- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 64 มิติความว่างเปล่า
บทที่ 64 มิติความว่างเปล่า
บทที่ 64 มิติความว่างเปล่า
“พี่ฉี มาแล้วเหรอครับ”
ในที่สุดฉีหลินก็มาถึง แม้ว่าเขาเพิ่งจะออกเดินทางไปเมื่อเช้ามืดและกลับมาตามนัดในบ่ายวันเดียวกัน แต่ฉินหมิงกลับรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน
คงเป็นเพราะบาร์บีคิวอร่อยเหาะ ทำให้ชีวิตมีรสชาติเกินไปหน่อยล่ะมั้ง
อ้าว เจ้าตัวเล็กหายไปไหนแล้ว?
ฉินหมิงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็กหายตัวไป สงสัยจะกลัวพี่ชายตัวเอง
พรืด~
แต่เขาก็อยากให้เจ้าตัวเล็กอยู่ข้างกายต่อไป ดังนั้นจึงเลือกที่จะเงียบไว้ ไม่พูดอะไรออกไป
“ข้าไปมิติว่างความเปล่ามาแล้ว ได้พูดคุยกับพวกผู้อาวุโสในนั้น พวกเขายินดีต้อนรับพวกเจ้ามาก ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้พวกเราก็ออกเดินทางกันเลยเถอะ”
พี่ฉี ยังคงพึ่งพาได้เสมอ
“พี่ฉี ผมตามไปมิติความว่างเปล่าได้ใช่ไหมครับ? แต่ผมคงอยู่ได้ไม่นานนะ”
พูดถึงตรงนี้ ฉินหมิงก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย
แต่ความเป็นจริงคือ การที่สัญญาณขาดหายไปดื้อๆ เป็นเวลานาน มันอธิบายยากจริงๆ
“ข้ารู้ ครั้งนี้พาพวกเจ้าไปทั้งหมด เจ้าสามารถทิ้งไข่ไว้ที่นั่นให้ผู้อาวุโสดูแลได้ ภายในหนึ่งเดือนน่าจะฟักเป็นตัวแล้ว”
ฉีหลินคิดเผื่อไว้อย่างรอบคอบ อธิบายได้อย่างละเอียดและใจเย็น ทำให้ฉินหมิงหมดข้อสงสัยทันที
“งั้น... ออกเดินทางเลยไหมครับ?”
ในขณะที่ฉินหมิงกำลังคิดว่าจะถือโอกาสนี้แอบแต๊ะอั๋งพี่ฉีสักหน่อย ภาพตรงหน้าก็พลันพร่ามัว ลมหายใจสะดุดกึก...
เขาวาร์ปมาโผล่ที่อุโมงค์สีสันสดใสแปลกตา และลอยเคว้งคว้างอยู่ในนั้นราวกับไร้น้ำหนัก
แม้จะมองเห็นโลกภายนอกไม่ชัดเจน แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าตำแหน่งของตัวเองกำลังเคลื่อนย้ายไปอย่างรวดเร็ว
“นี่หรือว่าจะเป็นช่องว่างมิติ?” ฉินหมิงหลุดปากออกมา
“ใช่ แต่ช่องทางนี้ไม่เสถียรนัก ข้างในมีเศษซากมิติและกระแสลมปั่นป่วนอยู่ไม่น้อย ผู้ที่มีพลังไม่เพียงพอ อย่าได้ไปแตะต้องเชียว”
ฉินหมิงผู้ว่านอนสอนง่าย รีบถอยห่างจากเศษซากมิติที่แม้จะดูสวยงามหลากสีสันแต่ก็อันตราย รักษาระยะห่างไว้อย่างเคร่งครัด
ความรู้สึกแบบนี้... ทำไมถึงคุ้นๆ พิกล?
ฉินหมิงขบคิดอย่างหนัก ทันใดนั้นก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา มันเหมือนกับความรู้สึกตอนที่เขาใช้พรสวรรค์ข้ามมิติกลับไปยังดาวเคราะห์สีน้ำเงินทุกครั้งเลยนี่นา
“พี่ฉี พี่ว่ามีความเป็นไปได้ไหมที่ผมจะใช้พรสวรรค์ของตัวเอง ข้ามไปมาระหว่างมหาพิภพวิญญาณยุทธ์กับมิติความว่างเปล่าได้?”
ฉินหมิงคิดว่าถ้าต้องมาคนเดียว ช่องทางตรงหน้านี้มันอันตรายเกินไปหน่อย เทียบกันแล้ว พรสวรรค์ของตัวเองดูปลอดภัยกว่าเยอะ
“......”
ฉีหลินตกอยู่ในห้วงความคิด เพราะเขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน อีกอย่างคำถามนี้มันก็ข้ามสายพันธุ์ไปหน่อย
ฉีหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าก็พูดลำบาก แต่พรสวรรค์ของเจ้านั้นมหัศจรรย์จริงๆ ทั้งที่ไม่มีพลังอำนาจสะเทือนเลื่อนลั่นอะไร แต่กลับทำเรื่องที่เหลือเชื่อได้”
“แต่หากต้องการข้ามไปยังมิติต่างๆ ก่อนอื่นต้องได้รับพิกัดมิติของทั้งสองที่ก่อน เมื่อถึงมิติความว่างเปล่าแล้ว เจ้าลองทดสอบดูได้”
แม้จะไม่เข้าใจว่าพิกัดมิติต้องหามายังไง แต่ฉินหมิงรู้สึกว่าสิ่งที่พี่ฉีพูดต้องถูกต้องแน่ๆ!
“ถึงแล้ว”
ฉินหมิงเพิ่งสังเกตเห็นทิวทัศน์เลือนรางที่เริ่มปรากฏขึ้นตรงหน้า และค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นี่คงเป็นมิติความว่างเปล่าที่ว่าสินะ
เบื้องหน้าคือสัตว์อสูรประหลาดที่มีรูปร่างเหมือนกระจกโบราณ บนหน้ากระจกมีเครื่องหน้าทั้งห้าที่ดูมีชีวิตชีวา
อีกฝ่ายก้มหัวทำความเคารพฉีหลินก่อน แล้วจึงหันมามองฉินหมิง
“สหายตัวน้อยฉินหมิง ข้าคือจิ้งอู๋ ท่านผู้เฒ่าคงส่งข้ามาต้อนรับพวกท่านทั้งสอง”
“ไม่ทราบว่า สัตว์อสูรที่รอการฟักตัวตามที่ท่านฉีหลินกล่าวถึง อยู่ที่ไหนหรือ?”
“อยู่นี่ครับ” พูดจบ ฉินหมิงก็เรียกไข่ใบสวยออกมาไว้ในมือ
ทันใดนั้น เขาก็พบว่าลวดลายดวงดาวบนเปลือกไข่เริ่มส่องแสงวิบวับ เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด ราวกับกำลังหายใจ
<ประเมินค่า: ภายในร่างกายมีมิติที่ก่อตัวขึ้นเอง ในอนาคตอาจมีความสามารถในการกลืนกินและให้กำเนิด (หนึ่งเดียว)>
เต่านิลมิติจักรวาล?
นี่คือชื่อเผ่าพันธุ์ของเสี่ยวพั่งงั้นเหรอ?
ศักยภาพเผ่าพันธุ์กำลังผันผวน คาดว่าเป็นเพราะความไม่สมบูรณ์แต่กำเนิด กำลังอยู่ในช่วงย่อยสลายและเติมเต็มส่วนที่ขาดสินะ
กลืนกินและให้กำเนิด แถมยังเป็นหนึ่งเดียวอีก?
ฟังดูเทพชะมัด เผ่าพันธุ์ใหม่แกะกล่อง ไม่รู้ว่าในอนาคตเสี่ยวพั่งจะหาเมียได้ไหมเนี่ย...
พอมาถึงมิติว่างเปล่า ข้อมูลบนหน้าจอของเสี่ยวพั่งก็เปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เห็นได้ชัดว่ามาถูกที่แล้วจริงๆ
ฉินหมิงดีใจจนเนื้อเต้น แต่ต่อหน้าคนนอกยังต้องเก๊กขรึมเก็บอาการไว้
“พี่จิ้งอู๋ พวกเรากำลังจะไปไหนกันครับ?”
ฉีหลินหายตัวไปหลังจากพาฉินหมิงมาส่ง ฉินหมิงเดาว่าเขาคงไปไหนไม่ไกล แต่ชัดเจนว่าต้องการให้ฉินหมิงจัดการเรื่องการสื่อสารหลังจากนี้ด้วยตัวเอง
“ท่านผู้เฒ่าคงเรียกพบ ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านผู้เฒ่าก่อน แล้วค่อยไปที่สระมิติความว่างเปล่า”
ฉินหมิงพยักหน้ารับ เดินตามจิ้งอู๋ไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ครู่ต่อมา ฉินหมิงก็ได้พบกับผู้เฒ่าคง สัตว์อสูรที่มีลักษณะพิเศษดูเลือนรางราวกับภาพฝัน มองเห็นว่ามีตัวตนอยู่จริง แต่สัมผัสกลับว่างเปล่าจับต้องไม่ได้
ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสรรพสิ่งรอบข้าง ดูธรรมดาสามัญ แต่กลับลึกล้ำสุดหยั่งคาด
“จิ้งอู๋ เจ้าถอยไปก่อน”
“ครับ ท่านผู้เฒ่าคง”
“สหายตัวน้อยฉินหมิง สัตว์อสูรของเจ้าตัวนี้ เกรงว่าจะไม่ได้ถือกำเนิดในมหาพิภพวิญญาณยุทธ์กระมัง?” ผู้เฒ่าคงเปิดประเด็นตรงๆ พูดแทงใจดำทันที
หมายความว่ายังไง ฉินหมิงถอยหลังไปหนึ่งก้าว ในใจตื่นตัวระวังภัยขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องตื่นตระหนก มีคำกำชับจากท่านฉีหลิน สหายตัวน้อยคือแขกคนสำคัญของมิติความว่างเปล่า”
“เพียงแต่ผู้เฒ่าอย่างข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมิติที่แปลกปลอม จึงได้เอ่ยถามเช่นนี้”
“สหายตัวน้อยรู้หรือไม่ ว่าสัตว์อสูรธาตุมิติกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร?”
“ไม่ทราบจริงๆ ครับ” ฉินหมิงส่ายหน้า พร้อมกับความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา
“สัตว์อสูรธาตุมิติไม่มีวิธีการขยายพันธุ์ตามปกติ เริ่มแรกพวกมันคือจิตวิญญาณแห่งมิติที่ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนที่มีพลังงานมิติควบแน่น”
“และสัตว์อสูรประเภทนี้ ถ้าไม่ปรากฏตัวก็แล้วไป แต่ถ้าปรากฏตัวขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีศักยภาพระดับจักรพรรดิ เพราะแท้จริงแล้วพวกมันเป็นตัวแทนของมิติหนึ่ง เป็นศูนย์รวมพลังงานของมิติทั้งมิติ”
“ซู้ด~ ถ้าอย่างนั้นสัตว์อสูรธาตุมิติ ก็หายากสุดๆ เลยสิครับ?”
ฉินหมิงคิดว่าตัวเองมีความรู้และวาสนาในด้านนี้พอตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องมิติอะไรพวกนี้มากนัก
“ถูกต้อง ดังนั้นกายละเอียดแห่งมิติที่ทรงพลังเหล่านี้ จึงแบ่งแยกพลังต้นกำเนิดของตัวเองออกมาส่วนหนึ่ง พลังงานส่วนนี้เมื่อผ่านการเปลี่ยนแปลงของกาลอวกาศ ก็ค่อยๆ ก่อเกิดสติปัญญา กลายเป็นสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าสัตว์อสูรธาตุมิติ”
“แต่สัตว์อสูรประเภทนี้ ไม่มีมิติที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง แม้จะมีชื่อว่ามิติ แต่ไร้ซึ่งแก่นแท้ของมิติ ศักยภาพจึงลดทอนลงไปมาก ศักยภาพเริ่มต้นจึงจัดอยู่ในพวกยอดขุนพล หรือเจ้าถิ่นเท่านั้น”
ผู้เฒ่าคงถอนหายใจ ความรู้สึกเสียดายฉายชัดออกมาอย่างปิดไม่มิด
ฉินหมิง: ?
ฉินหมิงไปต่อไม่ถูก เขาเข้าถึงอารมณ์ของผู้เฒ่าคงได้ยากจริงๆ แม้ในแง่เหตุผลจะเข้าใจได้ แต่ในแง่ความรู้สึกมันรับไม่ค่อยไหว
เพราะสัตว์อสูรที่เริ่มต้นมาก็มีศักยภาพระดับยอดขุนพลหรือเจ้าถิ่น เขาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเห็นสักตัว...
ช่องว่างมันห่างชั้นขนาดนี้เชียวเหรอ เสี่ยวพั่งของบ้านเราปีนเกลียวไปหรือเปล่าเนี่ย?
ฉินหมิงที่เมื่อกี้ยังดีใจกับการทะลวงศักยภาพของเสี่ยวพั่ง ตอนนี้ขำไม่ออกซะแล้ว
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าคง เรื่องพวกนี้ผมเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก แต่ขอถามหน่อยเถอะครับ ทำไมถึงต้องเล่าเรื่องพวกนี้ให้ผมฟังเยอะแยะขนาดนี้?”
ผู้เฒ่าคงที่ดูไม่ออกว่าเก่งแค่ไหน ไม่น่าจะเป็นพวกชอบคุยเจาะลึกกับคนแปลกหน้า หรือจะเป็นคนแก่ขี้เหงาที่ไม่มีลูกหลานดูแล? ดูทรงแล้วไม่น่าใช่นะ...
“นั่นต้องย้อนกลับไปที่คำถามแรกของข้า”
“ข้าสัมผัสได้ว่าไข่ใบนี้ มีกลิ่นอายของมิติที่แท้จริงอยู่ แต่หากเป็นกายละเอียดแห่งมิติหนึ่ง เหตุใดศักยภาพถึงได้... ถึงได้... ไร้พิษสงเช่นนี้?”
ผู้เฒ่าคงชะงักไปครู่หนึ่ง พยายามสรรหาคำมาอธิบายอย่างยากลำบาก
ฉินหมิง: ......