เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ลอบกัดมันผิดจริยธรรมนะเว้ย!

บทที่ 12 ลอบกัดมันผิดจริยธรรมนะเว้ย!

บทที่ 12 ลอบกัดมันผิดจริยธรรมนะเว้ย!


ในตรอกที่ว่างเปล่า เสียงฝีเท้าของหลี่ลินและเคทลินดังก้องสะท้อนไปมา

"ไม่ยักรู้ว่านายต่อราคาเก่งขนาดนี้" เคทลินพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวาน "ฉันนึกว่านายจะเป็นเหมือนเจซซะอีก จ่ายราคาเต็มไม่ว่าของจะแพงแค่ไหน"

"เรื่องนี้มันเกี่ยวกับหลักการส่วนตัวน่ะ" หลี่ลินตอบช้าๆ "ต่อให้มีเงินทุนสนับสนุน ฉันก็ไม่ชอบถูกมองว่าเป็นไอ้โง่ให้เขาโขกสับเล่นหรอกนะ"

"ไม่นึกว่านายจะเป็นคนรู้จักใช้เงินนะเนี่ย" ดวงตาของเคทลินเป็นประกายวิบวับ "ว่าแต่ วันนี้เราจะกลับกันเลยเหรอ?"

"ทำไม อยากจะเดินเล่นแถวนี้ต่อหรือไง? สูดดมหมอกควันไม่พอรึ?"

เคทลินค้อนขวับใส่หลี่ลินอย่างขี้เล่น "ยังไม่เย็นเลย นานๆ ทีจะได้ลงมาข้างล่าง ให้ฉันดูเมืองล่างให้ทั่วกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ?"

ซอนมีอะไรน่าดูนักหนาฟะ กลับขึ้นไปเดินถนนข้างบนยังดีกว่าอีก

คิดก็คิดไปงั้น แต่หลี่ลินก็ยังแอบดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ

บ่ายสี่โมงกว่า ถ้าเดินเล่นสักครึ่งชั่วโมง ก็น่าจะกลับถึงบ้านทันหกโมงเย็น

"ก็ได้ แต่แค่ครึ่งชั่วโมงนะ ถ้ากลับดึกแล้วคาริน่ารู้เข้า ฉันโดนบ่นหูชาแน่..." หลี่ลินถอนหายใจ

แต่พอเขาเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเคทลินหยุดเดิน กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง

"จะเดินเล่นก็อย่ามาเดินในตรอกเปลี่ยวๆ แบบนี้สิ... อย่างน้อยก็ไปที่ถนนใหญ่เถอะ"

"มันเงียบเกินไป" จู่ๆ เคทลินก็โพล่งออกมา

"เงียบอะไร? ก็ไม่มีคน มันก็ต้องเงียบสิ..."

"ชูว์" เคทลินเอื้อมมือมาปิดปากหลี่ลิน ทำท่าจุ๊ปาก

จากนั้น สายตาของเธอก็เต็มไปด้วยความระแวดระวังขณะสังเกตสภาพแวดล้อม พร้อมเงี่ยหูฟังเสียงผิดปกติรอบข้าง

เคทลินลดเสียงลงต่ำ "เราเพิ่งเดินผ่านตรอกนี้ตอนขามา ฉันจำได้แม่นเลยว่าตรงนั้นมีคนจรจัดนอนอยู่สองคน"

"แล้วมันพิสูจน์อะไรได้?" หลี่ลินงง "พวกเขาอาจจะตื่นแล้วไปหาของเก่าที่อื่นก็ได้นี่"

เธอส่ายหน้า ชี้ไปที่เสื่อที่ดูค่อนข้างแห้งข้างถังขยะริมกำแพง แล้วมองไปยังหน้าต่างที่ปิดสนิทของบ้านเรือนบนกำแพงสูง

"ไม่ใช่แค่นั้นนะ ไฟเฮกซ์เทคตามบ้านเรือนรอบๆ ดับหมดเลย ตอนเรามายังได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่เลย แต่ตอนนี้เงียบกริบ"

"ถ้าเป็นแค่บ้านหลังเดียวฉันคงไม่สงสัยหรอก แต่นี่เป็นทั้งตรอกเลย มันแปลกเกินไป..."

หลี่ลินขมวดคิ้ว เริ่มระแวงตามไปด้วย "เธอหมายความว่า มีคนวางแผนจะปล้นเรา แล้วเคลียร์พื้นที่ล่วงหน้าไว้งั้นเหรอ?"

"อาจจะใช่"

เคทลินคงไม่ขู่ให้กลัวเล่นๆ และหลี่ลินก็เชื่อใจ "สัญชาตญาณนักล่า" ที่เธอสั่งสมมาจากการฝึกฝนหลายปี

ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ มันต้องมีมูลเหตุ

ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือถิ่นซอน การปล้นจี้เป็นเรื่องปกติเหมือนกินข้าว

แม้เขาและเคทลินจะจงใจแต่งตัวเหมือนชาวบ้านทั่วไป แต่บุคลิกท่าทางก็ยังดูดีเกินกว่าคนแถวนี้ จึงไม่แปลกที่จะตกเป็นเป้าหมายของพวกนักเลงหรือโจร

เคทลินดึงหลี่ลินไปชิดกำแพง "เราอยู่ในที่แจ้ง ศัตรูอยู่ในที่ลับ แถมไม่รู้ด้วยว่าพวกมันมีปืนหรือเปล่า... บ้าเอ๊ย รู้งี้ฉันน่าจะเอาไรเฟิลมาด้วย!"

ปืน?

ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ ฉันก็มีเหมือนกัน

หลี่ลินควัก "ปืนพกเฮกซ์เทค" ที่เตรียมไว้ออกมาจากเอว

แต่พอคิดอีกที เขาก็ส่งมันให้เคทลิน

หลี่ลินรู้ตัวดีว่าไม่ได้เก่งกาจอะไร เขาไม่เคยฝึกยิงปืน จะยิงโดนใครหรือเปล่าก็ไม่รู้

แทนที่จะเก็บปืนไว้กับตัว สู้ให้เคทลินที่คลุกคลีกับปืนทุกวันใช้ดีกว่า อย่างน้อยก็น่าจะรีดศักยภาพของมันออกมาได้สูงสุด

"นี่มัน... นายพกปืนด้วยเหรอ?"

เคทลินอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ตั้งสติได้เร็ว รีบรับปืนลูกโม่หน้าตาประหลาดมาถือไว้

"มันยิงกระสุนเวทมนตร์ได้ สร้างคลื่นกระแทกวงกว้าง" หลี่ลินรีบอธิบาย "แต่มีกระสุนแค่ 3 นัดนะ ใช้ให้คุ้มหน่อย... อ้อ แล้วก็เวลายิงมันจะหน่วง 1 วินาที ระวังด้วย"

"เวทมนตร์? ยิงหน่วง? นายล้อเล่นป่ะเนี่ย... ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสงสัย" เคทลินดูจะไม่ค่อยเชื่อคำพูดเขาเท่าไหร่ "3 นัดน่าจะพอ"

ตรอกซอกซอยส่วนใหญ่ในซอนมักยาว แคบ และซับซ้อน

ตอนนี้พวกเขาอยู่กลางตรอก จะออกไปถนนใหญ่ที่มีคนพลุกพล่านต้องเลี้ยวอีกอย่างน้อยสองแยก และเดินอีกเป็นร้อยเมตร

สถานการณ์ตอนนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ติดอยู่ตรงกลาง จะไปหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ดี

"พวกที่เล็งเราอยู่น่าจะซ่อนตัวอยู่ในบ้านข้างบนสักหลัง" เคทลินวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ "แต่ถ้าแค่จะปล้น ทำไมต้องลงทุนลงแรงขนาดนี้?"

เว้นเสียแต่ว่า... พวกมันมีจุดประสงค์พิเศษ

คิดได้ดังนั้น เคทลินก็เหลือบมองหลี่ลินข้างกาย ใจหายวาบ

หรือว่าเป้าหมายของพวกมันคือฉัน?!

แม้คาริน่า คิราแมนจะเป็นสมาชิกสภาผู้ทรงอิทธิพลของพิลโทเวอร์ แต่ก็ยังมีหลายตระกูลที่เป็นปรปักษ์กับตระกูลคิราแมน

แม้ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และด้วยความเกรงใจสมาชิกสภาคิราแมน พวกเขาจึงมักไม่กล้าทำอะไรมาก

แต่นั่นก็แค่ฉากหน้า...

ตระกูลไหนมันจะกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดแตะต้องลูกสาวสมาชิกสภา?!

"พวกมันอาจจะไม่ใช่โจรธรรมดา" เคทลินกัดริมฝีปากล่างที่ซีดเผือดแน่น "ขอโทษนะ วันนี้ฉันลากนายมาซวยด้วยเลย"

"???" หลี่ลินงง "ลากอะไร..."

ยังไม่ทันจะพูดจบ หน้าต่างบานหนึ่งด้านบนที่ไม่ไกลนักก็เปิดผัวะออกมา ท่อโลหะยาวสีดำโผล่ออกมา

หางตาของเคทลินเหลือบไปเห็น เธอกลั้นหายใจเฮือก "ระวัง! พวกมันมีปืน!"

แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของคนธรรมดาย่อมช้ากว่ากระสุนปืนวันยังค่ำ

ทันทีที่ประกายไฟสีส้มวาบขึ้น เสียงกัมปนาทก็ดังก้องไปทั่วตรอก—

—ปัง!

ฉับพลัน ความรู้สึกชาหนึบเย็นเยียบแผ่ซ่านจากไหล่ของหลี่ลิน ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสบร้อนแสนสาหัสที่แล่นผ่านเส้นประสาทพุ่งตรงเข้าสู่สมอง

ในเวลาเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังรัวๆ ในหัว:

【HP: 322 / 585】

【สถานะบุคคล: ถูกยิง, เลือดออก】

【ผลกระทบ: สูญเสีย HP 20 หน่วยต่อนาที】

ฉัน... ฉันถูกยิง?!

หลี่ลินยังตั้งสติจากความตกใจไม่ทัน

"เร็ว หลบหลังถังขยะ!"

เคทลินฉวยจังหวะก่อนที่อีกฝ่ายจะยิงนัดที่สอง รีบดึงหลี่ลินลงหมอบต่ำ สบถอย่างร้อนรน: "ไอ้ชาติชั่ว เอากันถึงตาย ใช้วิธีลอบกัดหน้าไม่อาย!"

ไร้เกียรติสิ้นดี!

ดวงตาของเธอแดงก่ำ ม่านหมอกบางๆ ปกคลุมดวงตาสีฟ้าใสขณะมองหลี่ลินด้วยความเป็นห่วงสุดขีด: "เร็ว กดแผลไว้ อย่าปล่อยนะ! เสียเลือดมากเดี๋ยวช็อก!"

พูดจบ เธอก็ฉีกชายเสื้อสะอาดๆ ของตัวเองมาพันรอบไหล่เขาหลายทบเพื่อห้ามเลือดชั่วคราว

หลี่ลินกัดฟันแน่น ข่มความเจ็บปวดไม่ให้ร้องออกมา เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว

โชคดีที่หลังจากเคทลินปฐมพยาบาลเบื้องต้น อัตราการลดลงของ HP ในระบบก็ลดลงชั่วคราวจาก 20 หน่วย เหลือ 12 หน่วยต่อนาที

แต่ยื้อไว้นานไม่ได้ เขาต้องการการรักษาโดยด่วน

"คุณหนูคิราแมน ผมแนะนำว่าอย่าขัดขืนอีกเลย คุณหนีเงื้อมมือพวกเราไม่พ้นหรอก" เสียงผู้ชายแหบห้าวอู้อี้ดังมาจากทิศที่ยิงหลี่ลิน

สิ้นเสียง เงาร่างหลายสายก็ปรากฏขึ้นที่อีกฝั่งของตรอก

อาจเพราะรู้ว่าเคทลินมีอาวุธ พวกมันจึงซ่อนตัวหลังที่กำบัง ไม่กล้าโผล่หัวออกมา

ใจเย็น ยิ่งเวลาแบบนี้ ยิ่งต้องใจเย็น... พวกมันมีปืนแค่กระบอกเดียว ฉันได้เปรียบ

เคทลินสูดหายใจลึกหลายเฮือก ข่มความตื่นตระหนก พลางแค่นเสียง: "ฮึ! ฉันสำคัญอะไรนักหนา ถึงต้องส่งคนมาจับตั้งเยอะแยะ?"

ขณะพูด เธอก็ตั้งสมาธิ พยายามระบุตำแหน่งอีกฝ่ายจากเสียง

แต่ชายคนนั้นเตรียมตัวมาดีและไม่เปิดโอกาสให้เธอ เลือกที่จะเงียบกริบ

"คุณหนูคิราแมน ภารกิจของเราคือจับเป็น แต่ผู้ว่าจ้างไม่ได้บอกว่าต้องรับประกันว่าคุณจะไร้รอยขีดข่วน..."

"ถ้าคุณวางอาวุธและยอมมากับเราดีๆ บางทีอาจจะไม่ต้องเจ็บตัวก็ได้นะ?" ชายอีกคนจากอีกฝั่งของตรอกตะโกนบอก

บ้าจริง!

แบบนี้ฉันระบุตำแหน่งคนถือปืนไม่ได้!

ขณะที่เคทลินกำลังจนปัญญา หลี่ลินที่หน้าซีดเผือดก็กัดฟันทนเจ็บแล้วพูดตะกุกตะกัก:

"เธอจำ... ตำแหน่งคร่าวๆ ของคนเมื่อกี้ได้ไหม?"

เธอพยักหน้าโดยสัญชาตญาณ "ฉันระบุได้แค่ระยะคร่าวๆ..."

"ระบุ... ให้แคบลงในรัศมี 3 เมตรได้ไหม?"

"น่าจะได้..."

"แค่นั้นก็พอแล้ว"

หลี่ลินฝืนยิ้ม "ยิงเลย เล็งไปที่ระยะที่เธอกะไว้นั่นแหละ"

จบบทที่ บทที่ 12 ลอบกัดมันผิดจริยธรรมนะเว้ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว