เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

017 มองหาเหยื่อรายต่อไป

017 มองหาเหยื่อรายต่อไป

017 มองหาเหยื่อรายต่อไป


“โคนีเลีย ตามผมมา”

ดันเต้ในฐานะคนที่พุ่งออกจากห้องสอบเป็นคนแรก ไม่ได้รีบร้อนพาโคนีเลียวิ่งหนีไปไหนไกล แต่กลับส่งสัญญาณให้เธอหลบอยู่ตรงหัวมุมทางเดินใกล้ๆ เพื่อรอจังหวะ

พอเห็นเหล่านักเรียนปีศาจวิ่งกรูออกมา ดันเต้ถึงค่อยพาโคนีเลียเนียนเข้าไปในกลุ่มคนพวกนั้น เนื่องจากบนโถงทางเดินอาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่ ดังนั้นต้องให้พวกนักเรียนปีศาจกลุ่มนี้ไปช่วยสำรวจทางให้ก่อน

ดันเต้และโคนีเลียก้มหน้าก้มตาเดินตามฝูงชนส่วนใหญ่ไป ทางเดินที่นี่มีลักษณะเหมือนเขาวงกต ทุกครั้งที่มีทางแยก พวกนักเรียนจะแตกฝูงออกเป็นหลายกลุ่ม ซึ่งดันเต้เลือกที่จะตามกลุ่มที่คนเยอะที่สุดเสมอ

ถ้าคุณเพิ่งมาโรงเรียนใหม่แล้วไม่รู้ว่าโรงอาหารหรือห้องสมุดไปทางไหนล่ะก็ แค่เดินตามคนหมู่มากไปก็จบ แต่แน่นอนว่าพวกนักเรียนปีศาจพวกนี้ไม่ได้จะไปหาข้าวกินหรือไปเรียนแน่ๆ ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนพวกเขากำลังมองหาที่หลบภัยเสียมากกว่า

พอออกมาถึงโถงทางเดิน พวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะวิ่ง ได้แต่ก้าวเท้าฉับๆ อย่างเบามือเบาเท้าที่สุด เรื่องนี้ทำให้ดันเต้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าการเดินสุ่มสี่สุ่มห้าในโถงทางเดินนั้นมีอันตรายรออยู่อย่างแน่นอน

แต่ยกเว้นโคนีเลียไว้คนนึงนะ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ออกจากห้องสอบมาด้วยวิธีที่ถูกต้อง บัตรผ่านปีศาจสีแดงใบนั้นน่าจะมีผลช่วยให้เลี่ยงอันตรายบนทางเดินได้

“เราจะไปทางไหนกันดี?”

โคนีเลียถามเสียงเบาราวกับยุงบินอยู่ข้างหูของดันเต้ ตอนนี้เธอพูดได้คล่องปรื๋อขึ้นมาก แต่เธอก็ดูออกว่าในที่แบบนี้ไม่ควรส่งเสียงดังมากไป

“ตามผมมาก็พอ”

“อื้อ ขอบใจนะเรื่องในห้องสอบเมื่อกี้”

ในโลกเงานั้นมีระบบปรับภาษาให้ตรงกันอัตโนมัติ ดังนั้นต่อให้จะสุ่มไปเจอผู้ท้าทายที่มาจากต่างอาณาจักร หรือโลกเงานั้นจะมีปูมหลังและโลกทัศน์ที่พิเศษแค่ไหน ก็ไม่มีปัญหาเรื่องของกำแพงภาษาเลย

โคนีเลียดูจะดีใจมากที่คุยกับดันเต้ได้ลื่นไหลแบบนี้ เพราะการสื่อสารในโลกเงามันช่างอิสระกว่าโลกความเป็นจริงอย่างมาก

“เรื่องเล็กน้อยน่ะ พอดีว่ากฎของห้องเรียนแรกนั้น ผมค่อนข้างถนัดน่ะ คราวหน้าอาจจะต้องพึ่งแรงเธอแล้วล่ะ”

ดันเต้ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า

“ว่าแต่ ตอนนี้ผมหน้าตาเป็นยังไงเหรอ?”

“ก็ดูคล้ายเดิมนะ...อ้อ เหมือนจะดูหล่อขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย”

โคนีเลียพิจารณาอย่างละเอียดก่อนจะตอบ

“...งั้นผมก็น่าจะพอเดาออกแล้วล่ะว่าเป็นสายพันธุ์ไหน”

ดันเต้ไม่อยากพูดออกมา แต่ก็นะ มันอาจจะมีประโยชน์ก็ได้

“เราไม่ต้องไปรวมตัวกับผู้ท้าทายคนอื่นเหรอ?”

โคนีเลียถามขึ้นมา

“ไม่จำเป็นหรอก แยกกันหกคนน่าจะสำรวจได้ไวกว่า เราสองคนไปด้วยกันก็พอ”

นั่นเพราะเป้าหมายภารกิจของโลกเงาในครั้งนี้ไม่ใช่การรวมตัวกันไขปริศนา แต่เป็นการสำรวจแผนที่แข่งกับเวลา อีกทั้งดันเต้ได้สังเกตเห็นความคืบหน้าในการสำรวจ ในเป้าหมายภารกิจที่ 1 ที่แม้มันจะเพิ่มขึ้นแต่ก็ขึ้นช้ามาก นี่แสดงว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เดินผ่านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

บางทีแต่ละจุดในโรงเรียนปีศาจ อาจจะมีน้ำหนักความสำคัญต่อความคืบหน้าในการสำรวจไม่เท่ากันก็เป็นได้ ยิ่งที่ไหนอันตราย ความคืบหน้าในการสำรวจก็น่าจะยิ่งสูงตามไปด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลอีกสามข้อที่ดันเต้ยังไม่คิดจะไปรวมกลุ่มกับผู้ท้าทายคนอื่นในตอนนี้คือ ไม่น่าไว้ใจ, ไม่จำเป็น, และขี้เกียจสนใจ

ดันเต้ไม่อยากเจอทั้งพวกภาระที่คอยถ่วงแข้งถ่วงขา หรือพวกพี่เบิ้มที่ชอบสั่งโน่นสั่งนี่ มีแค่โคนีเลียที่เป็นสุดยอดมือตบผู้รู้ใจอยู่ข้างกายก็เกินพอแล้ว

การที่เขาช่วยอีกสี่คนให้ออกจากห้องสอบมาได้ก็นับว่าเมตตาจนถึงที่สุดแล้วล่ะ หลังจากเลิกสนใจสถานการณ์ของผู้ท้าทายคนอื่น ดันเต้ก็พบว่านักเรียนปีศาจรอบตัวเริ่มบางตาลงเรื่อยๆ มีนักเรียนปีศาจหลายคนแอบมุดเข้าไปหลบในห้องเรียนตามทางเดินไปแล้ว

ได้เวลาที่เขาจะลงมือแล้ว ตอนนี้ต่อให้จู่ๆ จะมีปีศาจหายไปสักตัว ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นทั้งนั้น

“โคนีเลีย ไปเชิญปีศาจตนนั้นมาคุยกันหน่อยสิ”

“ได้เลย”

โคนีเลียรับคำ แล้วเร่งความเร็วเข้าไปกดไหล่นักเรียนปีศาจที่อยู่ข้างหน้าทันที ทำให้ปีศาจตนนั้นหันขวับมาด้วยความโกรธจัด เตรียมจะหาเรื่อง

“อยากตายหรือไง...”

เมื่อพูดจบ มันกลับพบว่ามันขยับได้แค่หัว แต่ร่างกายของมันไม่สามารถหมุนตามได้เลย!

ขยับไม่ได้!

ไหล่ของเขาเหมือนกับโดนภูเขาทับเอาไว้ชัดๆ! นี่มันไม่ใช่การสะกิดไหล่แล้ว แต่คือการจับกุมต่างหาก! ถ้าเธอออกแรงอีกนิด ไหล่ของเขาคงได้แหลกคามือของอีกฝ่ายแน่ๆ!

พอสบตากับโคนีเลียเข้า สายตาที่เย็นชาของผู้อยู่เหนือกว่า และพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวของเธอ ก็ทำเอาปีศาจตนนั้นหวาดกลัวจนพูดไม่ออก

แถมไอ้คนข้างหลังนั่น...ไม่ใช่ไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำห้องสอบปั่นป่วนหรอกเหรอ?! สองคนนี้ตามหลังเขามาตลอดเลยเหรอเนี่ย น่ากลัวชะมัด!

เมื่อเห็นว่าโคนีเลียเชิญเพื่อนนักเรียนปีศาจมาได้แล้ว ดันเต้ก็เดินมาข้างๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสุดขีดว่า

“พวกนายจะรีบวิ่งไปไหนกันเหรอ?”

นักเรียนปีศาจกัดฟันกรอดแต่ไม่กล้าแสดงสีหน้าโกรธออกมา พลางคิดในใจว่า ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เวรอย่างแก พวกเราคงได้นั่งเนียนฆ่าเวลาอยู่ในห้องสอบอย่างสงบไปแล้ว ไม่เห็นต้องมาคอยหวาดระแวงขวัญผวาอยู่ที่โถงทางเดินแบบนี้หรอก!

ถึงแม้ว่าในใจจะคิดแบบนั้น แต่ปากของเขากลับตอบอย่างเจียมตัวว่า

“...ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน ถ้าเจอหัวหน้าฝ่ายปกครองในโถงทางเดินล่ะก็...ได้ตายลูกเดียวแน่”

ดันเต้: “พูดต่อสิ เช่นว่า เมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่าเลิกเรียน”

นักเรียนปีศาจ: “ทุกๆ หนึ่งชั่วโมงของการเรียนจะมีช่วงพักเบรก 30 นาที เฉพาะตอนพักเบรกเท่านั้นถึงจะเดินไปไหนมาไหนได้อิสระ ส่วนเวลาเข้าเรียนกับเลิกเรียนจะมีเสียงดนตรีแจ้งเตือนไปทั่วโรงเรียน”

ดันเต้พยักหน้าอย่างเข้าใจ

มิน่าล่ะถึงต้องรีบหาห้องสิงกัน เพราะหนีเรียนเท่ากับตายนี่เอง วินัยเคร่งครัด บรรยากาศการเรียนดีเยี่ยม คะแนนประเมินโรงเรียนนี้ในสายตาของเขาแล้วพุ่งปรี๊ดเลยทีเดียวเชียว

แต่ดูท่าทางวีรกรรมของเขาเมื่อกี้จะทำเอาพวกนักเรียนปีศาจที่ตั้งใจสอบซวยกันหมดเลยแฮะ สำหรับพวกปีศาจแล้ว ห้องสอบนั่นถือเป็นเกมที่เบาสมองที่สุดแล้วล่ะ ปกติพวกมันสามารถกบดานอยู่ในนั้นได้ตั้งสองคาบรวมช่วงพักเบรกถึงค่อยออกมา

แต่ผลคือ...ห้องสอบดันโดนดันเต้เล่นซะพังยับ พวกมันเลยต้องระเห็จไปร่วมเกมสยองขวัญในห้องเรียนอื่นแทน

มิน่าล่ะ เจ้าปีศาจตัวนี้ถึงได้มองเขาเหมือนอยากจะฆ่าให้ตาย ดันเต้คิดในใจ

เฮ้อ...ช่างเป็นบุญกุศลอันล้ำค่าจริงๆ พระท่านว่าไว้ การปั่นหัวพวกปีศาจน่ะ ไม่ถือว่าเป็นบาปหรอกนะ

“ข้างหน้านี่ห้องเรียนอะไร?”

ดันเต้ถามขึ้นมาพลางชี้ไปข้างหน้า

ตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่บนทางเดินที่มีระดับสุดๆ ตะเกียงน้ำมันสไตล์คลาสสิกส่องสว่างให้เห็นภาพพอร์ตเทรตปีศาจที่ดูสมจริงจนน่าขนลุกแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่างามตามฝาผนัง

เดินถัดไปจะเห็นพรมลวดลายวิจิตรปูยาวไปจนสุดทาง ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นห้องเรียนศิลปะล่ะมั้ง ไอ้เกมที่เกี่ยวกับพวกภาพวาดเนี่ย ดันเต้น่าจะถนัดนักล่ะ

นักเรียนปีศาจ: “ห้องคหกรรมครับ”

ดันเต้: “???”

ห้องคหกรรมจำเป็นต้องจัดฉากให้ดูมีระดับขนาดนี้เลยเหรอ? นี่เหรอวิถีปีศาจชั้นสูง?

“ช่างเถอะ เอาห้องนี้แหละ”

แถวนี้ไม่ค่อยมีนักเรียนปีศาจให้ใช้สำรวจทางแล้ว เดินต่อไปคงจะเสี่ยงเกินไป ดันเต้จึงเลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนที่อยู่ตรงปลายพรมทันที

เจ้าปีศาจอยากจะรีบหนีไปให้พ้นจากคู่หูตัวซวยนี่ใจจะขาด แต่โคนีเลียกลับไม่มีท่าทีจะปล่อยมือจากมันเลย แถมยังเปลี่ยนท่าเป็นล็อคแขนลากมันแล้วเดินไปด้วยกันเสียอีก

“เพื่อนนักเรียน การได้พบกันถือเป็นวาสนา ไปด้วยกันเถอะนะ”

ดันเต้ยิ้มหวานให้

แต่รอยยิ้มนั่นกลับทำให้ปีศาจตัวนี้รู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง

พวกแกกะจะเอาข้าไปเป็นเหยื่อล่อชัดๆ!

จบบทที่ 017 มองหาเหยื่อรายต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว