เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

021 ล้างสมอง

021 ล้างสมอง

021 ล้างสมอง


ทั้งสองคนรอให้บารอนแบเชลฟื้นคืนสติอยู่อย่างนั้น ภายในห้องคหกรรมตอนนี้นั้นเงียบสงัดจนน่ากลัว จะมีก็เพียงเสียงพึมพำเพ้อเจ้อของบารอนแบเชลที่ดังออกมาเป็นระยะๆ เท่านั้น ดูเหมือนว่าจะผ่านไปได้ประมาณหนึ่งนาที ในที่สุดดวงตาของบารอนแบเชลก็เริ่มกลับมามีแววแห่งความรู้สึกอีกครั้ง

“ดูเหมือนเขาจะตื่นแล้วนะ เริ่มทุบต่อได้เลย”

ดันเต้สั่งการ ส่วนโคนีเลียก็พยักหน้ารับ

แต่ในจังหวะที่โคนีเลียกำลังจะเหวี่ยงค้อนเหล็กลงไป บารอนแบเชลก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีตะโกนออกมาอย่างตะกุกตะกักว่า

“ปะ...ปล่อย...อึก! คุย...คุยกันดีๆ...อือออ!”

นี่คือคำพูดที่บารอนแบเชลเค้นออกมาด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อก็คือ ปล่อยข้าไปเถอะ มีอะไรก็ค่อยๆ คุยกัน ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เขาก็ไม่สามารถทนรับการทรมานจากทั้งภายในและภายนอกเช่นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว เขาทำได้เพียงภาวนาให้ดันเต้เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อออกมา

“เฮ้อ”

ดันเต้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พร้อมกับเก็บกวีผู้เสื่อมสลายกลับไป

“ถ้าพูดง่ายๆ แบบนี้ซะตั้งแต่แรกก็จบเรื่องแล้ว ใครจะอยากใช้กำลังทุบตีกันถ้าคุยกันดีๆ ได้ล่ะ จริงไหม?”

บารอนแบเชล: “......”

เขาไม่กล้าออกความเห็นกับประโยคนี้ แต่ในใจนี่สบถคำด่าออกมาเป็นชุดแล้ว

“เมื่อกี้นายดูเหมือนอยากจะฆ่าผมเลยนะ?”

ดันเต้ถามต่อ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยเป็นพิเศษ มือข้างหนึ่งเท้าคางไว้ พลางจ้องมองบารอนแบเชลด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

“เปล่าๆๆ! ข้าไม่ได้คิดแบบนั้นเลย!”

บารอนแบเชลโอดครวญ

ยิ่งดันเต้ดูผ่อนคลายมากเท่าไหร่ บารอนแบเชลก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น แบเชลไม่เคยเจอปีศาจตนไหนที่มีวิธีการชั่วร้ายและพิสดารขนาดนี้มาก่อน หลังจากประสบการณ์ที่เพิ่งเจอมา แบเชลถึงกับรู้สึกว่าความตายยังอาจจะดูดีเสียกว่าอีก

“ผมไม่ชอบปีศาจที่พูดโกหก งั้นเดี๋ยวแถมบทสวดกวีผู้เสื่อมสลายให้อีกสักห้านาที เพื่อเป็นการขัดเกลาทางความคิดแล้วกันนะ”

ดันเต้เม้มปาก ดูเหมือนว่าเขาจะผิดหวังในตัวของบารอนแบเชลนิดๆ พลางโบกการ์ดในมือไปมา

บารอนแบเชล: “???”

แล้วข้าควรจะตอบยังไงล่ะ? บอกว่าอยากฆ่าแกงั้นเหรอ? แล้วจากนั้นข้าก็จะโดนค้อนทุบอีกรอบงั้นสิ? แม้ว่าในหัวจะสับสนวุ่นวายไปหมด แต่เขาก็ทำได้เพียงขอความเมตตาจากอีกฝ่ายอีกครั้ง

“ไม่! ข้าจะไม่พูดโกหกอีกแล้ว!”

เมื่อได้ยินดังนั้น ดันเต้ก็หยุดมือที่ถือการ์ดไว้ชั่วคราว

“แบเชล งั้นเรามาเปิดอกคุยกันดีกว่า ตราบใดที่นายพูดความจริง ผมก็จะไม่ทำให้นายลำบากใจ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็หวังว่านายจะพูดสิ่งที่ทำให้ผมพอใจออกมาด้วยนะ”

ดันเต้จ้องเขม็งไปที่แบเชล รูม่านตาไม่ไหวติง สายตานั้นดูราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงตัวตนข้างในของปีศาจตนนี้ได้เลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้บารอนแบเชลเต็มไปด้วยจิตสังหารที่มีต่อดันเต้ ทว่านอกจากจะฆ่าดันเต้ไม่สำเร็จแล้ว เขายังโดนดันเต้ทรมานจนปางตาย ความแค้นย่อมต้องเพิ่มมากขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แม้ว่าบารอนแบเชลจะตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัวสุดขีด แต่จิตสังหารในใจของเขาก็ไม่มีทางถูกลบเลือนไปได้อย่างง่ายดาย

“ข้าผิดไปแล้ว!! ข้ายอมรับว่าเมื่อกี้ข้าอยากฆ่าเจ้า! แต่ตอนนี้ข้าไม่กล้าแล้ว! ไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลย! ข้าจะไม่พูดโกหกอีกแล้วจริงๆ!!”

เสียงของบารอนแบเชลช่างโหยหวนรันทด ถึงขั้นที่มีเสียงสะอื้นหลุดออกมาเลยด้วยซ้ำ

ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากสัมผัสความเจ็บปวดแบบนั้นอีกแล้ว ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามจะเสนอข้อเรียกร้องที่ไร้สาระแค่ไหนออกมาก็ตาม เขารู้ซึ้งถึงสถานะของตัวเองในตอนนี้ดี ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่แมลงตัวเล็กๆ ในกำมือของอีกฝ่ายเท่านั้น หรือบางทีอาจจะเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้ เขาไม่เคยมีโอกาสที่จะต่อกร หรือแม้แต่จะหนีไปจากดันเต้ได้เลย ในช่วงเวลาที่เขาไม่รู้ตัว ทุกอย่างก็ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายตรงข้ามไปหมดแล้ว

“แบเชล ในเมื่อนายยอมรับแล้วว่าอยากฆ่าผม งั้นถ้าผมก็จะฆ่านายคืน มันก็ไม่เกินไปใช่ไหมล่ะ?”

“มะ...ไม่...”

“หือ?”

“ไม่เกินไปเลย!!”

แบเชลตะโกนตอบเสียงดังราวกับกำลังรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา นั่นจึงทำให้ดันเต้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจเล็กน้อย พร้อมกันนั้นแววตาของเขาก็ดูอ่อนโยนขึ้นมาบ้างแล้ว

“ถ้านายไปเจอปีศาจตนอื่นเข้า ป่านนี้นายคงได้ตายไปนานแล้ว โชคดีนะที่นายมาเจอกับผมเข้าก่อน เพราะผมน่ะเป็นพวกใจอ่อน และผมเชื่อมั่นว่าทุกคนล้วนมีจิตใจที่งดงาม ดังนั้นผมเลยอยากจะให้โอกาสนายได้กลับตัวกลับใจใหม่”

น้ำเสียงของดันเต้เริ่มราบเรียบและสงบนิ่งขึ้น

“......?”

คำพูดนี้ทำให้บารอนแบเชลถึงกับนิ่งอึ้งไป

โคนีเลียเอาค้อนเหล็กสะกิดหัวบารอนแบเชลเบาๆ ราวกับอยากจะสื่อความหมายว่า ยังไม่รีบขอบคุณดันเต้อีกเหรอ?

“ขะ...ขอบคุณ!”

“ไม่ว่ายังไง ผมก็จะไม่ฆ่านาย ผมขอรับรองและให้คำสัตย์สาบาน ขอให้นายวางใจได้เลย!”

ดันเต้หรี่ตาลง พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและเป็นมิตรออกมา ราวกับว่าธารน้ำแข็งที่ขวางกั้นระหว่างเขากับบารอนแบเชลได้ละลายหายไปในพริบตา เขายื่นมือออกไปหาบารอนแบเชลราวกับนางฟ้าที่กำลังจะมอบการไถ่บาปให้

แบเชลรู้สึกเหมือนสมองของเขาหยุดทำงานไปโดยสิ้นเชิง

นี่มันจะมาไม้ไหนอีกเนี่ย? ปีศาจระดับสูงตนนี้ใจดีขนาดนั้นจริงเหรอ? เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด! หรือว่าเขาจะเป็นปีศาจประเภทที่ไม่ชอบการเข่นฆ่าในตำนาน?

ปีศาจที่สามารถควบคุมความปรารถนาในการฆ่าได้ตามใจชอบนั้น น่ากลัวกว่าปีศาจที่ยึดติดกับสัญชาตญาณการฆ่าฟันหลายเท่าตัวนัก! นี่คือคุณสมบัติที่มีเพียงปีศาจระดับสูงสุดเท่านั้นที่จะครอบครองได้! นั่นยิ่งทำให้บารอนแบเชลรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะรอดชีวิตแล้ว เพราะปีศาจระดับสูงสุดไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดโกหก คำสาบานของเขาน่าจะยังขลังอยู่นะ

ในขณะที่บารอนแบเชลเพิ่งจะได้รับคำมั่นสัญญาจากดันเต้และกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกนั้นเอง ดันเต้ก็พูดต่อว่า

“เพราะฉะนั้น จงสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อผม หรือจะยอมมีชีวิตอยู่ท่ามกลางการทรมานที่ไม่สิ้นสุดดีล่ะ? บอกคำตอบของนายมาสิ”

“......ฮะ?”

ความรู้สึกของบารอนแบเชลตอนนี้เหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะตีลังกาไม่มีผิด นี่เหรอที่เรียกว่าการมีชีวิตอยู่? สำหรับแกแล้ว การฆ่าทิ้งไปเลยกลับกลายเป็นการเมตตามากกว่างั้นเหรอ? บารอนแบเชลมองไปที่รอยยิ้มของดันเต้ซึ่งทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ พลางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของอาวุธทื่อๆ บนหัว เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าความกลัวที่ตราตรึงเข้าไปถึง วิญญาณนั้นเป็นอย่างไร

“ข้า...ข้าขอเลือกที่จะสวามิภักดิ์ต่อท่าน...”

บารอนแบเชลผู้สูงศักดิ์และสง่างาม ในที่สุดก็ยอมจำนนอย่างราบคาบ และเอ่ยคำตอบออกมาด้วยตัวที่สั่นเทา

“ดีมาก”

ดันเต้นั่งลงบนเก้าอี้ พลางก้มมองบารอนแบเชลจากที่สูง

“ถ้าอย่างนั้น ต่อไปผมจะสารภาพความลับอย่างหนึ่งให้นายฟัง ตั้งใจฟังให้ดีล่ะ”

จากนั้นดันเต้ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพูดออกมาอย่างเป็นงานเป็นการว่า

“จริงๆ แล้วผมไม่ใช่ปีศาจหรอกนะ ผมเป็นมนุษย์น่ะ”

“เป็นไปไม่ได้!! ท่านคือปีศาจ! เป็นปีศาจในหมู่ปีศาจชัดๆ!”

บารอนแบเชลตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก นี่คือเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิตนี้เลย

“อะไรนะ? นายลองพูดใหม่อีกทีซิ?”

ดันเต้เลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะแอบโกรธนิดๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เขาโดนปีศาจด่าว่าเป็นปีศาจน่ะ ดันเต้ยอมรับว่าการ์ดที่เขาสร้างบางใบอาจจะดูสยองขวัญไปนิดหน่อย แต่นั่นมันไม่เกี่ยวกับตัวตนของเขาเสียหน่อย!

“ไม่ๆๆ ท่านเป็นมนุษย์! ท่านไม่ใช่ปีศาจ!”

เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของดันเต้ แบเชลก็รีบเปลี่ยนคำพูดเพื่อกู้สถานการณ์ทันที

“นายกำลังพูดส่งเดช อย่าคิดนะว่าจะหลอกอะไรผมได้ นายต้องเชื่อมั่นจากส่วนลึกของหัวใจจริงๆ ว่าผมเป็นมนุษย์”

น้ำเสียงของดันเต้ดูเหมือนจะโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว

สิ่งนี้ทำให้บารอนแบเชลรู้สึกหวาดกลัวจนสุดขีด หรือว่าดันเต้จะมีวิชาอ่านใจ? บารอนแบเชลอดไม่ได้ที่จะสงสัยแบบนั้น สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะยังหาข้อสรุปไม่ได้ในทันที แต่เขาก็รู้ว่าในตอนนี้ ต่อให้ต้องสะกดจิตตัวเองอย่างบ้าคลั่งแค่ไหน เขาก็ต้องทำตามความต้องการของดันเต้ให้ได้

เพราะความต้องการของดันเต้นั้นชัดเจนมาก ห้ามพูดโกหก และในขณะเดียวกันก็ห้ามปฏิเสธสิ่งที่เขาพูดด้วย บารอนแบเชลเริ่มหลอกตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย จนในที่สุดเขาก็ตะโกนบอกดันเต้ด้วยความแน่วแน่มั่นคงว่า

“ใช่แล้ว! ท่านคือมนุษย์!”

[เป้าหมายภารกิจ 3: จำนวนผู้ปลอมตัวที่ถูกจับได้ว่าตนเองเป็นมนุษย์ต้องไม่เกิน 3 คน สถานะปัจจุบัน ปลอมตัวสมบูรณ์ 5/6]

ดันเต้มองดูการแจ้งเตือนที่เปลี่ยนไปบนหน้าต่างระบบ แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ถึงเขาจะไม่มีวิชาอ่านใจ แต่เขาสามารถตัดสินจากแถบภารกิจได้ว่าบารอนแบเชลเชื่อจริงๆ หรือเปล่าว่าเขาเป็นมนุษย์

ในเมื่อแม้แต่จิตใจของปีศาจก็ยังควบคุมได้ละก็ ถ้าอย่างนั้น ต่อจากนี้ไป หึๆๆๆๆ ดันเต้อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

จบบทที่ 021 ล้างสมอง

คัดลอกลิงก์แล้ว