เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 บัตรเชิญ

บทที่ 13 บัตรเชิญ

บทที่ 13 บัตรเชิญ


ฉินหมิงไม่รู้หรอกว่าเจ้าหน้าที่คุมสอบตกตะลึงแค่ไหน เขาแค่ดีใจจนเนื้อเต้นที่เข่อต๋าแสดงศักยภาพระดับเทพออกมาให้เห็นทั้งที่ใช้เวลาพัฒนาแค่ไม่กี่วัน

แต่ก็อดบ่นในใจไม่ได้ว่าสมาคมผู้อัญเชิญอสูรนี่ช่างดำมืดเหลือเกิน เข่อต๋าถึงได้บ่นว่าข้างนอกน่าหงุดหงิด แสดงว่าสมาคมต้องมี 'ลูกเล่น' อะไรแน่ๆ

มิน่าล่ะ ปกติหลังทำสัญญา ทั้งผู้อัญเชิญอสูรและสัตว์อสูรจะมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ไม่น่าจะเกิดความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโรแบบข้างนอกนั่นได้

ส่วนเรื่องสุดท้าย... ฉินหมิงเริ่มเหงื่อตก ก็เป้าไม้ระเบิดเละขนาดนั้น จะถือว่าทำลายทรัพย์สินราชการหรือเปล่าเนี่ย?

เป้าไม้นั่นดูทรงแล้วไม่น่าจะเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งด้วยสิ ต้องจ่ายค่าเสียหายไหมนะ?

สำหรับคนกระเป๋าแบนอย่างฉินหมิง เรื่องเงินๆ ทองๆ นี่มันละเอียดอ่อนต่อใจจริงๆ

แน่นอนว่า... นี่ไม่ใช่ความผิดของเข่อต๋าเด็ดขาด!

ฉินหมิงลูบหัวปลอบเข่อต๋าที่กำลังทำหน้าเลิ่กลั่ก

“นายทำดีมากแล้ว!”

“ก้าบ~” (เป็ดโล่งอก)

ว่าแต่... สมาคมผู้อัญเชิญอสูรคงไม่ได้จ้องจะตบทรัพย์กันหรอกนะ? ฉินหมิงเริ่มระแวง

“เอาล่ะ ไม่ต้องคิดมาก!” เจ้าหน้าที่ดึงสติกลับมา “เพื่อให้กำลังใจสัตว์อสูรวัยเด็ก สมาคมเลยไม่ได้ใช้เป้าที่แข็งจนตีไม่เข้าหรอก”

แต่ปกติมันก็ไม่ควรจะเละขนาดนี้ไหมล่ะ! เจ้าหน้าที่แอบบ่นต่อในใจ

“นายผ่านการทดสอบแล้ว แต่มีข้อมูลบางอย่างต้องตรวจสอบนิดหน่อย รอก่อนนะ”

พอไม่พูดเรื่องค่าเสียหาย ฉินหมิงก็โล่งใจเป็นปลิดทิ้ง

แค่ตรวจสอบข้อมูล จิ๊บจ๊อยน่า คนอย่างฉินหมิงโปร่งใสยิ่งกว่ากระจก

ตอนนี้ฉินหมิงแอบดีใจลึกๆ ที่ไม่ได้รอทำสัญญากับเสี่ยวพั่งก่อนแล้วค่อยมา ไม่งั้นคงได้มีเรื่องฮา (ไม่ออก) เกิดขึ้นแน่...

แต่แล้วฉินหมิงก็นึกอะไรขึ้นได้ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมองเจ้าหน้าที่ที่ดูว่างงานแล้วเอ่ยถาม

“เอ่อ... ขอถามหน่อยครับ ผลึกอาคมนี่ขายได้ไหมครับ? แล้วต้องไปขายที่ไหน?”

เจ้าหน้าที่ทำหน้าเหมือนได้ยินผิด “สัตว์อสูรนายออกจะดีขนาดนี้ ทำไมไม่เลี้ยงให้ดีๆ เล่า!”

ฉินหมิงรู้ตัวว่าโดนเข้าใจผิด ก็รีบแก้ต่าง “คือผมมีพรสวรรค์ด้านค่ายกลน่ะครับ ให้สัตว์อสูรตัวเองกินอิ่มแล้วมันยังเหลืออีกเพียบเลย”

ฉินหมิงไม่ใช่คนขี้โม้ เลยพูดแบบถ่อมตัวไว้ก่อน

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง” เจ้าหน้าที่ร้องอ๋อ “โพสต์ขายในเว็บบอร์ดสมาคมได้เลย แต่ผลึกอาคมระดับเบื้องต้นมันราคาถูก ไม่แนะนำให้เสียเวลาทำขายตอนช่วงเริ่มต้นหรอกนะ!”

มิน่าล่ะ ตอนอยู่โรงเรียนฉินหมิงถึงไม่เคยได้ยินเรื่องการซื้อขายผลึกอาคมเลย ที่แท้เขาก็ล้ำหน้าชาวบ้านไปไกลแล้วนี่เอง

“ผมหมายถึงผลึกอาคมระดับกลางครับ” ฉินหมิงคิดว่าเจ้าหน้าที่ทางการน่าจะไว้ใจได้ เลยพูดตรงๆ

คราวนี้เจ้าหน้าที่ถึงกับสตั๊น “หา... นายเนี่ยนะ? ผลึกอาคมระดับกลาง? เป็นไปไม่ได้น่า!”

ฉินหมิงเริ่มรู้ตัวว่าอาจจะล้ำหน้าเกินไปหน่อย เลยแกล้งพูดทีเล่นทีจริง

“สงสัยผมจะเป็นอัจฉริยะมั้งครับ?”

เจ้าหน้าที่หรี่ตามอง... เชื่อก็บ้าแล้ว!

“นายมีพรสวรรค์ด้านพลังจิตใช่ไหม? คราวหน้าคราวหลังหัดปิดบังไว้บ้าง แต่ก็นะ อัจฉริยะขนาดนี้คงปิดไม่มิดหรอก”

พูดไปพูดมา สีหน้าเจ้าหน้าที่ก็เริ่มเปลี่ยนไป... เจอของจริงเข้าให้แล้วสิเรา สุดยอด!

แต่ฉินหมิงกลับงง... ผมไปมีพรสวรรค์ด้านนั้นตอนไหน?

ทำไมเจ้าตัวไม่ยักกะรู้?

แต่ดูท่าทางมั่นอกมั่นใจของเจ้าหน้าที่แล้ว ฉินหมิงก็เริ่มคล้อยตาม

เออ... จะว่าไป ช่วงนี้พลังจิตก็เพิ่มขึ้นเร็วจริงๆ นั่นแหละ

หือ? ปกติพลังจิตมันเพิ่มเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?

พอลองสัมผัสดูดีๆ ฉินหมิงก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ...

เพราะไม่มีตัวเปรียบเทียบ ก่อนหน้านี้ฉินหมิงเลยนึกว่าที่พลังเพิ่มขึ้นเป็นเพราะการบรรลุธรรม บวกกับช่วงนี้อดหลับอดนอนจนเบลอ... แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ทะลุขีดจำกัดสักที...

เอาเถอะ สรุปง่ายๆ ว่านอนเยอะเกินไปจนเพี้ยน

ฉินหมิงเลิกคิดมาก ยังไงมันก็เป็นเรื่องดี

ระหว่างรอไม่มีอะไรทำ เขาเลยเปิดอุปกรณ์สื่อสาร ทักแชทส่วนตัวหาหวังอวี่โม่

“ยืนยันตัวตนผู้อัญเชิญอสูรเสร็จยัง?”

เหล่าหวัง: “แน่นอน! พี่คนนี้คืออัจฉริยะที่ผ่านการรับรองตั้งแต่วันแรกเชียวนะ”

ฉินหมิงนึกภาพฝูงชนที่กำลังวิ่งไล่จับสัตว์อสูรอยู่ข้างนอก แล้วก็ยอมรับว่าหวังอวี่โม่ไม่ได้โม้เกินจริง

“พลังจิตนายไปถึงไหนแล้ว? อีกนานไหมกว่าจะเปิดช่องทำสัญญาที่สองได้?”

ฉินหมิงคิดว่าการมีเพื่อนวัยเดียวกันไว้เปรียบเทียบสักคนก็น่าจะดี

เหล่าหวัง: ?

“อย่าบอกนะเว้ย ว่านายจะไม่ใช่คนแล้ว!”

เหล่าหวังรอฉินหมิงตอบกลับไม่ไหว รีบโทรสายตรงมาทันที

แต่ฉินหมิงขี้เกียจคุย ตัดสายทิ้งแม่ม

เหล่าหวัง: ??

“ช่วงนี้รู้สึกติดขัดนิดหน่อย เลยลองถามดู” ฉินหมิงพิมพ์ตอบกลับไปช้าๆ

หวังอวี่โม่ที่กำลังเล่นบทสวีทกับเข่ออวิ๋นอยู่ที่บ้าน ถึงกับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่

“รู้สึกเหมือนจะทะลุได้อยู่แล้วเชียว แต่ดันติดแหง็ก ก็เลยมาเช็กความคืบหน้าชาวบ้านหน่อย” ฉินหมิงอธิบายเนิบๆ

หวังอวี่โม่รู้สึกว่าตัวเองถอนหายใจเร็วไปหน่อย ตอนนี้เริ่มแน่นหน้าอกหายใจไม่ทั่วท้อง

“ถ้านายเปิดช่องทำสัญญาที่สองได้ภายในหนึ่งเดือน มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศพร้อมปูพรมแดงรอรับนายเลยนะเว้ย!”

จริงด้วยแฮะ... ฉินหมิงตาลุกวาว

ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องมหาวิทยาลัยพวกนั้นเท่าไหร่ แต่หลังจากได้ลิ้มรสอภิสิทธิ์จากการสร้างค่ายกลรวมวิญญาณระดับกลางได้ เขาก็เข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่ง—

ขอแค่มีฝีมือถึงขั้น ของบางอย่างไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้า เดี๋ยวพวกมันก็วิ่งมาหาเอง

ฉินหมิงติดใจรสชาตินี้เข้าให้แล้ว รู้สึกว่ามันเข้ากับตัวเองสุดๆ และตั้งใจจะยึดถือแนวทางนี้ตลอดไป

ดังนั้น ฉินหมิงจึงสรุปเป้าหมายระยะสั้นของตัวเอง: พยายามเปิดช่องทำสัญญาที่สองให้ได้ภายในหนึ่งเดือน เพื่อสิทธิ์ในการเลือกมหาวิทยาลัย

รอให้เข่อต๋าโตกว่านี้อีกหน่อย ค่อยพาไปเข้ายิมหรือสำนักฝึกวิชา เพื่อฝึกฝนและเรียนรู้สกิลใหม่ๆ

เยี่ยม เป้าหมายชัดเจน

งั้นเริ่มก้าวแรกก่อนเลย โหลดแอปฯ ตรวจวัดระดับพลังงานสัตว์อสูรลงในอุปกรณ์สื่อสาร

จริงๆ แล้วที่ฉินหมิงหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาตั้งแต่แรกก็เพื่อจะทำเรื่องมีสาระนี่แหละ โทษหวังอวี่โม่ที่มาชวนคุยจนเสียเวลา!

ติดตั้งเสร็จสิ้น ยืนยันข้อมูล... ไม่ผ่าน!

ฉินหมิงมองเจ้าหน้าที่ด้วยสายตาอาฆาตแค้น ผ่านไปสิบนาทีแล้ว ยังตรวจสอบไม่เสร็จอีกเรอะ? ผ่านหรือไม่ผ่านก็บอกมาสิ!

สงสัยรังสีอำมหิตของฉินหมิงจะแผ่ไปถึง เจ้าหน้าที่เลยรีบอธิบาย “ยืนยันข้อมูลเสร็จแล้วครับ แต่ระบบหลังบ้านของทางการอาจต้องรออนุมัติ 1-3 ชั่วโมง”

เออ ก็ได้ ทำตามขั้นตอนไป

คอยดูเถอะ วันไหนรวยขึ้นมาเมื่อไหร่ พ่อจะซื้อบัตร VIP เดินสวยๆ เข้าช่องทางด่วนให้ดู! ฉินหมิงมโนภาพในใจ

“อ้อ อีกเรื่อง นี่เป็นจดหมายเชิญเข้าร่วมค่ายฝึกฤดูร้อนของมหาวิทยาลัยนครอสูร อีกหนึ่งเดือนจะเริ่ม รายละเอียดส่งเข้าหลังบ้านให้แล้ว กลับไปพิจารณาดูนะ”

ฉินหมิงตาเป็นประกาย ดูสิ... ของดีวิ่งเข้าหาเองจริงๆ ด้วย!

บัตรเชิญเข้าค่ายแบบนี้ ถ้าคว้าโควตามาได้ และไม่ไปก่อเรื่องกลางคัน ก็การันตีที่นั่งในมหาวิทยาลัยได้แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

แถมมหาวิทยาลัยนครอสูรยังเป็นท็อปเทียร์ของประเทศ ฉินหมิงไม่มีอะไรจะไม่พอใจ

ฉินหมิงรู้สึกทันทีว่าการรอคอยสิบนาทีนี้คุ้มค่าสุดๆ... ช่างเถอะ ต่อไปนี้ทำตามขั้นตอนปกติก็ได้ ไม่ต้องมีอภิสิทธิ์อะไรหรอก...

ขอแค่มีโปรโมชัน ‘ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง’ แบบวันนี้ก็พอใจแล้ว...

ฉินหมิงอารมณ์ดีจนตัวลอย และคิดว่าความสุขเป็นสิ่งที่ต้องแบ่งปัน

เขาแคปหน้าจอบัตรเชิญร้อนๆ ส่งไปให้เพื่อนรักหวังอวี่โม่ทันที

เหล่าหวัง: Σ(ŎдŎ|||)ノノ

เหล่าหวัง: “ไอ้ฉิน! นายมันไม่ใช่คนจริงๆ ด้วย... แต่ว่า... เกาะขาไปด้วยคนดิ! (:з)

จบบทที่ บทที่ 13 บัตรเชิญ

คัดลอกลิงก์แล้ว