- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 88 รวมพลังสยบศัตรู
บทที่ 88 รวมพลังสยบศัตรู
บทที่ 88 รวมพลังสยบศัตรู
เข่อต๋ายืนตระหง่านอยู่บนเรือเร็วเต่าซิ่ง ฝ่าคลื่นลมอย่างองอาจ คอยบัญชาการทิศทาง
เจ้าเป็ดมั่นใจว่าหลังจากตรากตรำฝึกฝนยุทธวิธีมาพักใหญ่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากโค้ชมากหน้าหลายตา ฝีมือของเขาก็พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด!
วันนี้ยังมีกำลังเสริมสุดแกร่งอย่างน้องเต่ามาช่วยอีก ชัยชนะต้องตกเป็นของเป็ดแน่!
หากไม่ใช้วันนี้เพื่อล้างอาย แล้วจะรอให้ถึงเมื่อไหร่?
ช่วงนี้เข่อต๋าถูกจับยัดความรู้รอบตัวสารพัด ทั้งเทคนิคการแสดงแบบใช้งานจริง แถมยังไถดูคลิปตลกสอนกฎหมายมาเพียบ จนความคิดความอ่านและคำพูดคำจาเริ่มจะเพี้ยนๆ ไปบ้าง
แต่เสี่ยวพั่งไม่สนเรื่องหยุมหยิมพวกนั้น จิตใจของน้องเต่านั้นเรียบง่ายและโปร่งใส ก็แค่น้องเป็ดถูกรังแกมา จะไปทวงคืนศักดิ์ศรีไม่ใช่เหรอ?
ก็ต้องไปสิ!
ไม่งั้นจะเกิดมาตัวโตขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกันล่ะ?
ท่ามกลางทะเลกว้างใหญ่ไพศาล การจะตามหาไอ้ฉลามถุงมือกันความร้อนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยวาสนาอยู่บ้าง
แต่เข่อต๋าไม่เชื่อในโชคชะตา เขาเชื่อในความพยายามของตัวเองเท่านั้น หลังจากใช้สัญชาตญาณนำทางแล้วคว้าน้ำเหลว เขากับเสี่ยวพั่งจึงเริ่มปฏิบัติการสแกนพื้นที่แบบปูพรม...
เข่อต๋าจดจำข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับฉลามถุงมือกันความร้อนที่ฉินหมิงเคยเล่าให้ฟังได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่นิสัยการดำรงชีวิต ลักษณะทางกายภาพ ไปจนถึงจุดอ่อนบริเวณจมูกและช่องท้อง แล้วถ่ายทอดให้น้องเต่าฟังอย่างหมดเปลือก
“จริงสิ ผู้อัญเชิญยังบอกอีกว่าไอ้ฉลามถุงมือกันความร้อนชอบกินเต่าทะเลด้วยนะ!”
“นิสัยเสียจริงๆ เลยนะนั่น!”
ถึงเสี่ยวพั่งจะไม่ใช่เต่าทะเล แต่เขาก็อินกับเรื่องนี้แบบสุดๆ
เมื่อยืนหยัดในนโยบายรวมพลังสยบศัตรูอย่างแน่วแน่ ทั้งสองตัวจึงปรึกษาวางแผนกลยุทธ์กันอย่างขะมักเขม้น โต้รุ่งกันยันเช้า...
คนที่ยังไม่ได้นอนอีกคนคือฉินหมิง ไม่รู้ทำไมหนังตาขวาถึงได้กระตุกยิกๆ แถมยังใจคอไม่ดีชอบกล
แต่พอคิดว่าเข่อต๋ามีประสบการณ์โชกโชนจากการฝึกในทะเลมาหลายสัปดาห์ แถมเขายังอธิบายความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยเฉพาะพวกเจ้าถิ่นดุร้ายให้ฟังจนปากเปียกปากแฉะ
คิดว่าภายใต้การนำทางและการถ่ายทอดวิชาของเข่อต๋า สองสัตว์อสูรน่าจะผ่านค่ำคืนในทะเลไปได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล
สงสัยคงเป็นเพราะเรื่องที่ได้เข้าเว็บบอร์ดภายในของทางการนั่นแหละ ที่ทำให้ตื่นเต้นจนเกินเหตุ ฉินหมิงปลอบใจตัวเอง
เว็บบอร์ดภายในนี้ ดันมีอาจารย์ที่ปรึกษาของฉินหมิงในอดีตอยู่ด้วย ซึ่งคนคนนั้นคือ
นักวิชาการระดับชาติเชียวนะ...
(หมายเหตุ: เทียบกับไทยคือราชบัณฑิต)
เมื่อได้เห็นรูปโปรไฟล์ที่คุ้นเคยของอาจารย์ผู้มีพระคุณซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลง ฉินหมิงก็รู้สึกปั่นป่วนในใจ
โชคดีที่เขาใช้นามแฝง เปลี่ยนรูปโปรไฟล์และข้อมูลสังเขปไปหมดแล้ว
ตอนยื่นเรื่องสมัคร เขาเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าขอปิดข้อมูลส่วนตัวเป็นความลับ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
โดยอาศัยข้อมูลการทดลองมูลค่าสูงของเข่อต๋ามาเป็นใบเบิกทาง ไม่นึกเลยว่าจะได้รับอนุญาตให้ผ่านการอนุมัติจริงๆ
โอกาสที่เคยไขว่คว้าแทบตายแต่ไม่ได้มา บัดนี้กลับหวนคืนมาอยู่ตรงหน้าด้วยความบังเอิญ ฉินหมิงอดทอดถอนใจไม่ได้
มองดูหมอกยามพลบค่ำนอกหน้าต่าง รู้สึกเหมือนผ่านไปอีกภพหนึ่งจริงๆ
เมื่อก่อนเขาก็ถือเป็นดาวรุ่งในวงการวิจัย แต่อนิจจา ด้วยปัญหาสุขภาพ รังสีจากโครงการวิจัยและความเครียดจากการทำงานหนัก ทำให้ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น
สุดท้ายก็ต้องจำใจถอนตัวออกจากโครงการ ความเจ็บปวดสิ้นหวังจากโรครุมเร้าและความว่างเปล่าในใจที่ต้องทิ้งงานวิจัย ทำให้เขาเคยคิดสั้นอยากจบชีวิต แต่กลับทะลุมิติมาอยู่ที่นี่เสียก่อน
ทะลุมิติมาเพื่อทิ้งทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่ แต่สุดท้ายโลกก็เหวี่ยงกลับมาที่เดิม
แม้ความลับยิ่งใหญ่ที่แบกรับไว้จะทำให้ไม่กล้าเปิดเผยตัวง่ายๆ แต่จิตวิญญาณนักวิจัยและความเชื่อมั่นในชาติบ้านเมือง ทำให้เขาลังเลใจมาตลอดหลายวันนี้
เอาเถอะ ประเทศชาติไม่เคยมีประวัติทำร้ายผู้มีความดีความชอบ สร้างผลงานสักหน่อยแล้วขอป้ายทองเว้นตายไว้สักอัน
ความคิดนี้ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในหัวฉินหมิง
ขนาดโรคร้ายเรื้อรังจากรังสียังค่อยๆ รักษาให้หายได้ เขาควรและจำเป็นต้องมอบจุดจบที่แตกต่างออกไปให้กับกลุ่มคนที่น่าเคารพเหล่านั้น
ถ้าไม่ก้าวเดินก้าวนี้ แค่รักษาอาการหัวล้านหรือทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต่อให้ชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหน ฉินหมิงก็จะไม่มีวันได้มีโอกาสสัมผัสกับพวกเขาเหล่านั้นตลอดไป
ฉินหมิงตัดสินใจเลือกทางเดินที่ยากลำบาก แต่ความแข็งแกร่งของเข่อต๋ากับเสี่ยวพั่งที่เพิ่มขึ้นทุกวันก็เป็นเกราะคุ้มกันใจชั้นดี
การข้ามมิติของเขาต้องการเวลาและพื้นที่เล็กๆ ที่ปราศจากการรบกวน ซึ่งเข่อต๋ากับเสี่ยวพั่งก็เริ่มมอบความรู้สึกปลอดภัยให้เขาได้มากพอแล้ว
ด้วยความรู้สึกซับซ้อนและกังวลใจ ฉินหมิงนึกว่าจะนอนไม่หลับ ที่ไหนได้ คืนนั้นกลับหลับสนิทตื่นมาสดชื่นแจ่มใส
“เชี่ย... เข่อต๋า เสี่ยวพั่ง เมื่อคืนไปทำอะไรกันมาเนี่ย ทำไมสภาพดูไม่จืดขนาดนั้น?”
ฉินหมิงครุ่นคิด เมื่อคืนก็ไม่เห็นมีประกาศเตือนภัยพายุเข้าหรือไต้ฝุ่นผ่านสักหน่อยนี่นา?
ทำไมเข่อต๋าถึงขอบตาดำคล้ำ ส่วนเสี่ยวพั่งก็ตาลอยเหม่อ?
ต่อให้อดนอนทั้งคืน สภาพก็ไม่น่าจะหนักขนาดนี้นะ?
“หรือเราจะกลับมหาพิภพวิญญาณยุทธ์กันดี?”
ในที่ที่มีพลังวิญญาณหนาแน่น สภาพร่างกายของพวกเขาน่าจะฟื้นฟูได้เร็วกว่า
“ก้าบ~” (เมื่อคืนพวกเราจู่ๆ ก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา เลยไม่ได้พักผ่อน แต่ใกล้จะจับเคล็ดลับได้แล้ว! กลับไม่ได้นะ!)
เสี่ยวพั่งพยักหน้าเห็นด้วย แววตามุ่งมั่นปานจะไปสมัครเข้าพรรคคอมมิวนิสต์
?
ฉินหมิงฟังหูไว้หู ถึงจะไม่รู้ว่าไปปิ๊งไอเดียอะไรกันมา ถึงทำให้สองสัตว์อสูรกระเหี้ยนกระหือรือขนาดนี้
แต่พอคิดว่าสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์พิเศษ มักจะเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้ในสภาพแวดล้อมเฉพาะ ก็พอจะถูไถเชื่อได้อยู่
แปลกๆ แฮะ รอดูก่อนละกัน...
ฉินหมิงออกกำลังกายครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งลงไปแช่น้ำทะเลเป็นเพื่อนพวกมันอยู่ตั้ง 4+4+3 ชั่วโมง ระหว่างนั้นก็ขึ้นฝั่งมาทำธุระส่วนตัวบ้าง
แต่เขาสู้ความมืดและความหนาวเหน็บในตอนกลางคืนไม่ไหวจริงๆ หลังจากกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉินหมิงก็กลับไปพักผ่อน
“ก้าบ~” (ลุยเล้ย!)
หลังจากชาร์จพลังมาเต็มอิ่มตลอดทั้งวัน เข่อต๋ากับเสี่ยวพั่งก็กลับมาคึกคัก พร้อมรบอีกครั้ง!
“น้องเต่า เดี๋ยวพี่เลี้ยงปลา!” เข่อต๋าเอ่ยอย่างใจป้ำ
“ไม่หาไอ้ฉลามถุงมือกันความร้อนแล้วเหรอ?” เสี่ยวพั่งงง
“คราวก่อนไอ้หมอนั่นมันมาแย่งของกินเป็ด เป็ดจำได้ว่าผู้อัญเชิญบอกว่ามันไวต่อกลิ่นเลือด”
“งั้นเราหาปลากินล่อมันก่อน?” เสี่ยวพั่งเริ่มเข้าใจ
“ไม่ต้องรีบ ผู้อัญเชิญบอกอีกว่าปลาชอบว่ายเข้าหาแสง ดูนี่!”
เข่อต๋าเริ่มใช้ทักษะน้ำทิพย์ชโลมวิญญาณ แสงเรืองรองกระจายตัวในน้ำ ภายใต้ฉากที่ดูงดงามชวนฝันนั้นซุกซ่อนไว้ด้วยจิตสังหาร
ฝูงปลาถูกล่อเข้ามาตามคาด เสี่ยวพั่งก็ไม่เกรงใจ อ้าปากสวาปามอย่างมูมมาม
“เฮ้ย เดี๋ยวๆ ผู้อัญเชิญบอกว่าตัวนี้กินไม่ได้...”
เข่อต๋ารีบงัดปลาคุ้มครองออกจากปากเสี่ยวพั่ง แล้วปล่อยมันไป
ดูออกเลยว่าการอบรมสั่งสอนของฉินหมิงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เข่อต๋าไม่เพียงแค่จำได้หมด แต่ยังรู้จักนำมาประยุกต์ใช้จริงอีกด้วย
เงาร่างหนึ่งที่เข่อต๋าตามหามานาน ในที่สุดก็ถูกกลิ่นคาวเลือดดึงดูดให้ว่ายเข้ามาจากที่ไกลๆ
“ก้าบ~ มันนั่นแหละ!”
“น้องเป็ดอยากจะทวงแค้นยังไง?” เสี่ยวพั่งถูไม้ถูมือเตรียมพร้อม
“อย่างแรก ห้ามให้มันแย่งของกินตรงนี้เด็ดขาด แม้แต่ตัวเดียวก็ไม่ได้! แล้วจากนั้นก็...”
เข่อต๋าเงียบไป เขาคิดว่าไอ้ฉลามถุงมือกันความร้อนก็ไม่ได้ทำผิดถึงขั้นต้องตาย และจำได้ว่าผู้อัญเชิญเคยบอกว่าเนื้อฉลามไม่อร่อย มีกลิ่นคาวเหม็น
เข่อต๋าเลยกดหัวมันไว้ แล้วตบสั่งสอนไปสองสามทีแบบกะแรงไม่ถูก หมดมุกแล้ว
“งั้นเต่าเก็บมันไว้ให้ไหม ถ้าน้องเป็ดอารมณ์ไม่ดีเมื่อไหร่ ก็เอามันมาเป็นที่ระบายอารมณ์?” เสี่ยวพั่งเกิดปิ๊งไอเดีย
“ความคิดเข้าท่า!”
เมื่อได้รับความเห็นชอบ เสี่ยวพั่งก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ใส่เจ้าฉลามเสือที่ถูกเข่อต๋ากดไว้จนขยับไม่ได้
ทันใดนั้น รอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า กลืนกินพื้นที่น้ำทะเลหลายร้อยลูกบาศก์เมตร รวมถึงเจ้าฉลามเสือตัวนั้นเข้าไปจนเกลี้ยง
โชคดีที่น้ำในมหาสมุทรมีเกือบจะไร้ที่สิ้นสุด พื้นที่ว่างเปล่านั้นจึงถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว
“เอิ๊ก~”
เสี่ยวพั่งเรอออกมาอย่างอิ่มเอม
หากสามารถมองเข้าไปในมิติจักรวาลของเขาได้ จะเห็นพื้นที่แหล่งน้ำขนาดย่อมประมาณ 20 ตารางเมตร ลึกจนมองไม่เห็นก้น และข้างในนั้นมีฉลามเสือหน้าตามึนงงถูกขังอยู่อีกหนึ่งตัว...