เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

011 แก๊ง

011 แก๊ง

011 แก๊ง


หลังจากกลับมาที่ห้องเรียน ทุกคนต่างยังคงอินและเม้าท์มอยเรื่องพิธีปฐมนิเทศกันอย่างออกรส สิ่งที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นกันสุดๆ ไม่ใช่การแสดงดนตรีหรือท่าเต้นที่สวยงาม แต่เป็นละครเวทีที่สอดแทรกอยู่ในพิธีปฐมนิเทศต่างหาก

เนื้อเรื่องของละครเวทีนั้นดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว ซึ่งได้ไปพิชิตเนื้อเรื่องหลักของโลกเงา ระดับ 6 มาเมื่อปีที่ผ่านมา เรื่องราวเต็มไปด้วยความพลิกผันหักมุม จนในที่สุดด้วยความร่วมมือของเหล่านักพิชิต ก็สามารถสร้างตอนจบที่ทำให้คนดูซึ้งจนน้ำตาซึมได้ ละครเวทีเรื่องนี้ปลุกใจเหล่านักศึกษาใหม่ให้ฮึดสู้และอยากแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาต่างคาดหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ไปพิชิตโลกเงาระดับสูงแบบนั้นบ้าง

บรรยากาศในห้องเรียนตอนนี้เสียงดังกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกมาก ดูเหมือนทุกคนจะเริ่มลดกำแพงในใจลง และเริ่มเข้าไปทำความรู้จักกับคนที่ดูถูกชะตากันแล้ว มีบางคนเริ่มเข้าไปทักทายดันเต้และโคนีเลียด้วย พวกเขาฟังที่ดันเต้พูดรู้เรื่อง แต่กลับไม่เข้าใจที่โคนีเลียพูดเลย ดูเหมือนว่าทุกครั้งดันเต้จะต้องคอยเป็นล่ามช่วยแปลให้เธอตลอด

ในที่สุดทุกคนก็ได้ข้อสรุปว่า ทั้งสองคนนี้เข้าถึงง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ ถ้าไม่นับเรื่องการ์ดที่ดันเต้ใช้ เขาก็คือเด็กหนุ่มปกติคนหนึ่งนี่แหละ ส่วนโคนีเลียถึงจะดูเย็นชาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้วางมาดหรือเย่อหยิ่งเลย

“ขอบใจนะ” โคนีเลียพูดกับดันเต้

“ไม่เป็นไรหรอก” ดันเต้ยิ้มอย่างเพลีย ๆ

โคนีเลียรู้สึกมีความสุขมาก ตั้งแต่มาที่อาณาจักรนอร์ตัน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สื่อสารกับคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพขนาดนี้ ทั้งสองคนยังคงนั่งอยู่ที่แถวหลังของห้องเรียน เพียงแต่ตอนนี้ เส้นแบ่งเขต ระหว่างพวกเขากับนักศึกษาคนอื่นๆ ดูจะไม่ชัดเจนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ถึงแม้จะเป็นห้อง A แต่ที่นี่คือวิทยาลัยอัศวิน หรือที่รู้จักกันในนามวิทยาลัยนักรบ ซึ่งหาคนชอบเรียนหนังสือได้ยากอย่างยิ่ง สำหรับพวกเขาแล้ว ห้องเรียนก็ไม่ต่างอะไรกับกรงขัง ทว่าพวกเขากลับสังเกตเห็นว่า...ดันเต้ซึ่งเป็นอันดับหนึ่ง กำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ ส่วนโคนีเลียอันดับสองก็นั่งนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา เธอพยายามจะอ่านเอกสารที่โรงเรียนแจกให้ แต่ก็รีบปิดลงอย่างรวดเร็ว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่นักศึกษาคนอื่นๆ ก็เริ่มทำตามกันอย่างช้าๆ จนทำให้บรรยากาศในห้องเรียนค่อยๆ กลับมาสงบเงียบ หัวใจที่ว้าวุ่นของทุกคนคล้ายจะสงบลงตามไปด้วย

ที่แท้...นี่คือสภาวะจิตใจของผู้แข็งแกร่งสินะ

พวกเขาคิดว่าตัวเองบรรลุสัจธรรมบางอย่างเข้าให้แล้ว

เมื่อศาสตราจารย์อาร์โนเดินกลับเข้ามาในห้อง เขาก็ต้องชะงักกับภาพที่ดูประหลาดตรงหน้า ตลอดทางที่เดินมา อีกสามห้องที่เหลือนี่เสียงดังโวยวายกันสุดๆ แต่ทำไมห้องนี้ถึงเงียบกริบเหมือนห้องสมุดไปได้ล่ะเนี่ย

ศาสตราจารย์อาร์โนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินไปที่โพเดียม แล้วเริ่มอธิบายข้อควรระวังต่างๆ ของสถาบัน รวมถึงระบบการเรียนการสอน แต่จริงๆ แล้วทางสถาบันก็ได้แจกเอกสารมาให้กับนักศึกษาแล้วเช่นกัน ซึ่งเนื้อหาในนั้นก็บ่งบอกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนทุกปีจะมีแต่พวกบ้าที่ไม่ยอมอ่าน ทำให้เขาที่อยู่ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา ต้องมาพูดเน้นย้ำอีกรอบเช่นนี้

วิชาบังคับในเทอมแรกของปี 1 วิทยาลัยอัศวินมีแค่ 4 วิชาเท่านั้น ได้แก่

ศิลปะการต่อสู้

วิชาคำนวณ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโลกเงา

ทฤษฎีพื้นฐานการ์ดเวทมนตร์

ทั้ง 4 วิชานี้นักศึกษาห้อง A จะต้องเรียนด้วยกัน และระบบจะลงทะเบียนให้โดยอัตโนมัติ ส่วนวิชาที่เหลือสามารถเลือกเรียนได้เองตามใจชอบ หรือแม้กระทั่งจะเลือกจากวิชาของอีกสามวิทยาลัยที่สนใจก็ได้

โดยเฉพาะวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุ ที่มีวิชาให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งจิตวิทยา, เศรษฐศาสตร์, การแพทย์ ไปจนถึงพฤกษศาสตร์ แต่สำหรับนักศึกษาของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุเองแล้วนั้น วิชาพวกนี้อาจจะเป็นฝันร้าย เพราะพวกเขาถูกบังคับให้ต้องเรียนเกือบทั้งหมด ก็นะ...เพราะคนกลุ่มนี้ไม่ต้องลงดันเจี้ยนยังไงล่ะ

ส่วนนักศึกษาส่วนใหญ่ของวิทยาลัยอัศวินมักจะไม่ค่อยเลือกวิชาสายทฤษฎีมากนัก พวกเขามักจะออกไปล่าที่เขตผจญภัยหรือไปพิชิตโลกเงาเพื่อเก็บหน่วยกิตกันเสียมากกว่า วิชาเลือกเหล่านี้จะต้องเรียนรวมกับนักศึกษาจากห้องอื่น และต้องยืนยันรายวิชาให้เสร็จสิ้นภายในสองสัปดาห์ โดยในช่วงสองสัปดาห์แรกนั้น สามารถไปลองนั่งฟังได้วิชาเลือกได้อย่างอิสระ จะลงทะเบียนหรือยกเลิกวิชาไหนก็ได้ตามใจชอบ

ดันเต้สนใจวิชาสายเศรษฐศาสตร์และพวกวิศวกรรมเวทมนตร์บางตัว แต่เขาก็ไม่ได้กะจะลงเยอะเกินไป เพราะยังไงเขาก็ยังอยากโฟกัสที่การสร้างการ์ดเป็นหลักมากกว่า ส่วนหน่วยกิตที่ไม่พอนั้น เดี๋ยวค่อยไปลุยในโลกเงาสักสองสามรอบก็น่าจะเต็มแล้ว การไปหาคนแบกแล้วคอยเป็นซัพพอร์ตนี่แหละ สบายที่สุด

ส่วนคนที่จะมาแบกเขาน่ะเหรอ...ดันเต้อดไม่ได้ที่จะหันไปมองโคนีเลียที่อยู่ข้างๆ ถึงโคนีเลียจะมีระดับแค่ระดับ 3 แต่ความสามารถของเธอเทียบเท่าระดับ 4 ได้เลย ถ้าดันเต้ตั้งปาร์ตี้กับเธอ ก็น่าจะถูกสุ่มไปเจอโลกเงาระดับ 2 หรือระดับ 3 เรียกได้ว่าเป็น คู่หูตัวตึง ที่ไปซ่าได้ทุกที่เลยล่ะ มันช่างสมบูรณ์แบบสุดๆ

“เอกสารที่แจกไปน่ะรบกวนอ่านกันให้ละเอียดด้วยนะ แล้วก็ลองตัดสินใจเรื่องวิชาเลือกดูกันด้วยนะ ส่วนวันนี้เลิกได้!”

หลังจากสั่งการเรื่องสำคัญเสร็จ ศาสตราจารย์อาร์โนก็เดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ดันเต้กำลังจัดเก็บหนังสือและเอกสารเตรียมจะกลับ แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าโคนีเลียดูจะมีเรื่องกลุ้มใจ เธอขยำเอกสารในมือจนยับยู่ยี่ ถ้าเธอออกแรงเพิ่มอีกนิด เอกสารแผ่นนี้อาจจะกลายเป็นเศษกระดาษไปเลยก็ได้

“เป็นอะไรไปเหรอ?” ดันเต้ถาม

“เลข...” โคนีเลียตอบสั้นๆ เพราะเธอคือพวกอ่อนวิชาคำนวณนั่นเอง

สำหรับการพิชิตโลกเงาหรือการใช้การ์ดเวทมนตร์ วิชาคำนวณคือพื้นฐานของพื้นฐานที่สำคัญมากๆ แต่เธอก็ทำไม่ได้จริงๆ ตอนสอบเข้าเธอก็เกือบจะตกม้าตายเพราะข้อสอบข้อเขียนมาแล้ว แถมวิชาเลือกเธอก็ไม่รู้จะเลือกอะไรดี เธอเลยกะว่าไม่ลงวิชาเลือกเลย แล้วไปลุยโลกเงาอย่างเดียวแทน

เธอคิดว่าถ้าได้เพื่อนร่วมทีมที่เรียนเก่งก็น่าจะดี เพราะโลกเงาส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้แค่กำลังก็ผ่านได้ ในนั้นคนฉลาดมักจะมีชีวิตรอดได้นานกว่าสายบ้าพลัง แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนๆ ในวิทยาลัยนักรบส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเก่งเรื่องเรียนกันสักเท่าไหร่ ส่วนวิทยาลัยอื่นเธอก็ไม่รู้จักใครเลย เธอเลยรู้สึกกลุ้มใจอย่างมาก

ดันเต้: “ติว”

โคนีเลีย: “เก่ง?”

ดันเต้: “แน่”

โคนีเลีย: “เลี้ยง?”

ดันเต้: “ไป”

อารมณ์ของโคนีเลียดีขึ้นมาทันที การสื่อสารระหว่างคนฉลาด และคนคุยน้อย มันช่างง่ายดายและเรียบง่ายแบบนี้แหละ...เมื่อเก็บของกันเสร็จแล้ว ดันเต้และโคนีเลียจึงเดินออกจากห้องไปด้วยกัน

ตลอดทางที่พวกเขาเดินออกจากห้องเรียน มีนักศึกษาจำนวนมากจับตามองมาที่พวกเขาสองคน กลายเป็นว่าสองคนนี้ไม่ได้แค่นั่งด้วยกันในห้องเรียนเท่านั้น แม้แต่หลังเลิกเรียนก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันอีก ถ้าเป็นที่วิทยาลัยอื่น ภาพนี้คงดูเป็นคู่หนุ่มสาวที่เหมาะสมกันดี จนกลายเป็นหัวข้อซุบซิบประจำต้นเทอมไปแล้ว

แต่ทว่า...สองคนนี้น่ะเหรอ นี่มันคือการรวมตัวกันของเด็กใหม่ที่อันตรายที่สุดในวิทยาลัยอัศวินชัดๆ มันให้ความรู้สึกเหมือน...เป็นพวกแก๊งอะไรสักอย่าง เห็นแล้วมันน่าขนลุกมากกว่าน่าอิจฉาน่ะสิ

...

ดันเต้และโคนีเลียไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุฟเฟต์สไตล์ยุโรป เนื่องจากไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบกินอะไรหรือหิวแค่ไหน ทั้งคู่เลยตกลงเลือกร้านนี้ ปกติแล้วร้านแบบนี้คนมักจะตักมาเยอะเกินในช่วงท้าย ดันเต้เลยไม่ได้ตักมามากนัก ส่วนโคนีเลียก็ตักมาไม่เยอะเหมือนกัน

ทั้งสองคนนั่งกินกันอย่างเงียบๆ พวกเขาไม่ใช่ประเภทที่ชอบชวนคุยเวลากินข้าวกันทั้งคู่ ผ่านไปไม่นานนัก ดันเต้ก็กินอิ่มอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็มองไปที่โคนีเลียที่นั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว แล้วถามว่า

“กินเสร็จแล้วเหรอ?”

“อืม”

“เรื่องวิชาเลือก เธอจะเอายังไง?”

“ทั้งหมด...ลุย...ลุยโลกเงา”

“ไปด้วยกันไหมล่ะ?”

“ได้...ได้สิ”

ถึงโคนีเลียจะไม่รู้ว่าดันเต้เรียนเก่งแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ต้องเก่งกว่าเธอชัวร์ๆ เขาต้องเป็นคนหัวดีมากแน่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ เธอยอมรับในฝีมือของดันเต้

โคนีเลีย: “ต่อ...ไป...ไหน?”

ดันเต้: “ห้องสมุด”

โคนีเลีย: “ด้วย?”

ดันเต้: “โอเค”

จบบทที่ 011 แก๊ง

คัดลอกลิงก์แล้ว