- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 012 สร้างอุปกรณ์
012 สร้างอุปกรณ์
012 สร้างอุปกรณ์
โคนีเลียนั้นไม่ค่อยชอบห้องสมุดสักเท่าไหร่ เรียกว่าแทบไม่เคยย่างกรายมาที่นี่เลยดีกว่า แต่ถ้าไม่อยากสอบตก ดูท่าว่าหลังจากนี้เธอคงต้องตามดันเต้มานั่งเรียนบ่อยๆ เสียแล้ว
ทั้งสองนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะกลมตัวเล็ก ดันเต้กะว่าจะอ่านหนังสือให้จบก่อนค่อยเริ่มปรึกษาแผนการพิชิตโลกเงากับโคนีเลีย แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าเธอนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับหลับตาลงไปเสียแล้ว
ก่อนหน้านี้เธอพยายามฝืนอ่านหนังสืออยู่พักหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะเริ่มปวดหัวเลยวางหนังสือกลับที่เดิม แล้วก็นั่งสมาธิเข้าสู่โหมดทำสมาธิแทน
ดันเต้พบว่าเธอเป็นคนที่สงบจิตสงบใจได้เก่งมาก ซึ่งนี่แหละคือพรสวรรค์ของยอดฝีมือสายนักรบ เพียงแต่เธอแค่ไม่ชอบเรียนหนังสือก็เท่านั้นเอง
เมื่อดันเต้เคาะโต๊ะเบาๆ โคนีเลียก็ลืมตาขึ้นมาในทันทีแล้วจ้องมองมาที่ใบหน้าของเขา
"ขอดูการ์ดของเธอหน่อย"
ดันเต้กล่าว
โคนีเลียหยิบการ์ดเวทมนตร์ของเธอออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้กับดันเต้ จากนั้นก็นั่งรออย่างสงบ
ดันเต้ลูบคลำการ์ดในมือพลางขมวดคิ้ว การ์ดที่โคนีเลียใช้อยู่ล้วนเป็นการ์ดอุปกรณ์ ระดับทั่วไปสีขาว ระดับ 3 ซึ่งมีค่าสเตตัสค่อนข้างแย่
อาวุธคู่ใจของเธอดูเหมือนจะเป็นดาบ เพราะการ์ดพวกนี้เป็นดาบรูปร่างโหลๆ ที่ผลิตออกมาจำนวนมากเหมือนกันเป๊ะทุกใบ
"มันพัง..."
โคนีเลียพูดออกมาอย่างเขินอายเล็กน้อย
"เข้าใจแล้ว"
ดันเต้พยักหน้าพลางคืนการ์ดให้เธอ
เขาเดาออกแล้วว่าทำไมโคนีเลียต้องพกดาบระดับทั่วไปพวกนี้เยอะแยะ เนื่องจากอุปกรณ์ที่เรียกออกมาจากการ์ดอุปกรณ์ หากถูกทำลายลง จะไม่สามารถใช้งานได้อีกจนกว่าจะหาช่างซ่อมมาซ่อมให้ ดูท่าแล้ว พละกำลังมหาศาลของเธอคงจะทำอาวุธพังอยู่บ่อยๆ แน่ๆ
สำหรับเธอแล้ว อาวุธก็เหมือนกับของใช้สิ้นเปลือง ประกอบกับมานาของเธอมีไม่มากนัก และอาจต้องเรียกอาวุธออกมาใช้หลายครั้งในการต่อสู้ครั้งเดียว เธอจึงไม่ได้พกการ์ดเวทมนตร์ประเภทเสริมพลังกายติดตัวเลยแม้แต่ใบเดียว ส่วนการ์ดอัญเชิญนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอไม่จำเป็นต้องใช้มันเลยสักนิด
ระบบการ์ดเวทมนตร์ นั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การ์ดอัญเชิญ, การ์ดเวทมนตร์ และ การ์ดอุปกรณ์ โดยการสิ้นเปลืองมานาจะเรียงลำดับจากมากไปน้อยคือ การ์ดอัญเชิญ > การ์ดเวทมนตร์ > การ์ดอุปกรณ์
ด้วยเหตุนี้ สายการต่อสู้จึงถูกแบ่งแยกออกมาเป็น นักอัญเชิญ, จอมเวท และ นักรบ
สายนักอัญเชิญนั้นจะเน้นกลยุทธ์ พยายามพกการ์ดอัญเชิญให้มากที่สุดและเลือกพกการ์ดเวทมนตร์ตามสถานการณ์ เหมาะสำหรับคนที่มีพลังจิต และความอึดสูง
สายจอมเวทมักจะพกการ์ดทั้งสามประเภทอย่างละนิดอย่างละหน่อย เหมาะสำหรับคนที่มีพลังเวท และพลังจิตสูง นอกจากจะเชี่ยวชาญเวทมนตร์แล้ว ดาเมจที่ทำได้จากการใช้การ์ดเวทมนตร์ก็ยังรุนแรงที่สุดด้วย
ส่วนสายนักรบ จะเน้นพกการ์ดอุปกรณ์เป็นหลักและมีการ์ดเวทมนตร์เพียงเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่มีพละกำลัง และความอึดสูง แต่มีพลังจิตไม่เพียงพอ ซึ่งโคนีเลียจัดได้ว่าเป็นสายนักรบแบบมาตรฐานเป๊ะๆ
"ขอดูผลการทดสอบสเตตัสทั้งสี่ด้านของเธอหน่อยได้ไหม?"
ดันเต้ถาม
โคนีเลียหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเขียนๆ วาดๆ แล้วยื่นให้เขา ในนั้นเขียนไว้ว่า
พละกำลัง SSS, พลังเวท C, ความอึด S, พลังจิต D
นี่คือการเติบโตของสเตตัสทั้งสี่ด้านของเธอจากการทดสอบตอนเข้าเรียน ซึ่งดันเต้จำได้ว่าของตัวเองคือ
พละกำลัง E, พลังเวท C, ความอึด D, พลังจิต SS
อันที่จริงแล้ว ขอแค่มีสเตตัสสักด้านถึงระดับ A ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ระดับ S คือขอบเขตของอัจฉริยะ และถ้าสูงกว่านั้นขึ้นไปอีกก็คือระดับสัตว์ประหลาด
ดันเต้เคยคิดว่าการที่ตัวเองมีพลังจิตระดับ SS ก็ถือว่าโกงสุดๆ แล้ว ไม่นึกเลยว่าจะมีคนทดสอบได้ถึงระดับ SSS จริงๆ
เขาลอบคิดในใจว่า พลังการต่อสู้ของโคนีเลียยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกไกลมาก หากเขาสามารถสร้างการ์ดที่เหมาะสมให้กับเธอได้ ไหนๆ หลังจากนี้ก็ต้องปาร์ตี้กับเธออยู่บ่อยๆ อยู่แล้ว งั้นก่อนจะออกเดินทาง ลองช่วยอัปเกรดเด็คการ์ดให้เธอหน่อยดีกว่า
"จะไปโลกเงาเมื่อไหร่?"
โคนีเลียถามคำถามที่เธอสนใจที่สุดเมื่อเห็นดันเต้เงียบไปนาน
"รอผมสัก 2 สัปดาห์"
ดันเต้ตอบ
เขาต้องการเวลาเพื่อสร้างอุปกรณ์ให้โคนีเลีย และต้องรอให้มงกุฎแห่งความเจ็บปวดของเขาพ้นช่วงคูลดาวน์ด้วย อย่างไรเสียการไปโลกเงาของจริง คนตัวบางเลือดน้อยอย่างเขา ต้องมีไม้ตายช่วยชีวิตเพิ่มอีกสักชั้นถึงจะอุ่นใจได้ และในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ดันเต้ยังสามารถตัดสินใจเลือกวิชาเลือกให้เรียบร้อยได้พอดีอีกด้วย
โคนีเลียพยักหน้ารับคำ เมื่อตกลงเวลานัดหมายที่จะไปตะลุยโลกเงาด้วยกันได้แล้ว เธอก็เอ่ยลาดันเต้ด้วยความดีใจก่อนจะเดินออกจากห้องสมุดไปในทันที
......
ตลอด 2 สัปดาห์ต่อมา ดันเต้ไปเข้าเรียนวิชาบังคับตรงเวลาทุกวัน แม้วิชาพวกนี้สำหรับเขาจะเหมือนเป็นการเสียเวลาเปล่า แต่ปริมาณเนื้อหาก็อยู่ในระดับที่เขารับได้ ถือซะว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัว
แถมตอนอยู่ในห้อง เขาก็นั่งแถวหลังอ่านหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุด ซึ่งอาจารย์เองก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะในห้องเรียนก็ไม่ค่อยมีใครตั้งใจฟังอยู่แล้ว ขอเพียงแค่อยู่ภายใต้หลักการ ทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่รบกวนผู้อื่น อาจารย์ก็จะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งมองผ่านๆ ไป
หลังจากออกจากห้องเรียนของคลาส A ดันเต้ก็จะไปนั่งฟังวิชาเลือกที่เขาสนใจ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกเรียนเพิ่มแค่สองวิชาเท่านั้น
เนื่องจากโคนีเลียไม่คิดจะลงวิชาเลือกเลยสักตัว เธอจึงดูว่างงานเป็นพิเศษ ดันเต้พบว่าถ้าเขาไปห้องสมุด เขามักจะเจอโคนีเลียมานั่งรออยู่ที่โต๊ะกลมตัวเดิมเสมอ ถึงแม้ว่าโคนีเลียจะไม่ชอบการเรียน แต่เธอก็เป็นนักเรียนที่ดีและพยายามจะทำการบ้านอยู่เสมอ เพียงแต่เวลาเจอโจทย์คณิตศาสตร์ เธอมักจะกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดูเหมือนว่าเธอจะทำไม่ได้จริงๆ
และจังหวะนั้นเอง ดันเต้ก็จะยื่นกระดาษที่มีคำใบ้เขียนไว้ให้เธออย่างใจดี แม้เขาจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ฝั่งตรงข้าม แต่พอเห็นเธอติดขัด เขาก็จะเขียนสูตรและแนวทางการแก้โจทย์ลงในกระดาษขาวเพื่อช่วยเธออยู่เสมอ
และทุกครั้งที่เห็นคำใบ้จากดันเต้ เธอจะหาทางไปต่อได้อย่างรวดเร็ว ในที่สุดเธอก็ปักใจเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่า ดันเต้น่ะเป็นเทพแห่งการเรียนตัวจริง!
สุดท้ายโคนีเลียถึงขั้นลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ดันเต้เสียเลย พอเจอจุดที่ยากเธอก็จะหันมามองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน ดันเต้จึงได้แต่ถอนหายใจและจรดปากกาเขียนอธิบายลงในกระดาษร่างของเธอ
คณิตศาสตร์ของโลกนี้เน้นไปที่วิชาคำนวณ และพีชคณิต ซึ่งความยากก็พอๆ กับระดับมัธยมในชาติก่อนของดันเต้เพียงเท่านั้น สำหรับตัวตึงจอมขยันอย่างดันเต้แล้ว เรื่องพวกนี้มันง่ายเกินไปจริงๆ
นานวันเข้า โคนีเลียก็เริ่มเอาการบ้านวิชาความรู้พื้นฐานบังคับอีกสองวิชามานั่งทำข้างดันเต้ด้วย เพราะเธอรู้แล้วว่าดันเต้นั้นเก่งรอบด้านจริงๆ แม้เขาจะไม่ยอมบอกคำตอบตรงๆ แต่เขามักจะมองออกว่าความรู้พื้นฐานของเธอขาดตรงไหน และช่วยชี้แนะทางสว่างให้เธอได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็...เทอมหน้าเธอน่าจะลองเลือกวิชาเลือกเดียวกับเขาดูดีไหมนะ?
ตอนนี้ความกังวลเรื่องการสอบตกที่เป็นดั่งฝันร้ายของโคนีเลียก็ได้หายมลายไปสิ้นแล้ว ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมากในทุกๆ วัน
......
เวลา 2 สัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หากจะถามว่าสิ่งที่เหล่านักศึกษาใหม่ให้ความสนใจมากที่สุดในสัปดาห์ที่สามของการเปิดเทอมนั้นคืออะไร แน่นอนว่าต้องเป็นการที่ดันเต้และโคนีเลียกำลังจะไปพิชิตโลกเงานั่นเอง
แม้แต่รุ่นพี่และอาจารย์หลายคนก็เริ่มจับตามองศึกแรกของทั้งคู่อย่างใกล้ชิด นักศึกษาจากวิทยาลัยสายต่อสู้ทั้งสามแห่ง สามารถไปท้าทายโลกเงาได้ในช่วงเวลาเรียน เนื่องจากโลกเงาบางแห่งใช้เวลาสั้น บางแห่งยาวนาน อาจทำให้พลาดบางคลาสไปบ้าง แต่ขอเพียงได้รับอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกษาล่วงหน้าแล้ว ก็สามารถกลับมาเรียนชดเชยทีหลังได้
ความจริงแล้วแทบไม่มีนักศึกษาใหม่คนไหนไปท้าทายโลกเงาตั้งแต่เพิ่งเข้าเรียน ส่วนใหญ่พวกเลือกที่จะเริ่มไปกันในเทอมที่สองกันเสียมากกว่า อีกทั้งการที่นักศึกษาปีหนึ่งจะไปท้าทายได้นั้นต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษจากอาจารย์ที่ปรึกษาเสียก่อนอีกด้วย
ดันเต้และโคนีเลียเดินทางไปที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์อาร์โน เพื่อแจ้งความประสงค์ของพวกเขา
ศาสตราจารย์อาร์โนลังเลเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเซ็นอนุมัติให้ ถ้าเป็นนักศึกษาคนอื่นเขาคงไม่อนุญาตให้ไปท้าทายเร็วขนาดนี้แน่ แต่ถ้าเป็นดันเต้กับโคนีเลียล่ะก็ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน
อีกทั้ง เขากลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกห่วงสวัสดิภาพของผู้ท้าทายคนอื่นๆ ที่ถูกสุ่มมาเข้าปาร์ตี้เดียวกับสองคนนี้เสียมากกว่า...