- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 007 การ์ดของดันเต้
007 การ์ดของดันเต้
007 การ์ดของดันเต้
ภายในโลกเงาที่ดันเต้อยู่
ศาสตราจารย์อาร์โนพุ่งตัวเข้าหาดันเต้ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ แต่เขากลับพบว่าดันเต้ยืนนิ่งไม่ไหวติง แถมยังเอามือไพล่หลังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดูราวกับว่าเขาเป็นยอดฝีมือผู้เร้นกายมาเองซะอย่างนั้น
ท่าทางแบบนี้ของดันเต้ ทำเอาอาร์โนถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว
"ทำไมไม่หนีล่ะ? หรือว่าพอรู้ว่าความยากมันเพิ่มขึ้น เลยถอดใจอยากจะอยู่รอความตาย เพื่อประท้วงกันแน่?"
อาร์โนยอมรับว่าเขาได้แอบเพิ่มความยากให้ดันเต้นิดหน่อยจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็นะ มันยังอยู่ในขอบเขตของกฎเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้อยู่ เพราะงั้นจึงถือว่ายังไม่ทำผิดระเบียบอะไร
"อาวุธของนายล่ะ?"
ด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ อาร์โนจึงยังไม่รีบร้อนลงมือ แต่เอ่ยถามขึ้นมาแทน
ดันเต้ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ชูมือขวาขึ้นมาแล้วเขย่าตุ๊กตาต้องสาปสไตล์โกธิคโลลิต้าที่สวมอยู่ที่มือเบาๆ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มีความคิดที่จะยอมแพ้เลยสักนิด
อาร์โนเริ่มขมวดคิ้วมุ่น เขามองสารรูปและท่าทางของดันเต้แล้วก็ต้องยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดมาก็เคยเจอนักรบสายประหลาดมาบ้าง แต่ไอ้ที่ประหลาดล้ำโลกขนาดนี้เพิ่งเคยเห็นเป็นขวัญตานี่แหละ! ในหัวของเขาตอนนี้มีเรื่องที่อยากจะบ่นเต็มไปหมด แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี รู้สึกเหมือนมีก้างปลาติดคอ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆ
แต่ในฐานะกรรมการคุมสอบ เขาไม่ควรดึงเวลาให้การสอบล่าช้าไปมากกว่านี้ ในเมื่อผู้เข้าสอบมีท่าทีแบบนี้ เขาก็ทำได้แค่ส่งเจ้าตัวเคลื่อนย้ายออกจากโลกเงาให้เร็วที่สุดเท่านั้น
อาร์โนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
"ถึงจะรู้สึกผิดไปหน่อย แต่หวังว่าปีหน้านายจะเลือกวิทยาลัยที่เหมาะสมกับตัวเองนะ"
พอพูดจบ อาร์โนก็เงื้อดาบยาวสีเงินในมือขึ้น แล้วฟันออกไปในแนวขวางอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว!
ไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายพุ่งเข้าจู่โจมทั่วร่างของดันเต้ทันที ในระยะประชิดขนาดนี้ เขาย่อมไม่มีทางหลบพ้นแน่ๆ!
ทว่าดันเต้กลับไม่มีความคิดที่จะหลบเลยสักนิด เพราะเขารอจังหวะนี้มานานแล้วต่างหาก!
มือซ้ายที่ไพล่อยู่ข้างหลังของเขากำการ์ดเวทมนตร์ใบหนึ่งเอาไว้ตลอดเวลา มันคือไพ่ตายของเขา และยังเป็นคอร์หลักของสายที่เขาเล่น ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินชัยชนะในครั้งนี้!
เมื่อดันเต้อัดพลังเวทเข้าไปในการ์ด แสงสีส้มจ้าบาดตาพลันระเบิดออกมาจากฝ่ามือ! จากนั้น จุดแสงราวกับเทพจุติที่พุ่งทะยานออกไป แล้วก่อตัวเป็นรูปสัญลักษณ์สีทองกลางอากาศ!
การ์ดในมือซ้ายของดันเต้สลายกลายเป็นตัวตนจริง แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอัญเชิญการ์ดใบนี้ แต่ดันเต้ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากการดใบนี้ได้
การอัญเชิญเสร็จสิ้น!
สิ่งที่ตามมาคือหมอกดำทึบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายประหลาด หมอกดำเหล่านั้นไหลทะลักลงสู่พื้นราวกับน้ำป่าที่หลากซัดไปทุกทิศทาง ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณในพริบตา และใจกลางของหมอกดำนั้นก็อยู่ข้างหลังดันเต้นี่เอง!
ชายคนหนึ่งที่มีกลิ่นอายของซากศพรุนแรงค่อยๆ ปรากฏกายออกมาจากหมอกดำ ในมือของเขาถือม้วนคาถาเวทที่เปล่งแสงสีเขียวจางๆ เอาไว้ เขามีสีหน้าอมทุกข์ พร้อมกับมีเสียงสวดส่งวิญญาณที่ดังขึ้นตามมา
"หมอกหนาทึบอันเวิ้งว้าง คือความโศกเศร้าอันไร้ที่สิ้นสุดของข้า..."
...
ผู้ชมในตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงฮือฮาจนสถานการณ์วุ่นวายไปหมดแล้ว!
"เอฟเฟกต์อลังการขนาดนี้ หรือจะเป็นการ์ดระดับมหากาพย์?!"
"พระเจ้าช่วย! ระดับมหากาพย์สีส้มของจริงเหรอเนี่ย?!"
"สอบเข้าแต่พกการ์ดระดับมหากาพย์มาด้วยเนี่ยนะ เกินไปเปล่าพี่ชาย!"
"คุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่ไหนมาหาประสบการณ์ชีวิตกันเนี่ย?"
เนื่องจากการ์ดระดับมหากาพย์สีส้มนั้น ปกติแล้วจะมีให้เห็นแค่ในการดวลของพวกเทพๆ เท่านั้น! แล้วการสอบนักศึกษาใหม่จะมีของระดับนี้โผล่มาได้ยังไงกันเล่า!
พร้อมกันนั้น ผลการประเมินการ์ดระดับมหากาพย์ที่ดันเต้ใช้ ก็ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าจอถ่ายทอดสดทันที
[กวีผู้เสื่อมสลาย]
[ประเภท: การ์ดอัญเชิญ]
[ระดับความหายาก: มหากาพย์สีส้ม]
[ระดับ: 1]
[โจมตี: 0]
[พลังชีวิต: 100]
[เอฟเฟกต์: รบกวนจิตใจของสิ่งมีชีวิตฝ่ายศัตรูทั้งหมดผ่านบทกวีปีศาจ ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดที่ได้รับคูณเพิ่มขึ้น 1,000%]
[หมายเหตุ: เจ็บ! มันเจ็บปวดเหลือเกิน!]
...
คมดาบของอาร์โนฟันเข้าที่หน้าอกของดันเต้เข้าอย่างจัง!
ดันเต้กะจังหวะเวลาได้เป๊ะมาก เขาอัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมาในวินาทีที่อาร์โนกำลังจะฟันโดนตัวพอดี เมื่อคำนวณจากเอฟเฟกต์ของการ์ดทั้งสามใบที่เขาใช้ร่วมกัน ผลลัพธ์คือการสะท้อนความเจ็บปวดกลับไปถึง 60 เท่า!
แม้ว่าในหุบเขามายา จะมีการตั้งค่าความเจ็บปวดที่ได้รับไว้เพียง 1/4 แต่เมื่อคูณเข้าไปแล้ว มันก็ยังสูงถึง 15 เท่าของความเจ็บปวดในโลกความจริงอยู่ดี!
ความเจ็บปวดจากการถูกฟันเข้ากลางอกอย่างจังในครั้งนี้ จึงถูกสะท้อนกลับไปหาอาร์โนถึง 15 เท่า
ร่างของดันเต้ถูกแรงปะทะจนกระเด็นถอยหลังไป กลิ้งคลุกฝุ่นอยู่หลายตลบกว่าจะหยุดนิ่งได้
"โคตรเจ็บเลย!"
ดันเต้กุมหน้าอกพลางพยุงตัวลุกขึ้น มงกุฎแห่งความเจ็บปวดช่วยล็อกพลังชีวิตให้เขาไว้ ทำให้ดาเมจที่ถึงตายไม่ได้ทำให้เขาพ่ายแพ้ไป แต่ความรู้สึกเหมือนหน้าอกถูกฉีกกระชากและกระดูกซี่โครงแตกละเอียดเมื่อกี้ยังทำเอาเขาจุกจนแทบตั้งสติไม่อยู่
ทว่าทางด้านศาสตราจารย์อาร์โนนั้น...
เขานอนตาค้าง น้ำลายฟูมปาก สลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว
...
จากนั้น อาร์โนก็ถูกตัดสินว่าสูญเสียสติสัมปชัญญะโดยสมบูรณ์ และถูกเคลื่อนย้ายออกจากโลกเงาทันที
"เฮ้อ—"
ดันเต้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดีนะที่กรรมการสลบไปเลย จะได้ไม่ต้องไปซ้ำดาบสอง
ไม่นานนัก เขาก็เห็นข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
[ผ่านด่านโลกเงา ใช้เวลาไป 57 วินาที]
[บรรลุเงื่อนไขพิเศษ: เอาชนะกรรมการคุมสอบ ได้รับการประเมินพื้นฐานระดับ S]
[ภายใต้เงื่อนไขการผ่านด่านพิเศษ เหลือเวลาอีก 29 นาที 3 วินาที ได้รับคะแนนโบนัสเพิ่ม]
[กำลังคำนวณคะแนน...]
[คะแนนที่ได้คือ 1.557 × 10^13]
[การประเมินขั้นสุดท้าย: SSS]
[กำลังจะออกจากโลกเงา ขอให้ผู้เข้าสอบเตรียมตัวให้พร้อม...]
แต่ดันเต้หารู้ไม่ว่า ในตอนนี้เสียงวิจารณ์นอกสนามสอบได้พุ่งทะลุจุดเดือดไปแล้ว
"ไอ้นอกรีตที่ไหนมันสร้างการ์ดสายเกรียนพรรค์นี้ขึ้นมาวะเนี่ย!!"
"วิทยาลัยอัศวินปีนี้ได้ตัวประหลาดมาเสริมทัพซะแล้ว..."
"ปีนี้มีทั้งพวกบ้าพลังที่ไล่ทุบกรรมการคุมสอบ กับไอ้พวกสายแปลกที่น่ารังเกียจสุดๆ แบบนี้ ถือเป็นโชคสองชั้นจริงๆ เลยนะเนี่ย"
"เขายังพกการ์ดมาไม่ถึงขีดจำกัดสูงสุดเลยด้วยซ้ำ..."
วิญญาณของแต่ละคนนั้นมีขีดจำกัดในการรองรับการผูกมัดการ์ดเวทมนตร์ได้ อย่างเช่น ดันเต้ที่อยู่ในระดับ 2 เขาสามารถผูกมัดการ์ดที่มีระดับรวมกันได้ไม่เกิน 20 ถ้าเขาขึ้นไปถึงระดับ 3 ก็จะผูกมัดได้ถึง 30
ถ้าดันเต้ที่อยู่ในระดับ 2 พกแต่การ์ดระดับ 2 เขาพกแค่ 10 ใบก็เต็มโควตาแล้ว แต่ถ้าเขาเลือกพกการ์ดระดับ 1 บ้าง เขาก็จะพกการ์ดได้จำนวนมากขึ้น
การ์ดระดับต่ำอาจมองได้ว่าใช้ ค่าร่าย น้อยกว่า ดังนั้นจึงมีการ์ดระดับต่ำคุณภาพสูงบางใบ ที่แม้ว่าเจ้าของจะเลื่อนระดับไปสูงแค่ไหนก็ยังไม่ถูกคัดออกไป
แต่สำหรับดันเต้แล้ว การสอบเข้าสถาบัน แค่การ์ด 3 ใบก็เหลือเฟือแล้วล่ะ แถมการ์ดเวทมนตร์สายโจมตีหลักๆ ของเขายังถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขการสอบอีกต่างหาก
เมื่อเดินออกมาจากห้องสอบ ดันเต้ก็เห็นศาสตราจารย์อาร์โนถูกเจ้าหน้าที่พยาบาลหามออกไปแล้ว
เขารู้สึกเบาใจขึ้นมาทันที ความเจ็บปวด 15 เท่านั่นคงไม่ถึงกับทำให้พิการหรอกมั้ง โชคดีที่หุบเขานี้มีกฎลดความเจ็บปวดเหลือเพียง 1/4 ไม่งั้นลูกฮึดของอาร์โนเมื่อกี้อาจจะส่งวิญญาณตัวเองไปสวรรค์จริงๆ แล้วก็ได้
"เราก็ทำตัวโลว์โปรไฟล์ขนาดนี้ คงไม่มีใครสังเกตเห็นหรอกมั้ง"
เมื่อดันเต้ลองคิดดู มีผู้เข้าสอบตั้งเยอะแยะที่สอบพร้อมกัน แถมฝั่งเขาใช้เวลาเตรียมตัวรวมสอบเสร็จแค่หนึ่งนาทีกว่าๆ เอง คงโผล่บนจอใหญ่แค่แวบเดียวล่ะน่า อย่างมากก็แค่มีกล้องแพนผ่านสักวินาทีสองวินาทีเท่านั้นแหละ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ฮัมเพลงเบาๆ พลางเดินทอดน่องออกจากตึกหลักของวิทยาลัยอัศวินอย่างอารมณ์ดี
ทว่าเขากลับเห็นเทรเซียยืนรออยู่ตรงประตูทางเข้าแล้ว แถมดูจากท่าทางแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะรีบวิ่งมาจนหอบแฮ่ก
เธอมองซ้ายมองขวาอย่างลุกลี้ลุกลน พอแน่ใจว่าไม่มีใครจ้องมาทางดันเต้ เธอก็รีบคว้าแขนเสื้อเขาแล้วออกตัววิ่งทันที
"อ๊ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอเทรเซีย?"
แม้ดันเต้จะงงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ยอมวิ่งตามแรงดึงของเทรเซียไป
"ถ้าไม่รีบหนีตอนนี้ นายจะถูกคนรุมจ้องยังกับเป็นสิ่งมีชีวิตหายากแน่ๆ"
เทรเซียตอบ
"ทำไมล่ะ?"
"นายจำไม่ได้เหรอว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรลงไป? จอถ่ายทอดสดเขาตัดภาพมาที่นายเต็มๆ เลยนะ!"
"เอ๊ะ? มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ?"
"ก็แน่ล่ะสิ!"
ตั้งแต่ตอนที่แผนที่ทุ่งราบโผล่มา แถมมีศาสตราจารย์อาร์โนเป็นกรรมการคุมสอบ ฝ่ายตัดต่อภาพเขาก็เริ่มจับตาดูทางฝั่งดันเต้แล้ว และสิ่งที่ดันเต้แสดงออกมาหลังจากนั้น มันคือ เซอร์ไพรส์ ที่เกินความคาดหมายของทุกคนไปไกลลิบเลยล่ะ
ดันเต้นิ่งไปครู่หนึ่ง พอคิดได้ว่าการต่อสู้ระหว่างเขากับศาสตราจารย์อาร์โนถูกคนดูเห็นกันหมดแล้ว...
"บ้าเอ๊ย! เจ็บใจชะมัด!"
จู่ๆ ดันเต้ก็ตะโกนออกมาจนเทรเซียตกใจ
"นายเป็นอะไรไป?"
"ถ้ารู้ว่าคนทั้งโลกกำลังจ้องมาที่ผมขนาดนี้ ผมน่าจะฉวยโอกาสนี้รับโฆษณาไปด้วยแล้วนะเนี่ย! ขาดทุนยับเลยสิแบบนี้!"
"..."
"นี่เทรเซีย ทำไมถึงเงียบไปล่ะ?"
"พวกเรา...มาคุยกันเรื่องมื้อเย็นดีกว่านะ เพื่อเป็นการฉลองที่นายสอบผ่าน เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง!"
เทรเซียยิ้มอย่างอ่อนใจแล้วพูดตัดบทไป