เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

006 แยกเขี้ยว

006 แยกเขี้ยว

006 แยกเขี้ยว


ดันเต้นั่งรอจนเกือบจะสัปหงก ในที่สุดเขาก็ถูกผู้คุมสอบสะกิดเตือนว่าถึงเวลาต้องเข้าไปในโลกเงาเสียที

เขาปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตเม็ดบนสุดออก บิดคอไปมาเพื่อคลายเส้นสายและผ่อนคลายหัวไหล่ ก่อนจะเดินตามผู้คุมสอบไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูมิติ

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในประตูมิตินี้ โลกทั้งใบก็พลันมืดสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งใด รอบข้างเงียบเชียบเสียจนดันเต้ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง ส่วนเสียงอื่นๆ ดูเหมือนจะถูกตัดขาดไปโดยสิ้นเชิง

ไม่นานนัก แสงสว่างรอบตัวก็เริ่มสว่างวาบขึ้นมา เขาเหมือนตกอยู่ในมิติลี้ลับที่ดูคล้ายกับอุโมงค์กาลเวลา และในจังหวะนั้นเอง ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา

[ยินดีต้อนรับสู่โลกเงาจำลอง หุบเขามายา]

[เนื้อหาการทดสอบครั้งนี้คือการจำลองการดวล ไม่มีการเป็นอันตรายถึงชีวิต]

[สุ่มภูมิประเทศ ความเจ็บปวดที่ได้รับอยู่ที่ 1/4 ของความเป็นจริง]

[หากถูกสังหารในหุบเขามายา หรือหมดสติโดยสมบูรณ์จนไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ จะถูกเคลื่อนย้ายออกจากหุบเขามายาอัตโนมัติ]

[ผู้เข้าสอบสามารถเลือกถอนตัวจากโลกเงาได้เอง]

[ผู้คุมสอบคือ ผู้ล่า ผู้เข้าสอบคือ เหยื่อ พลังของผู้คุมสอบจะถูกจำกัดไว้ที่ ระดับ 4 และสวมใส่ชุดอุปกรณ์การ์ดระดับทั่วไปสีขาว ระดับ 4 เป็นมาตรฐานเดียวกัน]

[ระยะห่างเริ่มต้นระหว่างผู้เข้าสอบและผู้คุมสอบคือ 500 เมตร]

[ผู้เข้าสอบที่สามารถยืนหยัดอยู่ในหุบเขาได้เกิน 10 นาที จะถือว่าผ่านเกณฑ์ และการถอนตัวหลังจากนั้นจะถือเป็นการสรุปคะแนนทันที]

[หากยืนหยัดได้นานกว่านั้น หรือสร้างดาเมจให้กับผู้คุมสอบได้ จะได้รับคะแนนพิเศษ] 

[จำกัดเวลาสูงสุด 30 นาที แล้วโลกเงาจะปิดตัวลง]

[ข้อมูลข้างต้นเป็นการตั้งค่ามาตรฐานสำหรับการสอบครั้งนี้]

[ผู้คุมสอบในสนามนี้คือ: อาร์โน สเลท]

[การสอบของคุณจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในอีก 30 วินาที โปรดเตรียมตัวให้พร้อม]

เมื่อข้อความสุดท้ายเลือนหายไป ทัศนียภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขารู้สึกได้ว่าตัวเองหลุดเข้ามาในโลกใบใหม่แล้ว! นี่สินะการเข้าสู่โลกเงา!

เมื่อดันเต้กวาดสายตามองไปรอบๆ สิ่งที่เห็นก็คือทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

"นี่มีใครจงใจแกล้งเราหรือเปล่าเนี่ย?"

ดันเต้เกาหัวแกรกๆ บอกว่าสุ่มภูมิประเทศ แต่ดันสุ่มได้ทุ่งราบซะงั้น แถมผู้คุมสอบดันเป็นถึงรองคณบดีอีกต่างหาก เขาสามารถมองเห็นเงาร่างของฝ่ายตรงข้ามได้จากระยะไกลเลยด้วยซ้ำ!

แต่เอาเถอะ จะที่ไหนก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่

"การดวลการ์ดแบบไม่ใช่เทิร์นเบสนี่มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ"

ดันเต้พึมพำพลางหยิบการ์ดอุปกรณ์ออกมาสองใบ แล้วถ่ายโอนพลังเวทเพื่อสวมใส่ลงบนตัวของเขา

ในความทรงจำจากชาติก่อนของดันเต้ การดวลการ์ดแม้อาจจะเสี่ยงตาย แต่ปกติมันต้องสลับกันเล่นเป็นตาๆ สิ แต่คนบนโลกนี้ดันใช้การ์ดเวทมนตร์ เป็นทั้งอาวุธ ม้วนคาถาเวท และ สัตว์อัญเชิญ เรียกออกมาสู้กันดื้อๆ ต้องบอกเลยมันว่าอันตรายอย่างยิ่ง!

ไม่นานนัก การ์ดทั้งสองใบก็กลายเป็นแสงสว่างควบแน่นจนกลายเป็นวัตถุจริงบนร่างกายของดันเต้

ใบแรกคือมงกุฎที่ดูเหมือนถักทอมาจากหนามเหล็กเย็นเยียบ แผ่ซ่านไปด้วยแสงสลัวดูน่าขนลุก ส่วนอีกใบคือหุ่นเชิดมือตุ๊กตาโลลิต้าโกธิคที่แม้จะดูน่ารัก แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่ไม่เป็นมงคลสุดๆ

......

ด้านนอกสนาม ในตอนนี้นักศึกษาที่มาเฝ้าดูเริ่มสังเกตเห็นสถานการณ์ของดันเต้กันแล้ว

"ไอ้หมอนี่ซวยชะมัด! คนอื่นได้สมรภูมิเป็นหุบเขา ป่าดงดิบ หรือไม่ก็เกาะร้าง แต่ทำไมของเขามันกลายเป็นทุ่งราบไปได้ล่ะนั่น?"

"ทุ่งราบแบบนี้จะให้ไปแอบตรงไหนกันเนี่ย? จะให้แข่งวิ่งทางตรงกับผู้คุมสอบระดับ 4 หรือไง? ฮ่าๆๆ!"

"แถมก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครเคยเจอศาสตราจารย์อาร์โน ลงมาคุมสอบด้วยตัวเองเลยนะ!"

"ก็แหงล่ะ เพราะอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้วนั่นไง...เห็นชัดๆ เลยว่าปีนี้ วิทยาลัยอัศวินตั้งใจจะเขี่ยพวกคนแบบนี้ทิ้งไปให้หมด"

"พูดง่ายๆ คืออยากสั่งสอนพวกที่มั่นในพรสวรรค์ของตัวเองนั่นแหละ ถึงจะมีพรสวรรค์สูงแค่ไหน แต่ถ้าประมาทจนเกินขอบเขต สุดท้ายก็ต้องไปตายในโลกเงา แถมยังพาทีมซวยไปด้วยอีก"

"เชี้ย! ไอ้เด็กนั่นเอาการ์ดระดับหายากสีม่วงออกมาทีเดียวสองใบเลยเหรอ?"

ดูเหมือนว่าพอคนเริ่มสนใจดันเต้เยอะขึ้น ฝ่ายถ่ายทอดสดก็เลยสลับหน้าจอหลักมาที่ฝั่งของดันเต้ พร้อมกับแปะข้อมูลการตรวจสอบการ์ดอุปกรณ์ของเขาไว้บนหน้าจออย่างใจดี

[ตุ๊กตาต้องสาป]

[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]

[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]

[ระดับ: 2]

[โบนัสพลังโจมตี: 0]

[เอฟเฟกต์: สะท้อนดาเมจที่ตัวเองได้รับกลับไปให้คู่ต่อสู้ 0.5% และส่งต่อความเจ็บปวดจริงๆ 200% ให้กับอีกฝ่าย]

[หมายเหตุ: หนูชอบพี่ชายนักสร้างการ์ดที่สุดเลยค่ะ!]

......

[มงกุฎแห่งความเจ็บปวด]

[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]

[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]

[ระดับ: 2]

[โบนัสพลังป้องกัน: 0]

[เอฟเฟกต์: เมื่อสวมใส่ ความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับจะคูณ 300% และได้รับเอฟเฟกต์ล็อกพลังชีวิต(ไม่ตาย) หนึ่งครั้ง คูลดาวน์ 720 ชั่วโมง]

[หมายเหตุ: "โอชิเอเตะ โอชิเอเตะ...] (เลียนเสียงเพลงประกอบอนิเมะ Tokyo Ghoul)

นี่มันคือนักรบจริงเหรอวะ? มองยังไงก็เหมือนพวกนักบวชลัทธิประหลาดที่หลุดมาจากไหนสักที่มากกว่า!

อย่างไรก็ตาม ผู้ชมส่วนใหญ่เริ่มคุ้นชินแล้ว เพราะแต่ละปีมักจะมีพวกตัวประหลาดโผล่มาให้เห็นบ่อยๆ ถ้าจะบอกว่าเขาทำผิดกฎ มันก็พูดไม่ได้เต็มปาก เพราะเขาทำตามระเบียบเป๊ะๆ ในข้อมูลลงทะเบียนระบุว่าเขาติดตั้งการ์ดอุปกรณ์เพียงสองใบและการ์ดอัญเชิญอีกหนึ่งใบเท่านั้น

"เขาเป็นนักรบสายแทงค์สะท้อนดาเมจเหรอ? แต่ทำไมไม่ถือเกราะหรือโล่เลยสักอย่างล่ะ?"

"หุ่นแบบนั้นไม่เห็นเหมือนพวกนักรบเกราะหนักเลยสักนิด..."

"ที่แท้ก็ใช้การ์ดอุปกรณ์เฉพาะทางแบบนี้เอง ราคาคงไม่แพงไปกว่าการ์ดสีน้ำเงินเท่าไหร่หรอกมั้ง"

"จุดเด่นของการ์ดสีม่วงคือสามารถเทสเตตัสไปที่เอฟเฟกต์พิเศษที่รุนแรงได้ การ์ดสองใบนี้ของเขายอมทิ้งสเตตัสพื้นฐานทั้งหมด เพื่อไปเน้นในเอฟเฟกต์ที่แปลกประหลาดแทน"

"จริงด้วย อุปกรณ์ชิ้นแรกเหมือนกับว่าคนสร้างสมองมีปัญหา ปกติแล้วอัตราการสะท้อนดาเมจมันสำคัญกว่าไม่ใช่เหรอ แต่นี่เขากลับไปลงพลังทั้งหมดกับการสะท้อนความเจ็บปวดแทนซะได้"

"ชิ้นที่สองไอ้ล็อกเลือดนั่นน่ะมีประโยชน์มากก็จริง แต่คูลดาวน์นานเว่อร์ แถมผลเสียยังร้ายแรงสุดๆ ใครจะไปอยากใส่ของที่ทำให้เจ็บเพิ่มขึ้น 3 เท่าตลอดเวลาเพื่อรอผลล็อกเลือดกันล่ะ...สงสัยจะโดนตีจนสลบเพราะความเจ็บปวดก่อนที่จะได้ใช้เอฟเฟกต์ล็อกเลือดซะมากกว่ามั้ง แถมเป็นเครื่องประดับแต่ไม่มีพลังป้องกันเลยสักนิด..."

"เดี๋ยวนะ...ไอ้สเตตัสความเจ็บปวดนี่มันสร้างขึ้นมาได้ยังไงกัน...มีใครในพวกเราทำเป็นบ้างไหม?"

นักศึกษาจากวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุหลายคนเริ่มวิเคราะห์กันอย่างจริงจัง

"แต่พวกนายลองดูสิ ถ้าเอาอุปกรณ์สองชิ้นนี้มารวมกัน ในการต่อสู้จริงเขาสามารถสะท้อนความเจ็บปวดกลับไปหาคู่ต่อสู้ได้ถึง 6 เท่าเลยนะ เขาต้องตั้งใจจัดเซ็ตมาแบบนี้แน่ๆ"

"น่ารังเกียจชะมัด! ถ้าเป็นฉัน ฉันไม่สู้ด้วยหรอกนะแบบนี้!"

"แต่น่าเสียดาย ที่ในหุบเขามายา จะได้รับความเจ็บปวดแค่ 1/4 เขาไม่มีทางทำให้ผู้คุมสอบรู้สึกอะไรได้หรอก"

เทรเซียเองก็นั่งดูการสอบของดันเต้อยู่ในห้องโถงถ่ายทอดสดของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุเช่นกัน เมื่อเห็นอุปกรณ์ของดันเต้ เธอก็อดไม่ได้ที่หางตาจะกระตุก

นี่นายคิดแต่จะทำให้คู่ต่อสู้ประสาทเสียอย่างเดียวเลยใช่ไหมเนี่ย?

ในตอนนี้เธอเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า โลกมืด กับ โลกของคนปกติ ที่ดันเต้เคยพูดถึงแล้ว

แต่ว่า...ดันเต้พยายามเข้านะ! ฉันยังหวังให้นายช่วยสร้างการ์ดให้อยู่นะ!

จบบทที่ 006 แยกเขี้ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว