- หน้าแรก
- นารูโตะ แม่แบบหนวดดำ
- บทที่ 36 : พิบัติภัยสั่นสะเทือนโลก
บทที่ 36 : พิบัติภัยสั่นสะเทือนโลก
บทที่ 36 : พิบัติภัยสั่นสะเทือนโลก
บทที่ 36 : พิบัติภัยสั่นสะเทือนโลก
ใครก็ตามที่เคยดู One Piece ย่อมต้องจำฉากนี้ได้แม่นยำ
ในตอนที่เอสถูกจับกุม หนวดขาวได้บุกถล่มมารีนฟอร์ดเพื่อชิงตัวเขากลับมา และวินาทีที่สงครามเริ่มต้นขึ้น เขาก็ได้มอบ "ของขวัญ" ชิ้นใหญ่ให้แก่พวกกองทัพเรือ
มันคือ สึนามิ ที่พร้อมจะกลืนกินโลกทั้งใบ
พลังระดับหายนะที่แท้จริง ซึ่งถ้าหากไม่ได้พลังเยือกแข็งของอาโอคิยิ มารีนฟอร์ดคงพินาศย่อยยับไปตั้งแต่การโจมตีครั้งแรกนั้นแล้ว
และในตอนนี้...นามิคาเสะ คิริโตะ ยืนอยู่ในท่าทางเดียวกับที่หนวดขาวเคยทำ เขาสะบัดหมัดออกไปด้านข้างด้วยท่าทีที่ดูเรียบง่ายแต่มหาศา
เพียงแต่ที่นี่ไม่ใช่ท้องทะเล แต่มันคือ แคว้นแห่งลม
ที่นี่ไม่มีน้ำ แต่มันมี "ทราย" ทรายมหาศาลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ทันทีที่ผลสั่นสะเทือนทำงาน สิ่งที่ก่อตัวขึ้นไม่ใช่คลื่นยักษ์จากมหาสมุทร
แต่มันคือ "คลื่นทราย" ขนาดมหึมาที่โถมทะยานขึ้นไปบดบังท้องฟ้าจนมืดมิด!
ตูม !!!
พายุทรายแผดคำรามราวกับสัตว์ร้ายที่เป็นดั่งหายนะเคลื่อนที่ มันกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้าในทะเลทราย แรงกระแทกที่กึกก้องกัมปนาททำให้นินจาทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้น ยกเว้นคิริโตะ ต่างเบิกตาค้างด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
"นี่มัน... พลังบ้าอะไรกัน?!"
"นั่นมัน...ความสามารถของหมอนั่นเหรอ?"
"ฉัน... ฉันต้องฝันไปแน่ๆ... ฮ่าฮ่าฮ่า"
นินจาบางคนถึงกับเสียสติไปแล้ว พลังระดับนี้มนุษย์จะไปหยุดยั้งมันได้อย่างไร?
เมื่อเห็นขวัญกำลังใจของลูกน้องพังทลาย ราสะก็กัดฟันกรอดพร้อมตะโกนก้อง
"พวกแกเป็นไองั่งกันหมดหรือไง?!"
"ข้างหลังพวกแกคือบ้านเกิดนะ!"
"หยิบอาวุธขึ้นมา เตรียมตัวรบ!"
เขาเป็นคนแรกที่กระโจนออกไป มือทั้งสองข้างประสานอินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชูขึ้นเหนือหัว
"คาถาแม่เหล็ก คลื่นทรายทอง!
ทะเลทรายเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทรายสีทองพุ่งทะยานขึ้นจากใต้ดิน ก่อตัวเป็นกำแพงยักษ์เข้าปะทะกับคลื่นทรายที่โถมเข้ามาอย่างจัง
ตูม ! ตูม ! ตูม !
ทองคำและผืนทรายเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง แรงกระแทกส่งคลื่นช็อกเวฟฉีกกระชากสนามรบ ทำให้นินจาที่อ่อนแอกว่าถึงกับกระเด็นล้มกลิ้งไปกับพื้น แสงอาทิตย์ถูกบดบังจนมืดสนิท
ทะเลทรายแห่งนี้อาจเป็นถิ่นของซึนะงาคุเระ แต่มันก็คือถิ่นของคิริโตะด้วยเช่นกัน
ในวันนี้ พลังที่แท้จริงของผลสั่นสะเทือนได้เปิดเผยให้โลกเห็นเป็นครั้งแรก
เหงื่อเม็ดเป้งไหลอาบใบหน้าของราสะ
สมาธิทุกหยดของเขาจดจ่ออยู่กับการต้านคลื่นทรายนั้นไว้ ถ้าเขาพลาดเพียงนิดเดียว ซึนะงาคุเระจะถูกลบหายไปจากแผนที่โลกทันที นินจาส่วนใหญ่อาจจะรอด แต่ชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางรอดแน่
และที่ร้ายยิ่งกว่านั้น คิริโตะยังคงยืนนิ่งอย่างใจเย็นอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม
เขายังไม่ได้เริ่ม "โจมตี" ใส่ราสะโดยตรงเลยด้วยซ้ำ
มันมีสายตาถึงสามคู่ที่กำลังจ้องมองเขาอยู่... มีอะไรที่น่าหวาดกลัวไปกว่านี้อีกไหม?
เวลาเริ่มงวดเข้ามา ราสะพานินจามาเพียงไม่กี่ร้อยคน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคนอย่างคิริโตะ จำนวนคนย่อมไร้ความหมาย เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นกองทัพมหาศาลจริงๆ
"อ๊าาา !"
ในขณะที่ซึนะกำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง โอโรจิมารุกลับกำลังคลุ้มคลั่งด้วยความปิติ
ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยความบ้าคลั่ง
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมที่สุด!"
"พลังนี่ มันคนละเรื่องกับความมืดก่อนหน้านี้เลย!"
"ระบบใหม่...กฎแห่งการทำลายล้างชุดใหม่!"
"จะไม่ให้ฉันตื่นเต้นได้ยังไงกัน?!"
"คิริโตะคุง!" โอโรจิมารุหัวเราะจนหอบ "ทำไมเราไม่กวาดล้างซึนะให้สิ้นซาก ขุดยัยแก่นั่นออกมา แล้วมุ่งหน้าไปที่ฐานลับของฉันเลยล่ะ?"
คิริโตะไม่ตอบ เขาเพียงแค่จ้องมองราสะด้วยแววตานึกสนุก
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!"
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วใบหน้าของราสะ
เขากระโดดขึ้นบนแท่นทรายทองพุ่งทะยานขึ้นสู่เวหา รีดเร้นจักระจนถึงขีดจำกัดสูงสุด
ถึงอย่างนั้น... เขาก็ทำได้แค่หยุดคลื่นทรายที่อยู่รอบตัวเขาเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังคงถาโถมเข้าหาซึนะงาคุเระอย่างไม่หยุดยั้ง
"อพยพชาวเมืองเดี๋ยวนี้!"
นินจาทรายนับร้อยแยกตัวออกไปทันที มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านเพื่อช่วยคน
ในที่สุด คลื่นทรายที่อยู่ใกล้ราสะที่สุดก็ถูกสยบลง แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเขานั้น เขาไม่มีทางหยุดมันได้เลย
ราสะหันกลับมา แววตาสังหารลุกโชน
"ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นใคร"
"แต่แกก้าวข้ามเส้นที่เกินจะให้อภัยแล้ว"
"ฉันจะฝังแกไว้ที่นี่ไปพร้อมกับชาวเมืองของพวกเราซะ!"
"คาถาแม่เหล็ก หอกธุรีทองคำ!"
ทรายทองพุ่งทะยานออกไป ควบแน่นเป็นหอกสว่านหลายเล่มที่หมุนควงด้วยความเร็วสูง ฉีกกระชากอากาศมุ่งตรงไปที่คิริโตะ
"ปล่อยความมืด บ่อน้ำทมิฬ"
คิริโตะไม่หลบ เขาตั้งใจจะทดสอบวิชานี้อยู่แล้ว
หมอกสีดำพุ่งทะยานออกไป ก่อตัวเป็นคลื่นความมืดขนาดมหึมาที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง
ไม่มีเสียงระเบิด... ไม่มีการปะทะที่รุนแรง…
หอกทองคำเหล่านั้นเพียงแค่ จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด และถูกเขมือบไปจนหมดสิ้น
ทรายทองยังคงเป็นสสาร และความมืดก็กลืนกินสสารได้ทุกชนิด
นี่คือการประยุกต์ใช้พลังของผลความมืดในรูปแบบที่ง่ายขึ้น โดยใช้จักระเป็นตัวกำหนดทิศทาง แม้จะอ่อนแอกว่าพลังดั้งเดิม แต่คุณสมบัติหลักยังคงอยู่ครบถ้วน
เมื่อเห็นว่าการโจมตีไร้ผล ราสะก็ฟาดฝ่ามือลงบนพื้นดิน
ทรายทองพุ่งพล่านใต้ฝ่าเท้า ส่งร่างของเขาให้ทะยานสูงขึ้นไปอีก
ร่างของเขาทะยานสูงขึ้นไปกว่าสิบเมตรเหนือพื้นดิน สองมือสะบัดวาดออกไปอย่างเฉียบคม
"คาถาแม่เหล็ก มหาสุสานธุลีทอง!"
ทรายทองมหาศาลพุ่งเข้าหาจากทุกทิศทุกทาง ล้อมกรอบคิริโตะ อิทาจิ และโอโรจิมารุเอาไว้ตรงกลาง ก่อนที่ทรายระลอกสองจะพุ่งตามมาติดๆ มันหมุนวนเป็นเกลียวมรณะ บีบอัดและผนึกพวกเขาไว้ภายในอย่างสมบูรณ์
นี่คือวิชาต้นแบบของ "คุกทราย" ของกาอาระ
แต่มันหนักหนากว่า... หนาแน่นกว่า... และอำมหิตกว่าหลายเท่า!
ในเสี้ยววินาทีที่ธุลีทองกำลังจะปิดตาย ราสะก็ได้เห็นสิ่งนั้น ดวงตาสีดำคู่หนึ่งที่ยังคงจ้องมองเขาพร้อมรอยยิ้มที่นิ่งสงบ
ฟุ่บ !!!
เงาร่างทั้งสามพุ่งฝ่าวงล้อมสุสานทองคำออกมาได้ทันท่วงที ทว่าราสะยังไม่ยอมจบเพียงเท่านี้
"อย่าคิดว่าจะหนีพ้น!"
จักระในร่างกายของเขาระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาวาดนิ้วชี้ตรงไปเบื้องหน้า
"คาถาแม่เหล็ก แดนสังหารธุลีทอง!"
หนามทองคำอันแหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดินราวกับห่าหอก ปักทะลวงเข้าใส่ร่างของทั้งสามคนโดยตรงอย่างแม่นยำ
พวกเขาหลบไม่พ้น!
หนามเหล่านั้นปักทะลุผ่านร่างกายอย่างจัง!
ฉั๊วะ!
เลือดสีแดงฉานกระเซ็นออกมาเป็นสาย สาดกระเด็นไปทั่วผืนทรายสีทอง
ราสะค่อยๆ ร่อนลงแตะพื้นดิน ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า เขามองดูร่างทั้งสามที่ถูกตรึงไว้ด้วยสายตาที่เย็นเยียบ
"นี่คือบทสรุป..."
"ของพวกที่กล้าบุกรุกซึนะงาคุเระ"
ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
"หึ..."