- หน้าแรก
- ยอดสำนักไร้เทียมทาน ปีกทมิฬและนางมารรากษส
- บทที่ 17 เป้าหมาย
บทที่ 17 เป้าหมาย
บทที่ 17 เป้าหมาย
บทที่ 17 เป้าหมาย
"นี่ ท่านอย่าเดินเร็วนักสิ รอข้าด้วย!"
เฉียนหลิงอวิ๋นยกมือขึ้นใช้อุปกรณ์วิญญาณเก็บกองสัมภาระมหาศาลเข้าไปจนหมด ก่อนจะหอบเสื้อผ้ากระโดดตามลงไปในอุโมงค์
หลังจากคลำทางในความมืดอยู่นานกว่าสิบนาที ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงทางออกหลังม่านน้ำตก
เฉียนหลิงอวิ๋นหันกลับไปมองบ้านอันอบอุ่นที่อาศัยมานานกว่าหกปีแล้วถอนหายใจยาว "พี่หญิง ที่นี่อยู่ไกลจากป่าใหญ่ซิงโต่วพอสมควร เราจะเข้าเมืองไปเช่ารถม้าดีหรือไม่?"
"เช่ารถม้า?!"
ความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้างดงามของเฉียนเริ่นเสวี่ย นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "เจ้าบินไม่ได้หรือไร? ยังจะมาเช่ารถม้าอีกกว่าจะเดินทางไปถึงป่าใหญ่ซิงโต่ว ตะวันคงตกดินไปนานแล้ว!"
"หยุดๆ พอเลย ข้ายอมรับผิด ข้าผิดเอง! ข้ามันลูกคุณหนูเคยตัว ข้าจะบินเดี๋ยวนี้แหละ!" เฉียนหลิงอวิ๋นรู้ดีว่าขืนปล่อยให้เฉียนเริ่นเสวี่ยบ่นต่อ นางคงโดนเทศนาจนหูชา หรือไม่ก็อาจโดนดีเข้าให้
"อืม แบบนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย!" เฉียนเริ่นเสวี่ยเบะปาก ดูเหมือนจะพอใจกับการสำนึกผิดของเฉียนหลิงอวิ๋น
นางกระโจนขึ้นจากปากอุโมงค์ กางปีกทูตสวรรค์สีทองอร่าม พุ่งทะลุม่านน้ำตกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เฉียนหลิงอวิ๋นเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ใช้วิชาปีกแสงม่วงหกปีกไล่ตามจังหวะของเฉียนเริ่นเสวี่ยไปติดๆ
ทั้งสองไล่กวดกันไปมาท่ามกลางหมู่เมฆ ต่างฝ่ายต่างหวังว่าจะบินได้เร็วกว่าอีกฝ่าย แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี
พวกนางเดินทางข้ามวันข้ามคืนอย่างไม่หยุดพัก น่าประหลาดใจที่ใช้เวลาเพียงสองวันก็เดินทางจากเมืองชายแดนเล็กๆ ในจักรวรรดิโต้วหลิง มาถึงแหล่งรวมสัตว์วิญญาณที่ใหญ่ที่สุดในทวีปโต้วหลัว... ป่าใหญ่ซิงโต่ว
ด้วยความมั่นใจในฝีมือ ทั้งสองจึงบินข้ามเขตชั้นนอกของป่าใหญ่ซิงโต่ว แล้วค่อยๆ ร่อนลงเมื่อเข้าสู่เขตผสม ซึ่งเป็นเขตที่เริ่มมีอันตรายสำหรับพวกนาง
สิ่งที่เฉียนหลิงอวิ๋นและเฉียนเริ่นเสวี่ยไม่รู้คือ ใต้เส้นทางที่พวกนางบินผ่าน ริมลำธารเล็กๆ มีเด็กหนุ่มผมสีฟ้ากำลังถือไม้ปลายแหลม เตรียมเสบียงอาหารแห้งของเขาอยู่ริมน้ำ
"ถึงเขตผสมแล้ว"
เฉียนเริ่นเสวี่ยกวาดสายตามองรอบกายอย่างระแวดระวัง พลางวิจารณ์ด้วยมาตรฐานที่สูงลิบ "จุ๊ๆ ระดับและความหนาแน่นของสัตว์วิญญาณเทียบกับเมื่อหมื่นปีก่อนไม่ได้เลยจริงๆ!"
"เรื่องปกติ ช่วงการเติบโตของสัตว์วิญญาณยาวนานกว่ามนุษย์มากนัก หมื่นปีมานี้มีวิญญาจารย์เกิดขึ้นตั้งเท่าไหร่ ต่อให้สัตว์วิญญาณปรับตัวเก่งแค่ไหน ก็ทนการถูกล่าล้างผลาญแบบนี้ไม่ไหวหรอก!"
เฉียนหลิงอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย แล้วกล่าวเสียงเบา "เป้าหมายที่เหมาะสมกับพวกเราคงไม่อยู่ในป่าชั้นนอกของเขตผสมหรอก เข้าไปให้ลึกกว่านี้เถอะ! สัตว์วิญญาณอายุราวหมื่นห้าพันปีน่าจะอาศัยอยู่ช่วงกลางของเขตผสมหรือลึกกว่านั้น"
"อืม ระวังตัวด้วย ตอนนี้เราไม่เหมือนเมื่อหมื่นปีก่อนที่มีผู้อาวุโสและปุโรหิตคอยคุ้มกัน ที่นี่ทุกอย่างต้องพึ่งพาตนเอง"
โดยไม่รู้ตัว ดาบศักดิ์สิทธิ์ทูตสวรรค์ปรากฏขึ้นในมือของเฉียนเริ่นเสวี่ย นางพยายามแผ่ขยายประสาทสัมผัสออกไปให้กว้างที่สุดเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็มีผู้อาวุโส เดี๋ยวก็มีปุโรหิต มีพวกเราอยู่ทั้งคน สำนักวิญญาณยุทธ์จะกลับมาผงาดในไม่ช้า" เฉียนหลิงอวิ๋นยิ้ม พาดเคียวมารรากษสสีม่วงเข้มไว้บนบ่า
หลังจากเดินลึกเข้ามาอย่างช้าๆ ราวหนึ่งชั่วยาม เฉียนเริ่นเสวี่ยก็หยุดฝีเท้า นางสังเกตป่ารอบข้างครู่หนึ่งแล้วส่งกระแสเสียง "ตำแหน่งนี้น่าจะเป็นช่วงกลางของเขตผสมในป่าใหญ่ซิงโต่วแล้ว อายุสัตว์วิญญาณที่เราต้องการน่าจะหาได้ในแถบนี้"
เฉียนหลิงอวิ๋นยกนิ้วโป้งให้เป็นสัญญาณว่าเข้าใจ นางก้าวไปทางขวาเพียงไม่กี่ก้าว ทันใดนั้น...
"โฮก! โฮก! โฮก!"
เสียงคำรามกึกก้องราวกับภูเขาถล่มทลายแผ่นดินทลายดังมาจากที่ไกลๆ เฉียนหลิงอวิ๋นหยุดชะงักทันที สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นางม้วนตัวเข้าไปซ่อนในพงหญ้าสูงข้างทาง แล้วค่อยๆ ชะโงกหน้ามองไปทางต้นเสียงอย่างระมัดระวัง
"แกว๊ก!"
สิ้นเสียงคำราม ก็ตามมาด้วยเสียงร้องแหลมสูงของพญาอินทรี แม้พลังเสียงจะไม่หนักแน่นเท่าเสียงคำรามเมื่อครู่ แต่มันกลับแหลมคมบาดหูและแฝงไว้ด้วยอำนาจสะกดบางอย่าง
เฉียนเริ่นเสวี่ยย่อตัวลง ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เฉียนหลิงอวิ๋นแล้วกระซิบ "สัตว์วิญญาณกำลังต่อสู้กัน ดูจากกลิ่นอายแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีอายุอย่างน้อยหนึ่งหมื่นปี และไม่แน่ว่าอาจจะเป็นตัวตึงที่มีอายุเกินสองหมื่นปีด้วยซ้ำ เราเฝ้าดูอยู่ตรงนี้ก่อนดีกว่าว่าพวกมันเหมาะกับเราหรือไม่"
"ถ้าเหมาะก็รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ถ้าไม่เหมาะค่อยเปลี่ยนทาง!"
ขณะพูด เฉียนเริ่นเสวี่ยก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปหลบหลังก้อนหินใหญ่ ไม่ว่าอย่างไร ความระมัดระวังย่อมดีที่สุด
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังกัมปนาทพร้อมกับการโจมตีทางจิตที่รุนแรง เฉียนหลิงอวิ๋นที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าเห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจน ป่าไม้เป็นแถบถูกหักโค่นราวกับต้นข้าวสาลีที่ถูกเกี่ยว ร่างอันดุร้ายน่าเกรงขามร่างหนึ่งกระเด็นออกมาจากแนวป่า ต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดเหล่านั้นคงเป็นฝีมือของมัน
มันคือสิงโต... สิงโตสีดำทมิฬทั้งตัว สิ่งที่แปลกประหลาดคือมันมีปีกค้างคาวสีดำสนิทคู่หนึ่ง และหางของมันแหลมคมราวกับเหล็กในแมงป่อง
"ราชสีห์ทมิฬปีกหางแมงป่อง ชำนาญการใช้ทักษะวิญญาณธาตุมืด เหล็กในที่หางมีพิษร้ายแรง... เหมาะกับข้า"
เฉียนหลิงอวิ๋นรายงานข้อมูลของสัตว์วิญญาณตัวนั้นได้อย่างแม่นยำ ประกายความยินดีวูบผ่านดวงตา
ราชสีห์ปีกอสูรตัวนี้หากไม่นับรวมหาง ลำตัวยาวประมาณห้าเมตร สูงเกือบสองเมตร ปีกที่กางออกกว้างเกือบแปดเมตร จากข้อมูลนี้ มันต้องเป็นสัตว์วิญญาณหมื่นปีที่ทรงพลังอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่เกินกำลังที่เฉียนเริ่นเสวี่ยและเฉียนหลิงอวิ๋นจะร่วมมือกันจัดการได้
ราวกับรู้ทันความดีใจของเฉียนหลิงอวิ๋น เฉียนเริ่นเสวี่ยพยักหน้าให้นาง เป็นเชิงบอกว่าเข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้ต้องใจเย็นไว้ก่อน เพราะ... เพราะยังมีสัตว์วิญญาณอีกตัวที่ยังไม่ปรากฏกาย!
ไม่ทันขาดคำ เสียงหวีดหวิวดังแสบแก้วหูจนเฉียนหลิงอวิ๋นต้องยกมือปิดหูโดยสัญชาตญาณ ลมกรรโชกแรงพัดวูบ วิหคยักษ์สีทองอร่ามโฉบลงมาจากฟากฟ้า กรงเล็บและจงอยปากอันแหลมคมฉีกกระชากหลังของราชสีห์ทมิฬจนเลือดสาดกระจาย
ราชสีห์ทมิฬเองก็ใช่ว่าจะยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว มันพลิกตัวกลับอย่างรวดเร็ว อ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยเขี้ยวโง้งกัดเข้าที่หน้าท้องของวิหคยักษ์อย่างจัง
"วันนี้... ดวงเราจะดีเกินไปหรือเปล่า?" เฉียนหลิงอวิ๋นจ้องมองสัตว์วิญญาณสองตัวที่กำลังฟัดเหวี่ยงกันนัวเนีย อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย นางผิวปากเบาๆ แล้วกระซิบ
"สายพันธุ์ย่อยของฟีนิกซ์... วิหคหลวนแสง อายุราวสองหมื่นปี ให้ตายเถอะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว! เราควรจะ..."
"จะรีบไปไหน? รออีกหน่อย สัตว์ร้ายสองตัวนี้ไม่รู้ผลแพ้ชนะกันง่ายๆ หรอก" เฉียนเริ่นเสวี่ยปรายตามองเฉียนหลิงอวิ๋นอย่างใจเย็น แล้วชี้ไปที่ราชสีห์ทมิฬปีกหางแมงป่องซึ่งดูเหมือนกำลังเสียเปรียบ "ดูนั่น สิงโตตัวนั้นเจ้าเล่ห์จะตาย!"
"หือ!?"
เฉียนหลิงอวิ๋นหันมองตามอย่างครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ และแล้วนางก็เห็นจริงๆ... ที่ด้านหลังของวิหคหลวนแสง ในจุดที่ปีกของมันไม่อาจป้องกันได้ ปลายหางแมงป่องสีดำสนิทจนกลืนกินแสงสว่างกำลังเล็งตรงไปยังตำแหน่งหัวใจ
"ท่านไม่กลัวสิงโตดำนั่นจะฆ่านกหลวนของท่านหรือ?" เฉียนหลิงอวิ๋นพึมพำเบาๆ
"ไม่หรอก วิหคหลวนแสงมีสายเลือดของฟีนิกซ์แสง มันมีทักษะพรสวรรค์ที่ทรงพลังมาก ที่ข้ารอก็เพื่อให้มันใช้ทักษะนั้นออกมานี่แหละ!" เฉียนเริ่นเสวี่ยกล่าวอย่างมั่นใจ ราวกับหมายมั่นปั้นมือว่าจะกวาดสัตว์วิญญาณทั้งสองตัวนี้เข้ากระเป๋าแน่นอน
"ลึกลับซับซ้อนขนาดนั้นเชียว?!" เฉียนหลิงอวิ๋นลูบคาง จ้องมองวิหคหลวนแสงอย่างใจจดใจจ่อ รอดูว่ามันจะแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรออกมา