- หน้าแรก
- เกมจีบสาวของผมมันมีอะไรแปลกๆ
- บทที่ 25: ไม่ทำตัวให้สมเป็นคน?
บทที่ 25: ไม่ทำตัวให้สมเป็นคน?
บทที่ 25: ไม่ทำตัวให้สมเป็นคน?
ลุงกล้าอ้างถึงกล้องวงจรปิด แสดงว่าคงไม่ได้ตุกติกอะไร
หรือว่าหมวกของเขาจะไม่มีระบบวงจรมาตั้งแต่ต้นจริงๆ?
แล้วเขาเข้าเกมไปได้ยังไง?
บ้าไปแล้ว!
“ต้องรีบกลับบ้านไปลองดู ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หลี่ไพพึมพำกับตัวเอง
“พ่อหนุ่ม รีบจ่ายเงินสิ”
“ค่าซ่อม 50 ค่าลองเครื่อง 50 รวมเป็น 100 พอดี”
ลุงถอดแว่นสายตายาวออกแล้วมองหลี่ไพยิ้มๆ
“ค่าลองเครื่อง? ผมแทบไม่ได้ลองอะไรเลยนะ!”
หลี่ไพอึ้ง
เล่นนาทีเดียว คิดราคาเต็มชั่วโมงเลยเรอะ!
หน้าเลือด! ลุงนี่มันหน้าเลือดจริงๆ!
ลุงกำลังจะเถียงกลับ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกถึงไอเย็นยะเยือกซึมผ่านคอเสื้อเข้ามา จนตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย......”
“ทำไมรู้สึกใจคอไม่ดีชอบกล......”
“หรือว่าฉันจะหน้าเลือดเกินไปจริงๆ?”
“เป็นพ่อค้าหน้าเลือดมาตั้งหลายปี ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยแฮะ......”
ลุงเริ่มงง
คิดไปคิดมา ลุงก็รู้สึกว่าหรือตัวเองจะแก่ตัวลงจนเริ่มมีมโนธรรมขึ้นมาบ้างแล้ว
“เออๆ งั้นจ่ายแค่ค่าซ่อม 50 ก็พอ”
ลุงยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง
หลี่ไพรีบหยิบมือถือมาสแกนจ่ายเงินทันที
คว้าหมวกได้ หลี่ไพก็รีบบิ่งกลับห้องเช่า
ดื่มน้ำแก้กระหายไปอึกใหญ่ หลี่ไพก็นั่งลงบนโซฟา หยิบหมวกขึ้นมาเตรียมเข้าเกม
“จะเสียบปลั๊กดีไหมนะ......”
หลี่ไพลังเลครู่หนึ่ง
หมวกนี้ไม่มีวงจรไฟ ดังนั้นเสียบหรือไม่เสียบก็น่าจะมีค่าเท่ากันไม่ใช่เหรอ?
“ลองดูก่อนแล้วกัน”
“ดูซิว่าจะเข้าเกมได้ไหม”
หลี่ไพพึมพำพลางประคองหมวกไว้
ทันทีที่สิ้นเสียง หลี่ไพก็รู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะถูกบางสิ่งดึงดูดออกไป!
ภาพเบื้องหน้ามืดดับ......
วินาทีต่อมา หลี่ไพก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่ในป่าดงดิบ
ต้นไม้รอบด้านสูงใหญ่ กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายราวกับหนวดปลาหมึกพุ่งเสียดฟ้า ถักทอกันเป็นตาข่ายยักษ์
ที่น่าแปลกคือต้นไม้พวกนี้ไม่มีใบเลยสักใบ ดูเหมือนต้นไม้ตายซาก
บนท้องฟ้า เมฆดำลอยต่ำปกคลุมหนาทึบ
แสงสว่างลอดผ่านกิ่งไม้แห้งลงมาได้เพียงน้อยนิด แม้จะเป็นตอนกลางวันแสกๆ แต่ในป่ากลับมืดสลัว
“ฉันเข้ามาในเกมแล้ว?”
“แย่ล่ะสิ!!!”
หัวใจหลี่ไพกระตุกวูบ!
“ไม่ต้องสวมหมวก ฉันก็เข้าเกมได้!”
“นั่นหมายความว่า......”
“ค่าซ่อม 50 หยวนของฉันเสียเปล่าน่ะสิ!”
หลี่ไพรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ใจ
แม้จะไม่เข้าใจหลักการทำงาน แต่มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า ตอนนี้หลี่ไพสามารถเข้าเกมได้โดยไม่ต้องพึ่งพาหมวกอีกต่อไป
“ภารกิจจำกัดเวลา: กำจัดวิญญาณร้าย ล้มเหลว”
“ขับไล่วิญญาณร้ายสำเร็จ ความคืบหน้าการสำรวจ โฉมงามผู้บุบสลาย 70%”
เสียงระบบดังก้องในหัวหลี่ไพ
“กำจัดวิญญาณร้ายล้มเหลว???”
“ขนาดนั้นแล้วยังฆ่าไม่ตายอีกเหรอ?”
“ยากเกินไปแล้วมั้ง!”
“แต่แค่ไล่ไปได้ก็ถือว่าบุญโขแล้ว”
หลี่ไพยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อนึกถึงภาพเส้นผมของวิญญาณร้ายที่แผ่ขยายปกคลุมทั่วทางเดิน
เจ้านั่นแข็งแกร่งเกินไป หลี่ไพไม่อยากเจอมันอีกเป็นครั้งที่สอง
“ความคืบหน้าการสำรวจ 70%......”
“ทำไมถึงยังไม่เต็มร้อยอีกนะ ทั้งที่ปลุกเอลอร่าตื่นแล้ว แถมยังไล่วิญญาณร้ายไปได้แล้วแท้ๆ?”
“ยังต้องสำรวจอะไรอีก? ท่วงท่าลีลางั้นเหรอ?”
“อ้อ จริงสิ... ชั้นบน...”
พอนึกถึง ชั้นบน หัวใจของหลี่ไพก็เต้นระรัว
แรงกดดันและกลิ่นอายอันตรายจากที่นั่นมันรุนแรงเกินไป
ด้วยฝีมืออันน้อยนิดของเขา ทางที่ดีอย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงจะดีกว่า
หลี่ไพตั้งสติแล้วเริ่มมองไปรอบๆ
รอบกายเต็มไปด้วยต้นไม้แห้งเหี่ยว แสงสลัวจนแยกทิศทางไม่ออก
นานๆ ครั้งจะได้ยินเสียงอีกา ร้อง กา... กา... ดังมาจากเหนือหัว ฟังแล้วชวนใจสั่น
“ที่นี่มันที่บ้าอะไรเนี่ย...”
“ฉากใหม่เหรอ?”
หลี่ไพอยากจะยกมือขึ้นเกาหัว
แต่พอเกา หลี่ไพก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง...
“หือ?!”
“มือฉัน!”
“เกิดอะไรขึ้น?!”
หลี่ไพยื่นมือออกมาตรงหน้า เพ่งมองอย่างละเอียด
มือของเขาดูโปร่งแสง...
ไม่ใช่ความรู้สึกอ่อนเพลียจนตาฝาด แต่เป็นความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้จริงๆ
หลี่ไพก้มมองร่างกายตัวเอง
สภาพไม่ต่างกัน
“หรือว่า...”
“ตอนนี้ฉันอยู่ในสถานะวิญญาณ?!”
หัวใจของหลี่ไพหล่นวูบ
ตอนที่วิญญาณร้ายถูกยัดเข้ามาในร่างเขา เขาโดนลูกดอกหน้าไม้นักล่าปีศาจเสียบทะลุ
ความทรงจำสุดท้ายคือร่างกายเริ่มแตกสลาย...
ใช่แล้ว ร่างกายของเขาหายไปแล้วจริงๆ...
ตอนนี้เขาเป็นแค่วิญญาณแน่นอน!
“เริ่มลนลานแล้วสิ...”
หลี่ไพรู้สึกประหม่า
หลี่ไพมีประสบการณ์โชกโชนในการเป็นมนุษย์ แต่การเป็นผีนี่... เขาไม่เคยเป็นมาก่อน!
มีข้อควรระวังอะไรบ้างไหมเนี่ย...
ระบบก็ไม่ยอมบอกใบ้อะไรเลย
แถมพอเป็นวิญญาณ ดูท่าคงจะสานสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอลอร่าไม่ได้แล้ว
คนกับผีอยู่กันคนละภพ!
ตอนนี้คงทำได้แค่วิ่งทะลุตัวกันไปมาเท่านั้นแหละ
ทันใดนั้น หลี่ไพก็สังเกตเห็นเส้นผมสีดำลอยผ่านเขามาจากด้านหลัง!
ลางสังหรณ์อัปมงคลผุดขึ้นในใจ
“ไม่จริงน่า...”
“คงไม่ใช่เธอหรอกนะ...”
หลี่ไพค่อยๆ หันคอกลับไป
ใบหน้าซีดเผือดวางพาดอยู่บนไหล่ของหลี่ไพ
สายตาประสานกัน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
คุ้นเคยเหลือเกิน นี่มัน...
“เชี่ยเอ๊ย!”
หลี่ไพสะดุ้งโหยง รีบวิ่งหนีไปข้างหน้า
อาจเป็นเพราะอยู่ในสถานะวิญญาณ เวลาวิ่งหลี่ไพเลยรู้สึกตัวลอยๆ ความเร็วเลยเร็วกว่าตอนเป็นมนุษย์นิดหน่อย
หลี่ไพวิ่งลัดเลาะผ่านพุ่มไม้ ผ่านต้นไม้แห้งต้นแล้วต้นเล่า
ถึงจะดูทิศทางไม่ออก แต่มีวิญญาณร้ายไล่ตามหลังมาแบบนี้ วิ่งไปข้างหน้าก่อนคือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด
หลังจากวิ่งมาได้ไม่กี่นาที จู่ๆ หลี่ไพก็เห็นแสงไฟอยู่ข้างหน้า!
ความระแวดระวังทำให้หลี่ไพหยุดชะงัก แล้วรีบหลบหลังต้นไม้แห้งขนาดใหญ่
“ยัยวิญญาณร้ายนั่นคงตามไม่ทันแล้วมั้ง...”
หลี่ไพกะจะพักหายใจ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นวิญญาณ ไม่จำเป็นต้องหายใจนี่หว่า
เส้นผมสีดำลอยผ่านหูหลี่ไพอีกครั้ง
ไม่ต้องเดาก็รู้ วิญญาณร้ายตามมาติดๆ
“อย่าออกไป! อันตราย!”
จังหวะที่หลี่ไพกำลังจะวิ่งต่อ เสียงเย็นยะเยือกก็ดังขึ้นที่ข้างหู
“นี่มัน...”
“เสียงของวิญญาณร้าย!”
หัวใจหลี่ไพกระตุกวูบ เท้าที่กำลังจะก้าวชะงักค้าง
ทำไมวิญญาณร้ายถึงเตือนเขา?
หล่อนมีจุดประสงค์อะไร?
“ข้างหน้าคือกองไฟของนักล่าปีศาจ”
“ขืนถูกเจอเข้า เราโดนพวกมันไล่ล่าแน่”
วิญญาณร้ายกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูหลี่ไพ
หลี่ไพอึ้งไป
จริงด้วย ตอนนี้เขาเป็นวิญญาณ คนอื่นคงเข้าใจผิดว่าเป็นวิญญาณร้ายได้ง่ายๆ
การไปเจอกับนักล่าปีศาจที่เชี่ยวชาญการล่าสัตว์ประหลาด ย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดีแน่นอน
หลี่ไพเริ่มสงบสติอารมณ์ ค่อยๆ หันไปมองวิญญาณร้ายข้างหลัง
ไม่รู้ทำไม ตอนนี้หลี่ไพกลับรู้สึกว่าวิญญาณร้ายตนนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เป็นเพราะเขากลายเป็นพวกเดียวกันกับหล่อนแล้วหรือเปล่านะ?
“ชู่ว—”
“อย่าส่งเสียง!”
วิญญาณร้ายโน้มตัวลงมาแนบชิดกับร่างของหลี่ไพ แล้วเอามือเล็กๆ ซีดเผือดปิดปากหลี่ไพไว้