เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 โดนสะกดรอยอีกแล้ว

บทที่ 20 โดนสะกดรอยอีกแล้ว

บทที่ 20 โดนสะกดรอยอีกแล้ว


"คะ... คุณ... คุณพูดว่าอะไรนะครับ?" เอคโค่แคะหู นึกว่าตัวเองหูฝาด

หลี่ลินยิ้มแล้วพูดซ้ำ "ฉันเป็นช่างเครื่อง... เอาจริงๆ ก็ช่างฝีมือนั่นแหละ เธออยากมาเป็นลูกศิษย์ฉันไหม?"

"หลี่ลิน นายดูออกได้ไงว่าเจ้าหนูนี่มีพรสวรรค์?"

เจซลูบคาง มองเด็กชายตัวเตี้ยผอมกะหร่องที่สูงไม่ถึงเอวเขาด้วยสายตาสงสัย

ตัวเล็กแค่นี้ จะมีแรงถือประแจถือค้อนไหวเหรอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเป็นลูกศิษย์

ต่อให้หาลูกมือทั่วไป ในเขตใต้ของพิลโทเวอร์ก็หาได้ถมเถ ทำไมต้องมาเลือกเด็กเมืองล่างที่ยังไม่ได้เรียนทฤษฎีเครื่องกลมาเลยด้วยซ้ำ?

เจซไม่เข้าใจ

หลี่ลินโบกมือ ไม่สนใจเขา แล้วหันไปพูดกับเอคโค่ต่อ:

"แน่นอน เรื่องค่าจ้างไม่ใช่ปัญหา ฉันให้เงินเดือนนายเริ่มต้นวันละ 10 ซิลเวอร์วีล ซึ่งสูงกว่าเรตตลาดเยอะ แม้แต่คนงานในพิลโทเวอร์ยังแทบไม่ได้ราคานี้เลย

"ถ้าพ่อแม่นายตกลง ตระกูลคิราแมนสามารถจัดหาที่พักและอาหารให้ได้ และจะไม่จำกัดอิสระนายด้วย"

เอคโค่ก้มหน้า มือประสานกันอย่างประหม่า รู้สึกทำตัวไม่ถูก

"แต่... แต่ผมซ่อมเป็นแต่ของเล่นเล็กๆ น้อยๆ อย่างอื่นผมทำไม่เป็นนะครับ..."

พูดตามตรง พอได้ยินข้อเสนอของหลี่ลิน เอคโค่ก็เริ่มลังเล

แต่ถึงเขาจะเด็ก เขาก็ไม่ได้โง่

พ่อแม่สอนเขามาตั้งแต่เล็กว่า ของฟรีไม่มีในโลก

หลี่ลินต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่

แต่จุดประสงค์นั้นคืออะไร เขาที่มองไม่เห็นอนาคตก็เดาไม่ออกจริงๆ

"ไม่เป็นไร ก็บอกแล้วไงว่าเป็นลูกศิษย์ ฉันสอนทฤษฎีเครื่องกลให้นายได้ ตระกูลคิราแมนก็เป็นตระกูลช่างฝีมือเฮกซ์เทค มีช่างเก่งๆ เยอะแยะ ปกติพวกเขาก็ช่วยสอนเด็กฝึกงานอยู่แล้ว"

"นี่ หลี่ลิน... นายจะใจร้อนไปหน่อยไหม...?"

คำพูดของเจซถูกหลี่ลินตัดบทอีกครั้ง "อย่าเพิ่งขัด ฉันมีแผนของฉันน่า"

จริงๆ แล้ว การตัดสินใจรับเอคโค่เป็นศิษย์ไม่ใช่เรื่องปุบปับ เขาคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่คราวที่แล้ว

เด็กหนุ่มที่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนประดิษฐ์อุปกรณ์ควบคุมเวลาจากเศษคริสตัลดึกดำบรรพ์ได้

ถ้าให้เทียบ หลี่ลินเชื่อว่าพรสวรรค์ด้านวิทยาศาสตร์ของเอคโค่สูงกว่าทั้งเจซและวิคเตอร์ด้วยซ้ำ

ถ้ามอบสภาพแวดล้อมและการศึกษาที่ดีกว่าให้ เขาอาจจะประดิษฐ์ "ซี-ไดรฟ์" ได้เร็วกว่าเดิม

ถึงตอนนั้น นอกจากหน้าต่างระบบของเขาแล้ว เขาก็จะมีไพ่ตายอีกใบไว้รับมือกับวิกฤตในอนาคต

"ว่าไง?"

เอคโค่ลังเลอยู่นาน ตัดสินใจไม่ได้สักที จนต้องหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเบนโซที่เพิ่งหายตกใจ

"เจ้าเด็กบ้า มองฉันทำไม?" เบนโซบ่นอุบ เดินเข้าไปตบหัวเอคโค่เบาๆ "ทำไมยังไม่รีบตกลงอีก?"

"...ห๊ะ?" เอคโค่กุมหัวทำหน้าเหยเก สายตางุนงง "แต่... จะดีเหรอครับ?"

เบนโซผิดหวังที่เอคโค่ไม่คว้าโอกาสไว้ จึงตบหัวเขาซ้ำอีกที

นั่นตระกูลคิราแมนเชียวนะ! มีคนตั้งเท่าไหร่ยอมตายเพื่อที่จะได้เข้าไป!

แล้วแก... แกยังจะลังเลอีก...

"เจ้าทึ่มเอ๊ย สมองทึบจริงๆ! รีบเรียกเขาว่า 'อาจารย์' ซะสิ!"

"อะ-อาจารย์..." พอเบนโซสั่ง เอคโค่ก็เผลอเรียกหลี่ลินตามน้ำ

"เรียกหลี่ลิน หรือพี่หลี่ลิน หรือลูกพี่ก็ได้" หลี่ลินทำหน้ากระอักกระอ่วน "ไม่ต้องเรียกอาจารย์หรอก ฟังดูแก่พิกล"

"งั้น... ผมเรียกพี่หลี่ลินแล้วกันครับ"

จู่ๆ ก็ได้เป็นเด็กฝึกงานตระกูลใหญ่ในพิลโทเวอร์แบบงงๆ?

เอคโค่เกาหัวแกรกๆ รู้สึกเหมือนฝันไป ไม่สมจริงเอาซะเลย

"ฮ่าๆๆ... พ่อแม่แกต้องภูมิใจในตัวแกแน่ เอคโค่!"

เบนโซดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเอคโค่เสียอีก

แม้ตอนแรกเขาจะยอมให้เจ้าหนูนี่มาช่วยงานที่ร้านเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนกับพ่อแม่เอคโค่

แต่นานวันเข้า เบนโซที่ไม่มีลูกเป็นของตัวเอง ก็รักเอคโค่เหมือนลูกแท้ๆ

"ลูกชาย" ได้ดี "พ่อแก่ๆ" อย่างเขาก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา

"งั้นเรากลับพิลโทเวอร์กันเถอะ" หลี่ลินกวักมือเรียกเอคโค่

"เอ๋? ไปตอนนี้เลยเหรอครับ? แล้วพ่อกับแม่ผมล่ะ?"

เอคโค่รู้สึกใจหายวาบขึ้นมาดื้อๆ

เบนโซดันหลังเขาไปหาหลี่ลิน "เดี๋ยวฉันบอกพ่อแม่แกให้"

"แล้วพวก ไว, พาวเดอร์, แคล็กเกอร์ กับ ไมโล ล่ะครับ...?"

"เดี๋ยวฉันให้แวนเดอร์ไปบอกพวกมัน" เบนโซถลึงตาใส่เอคโค่ น้ำเสียงเริ่มรำคาญ

"ไม่ต้องห่วงขนาดนั้น ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่จำกัดอิสระนาย ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้กลับมาสักหน่อย"

หลี่ลินหัวเราะ หยิบเงิน 10 ซิลเวอร์วีลจากกระเป๋าใส่มือเอคโค่

"อ้อ แล้วก็ฉันรู้นะว่าปกตินายชอบแอบขึ้นพิลโทเวอร์ด้วยการเกาะหลังคาลิฟต์ มันอันตรายเกินไป ต่อไปนี้ค่าลิฟต์ฉันออกให้เอง

"ถ้าวันนี้นายยังไม่อยากกลับไปกับฉันก็ไม่เป็นไร พร้อมเมื่อไหร่ค่อยไปหาฉันก็ได้... แต่ทางที่ดีรอหลังวันแห่งวิวัฒนาการดีกว่า ตอนนั้นฉันน่าจะว่างพอดี"

เบนโซยิ้มแก้มปริ จับมือหลี่ลินเขย่ารัวๆ "ดีครับ ดีครับ ดีจริงๆ... ขอบคุณมากครับคุณหลี่ลิน"

"งั้นไม่รบกวนแล้วครับ"

หลังจากเจซเก็บเฮกซ์คริสตัลและเศษคริสตัลเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินออกจากร้านไปพร้อมกัน

...

...

ในตรอกหน้าร้านเบนโซ ร่างสี่ร่างที่มีส่วนสูงและรูปร่างต่างกันซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด

หลังจากแอบหนีออกมาจากร้านเหล้าฟูเก็น ไวก็พาพาวเดอร์ แคล็กเกอร์ และไมโล สะกดรอยตามหลี่ลินกับเจซมา

ไวคิดว่าพวกพิลโทเวอร์สองคนนี้จะขึ้นลิฟต์กลับไปเลย

แต่ผิดคาด พวกเขาดันแวะมาร้านเบนโซ

"เกิดอะไรขึ้น? เบนโซดูมีความสุขจัง..." แคล็กเกอร์หรี่ตามองเข้าไปในร้าน

ไมโลเบะปาก "คงหลอกฟันเงินไอ้พวกพิลโทเวอร์ได้ล่ะมั้ง เลยยิ้มหน้าบาน"

"เอาล่ะพวก พวกเขาออกมาแล้ว ระวังอย่าให้เห็นตัวนะ!" ไวเห็นหลี่ลินและเจซเดินออกจากร้านก็รีบเตือน

"ดูเหมือนพวกเขาจะกลับพิลโทเวอร์แล้ว ฉันว่าเราใช้ทางลัดไปดักรอที่ลิฟต์ดีกว่า" ไมโลเสนอ

"อืม เอาตามนั้น"

ไวหันกลับไปมองน้องสาวข้างหลัง

"พาวเดอร์ เดี๋ยวตอนปีนลิฟต์ต้องเร็วหน่อยนะ เราอาจมีเวลาไม่มาก ถ้าพลาดเที่ยวนี้ คงหาตัวพวกเขาไม่เจอแล้ว"

"ฉะ-ฉันจะพยายาม!" พาวเดอร์กะพริบตาสีฟ้าคราม สูดหายใจลึก

"เธอทำได้ ฉันเชื่อใจเธอ"

ไวยิ้มและตบไหล่น้องสาว แล้วเรียกแคล็กเกอร์กับไมโล วิ่งนำหน้าไป

"ถ้าทำสำเร็จ แวนเดอร์ต้องยอมรับพวกเรา แล้วยอมให้เราออกไปสร้างเนื้อสร้างตัวแน่ๆ ใช่ไหมนะ...?"

จบบทที่ บทที่ 20 โดนสะกดรอยอีกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว