- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 29 สถานการณ์เป็นใจ
บทที่ 29 สถานการณ์เป็นใจ
บทที่ 29 สถานการณ์เป็นใจ
ถึงแม้ประสบการณ์การนั่งรถลากอาจจะไม่ใช่ระดับเฟิร์สคลาส แต่สำหรับฉินหมิงแล้ว ยังไงก็ดีกว่าต้องลากสังขารวิ่งเองจนจบการแข่งขันแน่ๆ
แต่พอก้มลงมองเจ้าเป็ดเข่อต๋าที่สูงเลยข้อเท้าเขาขึ้นมาแค่ไม่กี่เซนติเมตร ฉินหมิงก็ทำใจใช้งานแรงงานสัตว์... เอ้ย แรงงานเป็ดตัวกะเปี๊ยกให้ลากรถไม่ลงจริงๆ
อีกอย่างคือ เมื่อเลือกรูปแบบการเดินทางในแต่ละช่วงไปแล้ว หากจะมาเปลี่ยนกลางคันย่อมเสียเวลาไปเปล่าๆ ปลี้ๆ
แถมถ้าสัตว์อสูรกับผู้อัญเชิญอสูรจูนกันไม่ติดตอนลากรถ เกิดรถคว่ำคะมำหงาย คุมทิศทางไม่ได้ขึ้นมา สภาพคงดูไม่จืด
ฉินหมิงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกผู้อัญเชิญอสูรที่กำลังนั่งวางท่าเป็นสารถีมือโปรอยู่บนรถลากพวกนั้น ได้ฉุกคิดถึงจุดนี้กันบ้างหรือเปล่า...
หลังจากคิดหน้าคิดหลังสะระตะแล้ว ช่วงแรกทางราบระยะทางสองกิโลเมตร ฉินหมิงตัดสินใจเลือกวิธี ‘ตัวใครตัวมัน’ วิ่งสับตีนแตกไปพร้อมกับเข่อต๋า
ส่วนช่วงที่สองที่เป็นทางน้ำ ก็ต้องหวังพึ่งนักว่ายน้ำทีมชาติอย่างเข่อต๋าให้แสดงฝีมือเต็มที่ เพราะฉินหมิงผู้รู้ขีดจำกัดตัวเองดีประเมินแล้วว่า ถึงตอนนั้นเขาคงจ้วงน้ำได้ไม่กี่ทีก็หมดแรงข้าวต้ม
ช่วงสุดท้ายที่เป็นบึงโคลน เห็นว่าระยะทางไม่ไกล ไม่งั้นความยากคงทะลุหลอดจนมองไม่เห็นแสงแห่งความหวัง
ฉินหมิงเตรียมแผนรับมือไว้หลายรูปแบบ แต่หลักๆ คงต้องไปรอดูก่อนว่าหน้างานเป็นยังไง แล้วค่อยด้นสดเอาดาบหน้า
พูดยากเหมือนกันว่าสัตว์อสูรประเภทไหนจะได้เปรียบที่สุดในการแข่งแบบนี้
สัตว์อสูรตัวเล็ก ต่อให้มีความเร็วสูงแค่ไหน ก็แบกผู้อัญเชิญอสูรไม่ไหว
สัตว์อสูรตัวใหญ่ แบกคนไหวสบายมาก แต่พอเจอด่านบึงโคลนตอนท้าย ก็น่าจะจอดไม่ต้องแจว
พวกสายบกก็ลำบากตอนลงน้ำ พวกสายน้ำก็ง่อยกินตอนอยู่บนบก
คิดไปคิดมา ฉินหมิงรู้สึกว่าเจ้าเป็ดเข่อต๋าของเขาที่เป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ดูจะมีภาษีดีกว่าชาวบ้านเขาหน่อยๆ
ส่วนสัตว์อสูรสายบิน ในระยะเริ่มต้นแบบนี้ยังไม่มีตัวไหนขนาดใหญ่พอจะแบกคนขึ้นฟ้าได้ ดังนั้นถ้าอยากเข้าเส้นชัย ผู้อัญเชิญอสูรกลุ่มนี้ต้องสวมวิญญาณ ‘ยอดมนุษย์เหล็กไหล’ ของจริง วิ่งเองล้วนๆ
เมื่อวางแผนเสร็จสรรพ ฉินหมิงก็ไม่รอช้า รีบเข้าไปต่อแถวลงทะเบียนทันที
การแข่งขันเริ่มขึ้นตรงเวลาตอนบ่ายโมงเป๊ะ
ต้องขอบคุณสถานที่จัดการแข่งขันที่กว้างขวาง ทำให้ทุกคนสามารถยืนเรียงหน้ากระดานที่เส้นสตาร์ทได้พร้อมกันโดยไม่ต้องเบียดเสียด
ฉินหมิงยืนประจำที่ ดูแลความเรียบร้อยของเข่อต๋าเสร็จสรรพ พอกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาก็ต้องรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
ทำไมในสนามถึงมีโปรตกปลาเต็มไปหมดแบบนี้?
พวกเอ็งไปเอาเบ็ดมาจากไหนกัน หรือว่าลัทธิตกปลาจะแทรกซึมไปทุกวงการแล้วจริงๆ?
แล้วไอ้พวกที่หาเบ็ดไม่ได้ เลยไปหักกิ่งไม้มาผูกเถาวัลย์นั่นอีก พวกนายต้องการอะไรจากสังคม?
คิดว่ามีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักประยุกต์ใช้แล้วมันเท่นักรึไง!
อาจเป็นเพราะสายตาที่จ้องมองอย่างตกตะลึงของฉินหมิงมันโจ่งแจ้งเกินไป จนไปสะดุดตาคนข้างๆ เข้า
“เฮ้ วิธีของฉันเจ๋งใช่ไหมล่ะ? ดูสิ คนทำตามกันเพียบ! เขาเรียกว่าวีรบุรุษเห็นพ้องต้องกัน!”
ผู้อัญเชิญอสูรทรงผมสุดเท่คนหนึ่งโอ้อวดอย่างภูมิใจ
ที่แท้ก็เอ็งเองเรอะที่เป็นต้นเหตุ! ฉินหมิงมุมปากกระตุก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาวิจารณ์ดี
“วิธีของฉันเนี่ยนะ ช่วยกระตุ้นความกระตือรือร้นของสัตว์อสูรได้ดีเยี่ยม ประหยัดแรง แถมยังรักษ์โลก และที่สำคัญ ตราบใดที่สัตว์อสูรไม่ได้กินเหยื่อเข้าไป ก็ไม่ถือว่าผิดกติกาเรื่องการใช้อุปกรณ์ช่วยเติมพลังงาน...”
เห็นฉินหมิงเงียบไป พ่อหนุ่มผมเท่ก็ยิ่งได้ใจ สาธยายสรรพคุณกลยุทธ์เด็ดของตัวเองอย่างเมามัน
“ครับๆ สุดยอดไปเลยครับ...”
ฉินหมิงได้แต่เออออห่อหมกไปตามเรื่อง แต่ก็นับถือใจหมอนี่จริงๆ ที่อุตส่าห์ใจกว้างแบ่งปันเทคนิค (ที่ไม่น่าจะเวิร์ก) ให้คู่แข่งรู้กันทั่วโดยไม่หวงวิชา
พอสังเกตเห็นว่าสัตว์อสูรของอีกฝ่ายคือ ‘อาชาเพลิงค้ำสมบัติ’ ฉินหมิงก็ถึงกับพูดไม่ออก
สัตว์อสูรที่เกิดมาเพื่อการขี่โดยเฉพาะแบบนี้ เอ็งจะไปสรรหาวิธีพิสดารมาใช้ทำซากอะไร?
หรือว่าขี่ม้าไม่เป็น?
ฉินหมิงพิจารณาอาชาเพลิงค้ำสมบัติอย่างละเอียด สัญชาตญาณบอกว่านี่คือคู่แข่งตัวฉกาจที่ประมาทไม่ได้
แต่ทว่า... พอชิ้นเนื้อที่ห้อยต่องแต่งอยู่ปลายเบ็ดแกว่งผ่านหน้ามันไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าม้าตัวใหญ่ที่มีความสูงระดับคนยืนก็เริ่มสะบัดคอด้วยความหงุดหงิด เท้าหน้าตะกุยดินถี่รัว
นี่มันกระตุ้นความกระตือรือร้นตรงไหน? ดูยังไงก็เหมือนกำลังยั่วโมโหให้คลั่งชัดๆ...
พอมองไปรอบๆ ก็เริ่มเห็นสัตว์อสูรหลายตัวตาแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปน กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง
ฉินหมิงสัมผัสได้ถึงลางร้าย จึงค่อยๆ อุ้มเข่อต๋าขยับถอยห่างออกมาเงียบๆ...
ยิ่งใกล้เวลาปล่อยตัว จำนวนสัตว์อสูรที่เริ่มอาละวาดตะกุยดินก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ฝุ่นตลบอบอวลไปหมด ฉินหมิงกอดเจ้าเป็ดแน่นแล้วถอยร่นออกไปอีกสองสามก้าว
กลัวโดนลูกหลงก็ส่วนหนึ่ง แต่กลัวสกปรกนี่สิเรื่องใหญ่กว่า
ทั้งที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนมากมาย แต่ฉินหมิงกลับรู้สึกว่าความปกติของตัวเองทำให้เขาดูแปลกแยกอย่างบอกไม่ถูก
เริ่มจะเสียใจนิดๆ แล้วที่มาลงแข่ง รายการแบบนี้เป็นคนดูคงฮาแตก แต่พอต้องมาเป็นตัวตลกให้คนอื่นดู มันขำไม่ออกจริงๆ
นั่งจิบน้ำอัดลมเย็นๆ เชียร์อยู่บนอัฒจันทร์ไม่ดีกว่าเหรอ?
มาลงแข่งไตรกีฬาตอนแดดเปรี้ยงๆ นี่ใช่เรื่องที่คนสติดีเขาทำกันรึ?
ถ้าไม่ใช่เพื่อผลวิญญาณบริสุทธิ์นะ... คิดแล้วฉินหมิงก็กัดฟันกรอด
เคราะห์ดีที่ไม่นานนัก การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น
ปรี๊ด!
สิ้นเสียงนกหวีด ฉินหมิงรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยแล้วออกตัวทันที
วิ่งไปได้ยังไม่ทันพ้นสองก้าว เสียงโครมครามดังสนั่นมาจากด้านหลัง ฉินหมิงเผลอหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ
ภาพที่เห็นคือมหกรรมรถชนกันวินาศสันตะโรของเหล่าสัตว์อสูร เหยื่อล่อปลายเบ็ดของผู้อัญเชิญอสูรคนหนึ่งหายวับเข้าไปอยู่ในท้องของสัตว์อสูรอีกตัว ความโกลาหลบังเกิดทันที
ให้ตายสิ ฉลาดกันจริงๆ!
ของที่อยู่ปลายเบ็ดเจ้านายตัวเองกินไม่ได้ ก็กินของเบ็ดข้างๆ สิครับรออะไร! ไม่เสียแรงที่เป็นสัตว์อสูร ไอคิวสูงส่งจริงๆ
ฉินหมิงประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ผู้อัญเชิญอสูรหัวใสจำนวนมากต้องจบเหตั้งแต่ยังไม่ออกตัวพ้นระยะ 50 เมตร มีทั้งพวกแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง และพวกซวยโดนลูกหลง
ณ จุดนี้ ขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า แผนการใช้เบ็ดตกปลากระตุ้นพลังสัตว์อสูร... เจ๊งบ่องไม่เป็นท่า
แต่เดี๋ยวนะ!
พอฉินหมิงหันกลับมามองข้างหน้า ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าผู้อัญเชิญอสูรเจ้าของอาชาเพลิงค้ำสมบัติ กำลังควบตะบึงนำโด่งทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น โดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย!
หรือว่า... นี่จะเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการกำจัดคู่แข่งตั้งแต่ยังไม่เริ่ม? ฉินหมิงดูไม่ออกจริงๆ แต่ยอมรับเลยว่าอึ้งมาก!
ฉินหมิงเลิกสนใจพวกที่ตกรอบอยู่ข้างหลัง เป้าหมายของเขาอยู่ข้างหน้า
เขาจ้องมองอาชาเพลิงค้ำสมบัติที่นำอยู่ไกลๆ พลางคำนวณระยะห่างระหว่างกัน
คำนวณไปคำนวณมา จู่ๆ เจ้าม้าตัวนั้นที่ดูเหมือนจะวิ่งเพลินจนคึกจัด ก็กระโจนพรวดอย่างแรง จนวัตถุลักษณะคล้ายมนุษย์กระเด็นตกลงมาจากรถ...
ฉินหมิง: ?
ยังดีที่พ่อหนุ่มคนนั้นยังกำเบ็ดตกปลาไว้แน่น ไม่ปล่อยให้เหยื่อหลุดไปเข้าปากม้าจนโดนปรับแพ้
แต่อาชาเพลิงค้ำสมบัติดูจะไม่มีความคิดที่จะหันกลับมามองลูกพี่มันเลยสักนิด มันยังคงมุ่งหน้าวิ่งต่อไปอย่างแน่วแน่...
อืม... ดูทรงแล้วผู้อัญเชิญอสูรที่ตกรถคงไล่ตามไม่ทันแล้วล่ะ เห็นเดินกะเผลกๆ แบบนั้น น่าจะเจ็บก้นไม่เบา
พิจารณาดูแล้วว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะได้เสวยสุขนั่งรถลากมาไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ฉินหมิงก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มมุมปากออกมา... ต้องขอชมเลยว่า อาชาเพลิงค้ำสมบัติทำได้เยี่ยมมาก!
ตอนนี้ สถานการณ์ในสนามสำหรับฉินหมิง เรียกได้ว่าสดใสสุดๆ
เขารักษาจังหวะการก้าวเท้า หายใจเข้า... หายใจออก... อย่างเป็นจังหวะจะโคน