- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 023 เรียนวิชาลบความจำ
023 เรียนวิชาลบความจำ
023 เรียนวิชาลบความจำ
ในห้องคหกรรม
“รายงานขอรับ! ตะโกนครบหนึ่งร้อยรอบแล้วขอรับ!”
บารอนแบเชลตะโกนรายงานด้วยน้ำเสียงขึงขังสุดพลัง
“ดีมาก ต่อไปก็คายข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ที่นายรู้มาให้หมด”
ดันเต้ที่ยืนกอดอกพิงหน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ด้านนอกพลางเอ่ยขึ้น
เมื่อครู่นี้ ดันเต้เดินสำรวจไปทั่วห้องคหกรรม และเขาก็ได้ค้นพบว่าด้านนอกหน้าต่างนั้นคือเหวที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ดูเหมือนว่าโรงเรียนแห่งนี้จะเป็นเกาะขนาดเล็กที่ลอยอยู่เหนือขุมนรก เห็นทีคงจะหนีออกไปนอกแผนที่ไม่ได้สินะ
“ไม่ทราบว่า...ท่านอยากทราบข้อมูลด้านไหนหรือขอรับ?”
บารอนแบเชลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขากลัวเหลือเกินว่าถ้าพูดเรื่องไร้สาระออกมาเยอะเกินไปจะทำให้ดันเต้โมโหเข้า
ดันเต้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหาโคนีเลียที่กำลังเหยียบแบเชลไว้อยู่ จากนั้นเขาก็ล้วงเอาบัตรผ่านปีศาจสีแดงออกมาจากกระเป๋าของโคนีเลีย แล้วโบกไปมาตรงหน้าแบเชล
“งั้น ไอ้นี่มันเอาไว้ใช้ทำอะไร?”
ดันเต้ถาม
“นั่นคือบัตรผ่านปีศาจขอรับ เป็นของรางวัลที่อาจารย์จะมอบให้แก่นักเรียนดีเด่น ถ้าพกติดตัวไว้ ต่อให้เจอหัวหน้าฝ่ายปกครองในโถงทางเดินช่วงเวลาเรียน ก็สามารถยื่นให้เขาเพื่อละเว้นการโจมตีได้หนึ่งครั้ง และหัวหน้าฝ่ายปกครองจะไม่โจมตีท่านอีกเป็นเวลา 30 นาที”
แบเชลรีบตอบ
“แล้วนายมีบัตรผ่านปีศาจนี่ไหม?”
“ข้ามีอยู่ใบหนึ่งขอรับ”
“อยู่ที่ไหน?”
“ในกระเป๋าเสื้อนอกของข้าขอรับ”
“โอเค เข้าใจแล้ว”
ดันเต้ยังไม่คิดจะปล่อยแบเชลตอนนี้เพื่อให้เขาไปหยิบเอาบัตรผ่านออกมา ถึงแม้บารอนแบเชลจะถูกเขาสยบไว้ได้แล้ว แต่ปีศาจสันดานเสียที่เก่งแต่กับคนอ่อนแอและกลัวคนแข็งแกร่งแบบนี้ยังไว้ใจไม่ได้ 100%
ร่างกายของดันเต้นั้นค่อนข้างบอบบาง ขอเพียงแค่แบเชลมีโอกาสแค่ครั้งเดียว เขาก็สามารถฆ่าดันเต้ได้ในทันที ถึงแม้ว่าในตอนนี้ดันเต้จะสวมมงกุฎแห่งความเจ็บปวดอยู่ แต่เขาก็ยังกลัวเจ็บอยู่ดีนั่นแหละ
ดันเต้เอ่ยต่อว่า
“ต่อไป บอกตำแหน่งของสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างในโรงเรียนนี้มา รวมถึงนิสัยใจคอของอาจารย์ที่สอนวิชาต่างๆ ด้วย”
แบเชลลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“...อาจารย์ท่านอื่น ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้ละเอียดนักหรอกขอรับ เพราะอาจารย์ที่โรงเรียนนี้เปลี่ยนหน้ากันบ่อยมาก”
ดูเหมือนว่าอัตราการเสียชีวิตของอาจารย์ที่โรงเรียนนี้จะสูงลิบลิ่วเลยแฮะ
“งั้นนายรู้ไหมว่าอาจารย์ที่เก่งที่สุดในโรงเรียนนี้คือใคร?”
ดันเต้ถามต่อ
“ไม่ต้องสงสัยเลยขอรับ ว่าคนๆ นั้นคือผู้อำนวยการ แต่ปกติแล้วผู้อำนวยการไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนตลอดหรอกขอรับ เขาจะปรากฏตัวแบบสุ่มๆ เป็นบางช่วงเวลาเท่านั้น ดังนั้นบางทีอาจจะมีอาจารย์ที่โดนกดดันจนมุมแล้วเลือกที่จะฝ่าฝืนกฎโรงเรียนเพื่อเอาตัวรอดก็ได้ แถมผู้อำนวยการจะล่าเฉพาะอาจารย์ที่ทำผิดกฎเท่านั้นด้วยขอรับ”
แบเชลตอบ
ดันเต้พยักหน้าอย่างเข้าใจ ข้อมูลนี้ได้บอกให้รู้ว่าเขาสามารถใช้กฎมาโต้กลับพวกอาจารย์ได้ แต่ถ้าคิดจะใช้กฎเพื่อบีบอาจารย์ให้ถึงตายคงยากหน่อย เพราะถ้ายังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว พวกอาจารย์เหล่านั้นคงเลือกที่จะสู้ตายถวายหัวอย่างแน่นอน
แต่ดันเต้ก็รู้สึกแปลกใจอยู่นิดหน่อย ในเมื่อผู้อำนวยการมีหน้าที่ไล่ล่าฆ่าอาจารย์ และไม่ได้คุกคามนักเรียน งั้นเขาก็ไม่น่าใช่บอส ถ้าผู้อำนวยการไม่ใช่บอส งั้นแสดงว่ายังมีอาจารย์คนอื่นที่อันตรายกว่านี้อีกงั้นเหรอ?
“นอกจากผู้อำนวยการกับหัวหน้าฝ่ายปกครองแล้ว ยังมีบุคลากรคนไหนที่อันตรายเป็นพิเศษ หรือเก่งเกินมาตรฐานอีกบ้างไหม?”
ถึงแม้ดันเต้จะทำเป้าหมายภารกิจที่ 2 สำเร็จไปแล้ว แต่เขาก็ยังติดใจเรื่องข้อมูลของบอสอยู่ดี
ถ้าหากเขามีความมั่นใจ เขาก็อยากจะลองไปพิชิตห้องบอสดูสักตั้ง เพราะรางวัลในการเคลียร์โลกเงาจะสัมพันธ์กับคะแนนประเมินสุดท้ายที่ได้รับ และมันยังเกี่ยวข้องกับศัตรูที่จัดการ วีรกรรมที่ทำ รวมถึงของรางวัลที่ชิงมาได้ในโลกเงาด้วย หากไม่เคลียร์ห้องบอส ต่อให้ผ่านด่านได้สำเร็จ ของรางวัลที่ได้ก็จะลดระดับลงมาหนึ่งขั้น
ถ้าเป็นโลกเงาในธีมอื่น ดันเต้คงไม่ยอมเสี่ยงโลภมากเอาของรางวัลหรอก แต่ทว่านี่คือโลกเงาธีมปีศาจ! หากเขาทำคะแนนได้ระดับ SSS และเคลียร์ห้องบอสได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับวัตถุดิบหรือไอเทมประเภทปีศาจที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ในการซ่อมแซม อาจารย์ มากเลยทีเดียว
และมีเพียงเพื่อ อาจารย์ เท่านั้น ที่จะทำให้ดันเต้ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อเสี่ยงดวงดูสักตั้ง แต่แน่นอนว่าอาจารย์คงไม่ยากเห็นเขาสู้จนตัวตายหรอก ถ้ามันอันตรายเกินไป ดันเต้ผู้มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนก็พร้อมจะถอยทัพจากการพิชิตห้องบอสเหมือนกัน
บารอนแบเชลครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“ข้าเคยได้ยินมาว่า...มีคุณโอลีฟแห่งห้องทดลองปีศาจ เธอชอบทำการทดลองที่น่าสยดสยองอยู่เสมอ มีข่าวลือว่าเธอมักจะเมินกฎโรงเรียนราวกับมันไม่มีตัวตน แต่จนถึงตอนนี้ผู้อำนวยการก็ยังหาหลักฐานเอาผิดเธอไม่ได้เลยขอรับ”
ห้องทดลอง? การทดลองสยองขวัญ? โป๊ะเชะเลยไม่ใช่เหรอ! นังปีศาจที่ชื่อโอลีฟนี่แหละ น่าจะเป็นปีศาจที่ทรมานมนุษย์ตามที่ภารกิจบอกไว้แน่ๆ! และมนุษย์ที่ต้องรอการช่วยเหลือก็คงอยู่ในห้องทดลองของเธอนั่นแหละ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ห้องนั้นแหละคือห้องบอส
“พูดต่อสิ”
“ไม่มีแล้วครับ เพราะห้องทดลองปีศาจอยู่ไกลจากห้องคหกรรมมาก ทำให้พวกเราแทบไม่เคยได้ติดต่อกันเลย”
“...งั้นต่อจากนี้ นายอธิบายแผนที่โรงเรียน ข้อมูลห้องเรียน และข้อมูลของอาจารย์คนอื่นๆ ที่นายรู้มาให้หมดเลยนะ”
......
บารอนแบเชลใช้เวลาเกือบ 30 นาทีในการคายข้อมูลออกมาให้ดันเต้ ตลอดช่วงเวลานั้น ดันเต้นั่งอยู่ที่โต๊ะยาว จดบันทึกและรวบรวมข้อมูลตามคำบอกเล่าของแบเชลอย่างละเอียด เขาถึงขั้นวาดแผนที่คร่าวๆ ออกมา พร้อมทำเครื่องหมายกำกับเอาไว้มากมาย
“เหลือเชื่อจริงๆ เพิ่งจะเคยเห็นโรงเรียนที่นักเรียนต้องมาเค้นสอบอาจารย์เพื่อเอาความรู้ก็คราวนี้แหละ เหนื่อยใจชะมัด”
เมื่อมั่นใจว่าแบเชลไม่มีข้อมูลที่มีค่าเหลือแล้ว ดันเต้ก็วางปากกาลงแล้วพิงเก้าอี้บิดขี้เกียจหนึ่งที
เมื่อได้ยินดันเต้บ่นแบบนั้น โคนีเลียก็ได้แต่อ้าปากค้างเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก ต่อให้จะเป็นโรงเรียนปีศาจก็เถอะ...ปกติมันก็ไม่ควรมีเรื่องที่ นักเรียนต้องสอบปากคำอาจารย์เพื่อเรียนหนังสือ แบบนี้เกิดขึ้นหรอกมั้ง
ดันเต้หันไปมองโคนีเลีย พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า
“โคนีเลีย ลำบากเธอหน่อยนะ”
นับตั้งแต่จับตัวบารอนแบเชลได้ โคนีเลียก็กดทับเขาไว้ตลอดเกือบ 1 ชั่วโมงแล้ว
“สบายมาก”
โคนีเลียตอบ เธอไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่นิดเดียว ตราบใดที่ไม่ต้องใช้สมอง เธอก็ถือว่านั่นคือกิจกรรมสันทนาการทั้งนั้นแหละ
“สุดท้าย คงต้องรบกวนเธอช่วยทำให้เขา ความจำเสื่อม หน่อยนะ”
ดันเต้พูดกับโคนีเลีย
“จะทำให้ปีศาจความจำเสื่อมได้ยังไงล่ะ?”
โคนีเลียถามด้วยความสงสัย เธอไม่เคยมีความรู้เรื่องเวทมนตร์สายพลังจิตหรือวิญญาณเลยสักนิด
ดันเต้ยิ้มโดยไม่พูดอะไร ท่ามกลางสายตาหวาดผวาขีดสุดของบารอนแบเชล เขาได้เรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมาอีกครั้ง โคนีเลียขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วครุ่นคิดตาม เธอกระพริบตาปริบๆ...แล้วทันใดนั้นเอง เธอก็ดูเหมือนว่าจะบรรลุสัจธรรมบางอย่าง
หลังจากนั้น โคนีเลียก็กระชับด้ามค้อนในมือแน่น แล้วฟาดโครมลงไปที่หัวของบารอนแบเชลอย่างไม่ลังเล!
ตูมมมมม!!!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องเรียนราวกับพื้นจะถล่มลงมา หัวของบารอนแบเชลถูกซัดจนฝังลงไปในพื้นดิน โดยมีรอยแยกเหมือนใยแมงมุมแผ่กระจายออกมาจากจุดนั้น การโจมตีในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้หัวของแบเชลระเบิดกระจุย แต่กลับทำให้ค้อนศึกสยองขวัญพังแทน ในตอนนี้ด้ามค้อนงอคดเคี้ยวจนมันกลายสภาพกลับไปเป็นการ์ดที่ใช้งานไม่ได้ไปเสียแล้ว
จากนั้น โคนีเลียก็ใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างของบารอนแบเชล ที่นอนคว่ำอยู่ให้หงายหน้าขึ้นมา ปรากฏว่าเขาตาเหลือกค้างและสลบเหมือดไปแล้ว
“ยังเหลือลมหายใจอยู่ไหม?”
ดันเต้ถาม
“ยังมีอยู่ แค่สลบไปเฉยๆ”
โคนีเลียยังคงสัมผัสได้ถึงลมหายใจของบารอนแบเชลอยู่ พลางคิดในใจว่า ปีศาจที่มีระดับอย่างน้อยระดับ 5 นี่มีร่างกายที่ถึกทนจริงๆ อีกทั้งยังมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งมากด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม การที่โดนโคนีเลียฟาดกบาลเข้าเต็มแรง บวกกับเอฟเฟกต์ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น 20 เท่าเข้าไป ต่อให้ไม่ความจำเสื่อมก็น่าจะกลายเป็นคนเอ๋อไปแล้วล่ะ
“ดีแล้ว...ช่างเป็นเมตตาธรรมของพระพุทธองค์โดยแท้”
ดันเต้ยกมือขึ้นพนมกลางอกแล้วเอ่ยกล่าวออกมาอย่างสงบ (แต่ประชดสุดๆ) นั่นเพราะตัวของบารอนแบเชลนั้นยังมีประโยชน์อยู่ จะให้เขาซี้ม่องเท่งไปตอนนี้ไม่ได้
“เราจะไปที่ไหนต่อกันดี?”
โคนีเลียไม่ได้สนใจบารอนแบเชลที่นอนแผ่อยู่บนพื้นอีก เธอหันไปถามดันเต้แทน
ดันเต้ก้มมองเวลา นับจากที่เริ่มดันเจี้ยนมาก็ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง 4 นาทีแล้ว เหลือเวลาอีก 26 นาทีก่อนที่กระดิ่งหมดเวลาเรียนจะดังขึ้น
“พวกเราพักผ่อนกันสักครึ่งชั่วโมงเถอะ เธอเองก็น่าจะหาอะไรกินได้แล้วล่ะ”
ดันเต้บอกกับโคนีเลีย พวกเขาไม่จำเป็นต้องออกไปเสี่ยงภัยในตอนนี้ และพวกเขาก็ต้องการการพักผ่อนจริงๆ เพราะยังไงซะ การออกมาหาประสบการณ์ชีวิตแบบนี้ก็ต้องรู้จักบริหารเวลาให้สมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อนสิ