เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

010 ผู้ช่วยแปล

010 ผู้ช่วยแปล

010 ผู้ช่วยแปล


ในเดือนตุลาคม อุณหภูมิของเมืองหลวงเริ่มลดต่ำลง ลมหนาวในยามเช้าที่พัดผ่านสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธ ทำให้ดันเต้อดไม่ได้ที่จะหาวออกมาฟอดใหญ่ วันนี้ดันเต้ตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อสวมชุดยูนิฟอร์มของสถาบัน ตัวชุดถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่ดูเฉียบคม สไตล์ใกล้เคียงกับชุดที่เขาเคยเห็นเทรเซียสวมใส่ เพียงแต่ชุดของวิทยาลัยอัศวินจะเน้นโทนสีแดงสดซึ่งดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

ดันเต้ยืนเช็กความหล่อของตัวเองหน้ากระจกก่อนจะคิดในใจว่า

“ไม่เลว”

ฮี่ๆ หล่อจัดเลยแฮะ ดันเต้เอ๋ย เส้นทางสู่ความรวยของแกเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้!

......

ปีนี้วิทยาลัยอัศวินมีนักศึกษาที่สอบผ่านทั้งหมดหนึ่งร้อยเจ็ดคน โดยแบ่งออกเป็น 4 ห้อง ตั้งแต่ห้อง A ไปจนถึงห้อง D เงื่อนไขการแบ่งห้องนั้นง่ายมาก คือเรียงตามลำดับคะแนนสอบ ซึ่งแน่นอนว่าดันเต้ถูกจัดให้อยู่ห้อง A อย่างไม่ต้องสงสัย โดยห้องเรียนของนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งนั้นตั้งอยู่ที่ชั้นสองของอาคารเรียนวิทยาลัยอัศวิน ดันเต้เดินหาห้องเรียนตามแผนที่เพียงครู่เดียวก็เจอแล้ว

ตอนที่เขาเดินเข้าไปในห้อง มีนักศึกษาบางส่วนมาถึงก่อนเขาแล้ว เนื่องจากเป็นห้องเรียนแบบขั้นบันไดที่กว้างขวางมาก จึงทำให้ดูค่อนข้างโล่งตา และทันทีที่คนในห้องเห็นดันเต้ ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าเหมือนกับได้เจอสิ่งมีชีวิตหายากออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน

ดูเหมือนทุกคนจะยังไม่แน่ใจว่านิสัยใจคอของดันเต้นั้นเป็นยังไง เลยยังไม่มีใครกล้าเข้ามาทักทายในทันที เพราะขืนเขาเป็นพวกนิสัยเสียแล้วใครไปเข้าตาเข้าล่ะก็ ชีวิตอีกสามปีหลังจากนี้ต้องกลายเป็นนรกแน่ๆ

นักบวชลัทธิประหลาด นั่นคือฉายาที่เหล่านักศึกษาตั้งให้ดันเต้ในตอนนี้

ดันเต้เลือกที่นั่งตรงโซนหลังห้องแล้วหยิบเอกสารที่ทางโรงเรียนแจกให้ออกมาอ่านเงียบๆ ระหว่างนั้นก็มีเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่ทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปไม่กี่นาที

...

“อ...อรุณ...สวัสดิ์...”

จู่ๆ ก็มีเสียงเด็กสาวที่แผ่วเบาและค่อนข้างแข็งทื่อดังขึ้นข้างกายของเขา เมื่อดันเต้หันไปมองตามเสียง เขาก็ได้เห็นเส้นผมสีแดงสะดุดตานั้น

“อรุณสวัสดิ์”

ดันเต้พยักหน้าตอบแล้วก้มลงอ่านเอกสารต่อ ที่แท้โคนีเลียก็มานั่งข้างเขานี่เอง การที่มีสาวสวยระดับนี้มานั่งข้างๆ ในวันเปิดเรียนวันแรกก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสุดๆ อยู่หรอกนะ แต่ดันเต้ดันกังวลว่าเธอจะเผลอมาโดนตัวเขาเข้าเนี่ยสิ แค่คิดว่าข้อศอกเล็กๆ ของเธออาจจะเหวี่ยงมาโดนแบบไม่ตั้งใจ อาจจะทำให้กระดูกของเขาหักเป็นท่อนๆ ได้เลยนะ

เขาจึงตัดสินใจคุยกับโคนีเลียให้เข้าใจก่อนว่า

“ร่างกายของผมค่อนข้างอ่อนแอมากนะ ถ้าเธอเผลออัดผมเข้าล่ะก็ ผมอาจจะตายได้เลย”

“ข...เข้าใจ ฉันเข้าใจ”

“ขอบใจนะ”

“ม...ไม่เป็นไร”

......

เมื่อนักศึกษาในห้องเห็นว่า นักบวชลัทธิประหลาด กับ วัลคีรี นั่งอยู่ด้วยกัน สายตาของทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะคอยชำเลืองมองไปที่หลังห้องอยู่บ่อยๆ

“สองคนนั้นรู้จักกันมาก่อนเหรอ?”

“คุยอะไรกันอยู่น่ะ?”

“หรือว่าพวกเขากำลังวางแผนจะยึดอำนาจจากอาจารย์?”

เหล่านักศึกษาพากันลดเสียงลงแล้วซุบซิบกันไปต่างๆ นานา ตอนนี้สมาชิกในห้องมากันครบแล้ว ทำให้บรรยากาศภายในห้องเริ่มจะวุ่นวายขึ้นมาเล็กน้อย นอกจากดันเต้กับโคนีเลียแล้ว นักศึกษาคนอื่นๆ ต่างพากันไปกระจุกตัวอยู่ที่โซนหน้าและโซนกลางห้อง เหมือนกับว่าห้องนี้ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองเขตอย่างชัดเจน

พอเสียงกริ่งดังขึ้น คนที่ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาก็เดินเข้ามาในห้องตรงเวลาเป๊ะ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั้น นักศึกษาก็พบว่าเป็นศาสตราจารย์อาร์โนนั่นเอง

แต่เมื่อสายตาของศาสตราจารย์อาร์โน เหลือบไปเห็นดันเต้กับโคนีเลียที่นั่งอยู่ด้วยกันหลังห้อง เปลือกตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกขึ้นมา ทำไมสองคนนี้ถึงดูอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขผิดปกติล่ะเนี่ย? หรือว่าพวกเขาจะวางแผนก่อกบฏกัน? เดิมทีเขาก็กังวลว่าสองคนนี้จะสู้กันจนตายไปข้างหนึ่งตั้งแต่วันแรกแล้วเสียอีก แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ามันกลับตรงกันข้ามกับที่เขาจินตนาการเอาไว้อย่างสิ้นเชิง

เขาแสร้งกระแอมไอสองครั้ง แล้วดึงสายตากลับมาที่นักศึกษาส่วนใหญ่ ก่อนจะเริ่มกล่าวทักทาย

“ทุกคน ผมชื่อ อาร์โน สเลท จะทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องนี้เป็นเวลาหนึ่งปี ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย”

“ลำดับแรกคือพิธีปฐมนิเทศ ซึ่งเป็นกิจกรรมเฉลิมฉลองการเข้าเรียนของพวกคุณ ขอให้ทุกคนผ่อนคลายและสนุกกับมันก่อน หลังจากจบพิธีแล้วกลับมาที่ห้อง เราค่อยมาคุยเรื่องรายละเอียดระบบการเรียนของสถาบันกัน...”

หลังจากอธิบายสั้นๆ เหล่านักศึกษาใหม่ก็เดินตามศาสตราจารย์อาร์โนออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังหอประชุมใหญ่ที่อยู่ใกล้กับทางเข้าสถาบัน ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงสถานที่จัดงาน

“ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่!”

เสียงหัวเราะและบรรยากาศรื่นเริงพุ่งออกมาทันทีที่ประตูอาคารเปิดออก นักศึกษารุ่นพี่ต่างออกมาต้อนรับน้องใหม่อย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่แค่นักศึกษาจากวิทยาลัยอัศวินเท่านั้น แต่นักศึกษาใหม่จากวิทยาลัยอื่นๆ อีกสามแห่งก็ทยอยเดินเข้างานมาพร้อมกันด้วยเช่นกัน

การตกแต่งบนเพดานและผนังของหอประชุมใหญ่ส่องแสงระยิบระยับ สะท้อนกับดอกไม้และลูกโป่ง ไม่ใช่แค่ดันเต้ แม้แต่โคนีเลียที่เดินตามเขามาตลอดก็ยังรู้สึกแสบตาจนต้องขยี้ตาเบาๆ งานนี้มันอลังการเกินคาดจริงๆ

เมื่อดันเต้กวาดสายตามองไปรอบๆ เขาก็รุ้สึกได้ถึงความผ่อนคลายและความสุขที่เริ่มเอ่อล้นในใจ

เอ๊ะ? ทำไมยัยนี่ถึงตามเรามากันล่ะ?

ไม่นานนัก ดันเต้ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า มีโคนีเลียที่เดินตามเขามาข้างๆ อย่างเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

“ทำไมเธอถึงเดินตามแค่ผมคนเดียวล่ะ?”

“ง่าย”

โคนีเลียตอบสั้นๆ ว่าสื่อสารกับเขาคนเดียวเนี่ยแหละที่ง่ายที่สุด

“นี่เธอเห็นผมเป็นผู้ช่วยแปลภาษาหรือไง?”

“......”

โคนีเลียเงียบไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนเธอกำลังพยายามรวบรวมคำพูดอย่างหนัก ก่อนจะโพล่งออกมาว่า

“พะ...พะ...พะ...เพื่อน”

“อืม...”

ดันเต้ที่สัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีที่แสนใสซื่อจากโคนีเลีย เขาจึงคิดในใจว่า ในเมื่อเป็นแบบนั้นอนาคตก็มาสนิทกันไว้เถอะ จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปหาโคนีเลียอย่างเป็นกันเอง

ส่วนโคนีเลียที่เห็นดังนั้น แม้สีหน้าจะยังดูนิ่งๆ แต่ท่าทางของเธอกลับดูร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกันนั้นเธอก็รีบยื่นมือมาจับมือดันเต้ในทันที

แต่ทันใดนั้น ดันเต้ก็เกิดลางสังหรณ์เตือนภัยจนเหงื่อกาฬไหลพราก แล้วรีบชักมือกลับทันควัน!

ดันเต้: “แรง”

โคนีเลีย: “ขอโทษ”

เมื่อครู่นี้เหมือนโคนีเลียดูเหมือนจะตื่นเต้นเกินไป จนเกือบจะบีบมือเขาเต็มแรง ถ้าเขาปฏิกิริยาไม่ไวพอ อย่างน้อยๆ ก็ต้องกระดูกแตกละเอียดอย่างแน่นอน! ขืนมือพังเพราะโดนโคนีเลียบีบ เส้นทางอาชีพของเขาคงจบเห่กันพอดีน่ะสิ!

โคนีเลียดูเหมือนจะไม่กล้าออกแรงอีก เธอจงทำได้เพียงแค่ยื่นมือไปวางไว้ข้างๆ มือของดันเต้ เพื่อให้เขาเป็นฝ่ายจับมือเธอเองแทน

ดันเต้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกหลังจากขวัญหนีดีฝ่อไปเมื่อครู่ เขาตัดสินใจยื่นมือออกไปอีกครั้งและกุมมือเล็กๆ ของโคนีเลียที่ค้างอยู่กลางอากาศไว้ มิตรภาพของทั้งคู่ที่เกือบจะพังทลายตั้งแต่เริ่ม ในที่สุดก็ก่อตัวขึ้นได้สำเร็จ

ต้องยอมรับเลยว่ามือของโคนีเลียนุ่มนิ่มมากจริงๆ ดันเต้คิดไม่ตกเลยว่า ไอ้พละกำลังมหาศาลที่ทำเอาเขาสันหลังวาบเมื่อครู่นี้มันมาจากไหนกันแน่

......

“ยินดีต้อนรับสู่สถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธ!”

เสียงดนตรีอันรื่นเริงดังไปทั่วห้องโถงที่หรูหรา เมื่อม่านสีแดงเข้มที่นุ่มนวลดุจขนห่านค่อยๆ แหวกออก บนเวทีก็ปรากฏร่างของชายชราที่มีอายุคนหนึ่ง

“ผมคืออธิการบดี มีชื่อว่า ไลเดอร์สัน อาร์ซู ขอแสดงความยินดีกับการสอบเข้าของทุกคนจากใจจริง”

“หวังว่าทุกคนจะไม่เกียจคร้านบนเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและแสงสว่าง จงใช้เวลาสามปีนี้พากเพียรเรียนรู้ให้มากเข้าไว้ เนื่องจากอนาคตของอาณาจักรต้องการพวกคุณทุกคน”

“เอาละ ผมไม่พูดมากแล้ว วันนี้ขอให้ทุกคนสนุกกันให้เต็มที่!”

อธิการบดีไลเดอร์สันกล่าวสุนทรพจน์จบด้วยประโยคสั้นๆ

“โอ้ววว!”

ไม่นานนัก นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งต่างก็พากันโห่ร้องด้วยความดีใจ

พร้อมกันนั้น ก็มีชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นพิธีกรวิ่งออกมาจากด้านซ้ายของม่าน สวนทางกับอธิการบดี แล้วประกาศเสียงดังลั่นว่า

“เริ่มพิธีปฐมนิเทศได้!”

เมื่อสิ้นเสียงของพิธีกรหนุ่ม บรรยากาศภายในพิธีปฐมนิเทศก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่านักศึกษาที่อยู่ในงาน

จบบทที่ 010 ผู้ช่วยแปล

คัดลอกลิงก์แล้ว