- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 005 ได้รับความสนใจ
005 ได้รับความสนใจ
005 ได้รับความสนใจ
ณ วันสอบเข้าสถาบัน ทดสอบภาคปฏิบัติ
ในปีนี้มีผู้สมัครที่ผ่านการสอบคัดเลือกรอบแรกจากทั้งสี่วิทยาลัยรวมกันกว่าหนึ่งพันคน
การสอบรอบแรกเป็นเพียงการทดสอบสเตตัสแบบง่ายๆ และการสอบข้อเขียน ซึ่งผลการทดสอบสเตตัสของดันเต้นั้นออกมาแบบลุ้นจนตัวโก่ง (ไม่ค่อยน่าพึงพอใจเท่าไหร่) แต่เขาก็ยังถูไถจนผ่านเข้ารอบมาได้สำเร็จ
วิทยาลัยอัศวินในปีนี้มีผู้ผ่านเข้ารอบแรกประมาณห้าร้อยคน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดในบรรดาสี่วิทยาลัย นั่นเป็นเพราะพวกสามัญชนมักจะเลือกเป็นนักรบกันเสียส่วนใหญ่ เพราะอาชีพนักรบนั้นเป็นสายงานที่พึ่งพาการ์ดเวทมนตร์ราคาแพงน้อยที่สุดแล้ว
ทว่าจากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมา อัตราการสอบผ่านของวิทยาลัยอัศวินก็ยังคงต่ำที่สุดในบรรดาสี่วิทยาลัยอยู่ดีเพราะข้อสอบของวิทยาลัยอัศวินก็คือ...การต่อสู้จริง!
......
ณ อาคารหลักของวิทยาลัยอัศวิน สถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธ
ดันเต้เดินทางมาถึงสนามสอบที่ตั้งอยู่บนชั้นเจ็ดตั้งแต่เช้าตรู่ และนั่งรออยู่ในโซนผู้เข้าสอบอย่างสงบ ใจกลางลานกว้างมีเครื่องจักรเวทมนตร์ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่หลายเครื่อง แสงไฟส่องกระทบลงบนเครื่องจักรเหล่านั้น สะท้อนเป็นประกายสีสันงดงามที่ดูน่าลุ่มหลงและลึกลับในเวลาเดียวกัน
เครื่องจักรเวทมนตร์ยักษ์เหล่านี้เชื่อมต่อกันยาวหลายสิบเมตร ตัวเครื่องสร้างขึ้นจากมิธริลและผลึกมานา ดูอลังการงานสร้างสุดๆ แต่ก็แฝงไปด้วยกลิ่นอายที่เย็นเยียบและน่าเกรงขาม
มันคือหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวิศวกรรมเวทมนตร์ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นั่นคือ เครื่องสร้างโลกเงาจำลอง!
ซึ่งการสอบในรอบนี้ จะเป็นการเปิดใช้งาน โลกเงาจำลอง เพื่อให้ผู้เข้าสอบทุกคนได้สัมผัสกับการฝึกซ้อมในสถานการณ์จริง!
ในขณะที่ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ส่วนใหญ่ต่างพากันกระสับกระส่ายด้วยความกังวล หรือไม่ก็นั่งกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นเต้น แต่ดันเต้กลับดูนิ่งสงบมาก เขากำลังนั่งเท้าคาง ขมวดคิ้วมุ่น พลางจ้องมองเครื่องจักรเวทมนตร์ที่อยู่ไกลออกไปอย่างพินิจพิเคราะห์
“เฮ้ นายจ้องอะไรอยู่น่ะ?”
เนื่องจากดันเต้นั้นหน้าตาดีอย่างมาก ต่อให้เขาจะใส่เสื้อผ้าธรรมดาบ้านๆ แค่ไหน ก็มักจะมีคนเดินเข้ามาทักทายอยู่เสมอ
“กำลังคิดว่าไอ้เจ้าเครื่องนี้มันสร้างขึ้นมายังไงน่ะสิ”
“ฮ่าๆ อย่าไปคิดให้ปวดหัวเลย เรื่องนั้นมันใช่เรื่องที่พวกเรา ว่าที่นักศึกษาของวิทยาลัยอัศวินต้องไปใส่ใจซะที่ไหนล่ะ?”
ดันเต้พยักหน้าเบาๆ แล้วไม่ได้สนใจผู้เข้าสอบคนนั้นอีก ก็จริงของเขา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่นักรบต้องมานั่งกังวลเลยสักนิด แต่ในฐานะนักวิชาการคนหนึ่งแล้ว ดันเต้รู้สึกสนใจมันมากจริงๆ
ตึก ตึก
จู่ๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังขึ้นก้องไปทั่วสนามสอบราวกับตั้งใจ ส่งผลให้สนามสอบที่เคยเสียงดังเซ็งแซ่กลับเงียบกริบลงในพริบตา พร้อมกันนั้นสายตาของผู้เข้าสอบทุกคนต่างค่อยๆ หันไปมองยังทิศทางเดียวกัน
ร่างของชายคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบทหารสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากด้านในของสนามสอบ ในตอนนี้ดูเหมือนทั่วทั้งชั้นเจ็ดจะมีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาเท่านั้นที่ดังก้องกังวาน เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เหล่าผู้เข้าสอบก็ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้มาใหม่ คือชายวัยกลางคนที่มีคิ้วเข้มราวกับดาบและดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและจริงจังอย่างมาก ที่หางตาขวาของเขามีรอยแผลเป็นที่ดูน่ากลัวประดับอยู่ แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เขาดูแย่ลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งเสริมให้เขาดูมีอำนาจและน่าเกรงขามมากขึ้นไปอีก
เขาหยุดฝีเท้าลงและยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าโซนผู้เข้าสอบ พร้อมกับกล่าวว่า
“ผมคือ อาร์โน สเลท เป็นหัวหน้าผู้คุมสอบของพวกคุณในวันนี้ และยังดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ควบกับตำแหน่งรองคณบดีของวิทยาลัยอัศวินด้วย”
อาร์โนกวาดสายตามองไปยังเหล่าผู้เข้าสอบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“หัวข้อของการสอบในรอบนี้ก็คือ ความสามารถในการเอาชีวิตรอด”
“...ในสถานการณ์ส่วนใหญ่แล้ว หากพวกคุณเดินตามเส้นทางที่ถูกต้องในเนื้อเรื่องหลักของโลกเงา พวกคุณก็จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีระดับพลังเหนือกว่าตัวเองมากนัก”
“แต่ถ้าหากระหว่างทาง เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา พวกคุณก็อาจจะซวยไปเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งพอจะฆ่าพวกคุณได้ในพริบตา และเมื่อถึงเวลานั้น การหลบหนี ก็จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้สถานการณ์นั้นๆ”
“หรืออย่างน้อยที่สุด ถ้าพวกคุณสามารถยื้อเวลาไปได้จนกว่าโลกเงาจะหมดเวลาลง พวกคุณก็จะยังสามารถเคลื่อนย้ายออกมาจากโลกเงาได้อย่างปลอดภัย”
อาร์โนชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเริ่มดูเฉียบคมขึ้น
“เมื่อปีที่แล้ว สถาบันเฮเวนลิธเพิ่งจะเผชิญกับเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลด มีนักศึกษาสาม ล้มเหลวในการพิชิตโลกเงาระดับ 4 และต้องจบชีวิตลง”
“ซึ่งสาเหตุหลักของเรื่องนี้ก็คือ มีนักศึกษาจากวิทยาลัยอัศวินในทีมคนหนึ่งที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป แถมความสามารถจริงๆ ยังไม่ถึงขั้น จนทำให้เกิดความผิดพลาดนี้ขึ้น”
“ดังนั้นในปีนี้ เราจะให้ความสำคัญกับพรสวรรค์ในฐานะ นักรบ ของผู้เข้าสอบเป็นพิเศษ”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ อาร์โนดูเหมือนจะจับจ้องไปยังผู้เข้าสอบบางคนในโซนที่นั่งรอเป็นพิเศษ ซึ่งดันเต้รู้สึกได้ทันทีว่าหนึ่งในนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ
สงสัยจะเห็นคะแนนรอบแรกของเรา แล้วมองว่าเราเป็นพวกนอกคอกสินะ!
แต่ก็นะ ไม่มีอะไรต้องกลัวอยู่แล้ว เพราะการสอบของวิทยาลัยอัศวินขึ้นชื่อเรื่องความยุติธรรมและเสมอภาคสำหรับผู้เข้าสอบทุกคน ดันเต้เกาหัวพลางคิดในใจ
“การสอบจะแบ่งออกเป็นรอบๆ รอบละ 30 นาที โดยจะเรียกเข้าไปตามลำดับคิว”
“โลกเงาของผู้เข้าสอบแต่ละคนจะเป็นอิสระต่อกัน และศัตรูที่พวกคุณต้องเจอจะเป็นการสุ่มเลือก ระหว่างผู้คุมสอบตัวจริงหรือร่างจำลองของผู้คุมสอบ”
“แน่นอนว่าสเตตัสของผู้คุมสอบจะถูกจำกัดให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวด”
“เครื่องสร้างโลกเงาจำลองนี้สามารถรองรับโลกเงาขนาดเล็กได้พร้อมกันสูงสุด 100 แห่ง ดังนั้นผู้เข้าสอบหมายเลข 1 ถึง 100 จะเข้าสอบเป็นรอบแรก และรอบต่อๆ ไปก็จะรันตามลำดับ...”
หลังจากแนะนำขั้นตอนการสอบอย่างคร่าวๆ เสร็จ อาร์โนก็เสียบผลึกคริสตัลก้อนหนึ่งลงในคอนโซลควบคุมด้านหลังเขา
ทันใดนั้นเอง เบื้องหน้าเครื่องจักรเวทมนตร์ขนาดยักษ์ก็ปรากฏประตูมิติที่ดูเลือนลางขึ้นมาหลายบาน!
นั่นคือประตูมิติที่จะนำทางไปสู่โลกเงา
อาร์โนไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่นานนัก เขาเดินออกจากลานสนามสอบไป ทิ้งให้ผู้คุมสอบคนอื่นๆ ทำหน้าที่นำทางผู้เข้าสอบเข้าสู่โลกเงาตามลำดับ
จากนั้น ดันเต้จึงก้มลงดูเลขประจำตัวผู้เข้าสอบของตัวเอง หมายเลข 404 ดูท่าแล้ว เขาคงต้องรอจนถึงรอบที่ห้าเลยทีเดียว น่าเสียดายที่ในสนามสอบนี้ไม่สามารถนั่งดูการสอบของคนอื่นได้ สองชั่วโมงที่ต้องนั่งรอนี่คงจะน่าเบื่ออยู่ไม่น้อย
แต่ความจริงแล้ว การสอบเข้าของวิทยาลัยอัศวินสามารถรับชมได้จากภายนอก นั่นเป็นเพราะภาพเหตุการณ์ใน โลกเงาจำลอง จะถูกส่งตรงไปยังห้องควบคุมกลางของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุ และเพื่อเป็นการทำกำไรและโปรโมตสถาบันไปในตัว วิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุก็จะทำการถ่ายทอดสดภาพเหล่านั้นออกสู่สาธารณะ
......
ภายในห้องประชุม เหล่าศาสตราจารย์จากวิทยาลัยอัศวินกำลังนั่งจับจ้องภาพการต่อสู้ในโลกเงาอย่างตั้งใจ ในบรรดาภาพที่พวกเขากำลังมองอยู่ กล้องเกือบทั้งหมดต่างโฟกัสไปที่สาวน้อยผมแดงคนหนึ่ง
เธอช่างแตกต่างจากผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ที่เอาแต่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนหรือแอบซ่อนตัว เพราะเธอกำลังเปิดหน้าซัดกับผู้คุมสอบระดับ 4 อย่างดุเดือด!
แถมยังแลกหมัดแลกเท้ากันได้อย่างสูสีอีกต่างหาก!
“อาร์โน นายคิดว่าผู้เข้าสอบปีนี้เป็นยังไงบ้าง?”
คณบดีที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานจู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมา
“มีที่ดูเข้าท่าอยู่สองสามคน โดยเฉพาะแม่หนูผมแดงคนนั้น โคนีเลีย...”
อาร์โนดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จนต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
“แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่เห็นแล้วเพลียสุดๆ เหมือนกัน”
“เพลียยังไงเหรอ?”
คณบดีกะพริบตาปริบๆ พลางละสายตาจากจอมอนิเตอร์แล้วหันมามองอาร์โนด้วยความสนใจ
อาร์โนถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะตอบว่า
“ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อดันเต้ สอบข้อเขียนได้คะแนนเต็มร้อยก็จริง แต่ผลทดสอบสเตตัสของเขานอกจากมีพลังจิตที่สูงมากแล้ว ทั้งพละกำลัง พลังเวท และความอึดนี่เข้าขั้นแย่เลยล่ะ มองไม่เห็นวี่แววของความเป็นนักรบในตัวเขาเลยสักนิด ให้เป็นนักอัญเชิญก็ยังจะยากเลย”
“แต่สเตตัสโดยรวมของเขาก็ยังถึงเกณฑ์ไม่ใช่เหรอ?”
คณบดีลูบคางตัวเองพลางทำท่าทางเหมือนเจอเรื่องสนุก
นั่นยิ่งทำให้อาร์โนขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม
“ผมบอกตั้งนานแล้วว่าวิทยาลัยอัศวินของเราควรจะตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำของพละกำลังหรือไม่ก็ความอึดสำหรับเด็กใหม่ไว้ด้วย แต่ท่านก็ยังดึงดันที่จะเปิดโอกาสให้กับพวก นักรบสายประหลาด อยู่เรื่อย”
เมื่อได้ยินอาร์โนบ่นแบบนั้น คณบดีนอกจากจะไม่โกรธแล้ว กลับยังมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่บนใบหน้าพร้อมกับถามกลับว่า
“งั้นเรามาพนันกันหน่อยไหมว่าเจ้าหนูนี่จะสอบผ่านหรือเปล่า ผมอยากได้เหล้าขวดนั้นที่ท่านมาร์ควิสพลินให้เป็นของขวัญกับนายรอบที่แล้วน่ะ”
“...ถ้าผมชนะ ต่อไปการรับสมัครนักศึกษาของวิทยาลัยอัศวินต้องเพิ่มเกณฑ์ที่ผมว่าไว้ด้วย ตกลงไหมครับ?”
“ดีล”
พอเห็นว่าคณบดีตอบตกลง อาร์โนก็ลุกขึ้นยืนทันทีแล้วเดินตรงออกไปจากห้องประชุม
“นั่นนายจะไปไหนน่ะ?”
“ผมจะไปลงสนามทดสอบเจ้าเด็กนั่นด้วยตัวเอง”
“...”
คณบดีเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดว่า
“เจ้าหนูนั่นน่ะดูแปลกพิลึกอยู่บ้างนะ นายก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
คำเตือนนั้นทำให้อาร์โนถึงกับต้องเหลียวหลังกลับมามองด้วยความตกใจ
“ท่าน...ถึงกับกังวลเรื่องความปลอดภัยของผม แทนที่จะห่วงเจ้าเด็กนั่นเหรอครับ?”
แถมในโลกเงาจำลองมันจะไปมีอันตรายอะไรได้กัน?
อย่างไรก็ตาม คณบดีไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่โบกมือไล่ให้อาร์โนรีบไปเสียที