- หน้าแรก
- ยอดสำนักไร้เทียมทาน ปีกทมิฬและนางมารรากษส
- บทที่ 19 กระดูกวิญญาณ
บทที่ 19 กระดูกวิญญาณ
บทที่ 19 กระดูกวิญญาณ
บทที่ 19 กระดูกวิญญาณ
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า หลังจากวงแหวนวิญญาณปรากฏขึ้น จะมีเวลารอคอยอยู่สองชั่วโมง หากดูดซับวงแหวนวิญญาณภายในช่วงเวลาดังกล่าว วงแหวนนั้นก็จะไม่สลายหายไป
เพื่อความปลอดภัย ขณะที่เชียนหลิงอวิ๋นกำลังดูดซับวงแหวนวิญญาณ เชียนเริ่นเสวี่ยจึงยืนถือกระบี่เฝ้าระวังอยู่ข้างกาย
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามครึ่ง เชียนหลิงอวิ๋นก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอันขุ่นมัวออกมา แล้วลุกขึ้นยืน
"ทำไมถึงใช้เวลาดูดซับนานนักล่ะ?" เชียนเริ่นเสวี่ยปรายตามองพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เชียนหลิงอวิ๋นถูมือไปมาอย่างเก้อเขินแล้วหัวเราะแห้งๆ "แหะๆๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าดูดซับวงแหวนวิญญาณนี่นา... ข้าไม่มีประสบการณ์!"
แควก...
เสียงผ้าฉีกขาดดังอู้อี้ เชียนเริ่นเสวี่ยหันไปมองตามเสียง รอยยิ้มรู้ทันแบบคุณป้าข้างบ้านปรากฏขึ้นบนใบหน้า!
"ขำอะไรของเจ้า!?"
เมื่อรู้ตัวว่ากระโปรงขาด ใบหน้าของเชียนหลิงอวิ๋นก็แดงซ่านด้วยความอับอาย นางรีบเอื้อมมือไปจับรอยขาดด้วยความโมโห แต่กลับคว้าได้หางแส้ที่เย็นเยียบแทน
"เจ้านี่มีบุญจริงๆ นะ ที่ถูกเจตจำนงแห่งระนาบดึงตัวมา" เชียนเริ่นเสวี่ยเดินเข้าไปบีบหางที่งอกใหม่ของเชียนหลิงอวิ๋น พลางเย้าแหย่อย่างไม่อายฟ้าดิน
"ดูท่าจากนี้ไปเจ้าคงใส่ได้แต่กระโปรงแล้วล่ะ ขืนใส่กางเกง ทุกครั้งที่ใช้ไอ้นี่ กางเกงคงเป็นรูพรุนแน่ ฮ่าๆๆ"
"หุบปากไปเลย! เจ้านี่มันร้ายกาจจริงๆ! ไปดูดซับวงแหวนวิญญาณของเจ้าเงียบๆ ไป๊!" เชียนหลิงอวิ๋นใช้มือข้างหนึ่งจับ 'หาง' ของตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามผลักเชียนเริ่นเสวี่ยไปทางวงแหวนวิญญาณอย่างสุดกำลัง
"ฮ่าๆๆ อย่าผลักสิ อย่าผลัก ข้ามีขาเดินเองได้..." เชียนเริ่นเสวี่ยหัวเราะร่าพลางชักมือกลับ แล้วยกมือขึ้นบีบแก้มเปื้อนเลือดของเชียนหลิงอวิ๋น สั่งกำชับว่า "งั้นข้าจะเริ่มดูดซับวงแหวนวิญญาณเดี๋ยวนี้แหละ! ถ้าเห็นข้านิ่งไปหลายชั่วโมงก็อย่าเพิ่งตื่นตูมล่ะ เข้าใจไหม!"
"ใครตื่นตูมกัน?! ไปดูดซับวงแหวนวิญญาณของเจ้าซะ! ไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน ไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นหรอก!" เชียนหลิงอวิ๋นกอดหางตัวเองพลางถลึงตาใส่เชียนเริ่นเสวี่ยอย่างดุดัน นึกอยากจะจับอีกฝ่ายมาตีก้นสั่งสอนสักที
"ฮ่าๆๆ งั้นฝากด้วยนะ!"
พูดจบ เชียนเริ่นเสวี่ยก็เลิกเล่นลิ้น นางนั่งขัดสมาธิและเริ่มดึงดูดวงแหวนวิญญาณสีดำที่ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานเข้ามาหาตัวโดยอัตโนมัติ
หลังจากเชียนเริ่นเสวี่ยนั่งลงได้ไม่นาน ผมยาวสลวยที่เคยมัดรวบไว้ด้านหลังของเชียนหลิงอวิ๋นก็ถูกลมกรรโชกแรงพัดมาปรกหน้าผาก จนพันกันยุ่งเหยิงติดกับคราบเลือดบนตัว
ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะและน่ารำคาญทำให้เชียนหลิงอวิ๋นหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
"เฮ้อ เดี๋ยวคงต้องหาที่ล้างตัวซะหน่อยแล้ว เลือดเหนียวตัวไปหมด..."
ทันใดนั้น ราวกับนึกเรื่องร้ายๆ ขึ้นมาได้ เชียนหลิงอวิ๋นกลืนน้ำลายลงคอแล้วพึมพำกับตัวเอง "คง... คงไม่ซวยขนาดนั้นหรอกมั้ง?!"
หลังจากตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่ครึ่งชั่วโมง สิ่งที่เชียนหลิงอวิ๋นกังวลก็ยังไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างสงบเงียบ จนกระทั่งหางตาของนางเหลือบไปเห็นจุดสีดำกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวตามลมลงมาจากทิศเหนือ
วินาทีนี้ เชียนหลิงอวิ๋นได้แต่ภาวนาให้เจ้าตัวประหลาดพวกนี้เป็นแค่พวกผ่านมาผ่านไป...
แต่ความหวังลมๆ แล้งๆ นั้นก็พังทลายลงเมื่อกลุ่มจุดสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
เมื่อระยะห่างเหลือไม่ถึงห้าร้อยเมตร ในที่สุดเชียนหลิงอวิ๋นก็มองเห็นรูปร่างหน้าตาของพวกมันชัดเจน
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้สูงราวสองเมตร ร่างกายปกคลุมด้วยขนสีแดงเข้ม มีขาหน้าที่แข็งแกร่ง ยามอ้าปากจะเห็นเขี้ยวยาวครึ่งฟุต หน้าตาดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
"ฝูงลิงบาบูทเขี้ยวโลหิต แถมมากันเยอะขนาดนี้ ข้าไปแหย่รังลิงเข้าหรือไงเนี่ย?"
มุมปากของเชียนหลิงอวิ๋นกระตุกยิกๆ นางลอบคิดในใจ "แย่แล้ว" แม้ในฝูงลิงนี้จะไม่มีจ่าฝูงที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ แต่จำนวนขนาดนี้... มันชักจะเยอะเกินไปหน่อย มองออกไปเห็นยั้วเยี้ยเต็มไปหมด อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสามร้อย ไม่สิ ห้าร้อยตัวเห็นจะได้
และดูจากท้องที่แฟบตอบของพวกมัน ชัดเจนเลยว่าลิงพวกนี้ได้กลิ่นคาวเลือดจากตัวนางจึงตามมาถึงที่นี่
"......"
น่าแปลกที่ลิงพวกนี้ไม่ได้บุกโจมตีเชียนหลิงอวิ๋นในทันที แต่กลับยืนนิ่งอยู่กับที่ จ้องมองพวกนางด้วยดวงตาเล็กจิ๋ว
เชียนหลิงอวิ๋นจ้องกลับอย่างดุร้ายไม่แพ้กัน
ไม่นานนัก ฝูงลิงก็แหวกทางออก ลิงตัวมหึมาที่มีขนสีขาวสองกระจุกปลิวไสวบนหน้าผากชูขาหน้าขึ้นแล้วกรีดร้องคำรามลั่นฟ้า
วินาทีต่อมา ฝูงลิงที่เคยเป็นระเบียบอยู่บ้างก็พลันโกลาหล พวกมันแตกฮือไปทุกทิศทาง พยายามโอบล้อมเชียนหลิงอวิ๋นและเชียนเริ่นเสวี่ยเป็นรูปตัวซี วางแผนจะ 'ปิดประตูตีแมว' เอ้ย ไม่ใช่ 'จับเต่าในไห' ถุยๆๆ วางค่ายกลล้อมกรอบต่างหาก!
มองดูฝูงลิงที่หนาแน่น เชียนหลิงอวิ๋นก้าวถอยหลังสองก้าวด้วยความประหม่า แต่เมื่อเห็นเชียนเริ่นเสวี่ยยังคงดูดซับวงแหวนวิญญาณอยู่ นางก็รู้ว่าการถอยหนีทางยุทธวิธีนั้นเป็นไปไม่ได้ มีแต่ต้องปะทะซึ่งหน้ากับสัตว์ร้ายพวกนี้เท่านั้น
"เจี๊ยก! เจี๊ยก! เจี๊ยก!"
ลิงตัวที่เร็วที่สุดพุ่งเข้ามาใกล้เชียนหลิงอวิ๋นในระยะไม่ถึงสิบเมตร เชียนหลิงอวิ๋นถึงกับได้กลิ่นสารสางจางๆ จากตัวพวกมัน
"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง เพลิงทมิฬ"
เชียนหลิงอวิ๋นสูดหายใจลึก ย่อตัวลงเล็กน้อย เปลวเพลิงสีดำจางๆ ลุกโชนขึ้นบนมีดที่แขน
นี่คือทักษะติดตัวของราชสีห์ปีกแมงป่อง แม้จะไม่ได้ใช้ตอนสู้กับเชียนหลิงอวิ๋นและเชียนเริ่นเสวี่ย แต่มันเป็นทักษะวิญญาณที่ใช้งานได้จริงมาก สามารถห่อหุ้มร่างกายหรือใช้โจมตีศัตรูได้ เป็นทักษะที่พลิกแพลงได้หลากหลาย
"ฉับ!"
ปีกแสงสีม่วงหกปีกด้านหลังกระพืออย่างรุนแรง เชียนหลิงอวิ๋นยังคงแสดงความสามารถในการเคลื่อนที่อันยอดเยี่ยมให้ประจักษ์
เห็นเพียงแสงสีม่วงเข้มวาดผ่านเป็นรูปตัว Z ลิงตัวหน้าสุดถูกฟันขาดครึ่งท่อนที่เอว เปลวเพลิงสีดำลุกโชนขึ้นตรงรอยตัด หลังจากส่งเสียงกรีดร้องไม่กี่ครั้ง เสียงก็เงียบหายไป
เมื่อเปลวเพลิงมอดลง 'หน่วยกล้าตาย' เหล่านี้ไม่เหลือแม้แต่ซากศพ ทิ้งไว้เพียงวงแหวนวิญญาณสีเหลืองไม่กี่วงเป็นเครื่องยืนยันการมีอยู่ของพวกมัน
สถานการณ์พลิกผันกะทันหัน เมื่อเห็นดังนั้น ลิงตัวอื่นๆ ก็รีบชะลอความเร็วลง พวกมันจ้องมองเงาสีม่วงที่พุ่งไปมาท่ามกลางพวกมันอย่างระแวดระวัง พร้อมส่งเสียงคำรามข่มขู่
ทันใดนั้น เชียนหลิงอวิ๋นก็หาตำแหน่งที่เหมาะสมได้และพุ่งตัวเฉียงออกไป ลิงสี่ห้าตัวที่ขวางทางถูกมีดแขนอันคมกริบของนางตัดคอขาดกระเด็น วงแหวนวิญญาณสีเหลืองลอยขึ้นเหนือศากศพ
"โฮก!!"
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ราชาลิงบาบูทก็คำรามอย่างบ้าคลั่ง กระโจนขึ้นลงอยู่กลางฝูงลิง ร่างมหึมาของมันกระแทกพื้นอย่างแรงจนฝุ่นตลบ
"ลองจัดการเจ้านี่ก่อนดีไหม? บางทีถ้าจ่าฝูงตาย พวกสมุนปลายแถวที่เหลืออาจจะแตกฮือไปเอง!"
คิดได้ดังนั้น เชียนหลิงอวิ๋นก็เห็นว่าวิธีนี้น่าจะเข้าท่า นางฉวยโอกาสเร่งความเร็วพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ฝุ่นกำลังฟุ้งกระจาย
ฟุ่บ...
ลมกรรโชกแรงพุ่งเข้าปะทะหน้า จากกลุ่มฝุ่นทราย หินก้อนยักษ์ขนาดเท่าโม่หินถูกขว้างตรงมาที่นาง
หินยักษ์ในดวงตาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อันตรายมาเยือนตรงหน้า จะหลบตอนนี้ก็คงไม่ทันการ เชียนหลิงอวิ๋นกัดฟันกรอด ขยับมืออย่างรวดเร็ว ใช้มีดคู่ที่แขนฟันหินยักษ์แตกออกเป็นสี่เสี่ยง
เศษหินที่แตกกระจายไม่มีพิษสง แต่แรงกระแทกมหาศาลที่แฝงมากับก้อนหินทำให้นางกระเด็นถอยหลังไป นางพยายามใช้สภาพแวดล้อมช่วยสลายแรงปะทะ แต่สุดท้ายทำได้เพียงหมุนตัวกลางอากาศสองสามรอบ ก่อนจะใช้มีดแขนปักลงพื้นเพื่อเบรกตัวเองอย่างแรง
"ถุย" เชียนหลิงอวิ๋นถ่มน้ำลาย ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น ขณะที่นางกำลังจะกลับเข้าสู่การต่อสู้ ลิงหลายตัวก็เข้าไปล้อมเชียนเริ่นเสวี่ยไว้แล้ว แยกเขี้ยวขู่คำราม
"ไสหัวไปให้พ้น!"
ด้วยปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ เชียนหลิงอวิ๋นปลดมีดแขนบนชุดเกราะเทพออกโดยอัตโนมัติ มือขาวผ่องบอบบางคว้าเคี่ยวด้ามยาวที่แผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาถือไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้