เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ชนะรวด

บทที่ 25 ชนะรวด

บทที่ 25 ชนะรวด


หายไปไหนแล้ว?

ถ้ามองในมุมของฉินหมิง สิ่งที่เห็นคือหนูบอลเทาวิ่งเข้าวิ่งออก วิ่งมั่วซั่วไปมาราว 2 นาที ในขณะที่เข่อต๋ายืนนิ่งดูอยู่เฉยๆ

จากนั้น พอหนูบอลเทากระโดดเข้ามาหวังจะโจมตี เข่อต๋าก็สวนกลับด้วยท่าไม้ตายโป้งเดียวจอด!

แล้วก็หายวับไปเลยเนี่ยนะ!?

เข่อต๋า... นายเทพขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ทำไมฉันในฐานะผู้อัญเชิญอสูรถึงไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลยล่ะ?

ฉินหมิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก

จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ากลยุทธ์ของเข่อต๋ามันช่างลึกล้ำ ยอดเยี่ยมกว่าแผนที่เขาคิดไว้ตอนแรกซะอีก

เพราะหนูบอลเทามีความคล่องตัวสูง การโจมตีระยะไกลอาจจะหวังผลได้ยาก และถ้าพลาด ก็จะเสียจังหวะความได้เปรียบทันที

แต่เข่อต๋าเลือกที่จะรอ... รอจนอีกฝ่ายเข้ามาในระยะประชิด รวบรวมพลังจนเต็มเปี่ยม แล้วระเบิดพลังใส่หน้าแบบระยะเผาขน! ทำให้อีกฝ่ายหมดทางหนี!

แน่นอนว่าวิธีนี้ต้องอาศัยการกะจังหวะที่แม่นยำสุดๆ และต้องมีสภาพจิตใจที่นิ่งสงบดั่งหินผา

ถ้าเผลอวอกแวกหรือกลัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจจะพลาดโอกาสทองไปเลย

นี่คือเหตุผลที่ฉินหมิงไม่ได้คิดถึงแผนล่อเสือออกจากถ้ำแบบนี้ตั้งแต่แรก

แต่ว่านะ... สภาพจิตใจของเข่อต๋ามันแกร่งขนาดนี้เชียวเหรอ? อายุแค่นี้เองนะ หรือว่าเป็นพวกใจเด็ดแต่กำเนิด?

จบแมตช์นี้ เข่อต๋าจะได้บทเรียนอะไรไปบ้างไหมไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือในหัวของฉินหมิงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

“หนูบอลเทาหมดสภาพต่อสู้ ผู้ชนะคือฉินหมิง!”

“โปรดระลึกไว้เสมอว่า มิตรภาพต้องมาก่อน การแข่งขันเป็นเรื่องรอง เราห้ามโจมตีผู้อัญเชิญอสูรฉันใด เราก็ไม่ควรลงมือกับสัตว์อสูรถึงตายฉันนั้น!”

กรรมการหลี่ลี่เน้นเสียงหนักแน่นในช่วงท้ายประโยค

ฉินหมิงเบ้ปาก เขารู้สึกว่ากรรมการกำลังเหน็บแนมเขาอยู่ชัดๆ

“สัตว์อสูรคือเพื่อนร่วมโลก แม้แต่ในป่า ระหว่างที่ปกป้องตัวเอง ก็ควรพยายามยั้งมือ รู้จักควบคุมพลัง!”

“ยิ่งบนเวทีประลอง ถ้าฝีมือห่างชั้นกันมาก ก็ยิ่งควรรู้จักยั้งมือไว้ไมตรี!”

ฉินหมิงมั่นใจแล้วว่ากรรมการกำลังด่าเขากระทบชิ่ง

ก็ดูสิ ผลการแข่งขันก็ไม่รีบลงบันทึก แต่ดันเดินตรงดิ่งมาเทศนาเขาซะยืดยาว

ฉินหมิง: ?

นี่คือไม่อ้อมค้อมแล้วใช่ไหม? กะจะอบรมฉันคนเดียวเน้นๆ เลยเหรอ?

คือเข้าใจเจตนาของคุณนะ แต่ประเด็นคือตอนนี้ฉันเองก็งงพอๆ กัน!

ถ้าบอกว่าฉันไม่ได้สั่งการอะไรเลย คุณจะเชื่อไหมล่ะ?

ฝีมือเข่อต๋าทั้งนั้น... ฉินหมิงเพ่งมองหน้าต่างสถานะของเข่อต๋า——

เชี่ย!

เข่อต๋า นายฝึกสกิลปืนฉีดน้ำจนถึงระดับ ‘เชี่ยวชาญ’ ได้ยังไง?

นายเป็นแค่ทารกเลเวล 6 นะเว้ย สกิลปืนฉีดน้ำระดับเชี่ยวชาญเนี่ยนะ... แล้วพวกสัตว์อสูรเลเวล 10 กว่าที่ยังใช้สกิลระดับ ‘พื้นฐาน’ หรือ ‘ชำนาญ’ อยู่ เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

มิน่าล่ะ ปืนฉีดน้ำเมื่อกี้ถึงได้ดูรุนแรงสะใจแบบศิลปะแห่งการทำลายล้าง!

ถึงจะรู้สึกว่าโดนกรรมการด่าฟรีแบบงงๆ ก็เถอะ

แต่ก็... ทำได้สวยมาก เข่อต๋า!

ถ้าการโดนกรรมการบ่นสักหน่อยแลกกับการที่เข่อต๋าจับจุดจนพัฒนาตัวเองได้ ฉินหมิงก็ยอมโดนบ่นเช้าเย็นเลยเอ้า

คนอย่างฉินหมิง ในฐานะผู้อัญเชิญอสูรผู้ยอดเยี่ยม เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย!

อีกอย่าง คนที่เจ็บตัวหนักๆ คือสัตว์อสูรฝ่ายตรงข้าม ฉินหมิงเลยไม่ได้รู้สึกอินกับความเจ็บปวดนั้นเท่าไหร่

แถมดูเหมือนในห้องพยาบาล หวังอู๋เว่ยจะเริ่มคุมสติได้แล้ว เสียงร้องไห้เริ่มเงียบลง

ฉินหมิงเลยเดาว่าคงไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไร

สัตว์อสูรมีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม บวกกับอุปกรณ์รักษาพยาบาลที่นี่ก็ครบครัน ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลทันท่วงที ก็แทบจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ไม่งั้นใครจะกล้ามาลงแข่งเต็มที่ล่ะ สนามประลองคงเจ๊งกันพอดี

แต่จะว่าไป ถึงชนะแล้วจะดีใจก็เถอะ แต่การเห็นผู้ชายตัวโตล่ำบึ้กร้องไห้ฟูมฟายเป็นเผาเต่าแบบนั้น ฉินหมิงก็รู้สึกรับมือไม่ถูกเหมือนกัน...

ฉินหมิงที่รับมือไม่ไหวเลยตัดสินใจไม่อยู่รอ อุ้มเข่อต๋าเดินดุ่มๆ ออกไปที่โถงประลองทันที

“ขอเชิญผู้อัญเชิญอสูร ฉินหมิง ไปเตรียมตัวที่เวทีประลองหมายเลข 6...”

เนื่องจากตอนนี้พลังของเข่อต๋ามันล้ำหน้าเกินเบอร์ไปหน่อย ฉินหมิงเลยปล่อยให้เข่อต๋าลุยเองตามสบาย

ในขณะเดียวกัน เขาก็อยากจะสังเกตการณ์ให้แน่ใจว่า ระดับมันสมองในการวางแผนต่อสู้ของเข่อต๋ามันอยู่ขั้นไหนกันแน่

ไอ้ช็อตเทพๆ เมื่อกี้ มันคือฝีมือล้วนๆ หรือแค่ฟลุ๊ค

ผลปรากฏว่า ฉินหมิงคิดผิดถนัด จังหวะการต่อสู้ของเข่อต๋าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง——

เข่อต๋าไม่ดูเชิงอะไรทั้งนั้น เปิดฉากมาก็ยิงปืนฉีดน้ำอัดหน้าทันที

“ลิงพฤกษาวิญญาณหมดสภาพต่อสู้ ผู้ชนะ ฉินหมิง!”

ต้องบอกก่อนว่า ลำพังสกิลปืนฉีดน้ำระดับ ‘ชำนาญ’ ในโหมดสุ่มจับคู่ ก็แทบจะหาสัตว์อสูรที่รับมือได้ยากแล้ว

พอมันอัปเกรดเป็นระดับ ‘เชี่ยวชาญ’ ยิ่งกลายเป็นการตบเด็กแบบ One Turn Kill

เข่อต๋ายิงปืนฉีดน้ำรัวๆ ปุ้งๆๆ แค่โดนเฉี่ยวๆ ก็เจ็บเจียนตาย ไร้ทางต่อกรโดยสิ้นเชิง

นั่งรอรากงอกที่โถงประลองอีกสักพัก “ขอเชิญผู้อัญเชิญอสูร ฉินหมิง ไปเตรียมตัวที่เวทีประลองหมายเลข 11...”

แต่ภายใต้ยุทธวิธีใหม่ของเข่อต๋าที่เน้น ‘สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง’ ทุกอย่างก็จบลงอย่างรวดเร็ว

“หมูป่าเขี้ยวไฟหมดสภาพต่อสู้ ผู้ชนะ ฉินหมิง!”

“จิ้งจอกหูใหญ่หมดสภาพต่อสู้ ผู้ชนะ ฉินหมิง!”

อัตราการชนะของเข่อต๋าสูงลิบลิ่ว จนถึงตอนนี้ยังไม่แพ้ใครเลย!

แถมยังปิดเกมไวสุดๆ นัดเดียวจอดทุกราย!

แต่ความตั้งใจของฉินหมิงที่จะดูเชิงการต่อสู้ของเข่อต๋าก็พังทลายลง

นอกจากจะดูไม่ออกแล้ว ฉินหมิงยังรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นแค่ตัวประกอบฉาก เป็นแค่พร็อพประกอบเวที ไม่ค่อยมีส่วนร่วม แถมดูจะไร้ตัวตนยังไงชอบกล

ตกลงมันผิดพลาดตรงไหนกันนะ? ฉินหมิงยืนขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักตรงจุดยืนของผู้อัญเชิญอสูร

ส่วนการประลองน่ะเหรอ? ยังไม่ทันเริ่ม... อ้าว จบซะแล้ว...

“ก้าบ~” (นมสดมูมูหนึ่งขวด!)

......

“ก้าบ~” (นมสดมูมูหนึ่งแถว!)

พอฉินหมิงกลับออกมาที่โถงประลองอีกครั้ง ก็พบว่าบรรยากาศดูวุ่นวายโกลาหลชอบกล ลองเงี่ยหูฟังดู...

“วันนี้มีไอ้โรคจิตมาถล่มสนาม โหดเหี้ยมอำมหิตมาก...”

“ใช่ๆ ลงมือไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม...”

“นั่นดิ ศพเกลื่อนกลาด...”

ฉินหมิง: ?

“ไม่หนุกเลย กลับดีกว่า วันนี้ดวงไม่ดี ไม่เหมาะจะประลอง!”

“ฉันก็ด้วย”

“+1”

มนุษย์เรามักจะมีพฤติกรรมอุปาทานหมู่ พอมีคนเริ่ม ก็มีคนแห่ตามกันเป็นพรวน

เดี๋ยวดิ ผิดคอนเซปต์แล้ว! พวกนายต้องยิ่งสู้ยิ่งฮึกเหิมสิ? ไหงยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ล่ะ? ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายไปไหนหมด?

แต่พอมองดูโถงประลองที่เริ่มโล่งตา ฉินหมิงก็ต้องยอมรับความจริง

เอาเถอะ วันนี้พอแค่นี้ก็ได้ ดูทรงแล้วคงไม่มีปลาใหญ่ให้ตกแล้วล่ะ

ฉินหมิงเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน

แต่พอเดินพ้นประตูไปแล้ว จู่ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินย้อนกลับมา

“เรื่องข้อเสนอรางวัลพิเศษสำหรับคนที่ชนะต่อเนื่องเยอะๆ อย่าลืมเสนอผู้บริหารด้วยนะ!”

ฉินหมิงเคาะโต๊ะพนักงานต้อนรับเบาๆ เตือนความจำด้วยความหวังดี

พนักงานต้อนรับที่เก็บของเตรียมจะเปลี่ยนกะ รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าแข็งค้างไปทันที: ......

ฉินหมิง: “กะแล้วเชียวว่าต้องลืม ฉันเตือนแล้วนะ!”

พอได้สะสางเรื่องคาใจ ฉินหมิงก็ก้าวเท้าออกจากโถงประลองด้วยฝีเท้าเบาสบาย คราวนี้กลับจริงละ

แดดร่มลมตก อารมณ์แจ่มใส

ทีนี้ ปัญหาต่อไปคือ... เที่ยงนี้จะกินอะไรดีนะ?

จบบทที่ บทที่ 25 ชนะรวด

คัดลอกลิงก์แล้ว