- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 004 ความมั่นใจ
004 ความมั่นใจ
004 ความมั่นใจ
“ใกล้ถึงสถาบันแล้วล่ะ ให้ฉันพานายเดินเที่ยวชมหน่อยไหม?”
เทรเซียเอ่ยปากถาม
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ดันเต้ตอบรับด้วยความตื่นเต้น เขากำลังเฝ้ารอการใช้ชีวิตในสถาบันการศึกษาที่กำลังจะมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ
เช้าวันนั้น รถม้าได้แล่นมาถึงหน้าสถาบันพอดิบพอดี สถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธ ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองของเมืองหลวง ซึ่งมันมีขนาดใหญ่ยักษ์พอๆ กับเมืองขนาดย่อมๆ เมืองหนึ่งเลยทีเดียว จะเรียกว่าเป็นแค่ สถาบัน ก็ดูเหมือนจะดูแคลนความอลังการของมันไปหน่อย
“สุบาราชิ~ (สุดยอด!)”
“หมายความว่ายังไงน่ะ?”
เทรเซียสังเกตเห็นว่าดันเต้มักจะหลุดคำศัพท์ประหลาดๆ ออกมาเป็นพักๆ จึงได้เอ่ยถามขึ้นมา
“ภาษาฟูซางน่ะ เป็นภาษาโบราณชนิดหนึ่ง”
ดันเต้โม้เนียนๆ ตอบกลับไป
ตอนนี้ดันเต้และเทรเซียยืนอยู่ที่ประตูทิศเหนือของสถาบัน หลังจากที่เทรเซียโชว์บัตรนักศึกษาแล้ว ดันเต้ก็เดินตามเธอเข้าไปข้างในโรงเรียน พอมองไปรอบๆ อีกครั้ง เขาก็พบว่าพื้นที่ในสถานศึกษานี้มันกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาจริงๆ มีทั้งสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำพุ และสวนดอกไม้ที่ทอดยาวตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงอาคารเรียน ดันเต้พยักหน้าหงึกๆ อย่างพอใจสุดๆ
ก่อนที่จะมาถึงที่สถาบัน ดันเต้ได้ขนสัมภาระทั้งหมดลงจากรถม้าไปฝากไว้ที่โรงแรมแถวๆ สถาบันเรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้พกเสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัวมาเยอะแยะอะไรนัก พื้นที่ส่วนใหญ่ในกระเป๋าถูกจับจองโดยเครื่องมือสร้างการ์ดของเขาล้วนๆ จากจุดนี้ไปพวกเขาต้องเดินเท้าต่อภายในโรงเรียน ผ่านอาคารที่ดูขลังและโอ่อ่ามานับไม่ถ้วน
“กลุ่มอาคารตรงนี้คือวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุ และการสอบเข้าของนายก็จะจัดขึ้นที่ตึกหลักหลังนั้นแหละ”
เทรเซียพูดขึ้นมาพลางชี้ไปยังอาคารขนาดยักษ์ที่มีสไตล์การตกแต่งค่อนข้างแปลกตา
ในสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธแห่งนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 4 วิทยาลัยหลัก ได้แก่ วิทยาลัยนักอัญเชิญ, วิทยาลัยจอมเวท, วิทยาลัยอัศวิน และ วิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุ สามวิทยาลัยแรกนั้นสอดคล้องกับสามสายการต่อสู้ที่พบเห็นได้ทั่วไป แน่นอนว่าพวกที่มีพรสวรรค์เหนือชั้นบางคนก็อาจจะเลือกเดินในเส้นทางที่ต่างออกไปได้เช่นกัน ส่วนวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุจะเน้นไปที่การปรุงยา และการสร้างการ์ดเวทมนตร์เป็นหลัก
“ระดับนายน่ะ สอบเข้าวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุได้แบบชิลๆ อยู่แล้ว!”
เทรเซียเท้าสะเอวพลางยืดอกอย่างภูมิใจจนจมูกแทบจะเชิดขึ้นฟ้า ถึงคนสอบจะไม่ใช่เธอ แต่ดันเต้น้อยคนนี้คือคนที่เธอพามาจากชายแดนเลยนะ เธอจึงรู้สึกภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้มากจริงๆ
“อืม แต่ผมจะสอบเข้าวิทยาลัยอัศวินน่ะ!”
ดันเต้ตอบกลับด้วยความมั่นอกมั่นใจ
“อื้อๆ นายต้องทำได้แน่นอน...เอ๊ะ?”
เทรเซียตอบรับไปได้ครึ่งคำก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามีอะไรแปลกๆ ไป วิทยาลัยอัศวินเนี่ยนะ? ไหนนายยืนยันนักหนาว่าตัวเองเป็นนักสร้างการ์ด สายรักสงบ ไม่ชอบมีเรื่องกับใครไง?
“ดันเต้ นี่นายได้อ่านคู่มือรับสมัครสอบบ้างหรือเปล่าเนี่ย?”
เทรเซียรีบจับไหล่ดันเต้แล้วจ้องมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง แม้จะรู้ว่าดันเต้มีความสามารถที่ล้ำเลิศ แต่พรสวรรค์มันไม่ใช่ของที่เอาไว้ใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ แบบนี้นะ! ถ้าเกิดสอบตกขึ้นมา ต่อให้ดันเต้จะคิดได้ในภายหลัง เขาก็ต้องรอไปสอบวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุปีหน้าเลยนะ! เทรเซียไม่อยากเห็นดันเต้ต้องมาเสียเวลาอันมีค่าไปหนึ่งปีเต็มๆ แบบนี้หรอกนะ
ดันเต้พยักหน้าพลางอธิบายว่า
“วิทยาลัยอัศวินมีวิชาบังคับน้อยที่สุด แถมโครงสร้างหลักสูตรยังมีความยืดหยุ่นสูงมากด้วย และมันก็มีทรัพยากรที่ผมต้องการครบถ้วนอีกด้วย”
“อีกอย่างนะ วิชาของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุพวกนั้นน่ะ...มันไม่ใช่แนวของผมเลย เรียนไปก็คงไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์ซักเท่าไหร่ ที่สำคัญคือผมไม่อยากมีอาจารย์ที่ปรึกษาส่วนตัวด้วย”
“ถึงวิทยาลัยจอมเวทกับวิทยาลัยนักอัญเชิญจะพอถูไถไปได้ แต่การสอบเวทมนตร์น่ะผมไม่ไหวจริงๆ ส่วนข้อสอบของวิทยาลัยนักอัญเชิญผมก็ไม่ได้เตรียมตัวมาเลย...”
ดันเต้ศึกษาโครงสร้างหลักสูตรของสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธมาอย่างละเอียดยิบแล้ว นอกจากวิทยาลัยจอมเวทและวิทยาลัยนักอัญเชิญที่เขาน่าจะสอบไม่ผ่านแน่ๆ แล้ว วิทยาลัยอัศวินกับวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุคือสองวิทยาลัยที่เขามั่นใจว่าจะสอบผ่านชัวร์ ปรัชญาของวิทยาลัยอัศวินคือการสอนตามศักยภาพของแต่ละคนและเน้นทักษะการปฏิบัติเป็นสำคัญ
ดังนั้นแล้วหลักสูตรจึงมีความอิสระสูงมาก แถมในวิทยาลัยอัศวินยังมีพวกนักรบหัวทึบอยู่เพียบ แม้แต่วิชาเวทมนตร์พื้นฐานหรือข้อมูลของโลกเงา พวกนั้นก็ยังไม่อยากจะเรียนกันเลย บวกกับวิทยาลัยอัศวินเองก็ไม่ได้บังคับ ขอแค่เหล่านักศึกษาสามารถเก็บหน่วยกิตภาคปฏิบัติในโลกเงาได้เพียงพอ ก็สามารถเลื่อนชั้นได้ตามปกติ นี่ถือเป็นข้อตกลงที่ยอมผ่อนปรนให้กับพวกบ้าพลังโดยเฉพาะ
แต่ในทางตรงกันข้าม วิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุจะเน้นเรื่องพื้นฐานและวิชาการอย่างหนัก เพราะนักศึกษาจากวิทยาลัยนี้ แทบจะไม่ต้องออกไปพิชิตโลกเงาด้วยตัวเองเลย ดังนั้นตารางเรียนสายวิชาการของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุจึงแน่นเอี๊ยดจนน่าปวดหัว
เทรเซียทำหน้าครุ่นคิด เธอพอจะเข้าใจความคิดของดันเต้อยู่บ้าง จริงอยู่ที่อัจฉริยะอย่างดันเต้อาจจะไม่อยากเสียเวลากับวิชาเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อน เขาอยากจะเป็นเจ้าหนูโดดเรียน ผู้รักอิสระนั่นเอง แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ...ดันเต้จะสอบเข้าวิทยาลัยอัศวินไหวเหรอ? การสอบเข้าวิทยาลัยอัศวินมักจะโหดหินสุดๆ เพราะเขาเน้นดูว่าผู้สมัครแต่ละคนนั้น สู้เป็น หรือเปล่า
“นาย...อย่าบอกนะว่าจริงๆ แล้วนายเป็นนักรบที่เก่งกาจอะไรพวกนั้นน่ะ?”
เทรเซียเอ่ยถามพลางยื่นมือไปบีบแขนของดันเต้ดู เพื่อเช็กว่าเขามีร่างกายกำยำแบบพวกนักรบหรือเปล่า
“ไม่ๆๆ ผมไม่ถนัดการต่อสู้ซึ่งหน้าเลยสักนิด”
ดันเต้ส่ายหัวตอบ อย่างไรก็ตาม แรงบีบของเทรเซียนี่มันกำลังพอดีเลยแฮะ ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากให้เทรเซียนวดให้เขาทั้งตัวเลยจริงๆ
“แล้วนายจะสอบเข้าวิทยาลัยอัศวินผ่านได้ยังไงล่ะ?”
เทรเซียมองดันเต้ด้วยความเป็นห่วง
“แค่ทำให้ผู้คุมสอบหมอบลงไปกองกับพื้นก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้วนะ”
ดันเต้ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ตามปกติแล้ว การทดสอบภาคปฏิบัติของวิทยาลัยอัศวินส่วนใหญ่จะเป็นการดวลกับผู้คุมสอบที่ถูกจำกัดพลังไว้ ขอแค่สามารถโค่นผู้คุมสอบได้ การสอบเข้าก็ถือว่านอนมาแล้ว
“ทำให้หมอบเนี่ยนะ?! ในบางหัวข้อการสอบ แม้แต่นักศึกษารุ่นพี่ยังเอาชนะผู้คุมสอบไม่ได้เลย! แล้วนายรู้เรื่องข้อจำกัดการสอบที่วิทยาลัยอัศวินเพิ่งเพิ่มเข้ามาไม่กี่ปีมานี้หรือเปล่า?”
เทรเซียโวยวายขึ้นมาในทันที
“รู้สิ ในการสอบเข้าวิทยาลัยอัศวิน ผู้สมัครสามารถใช้การ์ดอัญเชิญ หรือการ์ดเวทมนตร์ ได้สูงสุดเพียง 1 ใบเท่านั้น แต่ไม่มีข้อจำกัดสำหรับการ์ดอุปกรณ์”
ดันเต้เห็นกฎพวกนี้แล้ว ซึ่งกฎนี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สมัครที่ไม่มีคุณสมบัติของนักรบฝืนมาสอบเข้าวิทยาลัยอัศวินนั่นเอง
แต่ก็นั่นแหละ พวกสายนักอัญเชิญหรือจอมเวทมักจะชอบลองของกันอยู่เรื่อยด้วยเหตุผลแปลกๆ สารพัดอย่าง เช่น อยากลองระดับความยากขั้นนรกดูสักตั้ง, จะทำให้เห็นว่าจอมเวทสายบวกน่ะมันเจ๋งแค่ไหน หรือ ข้าคือสายแทงค์ใส่เกราะหนักเต็มตัว แล้วแกก็ไปสู้กับสัตว์อัญเชิญของข้าเอาเองแล้วกัน เป็นต้น
ถ้าไม่มีความสามารถที่โดดเด่นจริงๆ สายจอมเวทหรือสายนักอัญเชิญแทบจะสอบไม่ผ่านกันเลย แต่ถ้าใครฝ่าฟันจนผ่านมาได้ล่ะก็ เรียกได้ว่าคนพวกนั้นเป็นยอดคนเลยก็ว่าได้!
อย่างพวกจอมเวทที่ขนการ์ดอุปกรณ์มาเต็มสูบจนสามารถผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติของวิทยาลัยอัศวินได้ ทางวิทยาลัยเองก็ยินดีต้อนรับสุดๆ เหมือนกัน!
ทว่า...เทรเซียไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีนักสร้างการ์ดคนไหนยอมทิ้งวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุเพื่อมาสอบเข้าวิทยาลัยอัศวินเพียงเพราะขี้เกียจเรียนนี่สิ! ยกเว้นแต่ว่าเขาจะเป็นสายต่อสู้ที่เก่งกาจสุดๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาการ์ดอัญเชิญ หรือการ์ดเวทมนตร์
....
“วางใจเถอะเทรเซีย อาจารย์ของผมเคยบอกไว้ว่า ถึงทักษะการต่อสู้ของผมจะห่วยบรม แต่ถ้าเป็นคนปกติล่ะก็ แทบไม่มีใครล้มผมในการดวลตัวต่อตัวได้หรอก”
“...คนปกติ?”
“ก็หมายถึงคนที่ใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไป ไม่ได้ชั่วร้ายน่ะ”
“นายไปสรรหาคำพวกนี้มาจากไหนกันเนี่ย...”
เทรเซียมองเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยามสุดๆ ถึงจะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าดันเต้ไม่ใช่พวกชอบขี้คุย หรือว่าเขาจะมีการ์ดแก้ทางที่เอาไว้จัดการพวกสายนักรบโดยเฉพาะกัน?
ตั้งแต่ ก็อบลินมหาโจร ไปจนถึง ผู้กองก็อบลิน ในฐานะที่ดันเต้เป็นคนสร้างพวกมันขึ้นมา เขาให้ความรู้สึกที่ดู ร้ายกาจ และเจ้าเล่ห์อย่างบอกไม่ถูก จนดูเหมือนว่าจะใช้สามัญสำนึกทั่วไปมาตัดสินผู้ชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ บางทีการสอบของวิทยาลัยอัศวิน...เขาอาจจะสร้างผลงานที่ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงไปเลยก็ได้ ใครจะไปรู้?