- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 015 เลิกแสดง
015 เลิกแสดง
015 เลิกแสดง
บรรยากาศภายในห้องเรียนของปีศาจนั้นกดดันแบบสุดๆ กดดันจนแทบจะเหมือนกับห้องสอบสมัยมัธยมปลายในชาติก่อนของดันเต้เลยทีเดียว ในตอนนี้ดันเต้ยังไม่ได้รีบลงมือทำข้อสอบ แต่เขากำลังลอบสังเกตกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ท้าทายด้วยกันอยู่
บางคนเริ่มออกอาการวิตกกังวล ขณะที่บางคนก็ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร ในเมื่อแม้แต่คนอย่างดันเต้ยังทำไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าวิธีการผ่านด่านนี้ไม่ใช่การวัดกึ๋นทางวิชาการอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นมันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเกินไป สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วนี่มันคือทางตันชัดๆ ดังนั้นวิธีผ่านด่านที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ผู้ท้าทายต้องไปแอบลอกคำตอบจากผู้เข้าสอบปีศาจเอา เพราะข้อสอบพวกนี้มันไม่ได้มีไว้ให้มนุษย์ทำ แต่มันคือข้อสอบที่มีไว้ให้สำหรับนักเรียนปีศาจต่างหาก
ผู้คุมสอบมีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างตายตัว คนแรกจะเดินวนหนึ่งรอบทุกๆ 50 วินาที แล้วจะไปหยุดยืนที่หน้าชั้นเรียนเป็นเวลา 10 วินาที ส่วนคนที่สองจะเดินวนหนึ่งรอบทุกๆ 40 วินาที และหยุดที่หลังห้องเป็นเวลา 5 วินาที โดยมีความคลาดเคลื่อนประมาณหนึ่งถึงสองวินาที
จากจุดที่ดันเต้นั่งอยู่ ประมาณทุกๆ 3 นาที จะมีช่วงที่เกิดจุดอับสายตาที่ผู้คุมสอบทั้งสองคนมองไม่เห็นพร้อมกันอยู่ประมาณสองถึงสามวินาที จังหวะนี้แหละที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือแอบชะโงกหน้าไปดูข้อสอบของพวกปีศาจได้แบบเต็มที่ แต่ถ้าจะผ่านด่านด้วยกฎเกณฑ์แบบนี้ ต้องบอกเลยว่าทรมานสุดๆ เพราะไม่รู้ว่าจะลอกทันไหม แถมพวกนักเรียนปีศาจก็คงจะไม่ยอมให้ลอกง่ายๆ ด้วย เผลอๆ อาจจะต้องร่วมมือกับผู้ท้าทายคนอื่นอีก
จากนั้นดันเต้ก็ปรายตามองไปยังเพื่อนร่วมทีมของตน เขามองเห็นโคนีเลียที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของเขาเริ่มมีอาการมือน้อยๆ สั่นเทา ดูท่าทางแล้วจะหักปากกาในมือทิ้งได้ทุกเมื่อ แม้จะอยู่ห่างกันแต่เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังที่จวนจะระเบิดออกมาจากตัวของเธอ ยัยคนนี้ไม่ได้วิเคราะห์เงื่อนไขของเกมเลยสักนิด เพราะเธอยังดูไม่ออกด้วยซ้ำเลยว่าข้อสอบมันยากขนาดไหน เธอคงคิดว่าทุกคนทำได้ มีแค่เธอคนเดียวที่ทำไม่ได้
โคนีเลียสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะวางปากกาลงบนโต๊ะเบาๆ ดูเหมือนว่าเธอจะถอดใจแล้ว จากนั้นเธอก็เริ่มกำหมัดแน่น ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนเธอจะ...เตรียมตัวพุ่งออกไปซัดให้เละเลยงั้นเหรอ?
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ ก็ถึงกับทำให้ดันเต้สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ถ้าโคนีเลียเลือกที่จะพังสนามสอบนี้ขึ้นมา ต่อให้ไม่พูดถึงเรื่องที่ว่าเธอจะเอาชนะผู้คุมสอบสองคนนั้นได้หรือไม่ก็เถอะ...แต่ถึงจะหนีออกจากห้องสอบไปได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็คงโดนฝูงปีศาจไล่ล่าไปทั่วโรงเรียนแบบไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ
ทว่าก่อนที่จะลงมือ เธอก็ยังอุตส่าห์หันมามองดันเต้แวบหนึ่ง สงสัยจะเป็นความเคยชินของเธอไปแล้ว ที่พอเจอเรื่องที่ต้องใช้หัวคิด เธอก็มักจะหันมาพึ่งพาดันเต้อยู่เสมอ ราวกับว่านี่คือความเข้าใจกันที่เริ่มผลิบานขึ้นจากช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันของพวกเขา
ดันเต้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โชคดีที่โคนีเลียไม่ได้ลุยเข้าไปตรงๆ จากนั้นเขาก็ส่งสายตาไปให้โคนีเลียเพื่อให้เธอมั่นใจ และโคนีเลียก็รับรู้ได้ในทันที เธอพยักหน้าเบาๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มสงบใจลงได้บ้างแล้ว
ดันเต้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดีที่ทั้งคู่มีพรสวรรค์ในการสื่อสารที่น่าทึ่งเช่นนี้ บางครั้งไม่ต้องพูดอะไรมากก็สามารถส่งสารถึงกันได้ ดูท่าว่างานนี้จะหวังพึ่งโคนีเลียไม่ได้แล้ว เขาไม่เพียงแต่ต้องทำคะแนนให้ตัวเองผ่านเกณฑ์เท่านั้น แต่ยังต้องแบกโคนีเลียให้ผ่านไปด้วยกันอีก
ดันเต้นวดคลึงระหว่างคิ้ว แม้ว่าเขามีแผนที่อาจจะจัดการผู้คุมสอบทั้งสองคนได้ในรวดเดียว แต่มันก็เสี่ยงเกินไป และเขาต้องตรวจสอบเงื่อนไขของสนามสอบให้แน่ใจมากกว่านี้ก่อน
ความจริงแล้วการสอบนี้ต้องจบลงให้เร็วที่สุด ภารกิจทั้งสามเงื่อนไขที่ดูเหมือนง่ายที่สุดอย่าง สำรวจโรงเรียนปีศาจให้เกิน 50% แท้จริงแล้วอาจจะเป็นส่วนที่ยากที่สุดด้วยซ้ำ ตัวเลข สถานะปัจจุบัน 1% ที่แสดงอยู่ข้างหลัง นั่นหมายความว่าห้องเรียนห้องนี้ มีค่าเท่ากับความคืบหน้าแค่ 1% เท่านั้น นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะต้องสำรวจพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตรให้ได้ภายในเวลา 12 ชั่วโมง
นอกจากพวกระเบียงหรือห้องเรียนว่างๆ ที่สำรวจได้ง่ายแล้ว ห้องเรียนอื่นๆ บางห้องก็อาจจะมีเกมบังคับ เหมือนอย่างห้องสอบปีศาจแห่งนี้ซ่อนอยู่ก็ได้ ถ้ากฎของห้องอื่นๆ มันเข้มงวดเหมือนห้องสอบนี้ล่ะก็ เขาไม่มีทางทำภารกิจใหญ่ทั้งหมดสำเร็จแน่นอน แสดงว่าระดับความยากของห้องอื่นๆ อาจจะขึ้นอยู่กับดวง อาจจะเจอห้องที่ผ่านได้ง่ายๆ หรืออาจจะเจอห้องที่ยากและกินเวลานาน ถ้ามัวแต่มาเสียเวลาอยู่ในห้องสอบปีศาจจนครบสองชั่วโมงครึ่งล่ะก็ ตั้งแต่เริ่มเกมพวกเขาก็จะเสียเปรียบในทันที
เดิมทีแล้วดันเต้...ไม่อยากจะเปิดใช้โปรเลยจริงๆ แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและโคนีเลีย รวมถึงเพื่อให้ผ่านโลกเงาได้อย่างราบรื่น เขาจึงตัดสินใจเลิกที่จะแสดงละครต่อไปแล้ว ก็เขามันเทพทรูนี่นา
"อาจารย์ ช่วยผมหน่อย!"
ดันเต้เรียกหาในใจ
"...ที่นี่ที่ไหน?"
เสียงที่ฟังดูเหมือนเพิ่งตื่นนอนปนความสงสัยเล็กน้อยดังขึ้นในหัวของดันเต้ แต่เธอไม่มีอาการหงุดหงิดหลังตื่นนอนเลย อีกทั้งน้ำเสียงของเธอนั้นนุ่มนวลอย่างมาก
"ผมเข้ามาในโลกเงาครับ โลกเงานี้ต้องทำข้อสอบด้วย อาจารย์ช่วยดูหน่อยสิว่ามีข้อไหนที่อาจารย์ทำได้บ้าง"
"..."
อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดออกมาว่า
"ข้อแรก เลือก C"
"ข้อสอง เลือก A"
...
"ข้อที่สิบหก เขียนตามลำดับนะ ทาส, ภาชนะ, ดึงดูด, ปมด้อย, ถูกทารุณ, ทนทุกข์, สิ้นหวัง, จิตหลอมละลาย, ข้อมูลทางความคิด..."
ท่าทางของดันเต้ที่ก้มหน้าก้มตาเขียนอย่างเอาเป็นเอาตายสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ท้าทายคนอื่นๆ เป็นอย่างมาก พวกเขาได้แต่คิดในใจกันอย่างพร้อมเพรียงว่า
ไอ้หมอนี่ทำอย่างกับกำลังลอกคำตอบอยู่อย่างนั้นแหละ! นี่เขาไม่ต้องหยุดคิดเลยหรือไงกัน?
ดันเต้จดจ่ออยู่กับการเขียนเกือบ 10 นาที ในที่สุดเขาก็ทำข้อสอบเสร็จ พร้อมกับพูดในใจว่า
"ลำบากอาจารย์แล้วครับ เชิญนอนต่อได้เลย"
"ระวังตัวด้วยนะ ฉันคงจะตื่นขึ้นมาไม่ได้ไปอีกสักพัก"
อาจารย์ฝากฝังไว้คำหนึ่งก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
ดันเต้ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่อาจารย์ของเขาทำข้อสอบพวกนี้ได้ เหตุผลที่ดันเต้สามารถพาอาจารย์เข้ามาในโลกเงาได้นั้นมีเพียงอย่างเดียว นั่นคืออาจารย์อยู่ในเด็คของเขานั่นเอง ส่วนข้อสอบน่ะเหรอ? จะมาคณามือเทพทรูอย่างผมได้ยังไง ในเมื่อผมมีติวเตอร์ส่วนตัวพกติดตัวมาด้วย
ไม่นานนัก ดันเต้ก็มองดูเวลาและสังเกตตำแหน่งของผู้คุมสอบอีกครั้ง จากการคาดคะเนของเขา อีกไม่กี่สิบวินาทีข้างหน้าจะถึงช่วงที่เกิดจุดอับสายตาของผู้คุมสอบแล้ว เขาได้แต่เฝ้ารออย่างใจเย็น พร้อมกับส่งสายตาบอกใบ้ให้โคนีเลียเตรียมพร้อมร่วมมือกับเขา
เมื่อผู้คุมสอบใกล้จะถึงช่วงจุดอับสายตา
สาม สอง หนึ่ง ตอนนี้แหละ!
ดันเต้ใช้ความเร็วปานสายฟ้าแลบสลับเอาข้อสอบของตัวเองไปวางบนโต๊ะของโคนีเลีย แล้วคว้าเอาข้อสอบของเธอมา พร้อมกับขยับปากบอกเธอโดยไร้เสียงว่า
"ส่ง รอ" (ส่งข้อสอบได้เลย แล้วไปรอฉันข้างนอก)
จากนั้นดันเต้ก็หยิบข้อสอบว่างเปล่าที่เอามาจากโคนีเลียขึ้นมา แล้วเริ่มรัวปากกาเขียนอีกครั้ง ส่วนทางด้านของโคนีเลีย เธอมองข้อสอบที่เต็มไปด้วยคำตอบด้วยความตกตะลึง เธอถึงกับคิดในใจว่าเรื่องดีๆ แบบนี้ก็มีด้วยงั้นเหรอ? เนื่องจากเธอไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยในสนามสอบขนาดนี้มาก่อนเลย
ณ ห้องรับชมการต่อสู้
ในตอนนี้มีผู้คนอัดแน่นจนล้นห้อง หลายคนถึงกับต้องยืนอยู่ตรงทางเดินเพื่อเฝ้ามองจอภาพผลึกเวทมนตร์จากระยะไกล เนื่องจากมีนักศึกษาจำนวนมาก ต่างให้ความสนใจกับการเปิดตัวครั้งแรกของสองนักศึกษาใหม่สุดแปลกจากวิทยาลัยอัศวิน
หลังจากทราบว่าทั้งคู่ถูกจับคู่ให้เข้าไปในโลกเงาระดับ 4 นักศึกษาหลายคนถึงกับวิ่งจากห้องเรียนตรงมายังห้องรับชมทันที แม้แต่พวกอาจารย์ก็ยังมาติดตามชมด้วยเช่นกัน
"ดันเต้ทำอะไรอยู่น่ะ? จะเขียนมั่วซั่วแบบนั้นไม่ได้นะ! เขาจะทำโคนีเลียตายไปด้วย!"
"เขาไม่ได้วิเคราะห์กฎกติกาให้ชัดเจนงั้นเหรอ?"
"เห็นได้ชัดว่าไม่เลย ก็แหงละ เป็นเด็กใหม่นี่นา มันเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่ทันสังเกตเรื่องพวกนี้"
คู่หูนักรบสมองกล้ามจากวิทยาลัยอัศวิน มาเจอกับบททดสอบสติปัญญาในช่วงเริ่มต้นแบบนี้ มันคือฝันร้ายชัดๆ
"ถ้าจะให้เขียนตอบกันจริงๆ ละก็ ข้อสอบพวกนี้แม้แต่ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุ ก็ยังต้องใช้เวลาค้นคว้าข้อมูลตั้งนานกว่าจะทำออกมาได้"
"ช่วยไม่ได้จริงๆ เด็กใหม่เข้าโลกเงาครั้งแรกก็เจอระดับ 4 เข้าให้แล้ว มาพลาดแบบนี้ช่างน่าเสียดายจริงๆ!"
"จบกัน จบเห่แล้ว โคนีเลียส่งข้อสอบแล้ว!"
"หรือว่าเขาจะใช้ชีวิตของเพื่อนร่วมทีมมาลองผิดลองถูก?"
นักศึกษาใหม่บางคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเงื่อนไขต่างคิดไปกันแบบนั้น เพราะถ้าดูจากการสอบเข้าแล้ว ดันเต้ไม่ใช่คนโง่ แต่เป็นคนที่เจ้าเล่ห์สุดๆ ต่างหาก!
"ไอ้บ้าเอ๊ย เจ้านี่มันเป็นนักบวชของลัทธิคืนชีพจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?!"
มีนักศึกษาบางคนกุมขมับตะโกนออกมาด้วยความผิดหวัง และบางคนก็เริ่มส่งเสียงด่าทอ แม้แต่อาจารย์บางท่านยังต้องเอามือกุมหน้าแล้วถอนหายใจ ในสายตาของพวกเขาแล้ว โคนีเลียกำลังจะกระตุ้นโหมดสังหารของผู้คุมสอบเข้าให้แล้ว พวกเขาทำได้เพียงภาวนาให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของผู้คุมสอบไปให้ได้เท่านั้น
ทว่าในวินาทีถัดมา เสียงร้องด้วยความตกใจก็ดังระงมไปทั่วทั้งห้องรับชม ราวกับหม้อน้ำที่เพิ่งเดือดพล่าน แม้แต่คนที่เดินอยู่ข้างนอกห้องรับชม ก็ยังสามารถได้ยินเสียงโห่ร้องที่ดังออกมาจากข้างใน
"เอ๊ะ?"
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"
"โคนีเลียส่งข้อสอบ แล้วก็...ผ่านเกณฑ์งั้นเหรอ?"
"พวกเราเข้าใจเขาผิดไปเหรอเนี่ย?"
"ทำไมเขาถึงทำข้อสอบได้ล่ะ??"
"หรือว่าจริงๆ แล้วเจ้านั่นจะเป็นปีศาจกันแน่?!"