- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 018 ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
018 ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
018 ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
ดันเต้จำเป็นต้องมีตัวล่อเป้าสักคนเพื่อมาทดสอบเงื่อนไขของเกม ดังนั้นเขาและโคนีเลียจึงขนาบข้างซ้ายขวา คุมตัวนักเรียนปีศาจผู้นี้เดินตรงไปยังห้องเรียนที่อยู่สุดทางเดิน บรรยากาศมันช่างเหมือนกับการคุมตัวนักโทษประหารไปลานประหารไม่มีผิด
ทันทีที่พวกเขาผลักประตูแกะสลักที่งดงามราวกับงานศิลปะออก ทันใดนั้น ภาพความหรูหราตระการตาที่ดูเหมือนชิ้นงานศิลปะก็ปรากฏแก่สายตาของพวกเขา ห้องเรียนนี้หากเทียบกับห้องคหกรรมหรือห้องครัวแล้ว ดูจะเหมือนห้องจัดเลี้ยงเสียมากกว่า ภายในห้องมีสไตล์การตกแต่งคล้ายกับโถงทางเดินด้านนอก ดูมีระดับราวกับเตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงมื้อค่ำ แสงไฟสว่างไสวให้ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มนวล เชิงเทียนเงินและโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับล้อแสงไฟ บนผนังมีภาพแกะสลักนูนสูงที่หรูหราอลังการ และมีโต๊ะยาวสไตล์บาโรกตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง
“ยินดีต้อนรับสู่ห้องคหกรรม ผมคืออาจารย์ของพวกคุณ บารอนแบเชล และผมขอเชิญพวกคุณมาร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำของผมด้วยความจริงใจครับ”
เสียงทุ้มต่ำดังสะท้อนไปทั่วห้องเรียน และทันใดนั้นประตูบานใหญ่ก็ปิดลงเสียงดังสนั่น
งานเลี้ยงมื้อค่ำงั้นเหรอ? โรงเรียนปีศาจนี่เขาเรียนกันตอนกลางคืนหรือไงกัน?
ดันเต้มองไปตามเสียง ที่ส่วนลึกที่สุดของห้องเรียน มีปีศาจชายหน้าตาดูอมทุกข์คนหนึ่งยืนอยู่ เขาแต่งกายด้วยชุดพิธีการสีดำสุดหรู เขาก้มคำนับแขกทั้งสามอย่างสง่างาม ก่อนจะหงายฝ่ามือหมุนข้อมือไปทางเก้าอี้ทานอาหารไม้โอ๊คแกะสลักข้างโต๊ะยาว เพื่อส่งสัญญาณให้ทั้งสามนั่งลง ดูเหมือนเขาจะไม่มีมาดของอาจารย์ที่ดูเจ้ายศเจ้าอย่างเลยสักนิด
แม้คำพูดและท่าทางของอาจารย์ท่านนี้จะดูเป็นมิตรมาก แต่ดันเต้รู้ดีว่าทั้งหมดนั่นคือของปลอม เพราะเจตนาฆ่าในดวงตาของบารอนแบเชลนั้นปิดไม่มิดเลยแม้แต่น้อย นักเรียนปีศาจที่โคนีเลียจับตัวมาเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เนื่องจากเขากลัวบารอนแบเชลตามสัญชาตญาณ
ภายใต้สัญญาณของดันเต้ โคนีเลียพาตัวนักเรียนปีศาจไปนั่งที่ฝั่งซ้ายของโต๊ะอาหาร ส่วนดันเต้ก็นั่งลงที่ฝั่งขวา ตรงข้ามกับโคนีเลียพอดี เมื่อเห็นนักศึกษาทั้งสามนั่งประจำที่แล้ว บารอนแบเชลก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ เขาหันหลังเดินไปที่ด้านหลังห้องเรียน แล้วค่อยๆ เข็นรถเข็นอาหารสีเงินออกมา บนรถเข็นมีอาหารสามจานที่ครอบด้วยฝาครอบจานสีเงิน
“บทเรียนสำหรับวันนี้คือการประเมินรสชาติอาหาร”
“อาหารของพวกคุณ ผมทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพวกคุณจะพึงพอใจนะครับ”
บารอนแบเชลเข็นรถเข็นมาที่ริมโต๊ะยาวราวกับเป็นพ่อบ้านมือโปร แล้วยกจานอาหารใบหนึ่งขึ้นมา
“แต่ว่า...”
บารอนแบเชลเปลี่ยนน้ำเสียงให้สูงขึ้น ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูเหมือนศิลปินผู้ทระนงและแอบจิตหน่อยๆ
“หลังจากที่พวกคุณดื่มด่ำกับมื้อค่ำแล้ว พวกคุณต้องตอบผมว่า วัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ใช้ในอาหารจานนี้มีอะไรบ้าง นี่คือข้อสอบของห้องคหกรรมในวันนี้ เชฟที่ยอดเยี่ยมย่อมสามารถสื่อถึงจิตวิญญาณกับนักชิมได้”
“ถ้าพวกคุณตอบถูกมากกว่า 80% ขึ้นไป นั่นพิสูจน์ว่าพวกคุณคือแขกผู้ทรงเกียรติ และเป็นนักเรียนที่โดดเด่นของห้องคหกรรมนี้ แต่ถ้าตอบผิดเละเทะล่ะก็ ผมคงจะเสียใจมาก...และคงต้องลงโทษพวกคุณตามความเหมาะสมแล้วล่ะ...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ มุมปากของบารอนแบเชลก็กักเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ ความปรารถนาที่จะฆ่าฟันแทบจะแปะหราอยู่บนใบหน้าของเขา
“......”
พอได้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ดันเต้แทบอยากจะซัดหน้ามันสักสองเปรี้ยง! นี่มันแผนล่อลวงชัดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ยังสู้บารอนแบเชลไม่ได้ ดันเต้คงเรียกโคนีเลียไปรุมกินโต๊ะมันแล้ว
“เอาล่ะ ในพวกคุณทั้งสามคน ใครจะเริ่มก่อน?”
บารอนแบเชลมองกวาดไปยังนักเรียนทั้งสามที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ห้องเรียนที่กว้างขวางเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ หลังจากออกมาจากห้องสอบครั้งก่อน แม้แต่โคนีเลียก็เข้าใจแล้วว่าเกมของพวกปีศาจพวกนี้นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร...นี่ไม่ใช่มื้อค่ำใต้แสงเทียนที่อบอุ่น แต่มันคืองานเลี้ยงสังหารริมหน้าผาชัดๆ!
แต่ความเงียบเข้าปกคลุมได้เพียงไม่กี่วินาที
“ไม่มีใครอาสาเลยงั้นเหรอ? งั้นผมขออนุญาตระบุตัวเลยแล้วกัน”
บารอนแบเชลเริ่มหมดความอดทน คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยขณะพูด
ทว่า ทันทีที่เขาสิ้นเสียงลง นักเรียนปีศาจที่นั่งข้างโคนีเลียก็ค่อยๆ ชูมือขึ้น นั่นทำให้สีหน้าของบารอนแบเชลดูยินดีขึ้นมาทันที
มีเพียงนักเรียนปีศาจคนนั้นที่เบิกตาค้าง เขามองไปทางโคนีเลียที่อยู่ข้างๆ อย่างไม่เชื่อสายตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสัยในชีวิตการเป็นปีศาจของตัวเอง
ก็โคนีเลียดันไปคว้าข้อศอกของเขา แล้วบังคับยกมือเขาขึ้นมาเองน่ะสิ!
เหงื่อกาฬไหลพล่านเต็มหน้าผากของเขา เมื่อเขามองไปที่บารอนแบเชล สายตาของบารอนก็ได้ล็อคเป้าเขาไว้เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าถูกพิพากษาประหารชีวิตเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นนักเรียนปีศาจก็หันไปมองดันเต้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความคับแค้นใจอย่างยิ่ง
ต่อให้ต้องตาย เขาก็อยากจะตายแบบเข้าใจอะไรบ้าง เด็กสาวคนนี้แม้จะน่ากลัว แต่ใจคอไม่น่าจะโหดร้ายขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะไอ้เฮงซวยที่นั่งฝั่งตรงข้ามนั่นแน่ๆ ที่ส่งสัญญาณให้เธอ!
ดันเต้หลบสายตา ทำปากจู๋เหมือนกำลังผิวปาก เมื่อกี้เขาเป็นคนส่งสัญญาณทางสายตาให้โคนีเลียจริงๆ นั่นแหละ โดยเขาเหลือบมองข้อศอกของนักเรียนปีศาจซ้ำๆ จนโคนีเลียเข้าใจความหมายของดันเต้ได้อย่างรวดเร็ว
เป็นแกจริงๆ ด้วย ไอ้เฮงซวย! นักเรียนปีศาจตะโกนก้องในใจด้วยความสิ้นหวัง เขาเจ็บปวด เขาแค้นใจ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากความหวาดกลัวที่เข้ามากัดกินในใจ
“งั้นก็เป็นคุณแล้วกัน!”
บารอนแบเชลรู้สึกปลื้มใจมากที่มีนักเรียนอาสาสมัครออกมา เขาเดินก้าวยาวๆ ไปหานักเรียนปีศาจ พลางวางจานอาหารลงตรงหน้าแล้วเปิดฝาครอบออก
เนื้อตุ๋นจานหนึ่งที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมของเมลอน เลมอน และมีกลิ่นรมควันจางๆ เสิร์ฟพร้อมผักตามฤดูกาลเล็กน้อย ปรากฏแก่สายตาของนักเรียนปีศาจ
“เชิญครับ ลงมือทานได้เลย”
บารอนแบเชลถอยหลังไปสองก้าว เพื่อเว้นระยะห่างให้นักเรียนปีศาจมีพื้นที่ส่วนตัวในการชิมอาหาร
เมื่อได้ยินดังนั้น นักเรียนปีศาจก็ชูมีดและส้อมขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา เขาค่อยๆ หั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กมากๆ แล้วจิ้มเนื้อส่งเข้าปากอย่างช้าๆ ยิ่งเข้าใกล้ปาก มือของเขาก็ยิ่งสั่นแรงขึ้นจนเหมือนจะเล็งเข้าปากไม่ถูก แต่บารอนแบเชลกลับไม่เร่งเร้าเขาเลยสักนิด ดูเหมือนว่าบารอนแบเชลจะรื่นรมย์กับการสังเกตท่าทางของนักเรียนปีศาจคนนี้เอามากๆ
นักเรียนปีศาจพยายามยื้อเวลาไปเรื่อยๆ พลางเหลือบมองบารอนเป็นระยะ จนกระทั่งเวลาผ่านไป 15 นาที อาหารจานหรูขนาดเล็กจานนี้ก็ถูกเขากินไปมากกว่าครึ่ง
“เอาล่ะ ถึงเวลาตอบคำถามแล้ว”
บารอนแบเชลพูดด้วยรอยยิ้ม ราวกับเป็นการนับถอยหลังสู่ความตายของนักเรียนปีศาจ
“......”
“มี...มีหอมใหญ่, แครอท, ใบกระวาน, ไธม์, ไวน์แดง, พริกไทยดำ...”
นักเรียนปีศาจตอบด้วยเสียงสั่นเครือ
เขาพยายามนึกย้อนถึงรสชาติที่ได้สัมผัสเมื่อครู่นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเจ็บปวดอย่างยิ่ง รสชาติของอาหารมันซับซ้อนเกินไป ทั้งที่ทุกคำมันคือความอร่อยระดับเทพ แต่มื้ออาหารนี้กลับไม่ได้มอบความสุขใดๆ ให้กับเขาเลยแม่แต่น้อย มีเพียงความสิ้นหวังและความกลัวที่ไม่สิ้นสุดเขามาแทนที่ ราวกับว่านี่คือสิ่งที่บารอนแบเชลอยากให้เขาได้ลิ้มรสจริงๆ ในที่สุดเขาก็เริ่มดำน้ำเดาสุ่มไปเรื่อย แต่ยิ่งเดาเขาก็ยิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหลงทางจากคำตอบที่ถูกต้องไปไกลแล้ว
รอยยิ้มบนใบหน้าของบารอนแบเชลเริ่มดูบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ จนมุมปากของเขาฉีกกว้างขึ้นจนดูน่าสยดสยอง
“ช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่คุณตอบถูกแค่ 37% เท่านั้น คุณไม่ใช่นักชิมตัวจริง”
เสียงประกาศที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงดังก้องไปทั่วห้องเรียน
สิ้นเสียงนั้น ลำคอของบารอนแบเชลก็ยืดออกจากกันทันที ผิวหนังของเขาฉีกขาดออกเหมือนถุงพลาสติก เผยให้เห็นเกล็ดสีเขียวมรกตที่อยู่เบื้องล่าง ราวกับว่าเขากำลังกลับคืนสู่ร่างจริงของเขา บารอนผู้แต่งตัวภูมิฐานเริ่มส่ายคอยาวๆ ที่ดูผิดธรรมชาตินั้นไปมา พร้อมกับส่งยิ้มเยาะด้วยใบหน้าที่กลายเป็นรูปลักษณ์ที่น่าสยดสยองถึงขีดสุด จากนั้นเขาก็จ้องเขม็งไปยังนักเรียนปีศาจที่หน้าถอดสีจนซีดเผือดเหมือนคนตายไปแล้ว
ในที่สุด ราวกับว่าบารอนแบเชลจะชื่นชมสีหน้าอันสิ้นหวังของนักเรียนปีศาจจนพอใจแล้ว หัวของเขาขยายใหญ่โตขึ้นมหาศาล และอ้าปากกว้างราวกับเหวลึก แล้วพุ่งเข้าเขมือบนักเรียนปีศาจด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด
เพียงงับเดียว!
นักเรียนปีศาจก็ถูกบารอนแบเชลกลืนลงท้องไปทั้งตัว! โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะขัดขืนซักนิด
กร้วม กร้วม
บารอนแบเชลเคี้ยวอยู่สองสามทีด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุข ก่อนจะกลืนมื้อค่ำที่เป็นของเขาลงไปทั้งหมด หลังจากกลืนกินอย่างเอร็ดอร่อย บารอนแบเชลก็ดูเหมือนจะฟินสุดๆ จนลูกตาเหลือกขึ้นบนเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หัวเราะร่าพลางหดคอกลับไปที่เดิม เขาก็บอกตั้งแต่แรกแล้วนี่ ว่านี่คืองานเลี้ยงมื้อค่ำของเขา
...
ในระหว่างที่บารอนแบเชลกำลังเพลิดเพลินกับมื้อค่ำแสนอร่อยอยู่นั้น แม้ว่าโคนีเลียจะยังมีใบหน้าเรียบเฉยเหมือนไพ่โป๊กเกอร์ แต่ในใจเธอก็เริ่มมีความกังวลขึ้นมาอยู่ไม่น้อย เธอมั่นใจแล้วว่าเธอคงสู้บารอนแบเชลไม่ไหวแน่ เดี๋ยวถ้าเกิดชิมแล้วแยกวัตถุดิบไม่ออกขึ้นมา ไม่รู้ว่าถ้าเธอแท็กทีมกับดันเต้จะพอต้านทานบารอนคนนี้ไว้ได้หรือเปล่า
เธอจึงเหลือบตามองไปที่ดันเต้
เมื่อทั้งสองสบตากัน เธอก็พบว่าดันเต้ยังคงรักษาหน้าตาเรียบเฉยเอาไว้ได้เหมือนเดิม เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีที่มั่นคงและนิ่งสงบ ราวกับว่าเขาเป็นตัวหมากบนกระดานหมากรุกสากล
นั่นทำให้โคนีเลียรู้สึกเบาใจลง และคิดว่าดันเต้ก็น่าจะมีแผนรับมืออยู่แล้วล่ะ