- หน้าแรก
- นารูโตะ แม่แบบหนวดดำ
- บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส
บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส
บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส
บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส
โรงพยาบาลโคโนฮะ
ในช่วงหลายวันมานี้ นับตั้งแต่ข่าวการพลีชีพของโฮคาเงะรุ่นที่สี่แพร่กระจายออกไป โลกนินจาทั้งใบก็เริ่มสั่นคลอน นินจาสอดแนมจากหมู่บ้านใหญ่ต่างลอบเข้ามาในแคว้นแห่งไฟเพื่อหยั่งเชิงสถานการณ์
ทุกครั้งที่เงาร่างเหล่านั้นถูกตรวจพบ การปะทะที่เงียบเชียบ ทว่าโชกเลือดจะปะทุขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียมและไร้ปรานี
เหตุการณ์จิ้งจอกเก้าหางอาละวาดทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้ให้หมู่บ้าน
ความสูญเสียนั้นหนักหนาสาหัสจนห้องผู้ป่วยในแผนกนินจาแพทย์หนาตาไปด้วยคนเจ็บ กลิ่นอายของความเหนื่อยล้าและความโศกเศร้าข้นคลักอยู่ในมวลอากาศ เมื่อยังไม่มีผู้ใดขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งได้ในทันที ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น จึงต้องกลับมาสวมชุดคลุมโฮคาเงะอีกครั้ง
เพื่อความมั่นคงของหมู่บ้าน... วีรบุรุษผู้ชราภาพจึงต้องกลับคืนสู่บัลลังก์
ในเวลานี้ ณ ทางเดินหน้าห้องผู้ป่วยพิเศษ ชายชราสองคนยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความเงียบ หากนินจาคนใดเดินผ่านมาเห็นย่อมต้องตกตะลึง เพราะพวกเขาคือ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น โฮคาเงะรุ่นที่สาม และ ชิมูระ ดันโซ ผู้อาวุโสแห่งโคโนฮะ
ทั้งคู่ต่างเป็นศิษย์ที่สืบทอดเจตนารมณ์จากโฮคาเงะรุ่นที่สอง เซนจู โทบิรามะ หากแต่สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ที่มา แต่คือ "ภาระ" ที่แบกรับไว้บนบ่า
ฮิรุเซ็นแบกรับ "แสงสว่าง" ของหมู่บ้าน
ส่วนดันโซนั้นแบกรับ "ความมืด"
ผ่านบานกระจกใสของห้องผู้ป่วย มองเห็นเด็กชายผมแดงคนหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง รายล้อมด้วยเครื่องมือแพทย์และสายระโยงระยาง
นามิคาเสะ คิริโตะ ตกอยู่ในอาการนิทราที่ลึกเกินจะหยั่งหลังจากฝืนกระชากพลังที่ไม่มีใครอธิบายได้ออกมา สัญญาณชีพทุกอย่างยังคงที่ ทว่าเขากลับไม่ยอมฟื้น
หลายวันที่ผ่านมา เหล่านินจาและชาวบ้านที่ยังคงเคารพรักในตัวรุ่นที่สี่ต่างพากันมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย ส่วนเด็กทารกอีกคน อุซึมากิ นารูโตะ ถูกนำไปดูแลในที่ลับภายใต้การกำกับดูแลของฮิรุเซ็นอย่างเข้มงวด
"ฮิรุเซ็น"
น้ำเสียงของดันโซต่ำพร่าและแหบแห้ง ดังก้องเบาๆ ไปตามทางเดิน
"นายยังลังเลอยู่อีกงั้นเหรอ?"
ที่นี่คือเขตหวงห้ามที่มีหน่วยลับและหน่วยรากคอยอารักขาอย่างแน่นหนา ไร้ซึ้งเงาของผู้ลอบฟัง ดันโซจึงเอ่ยออกมาอย่างขวานผ่าซากโดยไม่คิดจะอ้อมค้อม
"เฮ้อ"
ฮิรุเซ็นลดกล้องยาสูบในมือลงพลางพ่นควันสีจางออกมาอย่างช้าๆ เขารู้ดีว่าสหายเก่าหมายถึงสิ่งใด ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาต้องทำงานหนักเพื่อประคองหมู่บ้านที่บอบช้ำ ทั้งการระงับข่าวสารที่อาจรั่วไหล การรับมือนินจาสอดแนมจากต่างแคว้น ไปจนถึงการจัดพิธีศพให้เหล่าผู้พลีชีพ
แม้แต่ในยามที่ภรรยาของเขา 'ซารุโทบิ บิวาโกะ' จากไป เขาก็ยังไม่มีเวลาแม้แต่จะไว้ทุกข์ให้เธอ
ทว่าในวินาทีแรกที่เขาว่างเว้นจากภาระ... เขากลับมุ่งตรงมาที่นี่ทันที
เพียงเท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า เด็กชายคนนี้สำคัญเพียงใด
"ดันโซ" ฮิรุเซ็นเอ่ยเสียงนิ่ง
"เรื่องนี้ยังต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน นายเองก็เห็นกับตาในคืนนั้น ว่ามีขุมพลังบางอย่างซ่อนอยู่ในตัวเด็กคนนี้มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และลึกลับเกินกว่าเราจะจินตนาการ หากเราเลือกที่จะ..'ศึกษา' เขา มันย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อหมู่บ้าน"
ดันโซไม่คิดจะปกปิดเจตจำนงอันดำมืดของตน เพราะหน้าที่ของพวกเขาถูกแบ่งแยกไว้อย่างชัดเจนมานานแล้ว
"เขาคือลูกของมินาโตะนะ" ฮิรุเซ็นกล่าวต่อ สายตายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้ายามหลับใหลของคิริโตะ
หลังจากเหตุการณ์คืนเก้าหาง เขาได้พลิกหาคำตอบจากตำราต้องห้ามและบันทึกเก่าแก่จนหมด แต่กลับไม่มีสิ่งใดที่ใกล้เคียงกับพลังที่คิริโตะแสดงออกมาเลย
พลังนั้นยังคงเป็นปริศนาและสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ย่อมแฝงไปด้วยอันตราย โดยเฉพาะเมื่อร่างของมินาโตะและคุชินะหายสาบสูญไปอย่างลึกลับ
บารมีของโฮคาเงะรุ่นที่สี่ในสายตาประชาชนนั้นสูงส่งเทียบเท่ากับตัวเขาเอง
"ฮิรุเซ็น" ดันโซเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ฉันเข้าใจความลังเลของนายดี แต่ถ้าเด็กนี่ตื่นขึ้นมา... แผนการเกี่ยวกับ 'พลังสถิตร่างเก้าหาง' ที่เราวางไว้ จะไม่มีทางดำเนินไปได้ตามที่นายต้องการ"
ดันโซมั่นใจอย่างยิ่ง ในยามนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ความจริง สำหรับโลกภายนอก นามิคาเสะ มินาโตะ ทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขไว้เพียงคนเดียวคือ คิริโตะ ที่ยังคงนอนไม่ได้สติ
ประชาชนนั้นหูเบา... และความโง่เขลานั้นจำเป็นต้องมี "เป้าหมาย" ให้ลงทัณฑ์
ดังนั้น แผนการที่ดันโซเสนอและฮิรุเซ็นเห็นชอบจึงถูกกำหนดไว้เป็นมั่นเหมาะ... พลังสถิตร่างเก้าหางจะต้องกลายเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน ความแค้นจะถูกเบี่ยงทิศทาง ความหวาดกลัวจะต้องมีชื่อเรียกขาน
อุซึมากิ นารูโตะ
ไม่...ในแผนการนี้ ทารกผมทองที่มีรอยขีดบนใบหน้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ใช้นามสกุลของมินาโตะ เขาจะเป็นเพียง "ภาชนะ" ของปีศาจจิ้งจอก ความชิงชังของชาวบ้านจะถาโถมไปที่เขา และการทำเช่นนั้นจะช่วยปกปิดสถานะที่แท้จริงของพลังสถิตร่างเอาไว้ ใครเล่าจะสงสัยในตัวอสุรกายที่ทุกคนต่างรังเกียจเดียดฉันท์?
การปรากฏตัวของชายสวมหน้ากากในคืนนั้นบีบให้ฮิรุเซ็นต้องระแวดระวังจนถึงขีดสุด จนเขายอมตกลงเดินตามเกมของดันโซอย่างเต็มตัว
ทว่ามันยังมี "ตัวแปร" ที่ควบคุมไม่ได้อยู่อีกหนึ่ง
นามิคาเสะ คิริโตะ
เขายังไม่ตาย เพียงแต่กำลังหลับใหล และวินาทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้น โครงสร้างของแผนการที่วางไว้ทั้งหมดจะพังครืนลงมาทันที เพราะจะมีพี่ชายคนไหนยอมปล่อยให้น้องชายร่วมสายเลือดต้องแบกรับชื่อของปีศาจเพียงลำพัง?
ฮิรุเซ็นยังคงจำภาพในคืนนั้นได้ติดตา ร่างเล็กๆ ที่ยืนหยัดต้านทานกรงเล็บของเก้าหางอย่างองอาจ
แววตาที่เต็มไปด้วยปณิธานอันแน่วแน่เช่นนั้น…
ในยามนี้ หนึ่งในสามนินจาในตำนานได้ทรยศหมู่บ้านไปแล้ว ส่วนอีกสองคนก็พากันละทิ้งถิ่นฐาน อำนาจในการปกครองโคโนฮะเกือบทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่ไหล่ของเขาเพียงลำพัง
ต่อให้จิไรยะจะยอมกลับมา ฮิรุเซ็นก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายได้ ภายใต้คำกล่าวอ้างเรื่องการปกป้องสิ่งที่มินาโตะหลงเหลือไว้
ทว่าคิริโตะนั้นต่างออกไป…
เด็กคนนี้คือ 'ตัวแปร' ที่เขาไม่อาจคาดเดา
"มินาโตะสละชีพเพื่อปกป้องหมู่บ้าน" ฮิรุเซ็นเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ "แต่ตอนนี้ แม้แต่พลังสถิตร่างที่เป็นลูกของเขาเอง ก็ยังไม่สามารถใช้นามสกุลของเขาได้อีกต่อไป"
"หากฉันยังต้องส่งเด็กคนนี้ไปให้คนอย่างนายจัดการอีก..."
"มันก็ช่างโหดร้ายทารุณเกินไปแล้ว"
"เหอะ"
ดันโซแค่นเสียงในลำคอ
เขามีความอดทนกับความรู้สึกอ่อนไหวเช่นนี้ไม่มากนัก เพราะเขารู้ดีว่าหากไร้ซึ่งการอนุมัติจากฮิรุเซ็น แผนการใดๆ ของเขาก็ไม่มีวันดำเนินต่อไปได้ แล้วในยามที่หมู่บ้านเผชิญวิกฤตเช่นนี้ ฮิรุเซ็นเพิ่งจะมารู้สึกผิดงั้นหรือ?
ไม่มีทาง...
ดันโซรู้จักเพื่อนเก่าคนนี้ดีกว่าใคร ความรู้สึกผิดนั้นมีอยู่จริง แต่ท้ายที่สุดแล้ว 'หมู่บ้าน' จะต้องมาก่อนเสมอ ความลังเลที่แสดงออกมาจึงเป็นเพียงหน้ากากที่ฮิรุเซ็นสวมไว้เพื่อให้ตนเองรู้สึกผิดน้อยลงเท่านั้น
คำว่า "ขอพิจารณาดูก่อน" ของฮิรุเซ็น…ไม่ใช่การปฏิเสธ แต่มันคือการประวิงเวลา
เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองต่างเข้าใจความคิดของกันและกันเป็นอย่างดี บางการตัดสินใจจึงไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำ
สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการ... มีเพียงแค่เวลาเท่านั้น