- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 19 ข้อมูลที่ผิดปกติ
บทที่ 19 ข้อมูลที่ผิดปกติ
บทที่ 19 ข้อมูลที่ผิดปกติ
ไม่ใช่แค่เจิ้งเหวินเจี๋ยกับศิษย์พี่หญิงใหญ่เท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติของเจ้าสำนักเจิ้ง แต่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ดูออกกันหมด
แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่าการฝึกซ้อมในสนามยังดำเนินต่อไป แต่ความจริงแล้วทุกคนต่างแอบแบ่งสมาธิมาคอยติดตามสถานการณ์ตรงจุดนั้นกันอย่างใจจดใจจ่อ
ก็แหม เรื่องฝึกซ้อมน่ะจะทำวันไหนก็ได้ แต่เรื่องชาวบ้านแบบนี้ไม่ได้มีมาให้เผือกกันทุกวันนี่นา
สุดท้าย ก็เป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อช่วยแก้สถานการณ์
“สัตว์อสูรของเธอยังเป็นแค่วัยทารก ไม่เหมาะที่จะฝึกร่วมกับสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ในสนามหรอกนะ เพราะงั้นลองถามใจตัวเองดูหน่อยไหมว่าเธอมีความคิดเห็นยังไงบ้าง?”
นี่คือหลักสูตรสั่งทำพิเศษงั้นเหรอ? ฉินหมิงเริ่มเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว
“เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ แล้วก็ปรับใช้ทักษะที่มีอยู่ให้พลิกแพลงยิ่งขึ้นครับ!” ฉินหมิงวางแผนการฝึกคร่าวๆ ให้เข่อต๋าไว้แล้ว
“แนวคิดถูกต้อง การมีทักษะหลากหลายจะช่วยให้สัตว์อสูรมีรูปแบบการต่อสู้ที่มากขึ้น รับมือสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี ส่วนการพลิกแพลงใช้ทักษะก็ทำให้สัตว์อสูรแข็งแกร่งขึ้นได้เช่นกัน”
ศิษย์พี่ใหญ่แสดงความชื่นชมในความคิดของฉินหมิง “แล้วเธอคิดไว้หรือยังว่าจะทำยังไง?”
ฉินหมิงส่ายหน้า เขาเองก็ยังไม่มีไอเดียที่ดีนัก ถึงได้อยากมาเรียนที่โรงฝึกยุทธ์นี่ไง
“ฉันแนะนำว่าถ้ามีเวลาว่าง ให้ลองสังเกตการประลองของสัตว์อสูรในสนามดูเยอะๆ การได้ดูการต่อสู้แบบสดๆ ในระยะประชิด มันให้ความรู้สึกต่างจากการดูในคลิปวิดีโอคนละเรื่องเลยนะ”
“แล้วถ้ามีเวลา ก็ลองพาเป็ดวารีลี้ลับไปผ่อนคลายที่น้ำตกแถวชานเมืองพร้อมกับสัตว์อสูรของคนอื่นๆ ดูบ้าง ให้มันได้ใกล้ชิดกับแหล่งน้ำ สัมผัสถึงธาตุน้ำในธรรมชาติ เรื่องนี้ก็สำคัญมากเหมือนกัน”
“ข้อสุดท้าย เธอควรจะเริ่มลองประลองในฐานะผู้อัญเชิญอสูรดูได้แล้ว การต่อสู้จริงคือบททดสอบที่ดีที่สุดเสมอ”
ศิษย์พี่ใหญ่แนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและใส่ใจในรายละเอียดสุดๆ
“เอาเข็มกลัดนี้ไป เธอจะได้รับสิทธิ์รักษาฟรีที่นั่น ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรือผลกระทบตามหลัง”
ฉินหมิงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด พร้อมรับเข็มกลัดที่ยื่นมาให้อย่างเคร่งขรึม
มันเป็นโลหะทรงกลม พื้นหลังสีฟ้าอ่อน สลักอักษรตัวบรรจงว่า ‘ซือหยวน’ ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
“เอาล่ะ เดี๋ยวค่อยดูทีหลัง ตอนนี้มาทดสอบค่าสถานะของเข่อต๋ากันก่อน”
ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ละเอียดรอบคอบ จำชื่อสัตว์อสูรของฉินหมิงได้แม่นยำ
[รหัส PKM-007 ชื่อเผ่าพันธุ์: เป็ดวารีลี้ลับ ศักยภาพ: จารชนขั้นสูง ธาตุ: น้ำ เลเวล: 6 ค่าพลังงานปกติ: 86 (ค่าเฉลี่ย 36) ทักษะ: ปืนฉีดน้ำ (ชำนาญ)]
เลเวล 6 แถมศักยภาพระดับจารชนขั้นสูง?
แม้จะพอคาดเดาได้อยู่บ้าง แต่ศิษย์พี่ใหญ่ก็อดมุมปากกระตุกไม่ได้ นี่ทะลุขีดจำกัดศักยภาพเผ่าพันธุ์กันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
ไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่มีสัตว์อสูรที่ทะลุขีดจำกัด แต่พวกนั้นล้วนผ่านการพยายามอย่างหนักเลือดตาแทบกระเด็นกันทั้งนั้น
แต่เจ้าหนูเลเวล 6 นี่เอาเวลาไหนไปพยายาม?
เริ่มพยายามตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ หรือว่าตอนแย่งนมกับพี่น้อง ออกแรงเยอะไปหน่อยงั้นเหรอ?
โปรดอภัยให้จินตนาการอันแห้งแล้งของศิษย์พี่ใหญ่ด้วย เขาคิดออกได้แค่นี้จริงๆ
แล้วค่าพลังงานปกตินั่นมันอะไรกัน เกินค่าเฉลี่ยไปขนาดนั้นได้ยังไง? เจ้าตัวเล็กนี่กินอะไรเข้าไปกันแน่?
แต่ดูจากขนาดตัวจิ๋วนั่น ก็ดูไม่ออกเลยแฮะ? ศิษย์พี่ใหญ่แอบเหลมองส่วนสูงของเข่อต๋า แล้วบ่นอุบอิบในใจ
ระดับความชำนาญของทักษะนี่ก็แปลกพิลึก สัตว์อสูรวัยทารกที่เพิ่งหย่านมมาหมาดๆ จะไปเอาค่าความชำนาญมาจากไหน?
นี่มันใช้ปืนฉีดน้ำทำอะไรมาบ้างเนี่ย? ศิษย์พี่ใหญ่จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ
มองไล่ดูข้อมูลทั้งหมด นอกจากธาตุแล้ว ไม่มีข้อมูลไหนปกติสักอย่าง
ถ้าไม่ติดว่ามั่นใจในเครื่องวัดของโรงฝึกยุทธ์ที่แม่นยำไร้ที่ติ ศิษย์พี่ใหญ่คงนึกสงสัยไปแล้วว่าเครื่องมันหมดอายุการใช้งานหรือเปล่า
ศิษย์พี่ใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงัน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าฉินหมิงที่เลี้ยงสัตว์อสูรออกมาได้ค่าสถานะหลุดโลกขนาดนี้ อาจจะไม่ต้องการคำแนะนำยิบย่อยเมื่อครู่ของเขาเลยก็ได้
อัจฉริยะมักมีวิถีทางของตัวเอง คำสอนของเขาเมื่อกี้จะกลายเป็นการไปจำกัดศักยภาพของฉินหมิงรึเปล่านะ?
ศิษย์พี่ใหญ่เริ่มคิดมากจนจิตตก ลังเลว่าจะพูดต่อดีหรือไม่
เจิ้งเสวียนที่กลายเป็นธาตุอากาศอยู่นาน ในที่สุดก็สบโอกาสแทรกบทสนทนา
ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมระดับยอดฝีมือ เขามองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งถึงต้นตอของปัญหา
“เธอมีพรสวรรค์ด้านค่ายกลรวมวิญญาณเป็นพิเศษใช่ไหม?”
พลังงานที่สัตว์อสูรวัยทารกจะรับได้โดยไม่เป็นอันตรายมีไม่มากนัก และเพื่อป้องกันไม่ให้ธาตุพลังงานตีกันมั่วซั่ว จึงรับได้เฉพาะผลึกอาคมของผู้ที่ยังไม่ปลุกพลังเท่านั้น
เพราะหากรับผลึกอาคมจากผู้อัญเชิญอสูรไปแล้ว สัตว์อสูรจะทำสัญญากับคนธรรมดาที่ยังไม่ปลุกพลังได้ยากขึ้น
เมื่อตัดทรัพยากรหายากทั้งหมดที่ฉินหมิงไม่มีทางหามาได้ออกไป สิ่งที่เหลืออยู่ต่อให้ฟังดูเหลือเชื่อแค่ไหน มันก็คือคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว
“ครับ ผมเลื่อนระดับค่ายกลเป็นขั้นกลางได้ตั้งแต่เดือนก่อน แล้วอาจารย์ที่โรงเรียนก็ช่วยสนับสนุนทรัพยากรให้เข่อต๋าเยอะพอสมควรเลย”
ฉินหมิงเกาจมูกแก้เขิน การต้องมาพูดเรื่องพรสวรรค์ค่ายกลซ้ำๆ ทำให้เขารู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง
เพราะหลังจากได้เห็นสัตว์อสูรแข็งแกร่งมากมายตรงหน้า เขาไม่ได้หลงระเริงในความสามารถของตัวเองอีกต่อไปแล้ว
ศักยภาพที่ยังไม่ถูกนำมาใช้จริง ต่อให้คนอื่นชื่นชมแค่ไหนก็ไม่ควรค่าให้จมปลักอยู่กับมัน ตอนนี้เขามีเป้าหมายใหม่แล้ว
“ถ้างั้นก็สมเหตุสมผล”
อาจเป็นเพราะเขาไล่เรียงหาคำตอบด้วยตัวเอง เจิ้งเสวียนจึงไม่ได้ตกใจมากนัก ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนรอบข้าง เขาจึงดูสุขุมนุ่มลึกสมกับเป็นปรมาจารย์
แต่ก็ยังแปลกอยู่ดี เจิ้งเสวียนเคยเห็นผู้อัญเชิญอสูรมอบทรัพยากรล้ำค่าให้สัตว์อสูรตัวที่สองหรือตัวถัดๆ ไปมาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นใครที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดเวอร์วังขนาดนี้มาก่อน!
แม้เจิ้งเสวียนจะสงสัยใคร่รู้เต็มอก แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามเซ้าซี้
เจิ้งเสวียนเดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์เฉพาะตัวของฉินหมิง แต่ตราบใดที่ฉินหมิงไม่พูด เขาก็จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
เจิ้งเสวียนรู้สึกพึงพอใจกับการวิเคราะห์อันเฉียบคมและการวางมาดที่นิ่งสงบของตัวเองในวันนี้มาก
ทว่าเฉียนจื้อหย่วนที่แกล้งทำเนียนเดินผ่านมาแถวนั้น กำลังสติแตกย่อยยับ!
ให้ตายเถอะ!
เขารู้สึกว่าต่อให้เมื่อกี้จะได้เสพความบันเทิงจากความกากของเจิ้งเสวียนมาหมาดๆ ก็ไม่อาจเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำในตอนนี้ได้!
ทำไมต้นกล้าชั้นดีขนาดนี้ถึงต้องมาเจอกับเจิ้งเสวียนด้วย?
เขาด้อยกว่าเจิ้งเสวียนไอ้คนปากหนักนี่ตรงไหน?
เขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่นี่แล้วแท้ๆ ทำไมมัวแต่ดูละครเพลินจนเสียเรื่อง?
ละครสนุกก็จริง แต่มันทำเสียงานนี่หว่า แล้วแบบนี้จะไปชิงตัดหน้าแย่งตัวมาได้ยังไง?
รู้งี้เขาน่าจะเอาสัตว์อสูรของตัวเองไปยืนโชว์พาวหน้าประตูบ้างก็ดี ยุคนี้ใครบ้างจะไม่มีสัตว์อสูรเทพๆ ติดตัวสักตัวสองตัว?
เฉียนจื้อหย่วนรู้สึกอิจฉาตาร้อนจนฟันแทบจะร่วงหมดปากแล้ว!
อะไรนะ?
คุณจะบอกว่าปรมาจารย์ผู้อัญเชิญอสูรสายปฐพีไม่เหมาะจะสอนสัตว์อสูรสายน้ำงั้นเหรอ?
ใส่ร้าย! นี่มันใส่ร้ายป้ายสีชัดๆ!
สัตว์อสูรสายน้ำใครเขาไม่มีกัน?
เออ ใช่ ฉันไม่มี แต่ลูกศิษย์ฉันมีไง!
การสอนสัตว์อสูรน่ะ หลักการมันเชื่อมโยงถึงกันหมด เข้าใจไหม?