เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส

บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส

บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส


บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส

โรงพยาบาลโคโนฮะ

ในช่วงหลายวันมานี้ นับตั้งแต่ข่าวการพลีชีพของโฮคาเงะรุ่นที่สี่แพร่กระจายออกไป โลกนินจาทั้งใบก็เริ่มสั่นคลอน นินจาสอดแนมจากหมู่บ้านใหญ่ต่างลอบเข้ามาในแคว้นแห่งไฟเพื่อหยั่งเชิงสถานการณ์

ทุกครั้งที่เงาร่างเหล่านั้นถูกตรวจพบ การปะทะที่เงียบเชียบ ทว่าโชกเลือดจะปะทุขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียมและไร้ปรานี

เหตุการณ์จิ้งจอกเก้าหางอาละวาดทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้ให้หมู่บ้าน

ความสูญเสียนั้นหนักหนาสาหัสจนห้องผู้ป่วยในแผนกนินจาแพทย์หนาตาไปด้วยคนเจ็บ กลิ่นอายของความเหนื่อยล้าและความโศกเศร้าข้นคลักอยู่ในมวลอากาศ เมื่อยังไม่มีผู้ใดขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งได้ในทันที ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น จึงต้องกลับมาสวมชุดคลุมโฮคาเงะอีกครั้ง

เพื่อความมั่นคงของหมู่บ้าน... วีรบุรุษผู้ชราภาพจึงต้องกลับคืนสู่บัลลังก์

ในเวลานี้ ณ ทางเดินหน้าห้องผู้ป่วยพิเศษ ชายชราสองคนยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความเงียบ หากนินจาคนใดเดินผ่านมาเห็นย่อมต้องตกตะลึง เพราะพวกเขาคือ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น โฮคาเงะรุ่นที่สาม และ ชิมูระ ดันโซ ผู้อาวุโสแห่งโคโนฮะ

ทั้งคู่ต่างเป็นศิษย์ที่สืบทอดเจตนารมณ์จากโฮคาเงะรุ่นที่สอง เซนจู โทบิรามะ หากแต่สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ที่มา แต่คือ "ภาระ" ที่แบกรับไว้บนบ่า

ฮิรุเซ็นแบกรับ "แสงสว่าง" ของหมู่บ้าน

ส่วนดันโซนั้นแบกรับ "ความมืด"

ผ่านบานกระจกใสของห้องผู้ป่วย มองเห็นเด็กชายผมแดงคนหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง รายล้อมด้วยเครื่องมือแพทย์และสายระโยงระยาง

นามิคาเสะ คิริโตะ ตกอยู่ในอาการนิทราที่ลึกเกินจะหยั่งหลังจากฝืนกระชากพลังที่ไม่มีใครอธิบายได้ออกมา  สัญญาณชีพทุกอย่างยังคงที่ ทว่าเขากลับไม่ยอมฟื้น

หลายวันที่ผ่านมา เหล่านินจาและชาวบ้านที่ยังคงเคารพรักในตัวรุ่นที่สี่ต่างพากันมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย ส่วนเด็กทารกอีกคน อุซึมากิ นารูโตะ ถูกนำไปดูแลในที่ลับภายใต้การกำกับดูแลของฮิรุเซ็นอย่างเข้มงวด

"ฮิรุเซ็น"

น้ำเสียงของดันโซต่ำพร่าและแหบแห้ง ดังก้องเบาๆ ไปตามทางเดิน

"นายยังลังเลอยู่อีกงั้นเหรอ?"

ที่นี่คือเขตหวงห้ามที่มีหน่วยลับและหน่วยรากคอยอารักขาอย่างแน่นหนา ไร้ซึ้งเงาของผู้ลอบฟัง ดันโซจึงเอ่ยออกมาอย่างขวานผ่าซากโดยไม่คิดจะอ้อมค้อม

"เฮ้อ"

ฮิรุเซ็นลดกล้องยาสูบในมือลงพลางพ่นควันสีจางออกมาอย่างช้าๆ เขารู้ดีว่าสหายเก่าหมายถึงสิ่งใด ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาต้องทำงานหนักเพื่อประคองหมู่บ้านที่บอบช้ำ ทั้งการระงับข่าวสารที่อาจรั่วไหล การรับมือนินจาสอดแนมจากต่างแคว้น ไปจนถึงการจัดพิธีศพให้เหล่าผู้พลีชีพ

แม้แต่ในยามที่ภรรยาของเขา 'ซารุโทบิ บิวาโกะ' จากไป เขาก็ยังไม่มีเวลาแม้แต่จะไว้ทุกข์ให้เธอ

ทว่าในวินาทีแรกที่เขาว่างเว้นจากภาระ... เขากลับมุ่งตรงมาที่นี่ทันที

เพียงเท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า เด็กชายคนนี้สำคัญเพียงใด

"ดันโซ" ฮิรุเซ็นเอ่ยเสียงนิ่ง

"เรื่องนี้ยังต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน นายเองก็เห็นกับตาในคืนนั้น ว่ามีขุมพลังบางอย่างซ่อนอยู่ในตัวเด็กคนนี้มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และลึกลับเกินกว่าเราจะจินตนาการ หากเราเลือกที่จะ..'ศึกษา' เขา มันย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อหมู่บ้าน"

ดันโซไม่คิดจะปกปิดเจตจำนงอันดำมืดของตน เพราะหน้าที่ของพวกเขาถูกแบ่งแยกไว้อย่างชัดเจนมานานแล้ว

"เขาคือลูกของมินาโตะนะ" ฮิรุเซ็นกล่าวต่อ สายตายังคงจับจ้องไปที่ใบหน้ายามหลับใหลของคิริโตะ

หลังจากเหตุการณ์คืนเก้าหาง เขาได้พลิกหาคำตอบจากตำราต้องห้ามและบันทึกเก่าแก่จนหมด แต่กลับไม่มีสิ่งใดที่ใกล้เคียงกับพลังที่คิริโตะแสดงออกมาเลย

พลังนั้นยังคงเป็นปริศนาและสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ย่อมแฝงไปด้วยอันตราย โดยเฉพาะเมื่อร่างของมินาโตะและคุชินะหายสาบสูญไปอย่างลึกลับ

บารมีของโฮคาเงะรุ่นที่สี่ในสายตาประชาชนนั้นสูงส่งเทียบเท่ากับตัวเขาเอง

"ฮิรุเซ็น" ดันโซเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ฉันเข้าใจความลังเลของนายดี แต่ถ้าเด็กนี่ตื่นขึ้นมา... แผนการเกี่ยวกับ 'พลังสถิตร่างเก้าหาง' ที่เราวางไว้ จะไม่มีทางดำเนินไปได้ตามที่นายต้องการ"

ดันโซมั่นใจอย่างยิ่ง ในยามนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ความจริง สำหรับโลกภายนอก นามิคาเสะ มินาโตะ ทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขไว้เพียงคนเดียวคือ คิริโตะ ที่ยังคงนอนไม่ได้สติ

ประชาชนนั้นหูเบา... และความโง่เขลานั้นจำเป็นต้องมี "เป้าหมาย" ให้ลงทัณฑ์

ดังนั้น แผนการที่ดันโซเสนอและฮิรุเซ็นเห็นชอบจึงถูกกำหนดไว้เป็นมั่นเหมาะ... พลังสถิตร่างเก้าหางจะต้องกลายเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน ความแค้นจะถูกเบี่ยงทิศทาง ความหวาดกลัวจะต้องมีชื่อเรียกขาน

อุซึมากิ นารูโตะ

ไม่...ในแผนการนี้ ทารกผมทองที่มีรอยขีดบนใบหน้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ใช้นามสกุลของมินาโตะ เขาจะเป็นเพียง "ภาชนะ" ของปีศาจจิ้งจอก ความชิงชังของชาวบ้านจะถาโถมไปที่เขา และการทำเช่นนั้นจะช่วยปกปิดสถานะที่แท้จริงของพลังสถิตร่างเอาไว้ ใครเล่าจะสงสัยในตัวอสุรกายที่ทุกคนต่างรังเกียจเดียดฉันท์?

การปรากฏตัวของชายสวมหน้ากากในคืนนั้นบีบให้ฮิรุเซ็นต้องระแวดระวังจนถึงขีดสุด จนเขายอมตกลงเดินตามเกมของดันโซอย่างเต็มตัว

ทว่ามันยังมี "ตัวแปร" ที่ควบคุมไม่ได้อยู่อีกหนึ่ง

นามิคาเสะ คิริโตะ

เขายังไม่ตาย เพียงแต่กำลังหลับใหล และวินาทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้น โครงสร้างของแผนการที่วางไว้ทั้งหมดจะพังครืนลงมาทันที เพราะจะมีพี่ชายคนไหนยอมปล่อยให้น้องชายร่วมสายเลือดต้องแบกรับชื่อของปีศาจเพียงลำพัง?

ฮิรุเซ็นยังคงจำภาพในคืนนั้นได้ติดตา ร่างเล็กๆ ที่ยืนหยัดต้านทานกรงเล็บของเก้าหางอย่างองอาจ

แววตาที่เต็มไปด้วยปณิธานอันแน่วแน่เช่นนั้น…

ในยามนี้ หนึ่งในสามนินจาในตำนานได้ทรยศหมู่บ้านไปแล้ว ส่วนอีกสองคนก็พากันละทิ้งถิ่นฐาน อำนาจในการปกครองโคโนฮะเกือบทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่ไหล่ของเขาเพียงลำพัง

ต่อให้จิไรยะจะยอมกลับมา ฮิรุเซ็นก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายได้ ภายใต้คำกล่าวอ้างเรื่องการปกป้องสิ่งที่มินาโตะหลงเหลือไว้

ทว่าคิริโตะนั้นต่างออกไป…

เด็กคนนี้คือ 'ตัวแปร' ที่เขาไม่อาจคาดเดา

"มินาโตะสละชีพเพื่อปกป้องหมู่บ้าน" ฮิรุเซ็นเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ "แต่ตอนนี้ แม้แต่พลังสถิตร่างที่เป็นลูกของเขาเอง ก็ยังไม่สามารถใช้นามสกุลของเขาได้อีกต่อไป"

"หากฉันยังต้องส่งเด็กคนนี้ไปให้คนอย่างนายจัดการอีก..."

"มันก็ช่างโหดร้ายทารุณเกินไปแล้ว"

"เหอะ"

ดันโซแค่นเสียงในลำคอ

เขามีความอดทนกับความรู้สึกอ่อนไหวเช่นนี้ไม่มากนัก เพราะเขารู้ดีว่าหากไร้ซึ่งการอนุมัติจากฮิรุเซ็น แผนการใดๆ ของเขาก็ไม่มีวันดำเนินต่อไปได้ แล้วในยามที่หมู่บ้านเผชิญวิกฤตเช่นนี้ ฮิรุเซ็นเพิ่งจะมารู้สึกผิดงั้นหรือ?

ไม่มีทาง...

ดันโซรู้จักเพื่อนเก่าคนนี้ดีกว่าใคร ความรู้สึกผิดนั้นมีอยู่จริง แต่ท้ายที่สุดแล้ว 'หมู่บ้าน' จะต้องมาก่อนเสมอ ความลังเลที่แสดงออกมาจึงเป็นเพียงหน้ากากที่ฮิรุเซ็นสวมไว้เพื่อให้ตนเองรู้สึกผิดน้อยลงเท่านั้น

คำว่า "ขอพิจารณาดูก่อน" ของฮิรุเซ็น…ไม่ใช่การปฏิเสธ แต่มันคือการประวิงเวลา

เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองต่างเข้าใจความคิดของกันและกันเป็นอย่างดี บางการตัดสินใจจึงไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำ

สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการ... มีเพียงแค่เวลาเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 5 : แผนลับใต้เงามืด และปณิธานของเหล่าผู้อาวุโส

คัดลอกลิงก์แล้ว