- หน้าแรก
- เกิดใหม่คราวนี้ข้าขอมีมิติและสามีเป็นทหาร
- บทที่ 12: สองพี่น้องเตรียมก่อการ
บทที่ 12: สองพี่น้องเตรียมก่อการ
บทที่ 12: สองพี่น้องเตรียมก่อการ
บทที่ 12: สองพี่น้องเตรียมก่อการ
ไม่ต้องให้คนคอยปรนนิบัติ ไม่ต้องรดน้ำ มันก็เติบโตเองตามธรรมชาติได้ แถมยังขายได้ราคาดีอีกต่างหาก
ทำ ต้องทำแล้วล่ะงานนี้
หัวสมองของฉินต้าเจียงหมุนติ้ว วางแผนการต่างๆ นานา สีหน้ายิ่งมายิ่งตื่นเต้น
"ซูเยว่ เอ็งว่าไง ถ้าเราเกณฑ์คนขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขาดีไหม?"
"อืม คนเยอะไปก็ไม่ดีหรอกจ้ะ คนมากเรื่องก็แยะตาม คุมยาก ถ้าสมุนไพรเสียหายขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสีย อีกอย่าง ต่างคนต่างจิตต่างใจ เกิดมีใครคิดไม่ซื่อ เอาเรื่องกองผลิตไปบอกคนอื่น หัวหน้ากองผลิตจะซวยเอานะคะ"
"..."
แม่หนูคนนี้ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียว ทำไมถึงได้ปากคอเราะร้ายนักนะ?
สองลุงหลานเริงร่าตลอดทางกลับสู่กองผลิตเฉาหยาง ฉินซูเยว่แอบกลับขึ้นเขาเงียบๆ ไม่เปิดโอกาสให้คนบ้านฉินหรือหลินเนี่ยนตามตัวเจอ
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากจัดการเรื่องสมุนไพรเสร็จเรียบร้อย ฉินซูเยว่ก็ลงเขาอีกครั้ง คราวนี้เธอแวะที่ตีนเขา
"คุณลุงหัวหน้ากองผลิต เรื่องที่คุยกันเมื่อวานเป็นยังไงบ้างคะ?"
"ลุงปรึกษากับพวกเจ้าหน้าที่แล้ว เราจะบอกแค่คนที่ไว้ใจได้ไม่กี่คน รอให้ขายได้เงินก่อนค่อยประกาศให้คนอื่นรู้"
"อืม แบบนั้นก็ดีค่ะ"
"ลุงจะหาคนซื่อๆ ใจเย็นๆ สักสองสามคน จ่ายค่าแรงให้วันละสิบสองแต้ม ให้กินนอนอยู่บนเขาเลย หนูว่าดีไหม?"
"ดีค่ะ"
"หนูกับพี่ชายช่วยสอนงานคนพวกนั้นหน่อยนะ แล้วก็รับหน้าที่เอาสมุนไพรไปขายในเมือง ตกลงไหม?"
"ไม่มีปัญหาค่ะ แต่มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่ง... ต้องให้สหายอาวุโสสามคนนั้นเป็นคนคุมงานบนเขานะคะ ไม่อย่างนั้นหนูไม่วางใจ"
ไม่มีทาง เธอจะไม่ยอมให้หลินเนี่ยนมาฉกชิงเอาหน้าไปเด็ดขาด
หัวหน้ากองผลิตกัดฟัน กระทืบเท้าปัง สุดท้ายก็ยอมตกลงตามคำขอของฉินซูเยว่
ยังไงเสีย สหายอาวุโสสามคนนั้นก็เป็นคนมีความรู้ จะทำงานที่ไหนก็ไม่ต่างกัน อย่างมากก็แค่แบ่งแต้มงานจากคนอื่นมาให้คนละหกแต้ม ถือว่าเป็นการทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองก็แล้วกัน
เช้าวันถัดมา หัวหน้ากองผลิตก็นำสหายชายวัยสี่สิบกว่าปีหลายคนหอบหิ้วสัมภาระขึ้นเขามา
พอเจอกัน ฉินซูเยว่ก็ให้ทุกคนเริ่มสานตะแกรงร่อนสมุนไพร ได้มากว่ายี่สิบอัน แล้วยังช่วยกันสร้างชั้นตากสมุนไพรอีกหลายชั้น ก่อนจะเตรียมตัวลงเขากับพี่ชาย
"ซูเยว่"
ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันไม่กี่วัน เหล่าสหายอาวุโสต่างประทับใจในความละเอียดรอบคอบของฉินซูเยว่ พวกเขารู้ดีว่าเธอพยายามอย่างมากที่จะช่วยให้พวกเขาได้ทำงานบนเขา ยามต้องจากกันจึงรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง แต่พอเรียกเธอไว้ กลับไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
ฉินซูเยว่ยิ้มพลางโบกมือลา เข้าใจในความซาบซึ้งใจของพวกเขาดี
สองพี่น้องเดินลงเขา กลับไปที่บ้านตระกูลฉิน เห็นลานบ้านเงียบเชียบก็เดาได้ว่าทุกคนคงออกไปทำงานในนากันหมดแล้ว
"พี่คะ พี่ว่าป่านนี้ฉินหงซานกลับมาหรือยัง?"
"ถ้ากลับมาแล้วก็ต้องอยู่บ้านสิ นิสัยอย่างยัยนั่นจะยอมออกไปทำงานตากแดดตากลมเหรอ?"
"พี่คะ พี่ว่า... เราควรจะไปสะกิดบอกฉินหงซานหน่อยไหมว่า ที่จริงหลี่ฮุ่ยหลานส่งหล่อนออกไปเพื่อเอาใจฉัน?"
ฉินซูเยว่ยิ้มเจ้าเล่ห์ สีหน้ามีชีวิตชีวาจนปิดไม่มิด
"ได้ เรื่องนี้พี่จัดการเอง หมู่บ้านเดิมของป้าสะใภ้ใหญ่มีเพื่อนสมัยเด็กของพี่อยู่หลายคน รับรองว่าพวกนั้นจะจัดการยัยนั่นให้อยู่หมัด"
"ตกลง งั้นฝากพี่ด้วยนะคะ เพื่อให้สมจริงยิ่งขึ้น เดี๋ยวฉันจะไปหาลุงใหญ่กับลุงรอง เผลอๆ เย็นนี้เราอาจได้กินของดีกันด้วย"
"เธอนี่นะ..."
ฉินเจิ้งเจี๋ยสนับสนุนความแสบสันของน้องสาวอย่างไม่มีเงื่อนไข
ทั้งสองวางข้าวของ กลับห้องไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินมาที่ประตูรั้ว สองพี่น้องสบตากันแล้วยิ้มกริ่ม
"น้องเล็ก พร้อมหรือยัง?"
"พร้อมแล้วค่ะ"
"ลุยกันเลย..."
ทั้งสองแยกย้ายกันไป คนหนึ่งมุ่งหน้าไปกองผลิตข้างเคียง อีกคนเดินไปทางทุ่งนาเพื่อตามหาฉินหย่งผิง
งานในกองผลิตมีเยอะแยะ หน้าที่แต่ละวันของแต่ละคนก็ไม่ตายตัว ฉินซูเยว่ต้องถามทางจากชาวบ้านอยู่หลายคนกว่าจะเจอจุดที่ฉินหย่งผิงกับฉินหย่งอานทำงานอยู่
"ลุงใหญ่ ลุงรอง"
ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ทั้งสองหันขวับมาทันที พอเห็นว่าเป็นฉินซูเยว่ที่หายหน้าไปหลายวัน ก็รีบทิ้งจอบวิ่งแจ้นเข้ามาหา
คนอื่นๆ มองตามอย่างงุนงง
ความสัมพันธ์ของคนบ้านนี้ดีขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ดูความเร็วที่ฉินหย่งผิงกับฉินหย่งอานวิ่งสิ ถ้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คงนึกว่าเป็นฉากวิ่งเข้าหากันด้วยความคิดถึงซาบซึ้งใจ...
"ฉินซูเยว่ หายหัวไปไหนมาตั้งหลายวัน? เป็นสาวเป็นแส้ไม่กลับบ้านกลับช่อง ไม่กลัวชื่อเสียงเสียหายจนน้องๆ พลอยขายไม่ออกหรือไง?"
"รู้อยู่เต็มอกว่าที่บ้านมีเรื่องยุ่งๆ ยังจะหนีไปโดยไม่บอกกล่าวอีก?"
เห็นทั้งสองทำท่าจะเทศนา ฉินซูเยว่ยกมือห้ามทันที
"เย็นนี้ฉันอยากกินหมูตุ๋นน้ำแดงกับซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน"
"อะไรนะ? นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว? จะไปหาหมูหาซี่โครงมาจากไหนให้เอ็ง?"
"นังเด็กบ้า นี่เอ็งเริ่มวางมาดแล้วเรอะ? กล้าดียังไงมาสั่งอาหาร?"
"ทำไมจะไม่กล้าล่ะคะ? หรือว่าลุงใหญ่กับลุงรองไม่อยากได้โควตางานแล้ว?"
ความรู้สึกอึดอัดที่โดนบีบขมับเล่นงานอีกแล้ว... "พวกข้า... ข้า..."
สองพี่น้องอึกอักอยู่นาน สรรหาคำพูดไม่ออก
"นี่ยังเช้าอยู่ ถ้าเร่งเข้าเมืองก็น่าจะยังทันซื้อเนื้อ ถ้าไม่ทันก็ยังมีตลาดมืด มันขึ้นอยู่กับความไวของลุงทั้งสองแล้วล่ะค่ะ ฉันเดาว่าลุงคงไปหาผู้อำนวยการหงมาแล้วใช่ไหมล่ะ? ความหวังทั้งหมดอยู่ในกำมือฉัน ยังกล้าไม่เชื่อฟังอีกเหรอ?"
เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน สองพี่น้องกัดลิ้นตัวเอง ไม่กล้าด่าทอออกมา
คอยดูเถอะ... คอยดู... พอได้โควตาเมื่อไหร่ พ่อจะเล่นงานนังเด็กเวรนี่ให้สาสม...
สองพี่น้องจำใจไปขอลางานกับคนจดแต้ม คืนอุปกรณ์ แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ในเมืองด้วยความคับแค้นใจ
ชาวบ้านขี้สงสัยบางคนเดินเข้ามาถามฉินซูเยว่
"ซูเยว่ ลุงใหญ่กับลุงรองเอ็งเป็นอะไรไปน่ะ? หน้าตากระตุกเชียว มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่า?"
ฉินซูเยว่ยิ้มร่า ไม่ใช่แค่กระตุกหรอก หน้าดำคล้ำเครียดด้วย ดูปราดเดียวก็รู้ว่ากำลังกลั้นโทสะไว้เต็มอก
"คุณป้าคะ ลุงใหญ่กับลุงรองดีกับหนูมากเลยค่ะช่วงสองวันนี้ ให้กินไข่กินเนื้อทุกมื้อ แถมยังส่งฉินหงซานไปที่อื่นเพราะกลัวหล่อนจะทำให้หนูอารมณ์เสียอีกต่างหาก"
"หา?! สองพี่น้องนั่นกินยาผิดซองหรือเปล่าเนี่ย?"
เห็นไหม? ขนาดชาวบ้านร้านตลาดในกองผลิตเฉาหยางยังรู้เลยว่าเป็นไปไม่ได้ที่สองคนนี้จะมาทำดีกับเธอ ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วทำไมเธอถึงได้โง่ดักดาน เฝ้าโหยหาความรักใคร่กลมเกลียวจากคนพวกนี้อยู่นั่น
แค่คิดก็อยากจะกระอักเลือดออกมาเป็นโอ่ง
ฉินซูเยว่ไม่ได้ตอบคำถามของคุณป้า ปล่อยให้จินตนาการกันเอาเองดีกว่า
หลังจากจัดการธุระเสร็จ ฉินซูเยว่ก็กลับบ้าน คราวนี้เธอไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตำราแพทย์ แต่หยิบหนังสือเรียนมัธยมปลายทั้งหมดออกมาจัดเรียง ตามไทม์ไลน์ในชาติก่อน อีกสองปีจะมีการจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ชาติที่แล้วเธอเสียดายที่ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย ชาตินี้เธอต้องชดเชยสิ่งที่พลาดไปให้ได้
ขณะที่ฉินซูเยว่กำลังทบทวนบทเรียนอย่างขะมักเขม้น หลินเนี่ยนก็แอบย่องกลับไปที่คอกวัว คราวนี้หล่อนไม่ได้เคาะประตู แต่ผลักเข้าไปเลย
เห็นห้องว่างเปล่า ซอมซ่อ และคับแคบ หล่อนก็ปวดขมับจี๊ดขึ้นมาด้วยความโมโห
"ไอ้แก่สามตัวนั่น อยู่เฉยๆ ไม่เป็นหรือไงนะ? จะร่อนไปร่อนมาหาอะไรนักหนา"