหมอกสีดำที่พุ่งกระจายอยู่บนพื้นด้วยความประหลาดใจ ตอนนี้เขาพอจะสังเกตเห็นแล้วว่า ความเจ็บปวดที่ผิดปกติของแบเชลน่าจะเกี่ยวข้องกับหมอกสีดำนี้

“เขา! เป็นเขา!!”

ในวินาทีนี้ บารอนแบเชลที่สติหลุดลอยก็ได้หวนนึกถึงความกลัวที่ถูกครอบงำโดยหมอกสีดำนี้ขึ้นมาได้ในที่สุด และเขาก็จำ ปีศาจ ที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกดำคนนั้นได้แล้ว

นั่นคือปีศาจที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา ตัวตนที่เล่นตลกกับเขาเหมือนเป็นของเล่น ทรมานเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนกระทั่งทำลายจิตใจของเขาจนย่อยยับ เมื่อความเจ็บปวดทางกายและความหวาดกลัวในใจพุ่งขึ้นถึงขีดสุดพร้อมๆ กัน แบเชลก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างในสมองแตกกระจายลงบนพื้น

“อ๊ากกกกกก! ฮ่าๆๆๆๆ!!!”

บารอนแบเชลเริ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาทั้งร้องไห้ ทั้งหัวเราะ ราวกับคนเสียสติ

บารอนแบแชลเงยหน้าคำรามลั่น ดวงตาทั้งสองข้างถูกย้อมด้วยเส้นเลือดสีแดงฉาน ร่างกายของเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นพลังที่น่ากลัวยิ่งกว่าช่วงเวลาไหนๆ ก็ปะทุออกมาจากตัวของเขา จนเขาหลุดออกจากพันธนาการของเตียงผ่าตัดได้ในพริบตา จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าจู่โจมหมอปีศาจประจำโรงเรียนทันที จนเกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังออกมาจากห้องพยาบาล และก้องกังวานไปตามทางเดิน

แบเชลเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์ หรือจะบอกว่าเขาเป็นบ้าไปแล้วก็ได้

“แบเชล! ตั้งสติหน่อยสิ! ข้าทำตามกฎนะ! ต่อให้ไปคุยกับผู้อำนวยการข้าก็เป็นฝ่ายถูกอยู่ดี!”

หมอปีศาจประจำโรงเรียนพยายามต้านทานแบเชลที่สูญเสียสติสัมปชัญญะไปแล้ว พร้อมกับตะโกนออกมาอย่างลนลาน แต่แบเชลดูเหมือนจะไม่ฟังคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย เขามุ่งแต่จะทำลายล้างหมอปีศาจประจำโรงเรียนอย่างบ้าคลั่ง

ส่วนดันเต้ที่อยู่หน้าห้องพยาบาลก็ได้เรียกกวีผู้เสื่อมสลายกลับมา แล้วใส่เกียร์หมาโกยแน่บไปพร้อมกับโคนีเลียเรียบร้อยแล้ว

“บารอนแบเชลวิวัฒนาการผิดพลาด สูญเสียแบเชลไปแล้ว!”

ดันเต้เริ่มพูดจาที่โคนีเลียฟังไม่เข้าใจอีกครั้ง แต่โคนีเลียสังเกตเห็นว่าดันเต้ไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อการอาละวาดของบารอนแบเชลเลยสักนิด แถมดูจากท่าทางดีอกดีใจของเขาแล้ว แผนการนี้น่าจะสำเร็จอีกตามเคย

ทั้งคู่ไปแอบซุ่มอยู่ที่หัวมุมระเบียงทางเดินอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้น ก็มีสัตว์ประหลาดร่างยักษ์สูงสามเมตรพุ่งชนประตูห้องพยาบาลออกมา ในตอนนี้บารอนแบเชลไม่มีเค้าโครงความเป็นมนุษย์เหลืออยู่อีกเลย ตามตัวของเขามีบาดแผลอยู่บ้างประปราย และในปากกำลังเคี้ยวกลืนร่างของหมอปีศาจประจำโรงเรียนอยู่

“โฮกกกกก!!!”

เสียงคำรามของแบเชลดังก้องไปทั่วระเบียงทางเดิน มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและมึนงง แต่หลังจากไฟแค้นมอดดับลง สิ่งที่แบเชลรู้สึกได้กลับเป็นความว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก

“หวัดดี!”

ในตอนนั้นเอง มีร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาของบารอนแบเชล ร่างเล็กนั้นยืนโบกไม้โบกมืออยู่ที่สุดปลายทางเดิน พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยมาให้เขา

“ฮี่ๆๆ แน่จริงก็เข้ามาสิ!”

เสียงยียวนกวนประสาทและฟังดูขี้เล่นดังออกมาจากปากของร่างเล็กนั้น

หลังจากที่สายตาของบารอนแบเชลโฟกัสไปที่ร่างเล็กจิ๋วตรงหน้าได้อย่างชัดเจน เขาก็เริ่มสั่นสะท้านไปทั้งตัว เพราะนั่นคือตุ๊กตาตัวเล็กที่สูงแค่ครึ่งเมตร รูปร่างกลมป้อมน่ารัก แต่ใบหน้าของตุ๊กตาตัวนั้น...กลับเป็นดันเต้เวอร์ชันตัวจิ๋วนั่นเอง!

จบบทที่ 025 วางแผนยืมมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว