เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ผลัดกันถูหลัง

บทที่ 21 ผลัดกันถูหลัง

บทที่ 21 ผลัดกันถูหลัง


บทที่ 21 ผลัดกันถูหลัง

ผ่านไปครู่ใหญ่ เชียนหลิงอวิ๋นค่อยๆ ลืมตาขึ้น ประกายแสงแหลมคมวาบผ่านนัยน์ตาสีแดงเข้ม

นางค่อยๆ ระบายลมหายใจที่ขุ่นมัวออกมา ลุกขึ้นยืนมองวงแหวนวิญญาณที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกาย หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง นางรู้สึกว่าหากปล่อยให้พวกมันสลายไปเฉยๆ คงน่าเสียดายแย่ สู้ใช้วิธีพิเศษนำพวกมันมาสร้างเป็นกระดูกวิญญาณเพื่อหาค่าขนมเพิ่มจะดีกว่า

สิ่งที่เรียกว่าวิธีพิเศษ คือการสังหารสัตว์วิญญาณชนิดใดก็ได้ให้ครบหนึ่งร้อยตัวภายในเวลาครึ่งชั่วยาม แล้วใช้เคล็ดวิชาลับกระตุ้นวงแหวนวิญญาณเหล่านั้น ซึ่งจะมีโอกาสสิบส่วนในร้อยที่จะได้รับ 'กระดูกวิญญาณเคล็ดวิชา'

จากการประเมินคร่าวๆ วงแหวนวิญญาณรอบตัวมีทั้งสีขาว สีเหลือง และสีม่วงจำนวนมาก แต่มีสีดำเพียงวงเดียว

ตามหลักความน่าจะเป็น หากหนึ่งร้อยวงมีโอกาสสิบส่วน เช่นนั้นสามร้อยวงก็น่าจะมีโอกาสประมาณหนึ่งในสามมิใช่หรือ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เชียนหลิงอวิ๋นจึงอาศัยคุณสมบัติของเทพรากษสที่มีความเข้ากันได้กับพลังแห่งความเคียดแค้นและความตาย ดึงดูดวงแหวนวิญญาณจากทุกทิศทางให้มารวมตัวกันที่นาง

นิ้วเรียวยาวของนางกรีดกรายไปบนวงแหวนวิญญาณแต่ละวง ราวกับนักดนตรีที่กำลังบรรเลงท่วงทำนองอันไพเราะ ภายใต้การสั่นพ้องของวงแหวนวิญญาณ อากาศรอบกายเชียนหลิงอวิ๋นเริ่มหนาหนักขึ้น

เส้นแบ่งระหว่างวงแหวนวิญญาณนับร้อยเริ่มพร่าเลือน พวกมันค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน จากนั้น... ก็สลายหายไป

เชียนหลิงอวิ๋นยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ จ้องมองความว่างเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความผิดหวัง "กะแล้วเชียว กระดูกวิญญาณส่วนนอกคงดูดโชคของข้าไปจนเกลี้ยงแล้วกระมัง! อัตราการดรอปของกระดูกวิญญาณเคล็ดวิชานี้มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆ!"

ถึงปากจะบ่นเช่นนั้น แต่เชียนหลิงอวิ๋นก็ยังไม่ถอดใจ นางหันไปรวบรวมวงแหวนวิญญาณชุดต่อไป ทำตามขั้นตอนเดิมซ้ำอีกครั้ง แต่ทว่า... ผลลัพธ์ก็ยังคงล้มเหลว

คราวนี้แม้แต่วงแหวนวิญญาณหมื่นปีสีดำสนิทก็ยังอันตรธานหายไปในระหว่างกระบวนการหลอมรวม

เมื่อก้มมองวงแหวนวิญญาณที่เหลือ แววตาของเชียนหลิงอวิ๋นฉายแววผิดหวัง นางขี้เกียจจะนับทีละวงแล้ว จึงรวบวงแหวนวิญญาณร้อยกว่าวงที่เหลือบีบอัดเข้าด้วยกันรวดเดียวให้มันจบๆ ไป

คราวนี้นางถึงกับสะบัดหน้าหนีเตรียมจะเดินจากไป แต่เสียงวัตถุหนักๆ ตกกระทบพื้นก็เรียกความสนใจของนางเสียก่อน เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นแสงสีแดงเข้มส่องประกายอยู่บนพื้นโดยไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า และภายใต้สายตาตื่นตะลึงของเชียนหลิงอวิ๋น มันค่อยๆ ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ

มันคือกระดูกชิ้นเล็กๆ รูปร่างคล้ายประแจเลื่อนแต่มีความยาวเพียงแท่งดินสอ แผ่แสงสีแดงเข้มจางๆ เชียนหลิงอวิ๋นเผลอเลียริมฝีปากและอุทานออกมา "นี่มันอะไรกัน รางวัลปลอบใจการันตีหลังจากล้มเหลวซ้ำซากหรือนี่?"

แม้ปากจะบ่น แต่เชียนหลิงอวิ๋นก็ยังเก็บกระดูกวิญญาณเคล็ดวิชาชิ้นนี้ลงในอุปกรณ์วิญญาณอย่างว่าง่าย

ขณะที่หันหลังกลับ เชียนหลิงอวิ๋นก็ได้ยินเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ของเชียนเริ่นเสวี่ย เมื่อมองตามเสียงไป ก็เห็นเชียนเริ่นเสวี่ยเลิกคิ้วเรียวงาม มองดูซากศพที่แขนขาขาดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นด้วยความตื่นตะลึง

"สวรรค์ช่วย... นี่เจ้าฆ่าล้างโคตรลิงบาบูนเลยหรือนี่?" เชียนเริ่นเสวี่ยค่อยๆ ก้าวข้ามซากศพอย่างระมัดระวังพลางบ่นอุบ "อีกอย่าง... เจ้าหั่นพวกมันละเอียดเกินไปหน่อยไหม!"

"เหอๆ!" เชียนหลิงอวิ๋นหัวเราะแห้งๆ ชี้ไปที่คราบเลือดแห้งกรังบนตัวนาง แล้วย้อนถามอย่างประชดประชัน "หากไม่ใช่เพราะท่านทิ้งข้าไว้ใต้ท้องสิงโตตัวนั้น ข้าจะมีกลิ่นสาบดึงดูดให้พวกมันยกโขยงมารุมทึ้งข้าได้ขนาดนี้หรือ!"

"เอ่อ..." เมื่อรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิด มุมปากของเชียนเริ่นเสวี่ยกระตุกเล็กน้อย นางกระซิบปลอบโยนแก้เก้อ "เป็นความผิดพลาดของข้าเอง เอาอย่างนี้ไหม... เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปหาแหล่งน้ำชำระร่างกายเดี๋ยวนี้แหละ!"

แววตาสำนึกผิดฉายชัดบนใบหน้าของเชียนเริ่นเสวี่ย นางแสร้งกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน

"ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย!" เชียนหลิงอวิ๋นโบกมืออย่างใจกว้าง เก็บซากสัตว์วิญญาณหมื่นปีทั้งสามตัวลงในอุปกรณ์วิญญาณ

หลังจากเดินลัดเลาะไปตามทุ่งราบราวหนึ่งชั่วยาม ทั้งสองก็มาถึงแหล่งน้ำที่ตั้งอยู่กลางป่าโปร่ง

เมื่อเดินเข้าสู่เขตป่า ผิวน้ำระยิบระยับก็ปรากฏแก่สายตา ขนาดของมันเรียกได้ว่าเป็นทะเลสาบขนาดย่อม ริมฝั่งมีพืชน้ำขึ้นเขียวขจี

"เจ้าไปอาบน้ำเถอะ! ข้าจะดูต้นทางให้" เชียนเริ่นเสวี่ยนั่งลงริมทะเลสาบ กอดดาบศักดิ์สิทธิ์ทูตสวรรค์ไว้แนบอก ถอดรองเท้าบูทออกแล้วหย่อนเท้าขาวผ่องลงไปตีกระเพื่อมน้ำเล่นอย่างสบายอารมณ์

เทียบกับความสง่างามของเชียนเริ่นเสวี่ยแล้ว เชียนหลิงอวิ๋นดูจะดิบเถื่อนกว่ามาก คราบเลือดเหนียวเหนอะหนะบนตัวทำให้นางรำคาญจนแทบคลั่ง ทันทีที่เห็นทะเลสาบ นางแทบจะระงับความต้องการไว้ไม่อยู่

นางสลัดมือจากการเกาะกุมของเชียนเริ่นเสวี่ย แล้วกระโจนลงน้ำราวกับปลา ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแผ่กระจายไปทั่วผิวน้ำที่เคยเงียบสงบ

"เด็กคนนี้นี่นะ..." เชียนเริ่นเสวี่ยส่ายหน้าถอนหายใจ แต่ในใจกลับรู้สึกเอ็นดู

ไม่นานนัก เชียนหลิงอวิ๋นก็ค่อยๆ โผล่ศีรษะขึ้นเหนือน้ำ ว่ายเข้าหาฝั่งอย่างเชื่องช้า แล้วค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มออกทีละชิ้นต่อหน้าเชียนเริ่นเสวี่ย

เชียนเริ่นเสวี่ยเห็นเพียงเส้นผมสีม่วงยาวสยายราวกับสาหร่ายทะเล ลู่แนบไปกับแผ่นหลังเปลือยเปล่า หยดน้ำใสไหลรินผ่านผิวพรรณเนียนละเอียดไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่นุ่มนวล

โดยเฉพาะเอวคอดกิ่วที่เว้าลงและสะโพกกลมกลึงที่ผายออก ล้วนงดงามชวนให้มัวเมา

"นี่ มองอะไรนักหนา สวยมากหรือไง?" ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาจ้องเขม็งของเชียนเริ่นเสวี่ย เชียนหลิงอวิ๋นจึงบ่นอุบอิบด้วยความไม่พอใจ

"อะแฮ่ม..." เชียนเริ่นเสวี่ยกระแอมแก้เขินสองที ก่อนจะแค่นเสียงประชด "เด็กอายุสิบสองที่ยังโตไม่เต็มวัยมีอะไรให้น่ามอง? ต่อให้ข้าจะมอง ก็ไม่มองเจ้าหรอก!"

"เหอะ ปากบอกไม่มอง แต่สายตาไม่ละไปไหนเลยนะ!" เชียนหลิงอวิ๋นสวนกลับอย่างไม่ยอมลดละ

"เจ้า..." เชียนเริ่นเสวี่ยไม่รู้ตัวเลยว่าแก้มของตนแดงระเรื่อไปหมดแล้ว นางยังคงเหน็บแนมต่อว่าเชียนหลิงอวิ๋นเป็นแค่ 'ไม้กระดาน' ที่ยังไม่เจริญเติบโต

"ท่านสิไม้กระดาน!"

เมื่อถูกหยามศักดิ์ศรี เชียนหลิงอวิ๋นก็โกรธจัด พุ่งเข้าไปคว้าขาเชียนเริ่นเสวี่ยแล้วกระชากลงมา เสียงน้ำแตกกระจายดังตูม เชียนเริ่นเสวี่ยถูกเจ้าตัวแสบขี้งอนลากลงน้ำไปจนได้

เชียนเริ่นเสวี่ยสำลักน้ำไปหลายอึก นางยกมือขึ้นเขกหน้าผากเชียนหลิงอวิ๋นดังโป๊ก แล้วดุด้วยความโมโห "เจ้านี่มันแสบนักนะ คิดจะปีนเกลียวรึไง?!"

"ปีนเกลียวที่ไหนกัน! ข้าจะไปกล้าได้ยังไง! ก็แค่เห็นว่าแดดมันแรง เลยอยากให้ท่านลงมาแช่น้ำเย็นๆ ด้วยกันต่างหาก" เชียนหลิงอวิ๋นที่มีลูกมะนาวปูดบนหน้าผากแลบลิ้นปลิ้นตา เถียงข้างๆ คูๆ ด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

'ฮึ! เกราะเทพรากษสและวิญญาณเทพของข้าผสานเข้ากับอดีตองค์สังฆราชเชียวนะ ถ้าจะนับลำดับอาวุโสกันจริงๆ ท่านต้องเรียกข้าว่า...'

เชียนหลิงอวิ๋นจินตนาการบรรเจิดถึงภาพตัวเองยืนค้ำหัวสั่งการผู้อื่นจนใจลอย ไม่ได้ฟังคำพูดของเชียนเริ่นเสวี่ยเลยแม้แต่น้อย

คำบ่นยืดยาวของเชียนเริ่นเสวี่ยสรุปความได้สั้นๆ ว่า: ข้าผิดไปแล้ว แต่ครั้งหน้าข้าก็จะทำอีก!

ในที่สุด เชียนเริ่นเสวี่ยที่จำใจยอมรับสภาพการตกน้ำก็คิดได้ว่า ในเมื่อเปียกแล้วก็อาบน้ำไปด้วยเลยแล้วกัน...

กริ๊ก!

เชียนเริ่นเสวี่ยปลดกระดุมเสื้อตัวในใต้น้ำ แล้วก้มลงถอดเสื้อผ้าชิ้นอื่นออก ขณะที่ปลดเครื่องประดับผมอันวิจิตร นางก็หยิบผ้าแพรเนื้อดีออกมา ขยับเข้าไปใกล้เชียนหลิงอวิ๋นแล้วเอ่ยเสียงเบา "ช่วยถูหลังให้ข้าหน่อยสิ!"

"อา..." เชียนหลิงอวิ๋นรับผ้าแพรจากมือเชียนเริ่นเสวี่ยด้วยมือที่สั่นเทา นางขบริมฝีปากแน่น ข่มความเขินอายและความประหม่าในใจ แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าแพรลูบไล้ไปบนแผ่นหลังขาวเนียนดุจหยกของเชียนเริ่นเสวี่ยอย่างเบามือ...

ราวหนึ่งเค่อผ่านไป เชียนเริ่นเสวี่ยก็หันกลับมา รับผ้าแพรไปจากมือของเชียนหลิงอวิ๋น แล้วยิ้มหวานหยดพลางกล่าวว่า

"เจ้าก็หันหลังไปสิ เดี๋ยวข้าจะช่วยถูหลังให้เจ้าบ้าง..."

จบบทที่ บทที่ 21 ผลัดกันถูหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว