- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 017 มองหาเหยื่อรายต่อไป
017 มองหาเหยื่อรายต่อไป
017 มองหาเหยื่อรายต่อไป
“โคนีเลีย ตามผมมา”
ดันเต้ในฐานะคนที่พุ่งออกจากห้องสอบเป็นคนแรก ไม่ได้รีบร้อนพาโคนีเลียวิ่งหนีไปไหนไกล แต่กลับส่งสัญญาณให้เธอหลบอยู่ตรงหัวมุมทางเดินใกล้ๆ เพื่อรอจังหวะ
พอเห็นเหล่านักเรียนปีศาจวิ่งกรูออกมา ดันเต้ถึงค่อยพาโคนีเลียเนียนเข้าไปในกลุ่มคนพวกนั้น เนื่องจากบนโถงทางเดินอาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่ ดังนั้นต้องให้พวกนักเรียนปีศาจกลุ่มนี้ไปช่วยสำรวจทางให้ก่อน
ดันเต้และโคนีเลียก้มหน้าก้มตาเดินตามฝูงชนส่วนใหญ่ไป ทางเดินที่นี่มีลักษณะเหมือนเขาวงกต ทุกครั้งที่มีทางแยก พวกนักเรียนจะแตกฝูงออกเป็นหลายกลุ่ม ซึ่งดันเต้เลือกที่จะตามกลุ่มที่คนเยอะที่สุดเสมอ
ถ้าคุณเพิ่งมาโรงเรียนใหม่แล้วไม่รู้ว่าโรงอาหารหรือห้องสมุดไปทางไหนล่ะก็ แค่เดินตามคนหมู่มากไปก็จบ แต่แน่นอนว่าพวกนักเรียนปีศาจพวกนี้ไม่ได้จะไปหาข้าวกินหรือไปเรียนแน่ๆ ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนพวกเขากำลังมองหาที่หลบภัยเสียมากกว่า
พอออกมาถึงโถงทางเดิน พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะวิ่ง ได้แต่ก้าวเท้าฉับๆ อย่างเบามือเบาเท้าที่สุด เรื่องนี้ทำให้ดันเต้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าการเดินสุ่มสี่สุ่มห้าในโถงทางเดินนั้นมีอันตรายรออยู่อย่างแน่นอน
แต่ยกเว้นโคนีเลียไว้คนนึงนะ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ออกจากห้องสอบมาด้วยวิธีที่ถูกต้อง บัตรผ่านปีศาจสีแดงใบนั้นน่าจะมีผลช่วยให้เลี่ยงอันตรายบนทางเดินได้
“เราจะไปทางไหนกันดี?”
โคนีเลียถามเสียงเบาราวกับยุงบินอยู่ข้างหูของดันเต้ ตอนนี้เธอพูดได้คล่องปรื๋อขึ้นมาก แต่เธอก็ดูออกว่าในที่แบบนี้ไม่ควรส่งเสียงดังมากไป
“ตามผมมาก็พอ”
“อื้อ ขอบใจนะเรื่องในห้องสอบเมื่อกี้”
ในโลกเงานั้นมีระบบปรับภาษาให้ตรงกันอัตโนมัติ ดังนั้นต่อให้จะสุ่มไปเจอผู้ท้าทายที่มาจากต่างอาณาจักร หรือโลกเงานั้นจะมีปูมหลังและโลกทัศน์ที่พิเศษแค่ไหน ก็ไม่มีปัญหาเรื่องของกำแพงภาษาเลย
โคนีเลียดูจะดีใจมากที่คุยกับดันเต้ได้ลื่นไหลแบบนี้ เพราะการสื่อสารในโลกเงามันช่างอิสระกว่าโลกความเป็นจริงอย่างมาก
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ พอดีว่ากฎของห้องเรียนแรกนั้น ผมค่อนข้างถนัดน่ะ คราวหน้าอาจจะต้องพึ่งแรงเธอแล้วล่ะ”
ดันเต้ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า
“ว่าแต่ ตอนนี้ผมหน้าตาเป็นยังไงเหรอ?”
“ก็ดูคล้ายเดิมนะ...อ้อ เหมือนจะดูหล่อขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย”
โคนีเลียพิจารณาอย่างละเอียดก่อนจะตอบ
“...งั้นผมก็น่าจะพอเดาออกแล้วล่ะว่าเป็นสายพันธุ์ไหน”
ดันเต้ไม่อยากพูดออกมา แต่ก็นะ มันอาจจะมีประโยชน์ก็ได้
“เราไม่ต้องไปรวมตัวกับผู้ท้าทายคนอื่นเหรอ?”
โคนีเลียถามขึ้นมา
“ไม่จำเป็นหรอก แยกกันหกคนน่าจะสำรวจได้ไวกว่า เราสองคนไปด้วยกันก็พอ”
นั่นเพราะเป้าหมายภารกิจของโลกเงาในครั้งนี้ไม่ใช่การรวมตัวกันไขปริศนา แต่เป็นการสำรวจแผนที่แข่งกับเวลา อีกทั้งดันเต้ได้สังเกตเห็นความคืบหน้าในการสำรวจ ในเป้าหมายภารกิจที่ 1 ที่แม้มันจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ขึ้นช้ามาก นี่แสดงว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เดินผ่านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
บางทีแต่ละจุดในโรงเรียนปีศาจ อาจจะมีน้ำหนักความสำคัญต่อความคืบหน้าในการสำรวจไม่เท่ากันก็เป็นได้ ยิ่งที่ไหนอันตราย ความคืบหน้าในการสำรวจก็น่าจะยิ่งสูงตามไปด้วย
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลอีกสามข้อที่ดันเต้ยังไม่คิดจะไปรวมกลุ่มกับผู้ท้าทายคนอื่นในตอนนี้คือ ไม่น่าไว้ใจ, ไม่จำเป็น, และขี้เกียจสนใจ
ดันเต้ไม่อยากเจอทั้งพวกภาระที่คอยถ่วงแข้งถ่วงขา หรือพวกพี่เบิ้มที่ชอบสั่งโน่นสั่งนี่ มีแค่โคนีเลียที่เป็นสุดยอดมือตบผู้รู้ใจอยู่ข้างกายก็เกินพอแล้ว
การที่เขาช่วยอีกสี่คนให้ออกจากห้องสอบมาได้ก็นับว่าเมตตาจนถึงที่สุดแล้วล่ะ หลังจากเลิกสนใจสถานการณ์ของผู้ท้าทายคนอื่น ดันเต้ก็พบว่านักเรียนปีศาจรอบตัวเริ่มบางตาลงเรื่อยๆ มีนักเรียนปีศาจหลายคนแอบมุดเข้าไปหลบในห้องเรียนตามทางเดินไปแล้ว
ได้เวลาที่เขาจะลงมือแล้ว ตอนนี้ต่อให้จู่ๆ จะมีปีศาจหายไปสักตัว ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นทั้งนั้น
“โคนีเลีย ไปเชิญปีศาจตนนั้นมาคุยกันหน่อยสิ”
“ได้เลย”
โคนีเลียรับคำ แล้วเร่งความเร็วเข้าไปกดไหล่นักเรียนปีศาจที่อยู่ข้างหน้าทันที ทำให้ปีศาจตนนั้นหันขวับมาด้วยความโกรธจัด เตรียมจะหาเรื่อง
“อยากตายหรือไง...”
เมื่อพูดจบ มันกลับพบว่ามันขยับได้แค่หัว แต่ร่างกายของมันไม่สามารถหมุนตามได้เลย!
ขยับไม่ได้!
ไหล่ของเขาเหมือนกับโดนภูเขาทับเอาไว้ชัดๆ! นี่มันไม่ใช่การสะกิดไหล่แล้ว แต่คือการจับกุมต่างหาก! ถ้าเธอออกแรงอีกนิด ไหล่ของเขาคงได้แหลกคามือของอีกฝ่ายแน่ๆ!
พอสบตากับโคนีเลียเข้า สายตาที่เย็นชาของผู้อยู่เหนือกว่า และพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวของเธอ ก็ทำเอาปีศาจตนนั้นหวาดกลัวจนพูดไม่ออก
แถมไอ้คนข้างหลังนั่น...ไม่ใช่ไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำห้องสอบปั่นป่วนหรอกเหรอ?! สองคนนี้ตามหลังเขามาตลอดเลยเหรอเนี่ย น่ากลัวชะมัด!
เมื่อเห็นว่าโคนีเลียเชิญเพื่อนนักเรียนปีศาจมาได้แล้ว ดันเต้ก็เดินมาข้างๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสุดขีดว่า
“พวกนายจะรีบวิ่งไปไหนกันเหรอ?”
นักเรียนปีศาจกัดฟันกรอดแต่ไม่กล้าแสดงสีหน้าโกรธออกมา พลางคิดในใจว่า ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เวรอย่างแก พวกเราคงได้นั่งเนียนฆ่าเวลาอยู่ในห้องสอบอย่างสงบไปแล้ว ไม่เห็นต้องมาคอยหวาดระแวงขวัญผวาอยู่ที่โถงทางเดินแบบนี้หรอก!
ถึงแม้ว่าในใจจะคิดแบบนั้น แต่ปากของเขากลับตอบอย่างเจียมตัวว่า
“...ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน ถ้าเจอหัวหน้าฝ่ายปกครองในโถงทางเดินล่ะก็...ได้ตายลูกเดียวแน่”
ดันเต้: “พูดต่อสิ เช่นว่า เมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่าเลิกเรียน”
นักเรียนปีศาจ: “ทุกๆ หนึ่งชั่วโมงของการเรียนจะมีช่วงพักเบรก 30 นาที เฉพาะตอนพักเบรกเท่านั้นถึงจะเดินไปไหนมาไหนได้อิสระ ส่วนเวลาเข้าเรียนกับเลิกเรียนจะมีเสียงดนตรีแจ้งเตือนไปทั่วโรงเรียน”
ดันเต้พยักหน้าอย่างเข้าใจ
มิน่าล่ะถึงต้องรีบหาห้องสิงกัน เพราะหนีเรียนเท่ากับตายนี่เอง วินัยเคร่งครัด บรรยากาศการเรียนดีเยี่ยม คะแนนประเมินโรงเรียนนี้ในสายตาของเขาแล้วพุ่งปรี๊ดเลยทีเดียวเชียว
แต่ดูท่าทางวีรกรรมของเขาเมื่อกี้จะทำเอาพวกนักเรียนปีศาจที่ตั้งใจสอบซวยกันหมดเลยแฮะ สำหรับพวกปีศาจแล้ว ห้องสอบนั่นถือเป็นเกมที่เบาสมองที่สุดแล้วล่ะ ปกติพวกมันสามารถกบดานอยู่ในนั้นได้ตั้งสองคาบรวมช่วงพักเบรกถึงค่อยออกมา
แต่ผลคือ...ห้องสอบดันโดนดันเต้เล่นซะพังยับ พวกมันเลยต้องระเห็จไปร่วมเกมสยองขวัญในห้องเรียนอื่นแทน
มิน่าล่ะ เจ้าปีศาจตัวนี้ถึงได้มองเขาเหมือนอยากจะฆ่าให้ตาย ดันเต้คิดในใจ
เฮ้อ...ช่างเป็นบุญกุศลอันล้ำค่าจริงๆ พระท่านว่าไว้ การปั่นหัวพวกปีศาจน่ะ ไม่ถือว่าเป็นบาปหรอกนะ
“ข้างหน้านี่ห้องเรียนอะไร?”
ดันเต้ถามขึ้นมาพลางชี้ไปข้างหน้า
ตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่บนทางเดินที่มีระดับสุดๆ ตะเกียงน้ำมันสไตล์คลาสสิกส่องสว่างให้เห็นภาพพอร์ตเทรตปีศาจที่ดูสมจริงจนน่าขนลุกแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่างามตามฝาผนัง
เดินถัดไปจะเห็นพรมลวดลายวิจิตรปูยาวไปจนสุดทาง ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นห้องเรียนศิลปะล่ะมั้ง ไอ้เกมที่เกี่ยวกับพวกภาพวาดเนี่ย ดันเต้น่าจะถนัดนักล่ะ
นักเรียนปีศาจ: “ห้องคหกรรมครับ”
ดันเต้: “???”
ห้องคหกรรมจำเป็นต้องจัดฉากให้ดูมีระดับขนาดนี้เลยเหรอ? นี่เหรอวิถีปีศาจชั้นสูง?
“ช่างเถอะ เอาห้องนี้แหละ”
แถวนี้ไม่ค่อยมีนักเรียนปีศาจให้ใช้สำรวจทางแล้ว เดินต่อไปคงจะเสี่ยงเกินไป ดันเต้จึงเลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนที่อยู่ตรงปลายพรมทันที
เจ้าปีศาจอยากจะรีบหนีไปให้พ้นจากคู่หูตัวซวยนี่ใจจะขาด แต่โคนีเลียกลับไม่มีท่าทีจะปล่อยมือจากมันเลย แถมยังเปลี่ยนท่าเป็นล็อคแขนลากมันแล้วเดินไปด้วยกันเสียอีก
“เพื่อนนักเรียน การได้พบกันถือเป็นวาสนา ไปด้วยกันเถอะนะ”
ดันเต้ยิ้มหวานให้
แต่รอยยิ้มนั่นกลับทำให้ปีศาจตัวนี้รู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง
พวกแกกะจะเอาข้าไปเป็นเหยื่อล่อชัดๆ!