เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

012 สร้างอุปกรณ์

012 สร้างอุปกรณ์

012 สร้างอุปกรณ์


โคนีเลียนั้นไม่ค่อยชอบห้องสมุดสักเท่าไหร่ เรียกว่าแทบไม่เคยย่างกรายมาที่นี่เลยดีกว่า แต่ถ้าไม่อยากสอบตก ดูท่าว่าหลังจากนี้เธอคงต้องตามดันเต้มานั่งเรียนบ่อยๆ เสียแล้ว

ทั้งสองนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะกลมตัวเล็ก ดันเต้กะว่าจะอ่านหนังสือให้จบก่อนค่อยเริ่มปรึกษาแผนการพิชิตโลกเงากับโคนีเลีย แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าเธอนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับหลับตาลงไปเสียแล้ว

ก่อนหน้านี้เธอพยายามฝืนอ่านหนังสืออยู่พักหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะเริ่มปวดหัวเลยวางหนังสือกลับที่เดิม แล้วก็นั่งสมาธิเข้าสู่โหมดทำสมาธิแทน

ดันเต้พบว่าเธอเป็นคนที่สงบจิตสงบใจได้เก่งมาก ซึ่งนี่แหละคือพรสวรรค์ของยอดฝีมือสายนักรบ เพียงแต่เธอแค่ไม่ชอบเรียนหนังสือก็เท่านั้นเอง

เมื่อดันเต้เคาะโต๊ะเบาๆ โคนีเลียก็ลืมตาขึ้นมาในทันทีแล้วจ้องมองมาที่ใบหน้าของเขา

"ขอดูการ์ดของเธอหน่อย"

ดันเต้กล่าว

โคนีเลียหยิบการ์ดเวทมนตร์ของเธอออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้กับดันเต้ จากนั้นก็นั่งรออย่างสงบ

ดันเต้ลูบคลำการ์ดในมือพลางขมวดคิ้ว การ์ดที่โคนีเลียใช้อยู่ล้วนเป็นการ์ดอุปกรณ์ ระดับทั่วไปสีขาว ระดับ 3 ซึ่งมีค่าสเตตัสค่อนข้างแย่

อาวุธคู่ใจของเธอดูเหมือนจะเป็นดาบ เพราะการ์ดพวกนี้เป็นดาบรูปร่างโหลๆ ที่ผลิตออกมาจำนวนมากเหมือนกันเป๊ะทุกใบ

"มันพัง..."

โคนีเลียพูดออกมาอย่างเขินอายเล็กน้อย

"เข้าใจแล้ว"

ดันเต้พยักหน้าพลางคืนการ์ดให้เธอ

เขาเดาออกแล้วว่าทำไมโคนีเลียต้องพกดาบระดับทั่วไปพวกนี้เยอะแยะ เนื่องจากอุปกรณ์ที่เรียกออกมาจากการ์ดอุปกรณ์ หากถูกทำลายลง จะไม่สามารถใช้งานได้อีกจนกว่าจะหาช่างซ่อมมาซ่อมให้ ดูท่าแล้ว พละกำลังมหาศาลของเธอคงจะทำอาวุธพังอยู่บ่อยๆ แน่ๆ

สำหรับเธอแล้ว อาวุธก็เหมือนกับของใช้สิ้นเปลือง ประกอบกับมานาของเธอมีไม่มากนัก และอาจต้องเรียกอาวุธออกมาใช้หลายครั้งในการต่อสู้ครั้งเดียว เธอจึงไม่ได้พกการ์ดเวทมนตร์ประเภทเสริมพลังกายติดตัวเลยแม้แต่ใบเดียว ส่วนการ์ดอัญเชิญนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอไม่จำเป็นต้องใช้มันเลยสักนิด

ระบบการ์ดเวทมนตร์ นั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การ์ดอัญเชิญ, การ์ดเวทมนตร์ และ การ์ดอุปกรณ์ โดยการสิ้นเปลืองมานาจะเรียงลำดับจากมากไปน้อยคือ การ์ดอัญเชิญ > การ์ดเวทมนตร์ > การ์ดอุปกรณ์

ด้วยเหตุนี้ สายการต่อสู้จึงถูกแบ่งแยกออกมาเป็น นักอัญเชิญ, จอมเวท และ นักรบ

สายนักอัญเชิญนั้นจะเน้นกลยุทธ์ พยายามพกการ์ดอัญเชิญให้มากที่สุดและเลือกพกการ์ดเวทมนตร์ตามสถานการณ์ เหมาะสำหรับคนที่มีพลังจิต และความอึดสูง

สายจอมเวทมักจะพกการ์ดทั้งสามประเภทอย่างละนิดอย่างละหน่อย เหมาะสำหรับคนที่มีพลังเวท และพลังจิตสูง นอกจากจะเชี่ยวชาญเวทมนตร์แล้ว ดาเมจที่ทำได้จากการใช้การ์ดเวทมนตร์ก็ยังรุนแรงที่สุดด้วย

ส่วนสายนักรบ จะเน้นพกการ์ดอุปกรณ์เป็นหลักและมีการ์ดเวทมนตร์เพียงเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่มีพละกำลัง และความอึดสูง แต่มีพลังจิตไม่เพียงพอ ซึ่งโคนีเลียจัดได้ว่าเป็นสายนักรบแบบมาตรฐานเป๊ะๆ

"ขอดูผลการทดสอบสเตตัสทั้งสี่ด้านของเธอหน่อยได้ไหม?"

ดันเต้ถาม

โคนีเลียหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเขียนๆ วาดๆ แล้วยื่นให้เขา ในนั้นเขียนไว้ว่า

พละกำลัง SSS, พลังเวท C, ความอึด S, พลังจิต D

นี่คือการเติบโตของสเตตัสทั้งสี่ด้านของเธอจากการทดสอบตอนเข้าเรียน ซึ่งดันเต้จำได้ว่าของตัวเองคือ

พละกำลัง E, พลังเวท C, ความอึด D, พลังจิต SS

อันที่จริงแล้ว ขอแค่มีสเตตัสสักด้านถึงระดับ A ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ระดับ S คือขอบเขตของอัจฉริยะ และถ้าสูงกว่านั้นขึ้นไปอีกก็คือระดับสัตว์ประหลาด

ดันเต้เคยคิดว่าการที่ตัวเองมีพลังจิตระดับ SS ก็ถือว่าโกงสุดๆ แล้ว ไม่นึกเลยว่าจะมีคนทดสอบได้ถึงระดับ SSS จริงๆ

เขาลอบคิดในใจว่า พลังการต่อสู้ของโคนีเลียยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกไกลมาก หากเขาสามารถสร้างการ์ดที่เหมาะสมให้กับเธอได้ ไหนๆ หลังจากนี้ก็ต้องปาร์ตี้กับเธออยู่บ่อยๆ อยู่แล้ว งั้นก่อนจะออกเดินทาง ลองช่วยอัปเกรดเด็คการ์ดให้เธอหน่อยดีกว่า

"จะไปโลกเงาเมื่อไหร่?"

โคนีเลียถามคำถามที่เธอสนใจที่สุดเมื่อเห็นดันเต้เงียบไปนาน

"รอผมสัก 2 สัปดาห์"

ดันเต้ตอบ

เขาต้องการเวลาเพื่อสร้างอุปกรณ์ให้โคนีเลีย และต้องรอให้มงกุฎแห่งความเจ็บปวดของเขาพ้นช่วงคูลดาวน์ด้วย อย่างไรเสียการไปโลกเงาของจริง คนตัวบางเลือดน้อยอย่างเขา ต้องมีไม้ตายช่วยชีวิตเพิ่มอีกสักชั้นถึงจะอุ่นใจได้ และในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ดันเต้ยังสามารถตัดสินใจเลือกวิชาเลือกให้เรียบร้อยได้พอดีอีกด้วย

โคนีเลียพยักหน้ารับคำ เมื่อตกลงเวลานัดหมายที่จะไปตะลุยโลกเงาด้วยกันได้แล้ว เธอก็เอ่ยลาดันเต้ด้วยความดีใจก่อนจะเดินออกจากห้องสมุดไปในทันที

......

ตลอด 2 สัปดาห์ต่อมา ดันเต้ไปเข้าเรียนวิชาบังคับตรงเวลาทุกวัน แม้วิชาพวกนี้สำหรับเขาจะเหมือนเป็นการเสียเวลาเปล่า แต่ปริมาณเนื้อหาก็อยู่ในระดับที่เขารับได้ ถือซะว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัว

แถมตอนอยู่ในห้อง เขาก็นั่งแถวหลังอ่านหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุด ซึ่งอาจารย์เองก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะในห้องเรียนก็ไม่ค่อยมีใครตั้งใจฟังอยู่แล้ว ขอเพียงแค่อยู่ภายใต้หลักการ ทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่รบกวนผู้อื่น อาจารย์ก็จะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งมองผ่านๆ ไป

หลังจากออกจากห้องเรียนของคลาส A ดันเต้ก็จะไปนั่งฟังวิชาเลือกที่เขาสนใจ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกเรียนเพิ่มแค่สองวิชาเท่านั้น

เนื่องจากโคนีเลียไม่คิดจะลงวิชาเลือกเลยสักตัว เธอจึงดูว่างงานเป็นพิเศษ ดันเต้พบว่าถ้าเขาไปห้องสมุด เขามักจะเจอโคนีเลียมานั่งรออยู่ที่โต๊ะกลมตัวเดิมเสมอ ถึงแม้ว่าโคนีเลียจะไม่ชอบการเรียน แต่เธอก็เป็นนักเรียนที่ดีและพยายามจะทำการบ้านอยู่เสมอ เพียงแต่เวลาเจอโจทย์คณิตศาสตร์ เธอมักจะกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดูเหมือนว่าเธอจะทำไม่ได้จริงๆ

และจังหวะนั้นเอง ดันเต้ก็จะยื่นกระดาษที่มีคำใบ้เขียนไว้ให้เธออย่างใจดี แม้เขาจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ฝั่งตรงข้าม แต่พอเห็นเธอติดขัด เขาก็จะเขียนสูตรและแนวทางการแก้โจทย์ลงในกระดาษขาวเพื่อช่วยเธออยู่เสมอ

และทุกครั้งที่เห็นคำใบ้จากดันเต้ เธอจะหาทางไปต่อได้อย่างรวดเร็ว ในที่สุดเธอก็ปักใจเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่า ดันเต้น่ะเป็นเทพแห่งการเรียนตัวจริง!

สุดท้ายโคนีเลียถึงขั้นลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ดันเต้เสียเลย พอเจอจุดที่ยากเธอก็จะหันมามองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน ดันเต้จึงได้แต่ถอนหายใจและจรดปากกาเขียนอธิบายลงในกระดาษร่างของเธอ

คณิตศาสตร์ของโลกนี้เน้นไปที่วิชาคำนวณ และพีชคณิต ซึ่งความยากก็พอๆ กับระดับมัธยมในชาติก่อนของดันเต้เพียงเท่านั้น สำหรับตัวตึงจอมขยันอย่างดันเต้แล้ว เรื่องพวกนี้มันง่ายเกินไปจริงๆ

นานวันเข้า โคนีเลียก็เริ่มเอาการบ้านวิชาความรู้พื้นฐานบังคับอีกสองวิชามานั่งทำข้างดันเต้ด้วย เพราะเธอรู้แล้วว่าดันเต้นั้นเก่งรอบด้านจริงๆ แม้เขาจะไม่ยอมบอกคำตอบตรงๆ แต่เขามักจะมองออกว่าความรู้พื้นฐานของเธอขาดตรงไหน และช่วยชี้แนะทางสว่างให้เธอได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็...เทอมหน้าเธอน่าจะลองเลือกวิชาเลือกเดียวกับเขาดูดีไหมนะ?

ตอนนี้ความกังวลเรื่องการสอบตกที่เป็นดั่งฝันร้ายของโคนีเลียก็ได้หายมลายไปสิ้นแล้ว ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมากในทุกๆ วัน

......

เวลา 2 สัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หากจะถามว่าสิ่งที่เหล่านักศึกษาใหม่ให้ความสนใจมากที่สุดในสัปดาห์ที่สามของการเปิดเทอมนั้นคืออะไร แน่นอนว่าต้องเป็นการที่ดันเต้และโคนีเลียกำลังจะไปพิชิตโลกเงานั่นเอง

แม้แต่รุ่นพี่และอาจารย์หลายคนก็เริ่มจับตามองศึกแรกของทั้งคู่อย่างใกล้ชิด นักศึกษาจากวิทยาลัยสายต่อสู้ทั้งสามแห่ง สามารถไปท้าทายโลกเงาได้ในช่วงเวลาเรียน เนื่องจากโลกเงาบางแห่งใช้เวลาสั้น บางแห่งยาวนาน อาจทำให้พลาดบางคลาสไปบ้าง แต่ขอเพียงได้รับอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกษาล่วงหน้าแล้ว ก็สามารถกลับมาเรียนชดเชยทีหลังได้

ความจริงแล้วแทบไม่มีนักศึกษาใหม่คนไหนไปท้าทายโลกเงาตั้งแต่เพิ่งเข้าเรียน ส่วนใหญ่พวกเลือกที่จะเริ่มไปกันในเทอมที่สองกันเสียมากกว่า อีกทั้งการที่นักศึกษาปีหนึ่งจะไปท้าทายได้นั้นต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษจากอาจารย์ที่ปรึกษาเสียก่อนอีกด้วย

ดันเต้และโคนีเลียเดินทางไปที่ห้องทำงานของศาสตราจารย์อาร์โน เพื่อแจ้งความประสงค์ของพวกเขา

ศาสตราจารย์อาร์โนลังเลเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเซ็นอนุมัติให้ ถ้าเป็นนักศึกษาคนอื่นเขาคงไม่อนุญาตให้ไปท้าทายเร็วขนาดนี้แน่ แต่ถ้าเป็นดันเต้กับโคนีเลียล่ะก็ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน

อีกทั้ง เขากลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกห่วงสวัสดิภาพของผู้ท้าทายคนอื่นๆ ที่ถูกสุ่มมาเข้าปาร์ตี้เดียวกับสองคนนี้เสียมากกว่า...

จบบทที่ 012 สร้างอุปกรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว