เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 สิงโตเงาม่วงกับเสือดาวเงาภูต

บทที่ 23 สิงโตเงาม่วงกับเสือดาวเงาภูต

บทที่ 23 สิงโตเงาม่วงกับเสือดาวเงาภูต


บทที่ 23 สิงโตเงาม่วงกับเสือดาวเงาภูต

ทันใดนั้น มันก็หยุดขยับปาก แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง จมูกของมันกระตุกเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าได้กลิ่นอายมนุษย์ลอยมาตามลม

หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง สิงโตเงาม่วงก็หันขวับไปทางเชียนหลิงอวิ๋นและอีกคนที่กำลังบินต่ำ เผยให้เห็นคมเขี้ยวแหลมคมน่าสยดสยอง จากนั้นมันค่อยๆ หันร่างไปทางเชียนเริ่นเสวี่ยและอีกคน ก่อนที่ร่างของมันจะวูบหายไปในพริบตา

ความเร็วของมันช่างเหลือเชื่อ ทิ้งภาพติดตาเป็นทางยาวทุกครั้งที่เคลื่อนไหว เพียงชั่วพริบตาเดียว มันก็พุ่งข้ามระยะทางกว่าหนึ่งกิโลเมตรมาได้แล้ว

เจ้าสิงโตเงาม่วงตัวนี้คงสัมผัสได้ว่าคลื่นพลังวิญญาณของเชียนเริ่นเสวี่ยไม่เข้มข้นนัก จึงพาลประเมินเชียนหลิงอวิ๋นต่ำไปด้วย

ตามตรรกะของสัตว์วิญญาณ หากอ่อนแอก็ย่อมตกเป็นอาหาร... อีกอย่าง มันยังกินไม่อิ่ม และมนุษย์ผิวพรรณนวลเนียนสองคนนี้ก็ดูน่าอร่อยไม่เบา...

"โชคดีจริง เป็นสิงโตเงาม่วง!" เชียนเริ่นเสวี่ยผู้รอบรู้จำสายพันธุ์ของสัตว์วิญญาณตัวนี้ได้ในแวบเดียว

ในบรรดาสัตว์วิญญาณสายความเร็ว สิงโตเงาม่วงจัดว่าเป็นตัวอันตรายระดับต้นๆ นอกจากความเร็วเป็นเลิศแล้ว มันยังชื่นชอบการกินหัวใจของศพสดๆ เป็นพิเศษ แถมยังมีพิษร้ายแรงและทักษะวิญญาณติดตัวที่น่ากลัวอีกด้วย

พอได้ยินชื่อ "สิงโตเงาม่วง" ดวงตาของเชียนหลิงอวิ๋นก็เป็นประกาย สิงโตเงาม่วงระดับพันปีถือเป็นของดีเลยทีเดียว!

ไม่ว่าจะพลังโจมตี ความเร็ว หรือพิษ ล้วนเหมาะกับนางทั้งสิ้น

ในเมื่อของดีเดินมาเสิร์ฟถึงที่ ก็ไม่มีเหตุผลให้ปล่อยไป ด้วยความรู้ใจระดับเชียนเริ่นเสวี่ยและเชียนหลิงอวิ๋น ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใด ทั้งคู่ก็พร้อมลุยทันที

ความเร็วของสิงโตเงาม่วงนั้นน่าตื่นตะลึง ทันทีที่เชียนเริ่นเสวี่ยเท้าแตะพื้น มันก็กระโจนขึ้นสูง อ้าปากกว้างหมายขย้ำคอระหงของนางกลางอากาศ

"โอ๊ะ!?"

เชียนเริ่นเสวี่ยอุทานเบาๆ คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย นางยกกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ทูตสวรรค์ขึ้นขวางคมเขี้ยวของสิงโตเงาม่วงไว้ได้ทันท่วงที

แกรก! แกรก!

เขี้ยวแหลมคมของสิงโตเงาม่วงครูดไปกับใบกระบี่ศักดิ์สิทธิ์จนเกิดเสียงบาดหู แต่กระบี่เทพก็คือกระบี่เทพ ต่อให้สิงโตเงาม่วงกัดสุดแรง ก็มีแต่ฟันของมันเองที่จะหักสะบั้น

เศษเขี้ยวสัตว์ร่วงกราวลงพื้น สิงโตเงาม่วงรู้สึกถึงความผิดปกติ มันรีบคลายปากจากกระบี่แล้วพุ่งตัวหลบไปทางซ้าย แต่กลับพบเชียนหลิงอวิ๋นยืนขวางทางอยู่ พลางควงเคียวเล่นด้วยท่าทางสบายใจ

ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองนั้นปลุกสัญชาตญาณดุร้ายของสิงโตเงาม่วงให้ลุกโชน มันคำรามต่ำ ร่างกายเริ่มเลือนราง ก่อนจะหายวับไปในกลุ่มควันดำที่พวยพุ่งออกมาจากร่าง!

นี่คงเป็นหนึ่งในทักษะวิญญาณติดตัวของสิงโตเงาม่วง: แปลงกายเป็นเงา!

ว่ากันว่าเมื่อสิงโตเงาม่วงใช้ทักษะนี้ มันจะต้านทานการโจมตีทางกายภาพได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และลดความเสียหายจากพลังงานลงครึ่งหนึ่ง

ที่ร้ายกาจกว่านั้นคือ แม้จะอยู่ในร่างเงา มันก็ยังโจมตีศัตรูด้วยเขี้ยวเล็บได้ตามใจชอบ และหมอกดำรอบตัวมันยังมีพิษร้ายแรงอีกต่างหาก

"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง ไฟทมิฬ!"

เชียนหลิงอวิ๋นรู้ดีถึงอันตราย นางย่อมไม่โง่พอที่จะเอาจุดอ่อนของตนไปปะทะกับจุดแข็งของศัตรู

นางตัดสินใจไขว้แขนปกป้องหน้าอก เอนตัวไปด้านหลัง แล้วกระพือปีกสีดำส่งตัวพุ่งถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

ท่าทีนี้ทำเอาสิงโตเงาม่วงที่กำลังกระหายเลือดถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

ดูจากท่าทางเมื่อกี้ เจ้าเหมือนพร้อมจะบวกเต็มที่ ไหงพอข้าจะโจมตี เจ้ากลับหนีหน้าด้านๆ แบบนี้ล่ะ? มันใช่เรื่องเรอะ! มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ!

"โฮก!"

สมองอันน้อยนิดของมันประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะตั้งสติได้ สิงโตเงาม่วงคำรามลั่น ทิ้งภาพติดตาไล่ตามเชียนหลิงอวิ๋นที่ถอยหนีไปติดๆ แต่กลับเห็นสีหน้าเสียดายฉายชัดบนใบหน้าของนาง

และเป็นไปตามคาด ทุกครั้งที่มันเกือบจะตะปบถึงตัว นางก็จะบินฉีกตัวขึ้นไปในแนวตั้ง แล้วสาดคมมีดพลังวิญญาณรูปจันทร์เสี้ยวลงมาจากจุดที่มันเอื้อมไม่ถึง เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของมัน

ในที่สุด เมื่อรู้ตัวว่าถูกปั่นหัว สิงโตเงาม่วงก็หอบแฮ่ก เงยหน้ามองมนุษย์บนฟ้าด้วยสายตาอาฆาตปนระอา แต่แล้วด้านหลังของมัน แสงสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ยามเช้าก็ปรากฏขึ้น

"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง รุ่งอรุณ!"

เชียนเริ่นเสวี่ยถือกระบี่ด้วยมือซ้าย ชูมือขวาขึ้นฟ้า ลำแสงสีทองพุ่งขึ้นไปก่อตัวเป็นวงแหวนแสงสีทองกลางอากาศ แล้วครอบคลุมลงมา

พริบตาต่อมา วงแหวนแสงสีทองก็ระเบิดพลังออกมา พลังทำลายล้างอาจไม่สูงนัก แต่ผลในการควบคุมนั้นทรงพลังยิ่ง ทุกการเคลื่อนไหวของสิงโตเงาม่วงภายในวงแหวนดูเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ธาตุแสงเมื่อตกอยู่ในอาณาเขตนี้จะถูกพลังงานแสงกดทับจนความเร็วลดลงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ และหากเป็นสิ่งมีชีวิตธาตุมืด ผลลัพธ์จะทวีคูณ...

ภายใต้ทักษะวิญญาณที่แพ้ทางธาตุมืดอย่างจัง ต่อให้สิงโตเงาม่วงดิ้นรนแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ มีแต่จะจมดิ่งลงสู่ความตายเร็วขึ้นเท่านั้น

แน่นอนว่าทักษะนี้กินพลังวิญญาณมหาศาล ลำพังเชียนเริ่นเสวี่ยในตอนนี้คงยื้อไว้ได้ไม่นานนัก ทว่า... นางไม่ได้สู้คนเดียว

ทันทีที่ทักษะรุ่งอรุณสิ้นสุดลง เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาฉวยโอกาสขณะที่ร่างกายของสิงโตเงาม่วงยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ คมเคียวตวัดฉับเข้าที่ลำคอ ตามด้วยอีกฉับที่หน้าท้อง

หลังการปะทะไม่กี่กระบวนท่า ร่างของสิงโตเงาม่วงก็แข็งทื่อ ไฟทมิฬลุกโชนเผาผลาญบาดแผลฉกรรจ์นับสิบแห่งบนร่าง ดูดกลืนพลังชีวิตอันน้อยนิดของมันจนมอดไหม้

เมื่อไฟทมิฬค่อยๆ ดับลงเพราะหมดเชื้อเพลิง ร่างอันบอบช้ำของสิงโตเงาม่วงก็ล้มตึง วงแหวนวิญญาณสีดำลอยขึ้นจากซากศพ ล่องลอยไปหาเชียนหลิงอวิ๋นที่กำลังตื่นเต้นดีใจ

"รีบดูดซับเร็วเข้า!" เชียนเริ่นเสวี่ยพยักหน้าให้เชียนหลิงอวิ๋น แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ด... น้ำลายที่สิงโตเงาม่วงฝากไว้บนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์

เชียนหลิงอวิ๋นถูมือไปมาด้วยความเคยชิน ก่อนจะนั่งลงทำสมาธิ ชักนำวงแหวนวิญญาณเข้าสู่ร่าง

สำหรับนางที่มีเคียวมารรากษสคอยดูดกลืนแรงอาฆาตในวงแหวนวิญญาณ สิ่งเดียวที่ต้องกังวลคือขีดจำกัดทางกายภาพของร่างกายเท่านั้น

แต่หลังจากผสานร่างกับเกราะเทพ ร่างกายของนางก็แข็งแกร่งไม่แพ้ระดับจักรพรรดิวิญญาณหรือมหาปราชญ์วิญญาณ วงแหวนวิญญาณอายุไม่เกินห้าหมื่นปีจึงเป็นเรื่องหมูๆ สำหรับนาง

สิงโตเงาม่วงตัวนี้มีตบะแค่หมื่นกว่าปี ห่างไกลจากขีดจำกัดของเชียนหลิงอวิ๋นลิบลับ ทำให้นางใช้เวลาดูดซับเพียงหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จสิ้น

เมื่อเห็นว่าเวลายังเหลือเฟือ เชียนเริ่นเสวี่ยจึงพาเชียนหลิงอวิ๋นออกจากทุ่งหญ้า เข้าไปสำรวจในป่าทึบต่อ

ป่าทึบนั้นมืดมิด แต่ก็ไม่ถึงกับมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง แสงจันทร์ส่องลอดเงาไม้ที่ไหวเอนลงมา ประกอบกับแสงจากแมลงเรืองแสงตัวเล็กๆ พอให้พอมองเห็นทางได้บ้าง

ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่า ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไร รู้แต่ว่าคืนนี้ยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปเลย

จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มสาง แสงสีทองรำไรปรากฏที่เส้นขอบฟ้า ทั้งคู่จึงเริ่มแสดงอาการเหนื่อยล้าออกมา

"ข้างหน้าเหมือนมีถ้ำอยู่ เราเข้าไปพักสักหน่อยดีไหม?" เชียนหลิงอวิ๋นขยี้ตาที่ง่วงงุนพลางกระซิบถาม

"เจ้าเห็นนั่นไหม?" เชียนเริ่นเสวี่ยตบไหล่เชียนหลิงอวิ๋นเบาๆ ชี้ไปที่ก้อนหินยักษ์รูปร่างคล้ายคางคกห่างออกไปสองร้อยเมตร บนนั้นมีสัตว์วิญญาณที่ดูท่าทางรับมือยากนอนหมอบอยู่

เชียนหลิงอวิ๋นมองตามนิ้วของเชียนเริ่นเสวี่ยไป เห็นสัตว์วิญญาณตัวหนึ่งที่มีแสงสีเทาเรืองรองรอบกาย ผิวหนังสีเขียวอมเทา และมีลวดลายคล้ายเหรียญทองกระจายอยู่ทั่วตัว กำลังนอนทอดหุ่ยหาวหวอดๆ อยู่บนก้อนหิน

จบบทที่ บทที่ 23 สิงโตเงาม่วงกับเสือดาวเงาภูต

คัดลอกลิงก์แล้ว