- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 020 ใช้คุณธรรมสยบผู้คน
020 ใช้คุณธรรมสยบผู้คน
020 ใช้คุณธรรมสยบผู้คน
จริงๆ แล้ว สาเหตุที่บารอนแบเชลติดพิษนั้นง่ายนิดเดียว ตอนที่ดันเต้ เพิ่งเข้ามาในห้องคหกรรม เขาแอบยัดการ์ดกับดักหนามพิษสามใบใส่กระเป๋าเสื้อของนักเรียนปีศาจไปแบบเนียนๆ แถมยังเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่เขาปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
[กับดักหนามพิษ เวอร์ชัน 2.4]
[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]
[ระดับ: 2]
[เอฟเฟกต์: สร้างสถานะพิษร้ายแรงและเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง สามารถสั่งใช้งานเวทมนตร์นี้ได้จากระยะไกล]
[หมายเหตุ: เวอร์ชันปัจจุบันคือ 2.4 ได้ทำการแก้ไขบั๊กที่พิษจะถูกล้างด้วยเวทมนตร์ชำระล้างระดับ 2 เรียบร้อยแล้ว — จากบันทึกของนักพัฒนา]
เมื่อตอนที่ดันเต้ได้ยินประโยคเปิดตัวของบารอนแบเชลที่ว่า
“ผมขอเชิญพวกคุณมาร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำของผมด้วยความจริงใจ”
เขาก็พอจะเดาเกมนี้ออกว่า ผู้แพ้ก็น่าจะกลายเป็นอาหารมื้อค่ำของท่านบารอนนั่นแหละ แล้วบารอนแบเชลอยากจะกินอะไรล่ะ? ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าคือเจ้าปีศาจน้อยสามตน ที่อยู่ในสายตาอันเต็มไปด้วยความกระหายเลือดของเขายังไงล่ะ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ขอแค่บารอนแบเชลเขมือบนักเรียนปีศาจคนนั้นเข้าไป การ์ดกับดักหนามพิษก็มีโอกาสสูงที่จะลงไปนอนเล่นในกระเพาะของเขาได้อย่างราบรื่น การใช้กับดักหนามพิษล่าสัตว์อสูรขนาดใหญ่ นั้นเป็นสูตรสำเร็จในการล่อซื้อ ที่ดันเต้ใช้มาตั้งแต่อยู่ที่ชายแดนคูลัน โดยเริ่มจากการจับสัตว์ป่าตัวเล็กๆ ที่พวกสัตว์อสูรชอบกิน แล้วยัดการ์ดกับดักหนามพิษเข้าไปในตัวมัน จากนั้นก็ค่อยๆ ไล่ต้อนเหยื่อล่อไปแถวๆ รังของเป้าหมาย พอแน่ใจว่าสัตว์อสูรตัวใหญ่จับเหยื่อกินลงท้องไปเรียบร้อย เขาก็จะเรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมาในเงามืด แล้วสั่งใช้งานกับดักหนามพิษทันที
ตราบใดที่ดันเต้ยังจ่ายมานาให้ไม่ขาดสาย กับดักหนามพิษก็จะไม่มีทางหายไป และจุดสำคัญที่สุดคือ ดันเต้ได้ปรับแต่งตัวการ์ดให้อ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น และเคลือบสารกันกรดชนิดพิเศษไว้ เมื่อเหยื่อกลืนการ์ดนี้ลงไป มันก็จะสามารถปล่อยกับดักหนามพิษออกมาในกระเพาะได้อย่างต่อเนื่อง ฆ่าเหยื่อได้โดยไม่ต้องเสียเหงื่อกันให้เหนื่อย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือตอนเก็บการ์ดคืนมันค่อนข้างลำบาก การ์ดสามใบในท้องแบเชลนี่สงสัยจะไม่ได้คืนแล้วล่ะ แต่ก็ช่างเถอะ ได้เวลาที่เขาจะพัฒนาเวอร์ชันใหม่อยู่พอดี
“โคนีเลียช่วยมัดเขาให้ที”
ดันเต้สั่งการ
โคนีเลียพยักหน้าพลางเก็บค้อน แล้วหยิบการ์ดอีกใบที่ดันเต้เคยมอบให้เธอออกมา
[ลวดสลิง]
[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]
[ระดับความหายาก: ทั่วไปสีขาว]
[ระดับ: 1]
[เอฟเฟกต์: ไม่มี]
[หมายเหตุ: ใช้เป็นอาวุธก็ได้นะ]
นี่คือผลงานที่ดันเต้ดึงเอาประสิทธิภาพเชิงกลและโครงสร้างทางเรขาคณิตมาใช้อย่างถึงขีดสุด โดยการนำเส้นลวดมาพันเกลียวรวมกันตามสูตร พร้อมแกนเชือกและสารหล่อลื่น แม้จะเป็นเพียงการ์ดขาวกากๆ ระดับ 1 แต่พอมัดด้วยลวดสลิงอย่างแน่นหนาแล้ว ต่อให้เป็นนักรบระดับ 4 ก็ยากที่จะใช้แรงอันมหาศาลกระชากให้ขาดได้ โคนีเลียมัดบารอนแบเชลที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหยียบหลังเขาไว้ไม่ให้ขยับ
“เรียบร้อยแล้ว”
“ลำบากเธอแล้วนะ”
ดันเต้ค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น ไม่นานนัก กวีผู้เสื่อมสลายก็กลายเป็นแสงพุ่งกลับมาเป็นการ์ดในนิ้วของเขา
แบเชลรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ทันที ความเจ็บปวดที่คอยกัดกินเขาอยู่ลดลงฮวบในพริบตา ราวกับว่าคำสาปได้ถูกถอนออกไป ผ่านไปพักใหญ่ สติของเขาถึงค่อยๆ กลับมา แม้จะยังเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับนรกเมื่อครู่นี้ อากาศที่เขาหายใจเข้าไปตอนนี้ช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน
“ตอนนี้มีอารมณ์อยากคุยกับผมหรือยัง?”
ดันเต้โน้มตัวลงเล็กน้อย มองบารอนแบเชลจากมุมที่สูงกว่า
“ไปตายซะ!”
ในหัวของบารอนแบเชลมีความคิดเดียวเท่านั้น นั่นคือต้องรีบจัดการไอ้หมอนี่ซะ! มันคือตัวซวย! ดวงตาของแบเชลเต็มไปด้วยแสงแห่งความกระหายเลือด เขาใช้แรงที่มีทั้งหมดหวังจะกระชากลวดสลิงที่ดูไม่หนามากนี่ให้ขาด แต่แล้วเขากลับพบว่ามันแข็งแกร่งจนน่าตกใจ ทั้งที่สัมผัสไม่ได้ถึงพลังเวทมนตร์บนลวดเลยแท้ๆ! เป็นไปได้ยังไงที่เขาจะกระชากมันไม่ออก?!
เมื่อพยายามดิ้นหนีไม่สำเร็จ บารอนแบเชลก็ยืดคอออกมาหวังจะขย้ำดันเต้ แต่ยังไม่ทันจะคืนร่างเดิม เขาก็โดนโคนีเลียฟาดค้อนใส่หัวอย่างจังจนหน้าทิ่มดิน ถึงขั้นทำให้พื้นยุบลงไปเป็นหลุมเลยทีเดียว
“อ๊ากกก!!!”
บารอนแบเชลร้องออกมาอย่างโหยหวน เมื่อโดนค้อนนี้ทุบเข้าไปมันทำให้เขารู้เจ็บปวดอย่างยิ่ง! ทั้งที่ดาเมจไม่ได้ถึงตาย แต่มันกลับเจ็บจนเขาแทบอยากจะร้องขอชีวิตออกมา! ทำให้ในตอนนี้บารอนแบเชลอ่อนแอมากจนไม่สามารถต้านทานพละกำลังของโคนีเลียได้เลยสักนิด
“เฮ้อ ดูเหมือนต้องสร้างความทรงจำที่ฝังใจให้นายหน่อยแล้วล่ะ”
ดันเต้ถอนหายใจพลางร่อนการ์ดเรียกกวีผู้เสื่อมสลายออกมาอีกครั้ง
“ท่ามกลางความมืดมิดนี้ ไร้ซึ่งความหวัง ไร้ซึ่งการไถ่บาป เพราะความมืดนี้คือตัวข้าเอง...”
พร้อมกับเสียงร่ายที่ทำให้แบเชลหนังหัวลุกซู่ ความสงบสุขสั้นๆ ก็จบลงทันที เขาตกลงสู่สภาวะความเจ็บปวดขั้นสุดยอดอีกครั้ง ความทรมานจากภายในร่างกายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาใหม่ ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาโดนย่ำยีไม่หยุด...
“อึ้ก อืออออ...”
หน้าของบารอนแบเชลซีดเผือด ปากอ้าค้างส่งเสียงร้องไม่เป็นภาษา ในที่สุดเขาก็เข้าใจถ่องแท้แล้วว่า ไอ้ตัวอัญเชิญที่มีหมอกดำล้อมรอบนี่แหละคือต้นตอของความเจ็บปวดทั้งหมด
“โคนีเลีย อย่าออกแรงเยอะนะ แค่เคาะเบาๆ ที่สะบักไหล่ของมันก็พอ”
โคนีเลียเงื้อค้อนเหล็กในมือขึ้นมาอีกครั้ง
[ค้อนศึกสยองขวัญ]
[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]
[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]
[ระดับ: 2]
[โบนัสพลังโจมตี 200]
[เอฟเฟกต์: เมื่อถูกโจมตีด้วยอาวุธนี้ จะสร้างความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า]
[หมายเหตุ: คอร์เนเลียมาเยือนแล้ว!]
นี่คือค้อนศึกที่ดันเต้สร้างขึ้นเป็นพิเศษให้โคนีเลีย เพื่อให้เข้ากับสายการ์ดของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอนนี้ดันเต้ยังสร้างดาบยาวที่ทนรับพละกำลังของโคนีเลียไม่ได้ ดังนั้นเขาเลยสร้างอาวุธประเภททุบให้เธอใช้ไปก่อน อาวุธประเภทนี้หักยากกว่าพวกดาบเยอะ ขนาดของค้อนเหล็กนี้ใหญ่กว่าค้อนเครื่องมือทั่วไปมาก ด้ามค้อนยาวพอๆ กับตัวดาบเดิมที่โคนีเลียเคยใช้ นั่นทำให้โคนีเลียรู้สึกว่าเธอสามารถเหวี่ยงมันได้ถนัดมืออย่างน่าประหลาด
ก่อนหน้านี้ตอนที่บารอนแบเชลโดนค้อนศึกสยองขวัญทุบ กวีผู้เสื่อมสลายยังไม่ปรากฏตัว ความเจ็บปวดที่ได้รับเลยมีแค่สองเท่า แต่ตอนนี้กวีผู้เสื่อมสลายอยู่ด้วย การที่โดนโคนีเลียทุบไปหนึ่งที...มันก็จะกลายเป็นความเจ็บปวดระดับ 20 เท่า ที่บารอนแบเชลไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
โคนีเลียพยายามควบคุมแรงอย่างสุดความสามารถ จากนั้นเธอก็เคาะลงบนไหล่ของบารอนแบเชลเบาๆ เหมือนเคาะลูกวอลนัท
“อ๊ากกกกกกก!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจดังลั่นไปทั่วทั้งห้องคหกรรม
“รู้สึกเป็นไงบ้าง?”
ดันเต้ถาม แต่บารอนแบเชลดูเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก เขาทำได้เพียงแต่ดิ้นพล่านอยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น
ดันเต้: “บารอนแบเชล รู้ไหมว่าความรู้สึกตอนที่เจ็บจนสลบแล้วต้องสะดุ้งตื่นมาเจ็บต่อน่ะมันเป็นยังไง?”
บารอนแบเชล: “อืออออ...”
ดันเต้: “โคนีเลีย พอเขาเริ่มได้สติหน่อย ก็เริ่มทุบจากมือขวา ต่อด้วยมือซ้าย แล้วก็เท้าซ้ายนะ”
โคนีเลีย: “แล้วเท้าขวาล่ะ?”
ดันเต้: “เหลือไว้ให้เขาสักข้างสิ ผมตั้งใจจะให้คนชอบความสมบูรณ์แบบอย่างเขาอกแตกตายน่ะ”
โคนีเลียพยักหน้าเข้าใจ เธอไม่ได้เป็นพวก OCD (โรคย้ำคิดย้ำทำ) หรอกนะ แต่บารอนแบเชลผู้พิถีพิถันเรื่องความสง่างามคนนี้น่าจะเป็นเอามาก ซึ่งดูได้จากการที่เขาจัดข้าวของในห้องเรียนซะเนี้ยบ แถมยังจัดระเบียบเนกไทตัวเองซะเป๊ะขนาดนั้น