เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 การล่าในยามวิกาล

บทที่ 22 การล่าในยามวิกาล

บทที่ 22 การล่าในยามวิกาล


บทที่ 22 การล่าในยามวิกาล

ยามพลบค่ำ เฉียนหลิงอวิ๋นที่เหนื่อยล้าจากการเล่นซนนั่งอยู่ริมสระน้ำ ก้มหน้าลงอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เฉียนเริ่นเสวี่ยใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ช่วยเป่าผมให้แห้ง

เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากหนังศีรษะ เฉียนหลิงอวิ๋นก็หลับตาพริ้ม พึมพำเสียงเบา "พี่เสวี่ย... เอาจริงๆ นะ ฝีมือเป่าผมของท่านนี่ระดับยอดเยี่ยมเลย ถ้าไปเปิดร้านเสริมสวยรับรองว่าลูกค้าต้องแน่นร้านแน่ๆ จุ๊ๆ สบายจนข้าจะหลับอยู่แล้วเนี่ย!"

"ถ้าเจ้าชอบให้ข้าเป่าผมให้ ข้าทำให้เจ้าทุกวันก็ได้!" เฉียนเริ่นเสวี่ยยกมุมปากยิ้มขบขัน "กลัวแต่ว่าเจ้าจะเบื่อข้าแล้วหนีไปหาคนอื่นเสียก่อน!"

"เฮ้ ข้าไม่ใช่คนโลเลแบบนั้นเสียหน่อย ข้าเป็นคนรักเดียวใจเดียวนะ..." เฉียนหลิงอวิ๋นยกมือขึ้นจับข้อมือของเฉียนเริ่นเสวี่ย แล้วเอ่ยเสียงอ้อน "คืนนี้เรารีบไปหาวงแหวนวิญญาณอีกสองวงที่เหลือกันเถอะ! หลายปีก่อนท่านเคยสัญญาว่าจะพาข้าไปเที่ยวโรงเรียนเชร็คไม่ใช่หรือ?"

"ชิ... เจ้ายังจำเรื่องนั้นได้อีกหรือ! ที่พรรค์นั้นมีอะไรน่าไปกัน? มีข้าอยู่ทั้งคน เจ้ายังต้องให้คนอื่นมาสอนบำเพ็ญเพียรอีกรึ?"

พอเอ่ยถึงโรงเรียนเชร็ค สีหน้าของเฉียนเริ่นเสวี่ยก็หมองลงหลายส่วน แต่มือไม้ยังคงไม่หยุดขยับ บรรจงจัดการเรือนผมที่ยุ่งเหยิงของเฉียนหลิงอวิ๋นต่อไป

"ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น... เขาว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ตอนนี้พวกเรายังอ่อนแอ ไม่มีคุณสมบัติพอจะไปต่อกรกับยักษ์ใหญ่อย่างพวกมันซึ่งๆ หน้าได้หรอก" เฉียนหลิงอวิ๋นยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

ก็ดูสิ... ถังซานที่มีตำแหน่งเทพคู่ แถมยังมีลูกสมุนระดับเทพขั้นสองอีกหกคนคอยจ้องมองจากเบื้องบน ส่วนบนพื้นโลกก็ยังมีสหายสนิทสี่คนของถังซานดักรออยู่ ฝั่งนางมีแค่ตำแหน่งเทพทูตสวรรค์ที่ชำรุดกับตำแหน่งเทพรากษสที่สู้ใครไม่ได้... สถานการณ์เป็นรองระดับนรกแตกแบบนี้จะไปสู้ไหวได้อย่างไร

"อืม..." เฉียนเริ่นเสวี่ยไม่พูดอะไร เพียงแค่ส่งเสียงในลำคอ ซึ่งถือว่ายอมรับข้อเสนอของเฉียนหลิงอวิ๋น นางเม้มปาก เงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมรอยยิ้มฝืนๆ แล้วกระซิบว่า

"ข้าจำได้ว่าในความทรงจำของเจ้า... ถังซานมีลูกสาวที่จะเข้าเรียนปีนี้ด้วยใช่ไหม! ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้าคนที่มีสายเลือดสัตว์วิญญาณสามในสี่ส่วนนั่นจะเป็นตัวประหลาดแบบไหนกัน!"

"อื้ม... คนที่เข้าเรียนปีนี้อย่างมากก็นับได้แค่ครึ่งเดียวของลูกสาวถังซาน อีกครึ่งนึงถูกตาแก่ถังซานผ่าแยกออกมาแล้วยัดใส่ร่างสัตว์วิญญาณไปแล้ว" เฉียนหลิงอวิ๋นเสยผมหน้าม้า แสยะยิ้มเยาะหยัน "ผ่าวิญญาณลูกสาวตัวเองออกเป็นสองส่วน คนแบบนี้สมควรเป็นพ่อคนด้วยหรือ? ช่างไร้มโนธรรมสิ้นดี"

"อ้อๆๆ ข้านึกออกแล้ว คนที่เจ้าพูดถึง... ลูกสาวถังซานคือแม่แจกันประดับที่ความจำหายไปครึ่งหนึ่ง ได้รับสายเลือดพยัคฆ์ทองคำแห่งโชคชะตา อาศัยแก่นวิญญาณของผู้ชายของนางจนเลื่อนขั้นเป็นพรหมยุทธ์สุดขีดจำกัด แล้วก็อาศัยตำแหน่งเทพที่ถังซานทิ้งไว้ให้ จนได้เป็นเทพขั้นสองแบบทุลักทุเลใช่ไหม!" เฉียนเริ่นเสวี่ยปรบมือฉาด ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก

"จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก ดูเหมือนยีนของราชันเทพถังซานก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก! หรือเป็นเพราะสัดส่วนสายเลือดมนุษย์น้อยเกินไปเลยเกิดการเสื่อมถอยกันนะ?" เฉียนหลิงอวิ๋นไม่ปิดบังความดูแคลน ใช้น้ำเสียงเสียดสีเย้ยหยันราชันเทพผู้ทรงธรรม

"ฮึๆ" ราวกับนึกเรื่องสนุกขึ้นมาได้ จู่ๆ เฉียนเริ่นเสวี่ยก็น้มตัวลงกระซิบข้างหูเฉียนหลิงอวิ๋น

"ท่านแน่ใจนะว่าจะดึงเอาของอัปมงคลนั่นออกมาได้จริง!?" เฉียนหลิงอวิ๋นเริ่มไม่มั่นใจ ขมวดคิ้วเคร่งเครียด "การดึงวิญญาณส่วนนั้นออกจากร่างมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ แล้วถ้าดึงออกมาได้จริงๆ เราจะถูกเขาเพ่งเล็งเอาได้"

"ถ้าคิดจะทำจริงๆ เราต้องวางแผนให้รอบคอบ!"

"ไม่ต้องวางแผนระยะยาวอะไรหรอก ตอนนี้เราอยู่ในป่าใหญ่ซิงโต่ว ก็ไปเยี่ยมเยียนพวกเขาสักหน่อยสิ! โชคชะตาของพยัคฆ์ทองคำจะต้องไม่ตกเป็นของลูกสาวถังซาน" เฉียนเริ่นเสวี่ยกล่าวอย่างเด็ดขาด

"...ท่านผู้นั้นที่อยู่ลึกสุดของป่าใหญ่ซิงโต่วเกลียดชังพวกเทพจะตายไป ขืนเราเข้าไป มีหวังโดนนางจับกลืนลงท้องทั้งคู่แน่" เฉียนหลิงอวิ๋นเท้าคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเสนอแนะ

"หากต้องการติดต่อกับผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่สัตว์วิญญาณ เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเขตแกนกลางตรงๆ ก็ได้ แค่หาตัวพยัคฆ์ทองคำแห่งโชคชะตาให้เจอก็พอ!"

"ไม่ได้หรอก ป่าซิงโต่วกว้างใหญ่ขนาดนี้ พยัคฆ์ทองคำมีแค่ตัวเดียว จะไปเดินชนกันง่ายๆ ได้ยังไง?" เฉียนเริ่นเสวี่ยเดินวนไปมาพลางใช้ความคิด สุดท้ายก็ส่ายหน้า ยืนกรานที่จะเสี่ยงเข้าไปในแดนมหันตภัย!

ส่วนเรื่องการปลดปล่อยกลิ่นอายเทพเพื่อเรียกความสนใจจากราชามังกรเงินนั้นตัดทิ้งไปได้เลย เพราะราชันเทพถังซานที่อยู่ข้างบนนั้นแทบอยากจะควักลูกตามาจ้องทวีปโต้วหลัวอยู่ตลอดเวลา ขืนทำแบบนั้นก็เท่ากับรนหาที่ตาย...

แต่จะไม่หาผู้ช่วยก็ไม่ได้ ลำพังแค่ศาลาเทพสมุทรของโรงเรียนเชร็ค ถังเฮ่า อาอิ๋น และสุนัขเฝ้าบ้านสองตัวที่สำนักเฮ่าเทียน ทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือระดับเทพที่กดพลังตัวเองและแฝงตัวอยู่ในทวีป หากต้องรับมือกับพวกมัน ต่อให้คนบนฟ้าไม่ลงมา ฝั่งเราก็ต้องมียอดฝีมือระดับพรหมยุทธ์สุดขีดจำกัดอย่างน้อยห้าคน...

และขุมกำลังเดียวในโลกนี้ที่มียอดฝีมือระดับนั้นก็คือ ลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ป่าใหญ่ซิงโต่ว และสัตว์ร้ายระดับสูงอื่นๆ

ส่วนสัตว์ร้ายที่ไม่ได้สังกัดป่าใหญ่ซิงโต่ว อย่างเจ้าดวงตายักษ์ที่ทวีปสุริยันจันทรา พวกมันคงไม่อยากเสี่ยงตายกับพวกที่มีถังซานหนุนหลังหรอก ดีไม่ดีระหว่างสู้กัน อาจโดนพวกมันแทงข้างหลังเอาได้

มองดูแล้ว นอกจากลัทธิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และป่าใหญ่ซิงโต่ว ผู้เดียวที่เราพอจะดึงมาเป็นพวกได้และมีความแค้นกับถังซาน ก็เห็นจะมีแค่วาฬปีศาจทะเลลึกอีกตัวหนึ่ง!

คิดไปคิดมา เฉียนหลิงอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกอึดอัด นางยันมือขวากับพื้น มือซ้ายดึงแขนเฉียนเริ่นเสวี่ยแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นพลางกระซิบข้างหู

เมื่อได้ยินดังนั้น เฉียนเริ่นเสวี่ยก็มีสีหน้าลำบากใจ เอ่ยถามอย่างลังเล "ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ? ข้าไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้วนะ"

"ฝึกไว้ให้ชินมือเถอะพี่หญิง เรื่องสลับตัวองค์รัชทายาทกับแมวป่า หรือวางยาพิษจักรพรรดิเฒ่า ท่านเชี่ยวชาญจะตายไป! เอาเถอะ เรื่องนั้นยังอีกยาวไกล เรามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนดีกว่าไหม?"

พูดจบ เฉียนหลิงอวิ๋นก็สวมรองเท้าบูทแล้วเดินนำเข้าไปในส่วนลึกของเขตผสม เมื่อเห็นเฉียนเริ่นเสวี่ยยังคงก้มมองปลายเท้าอย่างใช้ความคิด นางจึงเร่งเร้า "ไปกันเถอะ! พี่เสวี่ยของข้า สัตว์วิญญาณธาตุมืดส่วนใหญ่ออกหากินเวลากลางคืน! ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว รีบไปหาพวกมันกันเถอะ!"

"เข้าใจแล้ว!"

เฉียนเริ่นเสวี่ยทิ้งแผนการซับซ้อนไร้สาระพวกนั้นไป ตัดสินใจว่าจะหาวงแหวนวิญญาณให้ครบก่อน แล้วค่อยไปโรงเรียนเชร็คเพื่อดูว่าเมืองวิญญาณยุทธ์แปรเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างในรอบหมื่นปี

ราตรีมาเยือน ดวงดาราพร่างพรายนับไม่ถ้วน เป็นทิวทัศน์งดงามที่เฉียนหลิงอวิ๋นหาดูได้ยากในดาวสีน้ำเงิน

หลังจากตะลึงงันไปครู่หนึ่ง อาศัยสีดำของวิญญาณยุทธ์อำพรางกาย เฉียนหลิงอวิ๋นก็โอบเอวเฉียนเริ่นเสวี่ยบินเลี่ยพื้นกลับไปตามทางเดิมอย่างรวดเร็ว จนมาถึงจุดที่ฝูงลิงบาบูนถูกกวาดล้างเมื่อช่วงบ่าย

มองจากไกลๆ ท่ามกลางความมืดมิด ทั้งสองเห็นสิงโตตัวเล็กขนสีม่วงกำลังก้มหน้ากัดกินซากศพบนพื้น

เมื่อเทียบกับสัตว์วิญญาณประเภทสิงโตทั่วไป รูปร่างของมันถือว่าเล็กกะทัดรัด ลำตัวยาวเพียงเมตรครึ่ง สูงแค่หกสิบถึงเจ็ดสิบเซนติเมตร แต่แผงคอสีม่วงนั้นงดงามจับตา ขนเป็นประกายสีม่วงระยับ ร่างกายแผ่แสงสีม่วงจางๆ หางขนาดใหญ่แกว่งไกวไปมาอยู่ด้านหลัง

จบบทที่ บทที่ 22 การล่าในยามวิกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว