- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 87 น้องเต่า
บทที่ 87 น้องเต่า
บทที่ 87 น้องเต่า
มิติภายในร่างกายของเสี่ยวพั่งจะสามารถผลิตเองกินเองได้จริงหรือไม่ จะสร้างระบบหมุนเวียนภายในที่เสถียร หรือกระทั่งเพิ่มผลผลิตจนส่งออกได้หรือเปล่า ทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
เพราะอย่างไรเสีย ตอนนี้เสี่ยวพั่งเพิ่งจะปลูกเมล็ดพันธุ์แรกลงไปเท่านั้น
“พาเจ้าหนูเต่าออกไปผจญภัยบ้างเถอะ ต้นไม้ใหญ่เสียดฟ้าไม่มีทางเติบโตได้ในเรือนกระจกหรอกนะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยปัญญาที่ตกผลึกจากประสบการณ์อันยาวนาน
ไม่นึกเลยว่าผู้เฒ่าคงจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน ท่านยอมรับในมิตรภาพระหว่างฉินหมิงกับเสี่ยวพั่ง และรู้ดีที่สุดว่าหนทางไหนคือการพัฒนาที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
“ฉินหมิง เจ้าพาเจ้าหนูเต่าใช้พลังพรสวรรค์ข้ามมิติของเจ้าให้บ่อยหน่อย มันจะช่วยเรื่องการเติบโตของเขาได้มาก”
ฉินหมิงพยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงรับรู้ แม้ภารกิจจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
“ไม่ต้องมาทำท่าทางดราม่าอาลัยอาวรณ์แบบนั้นหรอกน่า ถ้าผจญภัยจนเหนื่อย จนล้าเมื่อไหร่ ก็กลับมาพักที่นี่ได้เสมอ”
“ครับ!” ฉินหมิงไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเรียกเข่อต๋ากับเสี่ยวพั่งกลับมา แล้วโบกมือลาผู้เฒ่าคง
ในใจลอบตั้งปณิธานไว้เงียบๆ ว่า รอให้เสี่ยวพั่งเก่งเทพเมื่อไหร่ จะต้องกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่ให้ได้!
มิติความว่างเปล่าเป็นสถานที่ฟักตัวของเสี่ยวพั่ง และผู้เฒ่าคงก็มีบุญคุณต่อฉินหมิง พวกเขาจึงยกให้ที่นี่เปรียบเสมือนบ้านเกิดแห่งที่สองไปแล้ว
“เสี่ยวพั่งไม่ได้กลับดาวเคราะห์สีน้ำเงินตั้งนานแล้ว จะกลับไปตอนนี้เลยไหม?”
พอลองคำนวณเวลาดู เสี่ยวพั่งก็ไม่ได้เห็นบ้านเกิดแห่งแรกด้วยตาตัวเองมานานมากแล้วจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ริมทะเลของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เข่อต๋าก็ได้ใช้ชีวิตกึ่งฝึกซ้อมกึ่งพักผ่อนอย่างมีความสุข
ในขณะที่เสี่ยวพั่งซึ่งเป็นเจ้าถิ่นตัวจริงแท้ๆ ฉินหมิงจะยอมให้น้อยหน้าได้ยังไง อย่างน้อยก็ต้องให้เสี่ยวพั่งได้เสพสุขบ้างสักครั้งสิ
เมื่อกะดูจากขนาดกระดองของเสี่ยวพั่งที่ยาวถึง 1.5 เมตรแล้ว ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้รับบริการระดับวีไอพีแบบเดียวกับสี่ศิษย์อาจารย์ (คณะของพระถังซัมจั๋ง) ข้ามแม่น้ำทงเทียนเลยก็ได้
พอคิดได้แบบนี้ ฉินหมิงก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น!
แน่นอนว่าเข่อต๋าก็พลอยตื่นเต้นไปด้วยอย่างบอกไม่ถูก เจ้าเป็ดสนับสนุนการตัดสินใจกลับดาวเคราะห์สีน้ำเงินของฉินหมิงอย่างสุดตัว
เมื่อความเห็นตรงกัน ก็ออกเดินทางทันที
การเปิดใช้งานพรสวรรค์ครั้งนี้กินแรงอย่างประหลาด เส้นทางระหว่างมิติก็ดูยาวไกลกว่าที่เคย เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังถ่วงแข้งถ่วงขาอยู่
พอเท้าแตะพื้น ฉินหมิงก็ตาพร่ามัว แข้งขาอ่อนแรง สมองตื้อเหมือนคนทำงานหนักจนน็อก
ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว หรือว่านี่จะเป็นอิทธิฤทธิ์ของเสี่ยวพั่ง?
ฉินหมิงรีบ ‘ขนถ่ายสินค้า’ ออกจากมิติวิญญาณทันที ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่สมองของเขาโล่งขึ้นทันตาเห็น
“วู้ว—” (ลูกพี่ ความรู้สึกเมื่อกี้มันจึ้งมาก ขออีกหลายๆ รอบเลยได้ป่ะ!)
“...”
ฉินหมิงรู้สึกเหมือนอาการหน้ามืดจะกำเริบอีกรอบ
“วู้ว—” (ลูกพี่ มิติในตัวเต่าขยายจากเริ่มต้น 10 ตารางเมตร เป็นสองเท่าแล้วนะ!)
ได้ผลดีขนาดนี้เลยเหรอ?
อาการวิงเวียนศีรษะดูเหมือนจะทุเลาลงไปบ้าง ฉินหมิงกัดฟันคิดว่าถ้าผลลัพธ์มันคุ้มค่าขนาดนี้ จะให้ฝืนทนหน่อยก็คงพอไหว
“ตอนขากลับเดี๋ยวจัดให้ ต่อไปก็จะพาไปด้วยตลอดแหละ! แต่ตอนนี้ได้เวลาไปดูทะเลกันแล้วหรือยัง?”
ข้าแบกเอ็งข้ามโลก เอ็งแบกข้าข้ามทะเล ก็ไม่น่าจะเกินไปใช่ไหม?
ฉินหมิงดีดลูกคิดรางแก้วในใจเสร็จสรรพ
แต่ทว่า... เต่าตัวเบ้อเริ่มเทิ่มขนาดนี้ การจะพกพาไปไหนมาไหนด้วยมันไม่สะดวกเอาซะเลย
ฉินหมิงต้องทำใจอยู่นานกว่าจะเรียกเสี่ยวพั่งกลับเข้าสู่มิติวิญญาณได้
เวรเอ๊ย ตัวหนักอึ้ง หัวหมุนติ้ว ก้าวขาแทบไม่ออก นี่มันการฝึกความอดทนหรือไงฟะ?
ฉินหมิงผู้แบกน้ำหนักมหาศาลต้องงัดพลังเฮือกสุดท้าย ลากสังขารมาจนถึงชายหาด ก่อนจะถูกเข่อต๋าผู้พึ่งพาได้ลากตัวไปยังเขตทะเลที่ปลอดผู้คน
เอาของออก! เอาของออกเดี๋ยวนี้!
วินาทีถัดมา ฉินหมิงรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ตัวเบาหวิวดุจนนางแอ่นเหินลม
เสี่ยวพั่ง ทำไมนายถึงได้ตัวหนักขนาดนี้ฮะ!
ฉินหมิงมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ!?
ชิบหายแล้ว หรือว่าไอ้น้ำหนักนี่มันคือตัวเสี่ยวพั่งบวกกับห้องสวีทส่วนตัวขนาด 20 ตารางเมตรนั่นด้วย?
พอคิดว่าน้ำหนักมหาศาลนั่นอาจจะเพิ่มขึ้นมาปุบปับแบบนั้นจริงๆ ฉินหมิงก็แทบจะเป็นลมล้มพับ
“วู้ว—” (ลูกพี่ ขึ้นมาบนหลังเต่าสิ เดี๋ยวเต่าพาซิ่ง~)
เสี่ยวพั่งน่ารักขนาดนี้ รู้ใจขนาดนี้ เขา... เขาจะไปมีความผิดอะไรได้?
ก็แค่ตัวหนักเกินพิกัดไปนิดหน่อย (มั้ง) แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก จริงไหม?
แต่ในฐานะคนที่มุ่งมั่นจะเป็นผู้อัญเชิญอสูรที่แข็งแกร่งที่สุด จะมายอมแพ้ให้กับเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ได้ยังไง!?
ก็แค่แบกบ้านเดินเอง สมัยก่อนยังมีปู่โง่ย้ายภูเขา สมัยนี้ก็ต้องมี...
ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่ารีบฝึกพลังจิตให้ทะลุระดับต่อไปน่าจะเป็นไปได้จริงกว่า
ระดับของมิติวิญญาณขึ้นอยู่กับระดับพลังจิตของผู้อัญเชิญเป็นหลัก
มิติวิญญาณระดับสูงกว่า ถึงจะรองรับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าได้
หลังจากได้ลิ้มรสชาปริศนาของผู้เฒ่าคง พลังจิตของฉินหมิงก็พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด ตอนนี้อยู่ที่ระดับสามขั้นสูง อีกนิดเดียวก็จะทะลุระดับแล้ว
ตอนนี้เข่อต๋าเลเวล 16 เสี่ยวพั่งเลเวล 11
เสี่ยวพั่งเกิดมาก็เลเวล 10 แล้ว เมื่อกี้แค่ข้ามมิติเล่นๆ ก็อัปเลเวลขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างชิลๆ
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่รู้ว่าใครจะเลื่อนระดับเร็วกว่ากัน
หวังว่าพวกเขาจะฉวยโอกาสตอนที่พลังจิตของฉินหมิงทะลุระดับ เลื่อนระดับไปพร้อมกันได้นะ
ในสถานการณ์ปกติ พลังงานสะท้อนกลับจากการเลื่อนระดับของสัตว์อสูรที่มีต่อผู้อัญเชิญระดับเดียวกันนั้นมีอยู่จริง แต่ไม่มากพอที่จะทำให้ผู้อัญเชิญทะลุระดับได้อีก
แต่ระดับพลังจิตของฉินหมิงนำหน้าไปไกลมากแล้ว
เขามีทั้งพรสวรรค์ส่วนตัวคอยหนุน มีพลังพาบินแบบงงๆ จากการวิวัฒนาการของเสี่ยวพั่ง แถมยังได้รับการสนับสนุนฉันมิตรจากผู้เฒ่าคงอีก ทั้งหมดนี้จึงทำให้เกิดการข้ามขั้นที่ยิ่งใหญ่ซึ่งในทางทฤษฎีแทบจะเป็นไปไม่ได้
ขนาดนำหน้าไปไกลขนาดนี้ ยังเกือบจะรับมือเสี่ยวพั่งไม่ไหว ฉินหมิงเริ่มสงสัยแล้วว่าในประวัติศาสตร์เคยมีใครทำสัญญากับจิตวิญญาณแห่งมิติมาก่อนหรือเปล่า
และเพิ่งจะมาเข้าใจเอาป่านนี้ว่าทำไมผู้เฒ่าคงถึงชวนดื่มชา ว่าแต่ชานั่นมันอร่อยจริงๆ นะ...
ในหัวคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางการเสพสุขกับบริการเรือเร็วเต่าซิ่งในทะเลร้างผู้คน คลื่นลมจะแรงแค่ไหน จะโคลงเคลงยังไงก็ช่าง
บริการระดับนี้ในดาวเคราะห์สีน้ำเงิน คงมีแค่ที่นี่ที่เดียวแล้วมั้ง?
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกตัวลอยๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว
เสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราด ใครมันโทรมาไม่ดูเวล่ำเวลา...
คำขอเข้าร่วมเว็บบอร์ดภายในของกลุ่มเทคโนโลยีล้ำยุคได้รับการอนุมัติแล้ว!
ฉินหมิงพอจะเดาได้ว่าเบื้องหลังคือทางการ แต่เขาอดใจไม่ไหวจริงๆ กับสมมติฐานข้อมูลเทคโนโลยีล้ำยุคต่างๆ
เขาให้เข่อต๋าลองทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับซูเปอร์คาวิเตชันที่พิสูจน์ได้ยากเหล่านั้นจนครบทุกข้อ
บางอันก็เวิร์ก บางอันก็แป๊ก แต่ข้อมูลล้ำค่าพวกนี้ ถ้าเก็บไว้คนเดียวคงเสียของแย่
ฉินหมิงคิดหน้าคิดหลัง สุดท้ายก็ตัดสินใจไปคอมเมนต์ทิ้งไว้ทีละข้อๆ จากตอนแรกที่ไม่มีใครสนใจ จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในภายหลัง...
เพื่อรักษาความโลว์โปรไฟล์ต่อหน้าสาธารณชนในอนาคต ฉินหมิงจึงสมัครเข้าเว็บบอร์ดภายในของทางการระดับตำนานนี้
ไม่นึกเลยว่าจะได้รับการตอบรับจริงๆ
ตากลมทะเลมาสองชั่วโมงแล้ว พระอาทิตย์บนหัวก็ใกล้จะตกดินเต็มที...
เรือเร็วเต่าซิ่งมันก็แปลกใหม่ดีหรอก ฉินหมิงยอมรับว่ามันสนุกจริงๆ แต่อาเอาไว้เล่นวันหลังก็ยังไม่สาย...
กลับขึ้นฝั่งก่อนดีกว่า สัญญาณกลางทะเลมันห่วยแตกบรม
“ก้าบ~” (เป็ดไม่กลับ จะอยู่เป็นเพื่อนน้องเต่า)
“วู้ว~” (เต่าก็ไม่กลับ จะอยู่เป็นเพื่อนน้องเป็ด)
ลำดับญาติพวกนายนี่มันมั่วซั่วดีแท้...
แต่เอาเถอะ ฉินหมิงก็ไม่ได้กะจะพาเสี่ยวพั่งกลับไปด้วยอยู่แล้ว อีกอย่างด้วยฝีมือของทั้งสองตัวนี้ อยู่แถวชายฝั่งแค่นี้คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
“โอเค งั้นพวกนายระวังตัวด้วย อย่าไปไกลนักล่ะ ฉันกลับก่อนนะ!”
เข่อต๋ากับเสี่ยวพั่งมาส่งฉินหมิงจนถึงที่ที่มีคนพลุกพล่าน ยืนมองจนฉินหมิงขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้วถึงได้หันหลังกลับ
“ก้าบ~” (น้องเต่า กล้าไปก่อเรื่องใหญ่กับเป็ดไหม! คราวก่อนมีไอ้ปลายักษ์น่ารำคาญตัวหนึ่งมาแย่งของกินเป็ด!)
“วู้ว~” (งั้นจะรออะไรล่ะ? ไปตบมันเลย!)
เสี่ยวพั่งฮึกเหิมเต็มที่