- หน้าแรก
- นารูโตะ แม่แบบหนวดดำ
- บทที่ 4 : คำสั่งเสียสุดท้ายภายใต้แสงดาว
บทที่ 4 : คำสั่งเสียสุดท้ายภายใต้แสงดาว
บทที่ 4 : คำสั่งเสียสุดท้ายภายใต้แสงดาว
บทที่ 4 : คำสั่งเสียสุดท้ายภายใต้แสงดาว
"เฮ้อ"
เมื่อเห็นว่าวิชาผนึกสำเร็จลุล่วง นามิคาเสะ มินาโตะ ก็ระบายลมหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด นับตั้งแต่ค่ำคืนอันยาวนานนี้เริ่มต้นขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่ร่องรอยแห่งความโล่งใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
เขารีบถลาเข้าไปหาบุตรชายคนโตทันที
คุชินะประคองศีรษะของคิริโตะขึ้นมาวางบนตักอย่างทะนุถนอม เพื่อให้เขาได้พักในท่าที่สบายขึ้น
"คิริโตะ...ทำไมลูกถึงทำอะไรบ้าระห่ำแบบนี้?"
"พ่อกับแม่อยู่นี่แล้ว การปกป้องลูกมันเป็นหน้าที่ของพวกเรานะ"
แม้ถ้อยคำจะฟังดูเข้มงวด แต่ความอาทรที่เจืออยู่ในน้ำเสียงนั้นกลับชัดเจนยิ่ง
มันช่างอบอุ่นเสียจนคนฟังรู้สึกปวดใจ
"ผม... ผมแค่ไม่อยากมีชีวิตอยู่โดยต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"
คิริโตะตอบหลังจากหอบหายใจเพื่อเรียกกำลัง น้ำเสียงของเขาหนักแน่นแม้ร่างกายจะอ่อนแรง
มินาโตะมองดูลูกชายอยู่เงียบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะอุ้มทารกน้อยที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา
"คิริโตะ...ตั้งแต่นารูโตะเกิดมา ลูกยังไม่ได้มองหน้าน้องชัดๆ เลยใช่ไหม?"
ทั้งสี่คนนั่งล้อมวงกันอยู่บนผืนดิน ในวินาทีสั้นๆ นั้น บรรยากาศรอบกายกลับสงบสุขอย่างประหลาด นารูโตะหยุดร้องไห้แล้ว ดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์กวาดมองไปรอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น โดยหารู้ไม่ว่าเพิ่งเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นกับครอบครัว
"นารูโตะ"
คิริโตะจ้องมองน้องชายด้วยสายตาที่ซับซ้อน
ในชาติก่อน เขาจดจำเรื่องราวของนารูโตะได้ทุกแง่มุม เขาเคยเวทนาในโชคชะตาของเด็กคนนี้ และเคยสาปแช่งโลกที่ช่างใจร้ายเหลือเกิน
ลูกชายของวีรบุรุษแต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นปีศาจ ไร้พ่อแม่ ไร้ไออุ่น มีเพียงความโดดเดี่ยวและการเหยียดหยาม
เขาเคยกระทั่งล้อเล่นกับกลุ่มเพื่อนว่า นารูโตะคงต้องใช้ 'วิชาลับกระสุนปาก' กล่อมเกลาพระเจ้าไปไม่น้อย มิเช่นนั้นคนเราจะทนรับความโหดร้ายทั้งหมดนั่น แล้วยังเติบโตมาเป็นคนที่มีจิตใจสว่างไสวและอ่อนโยนขนาดนี้ได้อย่างไร?
แต่ในตอนนี้ นารูโตะคนนั้นคือ 'น้องชาย' ของเขา
ไม่ว่าความรู้สึกในใจจะยุ่งเหยิงเพียงใด... ไม่ว่า 'ชะตากรรม' เดิมจะขีดเขียนไว้อย่างไร
ครั้งนี้ ฉันจะเป็นคนปกป้องเขาเอง
"แค่กๆ..."
ทว่าความอบอุ่นนั้นช่างแสนสั้น คุชินะเริ่มไอออกมาอย่างรุนแรง ร่างกายที่อ่อนล้าสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
"คุชินะ!"
"แม่ครับ...แม่!"
เธอยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าเป็นสัญญาณว่าไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนจะทอดสายตามองบุตรชายทั้งสองด้วยแววตาอาลัยรัก
"แม่ขอโทษนะ... คิริโตะ...นารูโตะ..."
"แม่คง...ไม่มีโอกาสได้อยู่ดูพวกลูกเติบโตอีกแล้ว"
มินาโตะมองดูลูกๆ ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและขมขื่นไม่ต่างกัน
"คุชินะ... ตอนที่ฉันผนึกเก้าหางเมื่อครู่ ฉันได้ฝากกุญแจไว้กับเกโรโทระแล้ว และจะเอามันไปฝากไว้ที่อาจารย์จิไรยะ"
"นอกจากนี้ ฉันยังได้ผนึกจักระที่เหลือของเธอไว้ในตัวนารูโตะด้วย ในอนาคตเมื่อเขาเติบโตขึ้นและถึงเวลาที่สมควร...พวกเธอจะได้พบกันอีกครั้ง
เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเหยียดหลังตรง
"เวลาของพวกเราเหลือไม่มากแล้ว มีอะไรที่อยากจะบอกลูก...ก็บอกเถอะ"
คุชินะยื่นมือไปแตะแก้มอันนุ่มนิ่มของนารูโตะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลูบผมของคิริโตะ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
"นารูโตะ... คิริโตะ..."
"อย่ากินของสุ่มสี่สุ่มห้า กินข้าวให้ครบทุกมื้อและโตมาให้แข็งแรงนะจ๊ะ"
"ต้องอาบน้ำอุ่นทุกวันด้วยล่ะ"
"แล้วก็ห้ามนอนดึก ต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอนะ"
"แล้วก็... ต้องหาเพื่อนด้วยนะจ๊ะ"
เธอยิ้มออกมาจางๆ
"โดยเฉพาะลูกนะคิริโตะ ลูกเงียบขรึมมาตั้งแต่เด็ก... พ่อกับแม่กังวลเสมอว่าลูกจะมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม แม่เองก็ไม่ใช่คนเก่งเรื่องการผูกมิตรเท่าไหร่ แต่ทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ถนัดและไม่ถนัดต่างกันไป"
"เพราะฉะนั้น ถ้าลูกเรียนรู้อะไรไม่ได้ในทันที... ก็อย่าเพิ่งท้อแท้นะจ๊ะ"
"จงเคารพอาจารย์และรุ่นพี่ให้มากๆ"
"อ้อ แล้วก็เรื่อง 'สามข้อห้ามของนินจา'"
"ข้อแรก อย่ากู้หนี้ยืมสินใครตามใจชอบ เงินรางวัลจากภารกิจต้องรู้จักเก็บออมไว้"
"ห้ามดื่มเหล้าจนกว่าจะอายุครบยี่สิบปีนะจ๊ะ"
ดวงตาของเธอแดงก่ำ แต่นางก็ฝืนใจที่จะพูดต่อไป
"ดื่มมากไปมันไม่ดีต่อสุขภาพ... ต้องรู้จักความพอดี"
"และข้อห้ามข้อสุดท้าย..."
"ผู้หญิง"
เธอหัวเราะออกมาอย่างอ่อนแรง
"แม่เองก็เป็นผู้หญิง เลยไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงดี แต่ช้าหรือเร็ว พวกลูกก็ต้องมีความรัก"
"แค่... ระวังอย่าไปพัวพันกับผู้หญิงแปลกๆ เข้าล่ะ"
"หาผู้หญิงที่วิเศษ... ให้ได้เหมือนแม่นะจ๊ะ"
"และถ้าพูดถึงเรื่องสามข้อห้าม..."
"พวกลูกต้องระวังอาจารย์จิไรยะไว้ให้ดีๆ เลยนะ"
"นารูโตะ... คิริโตะ..."
"ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดเรื่องที่เจ็บปวดเพียงใด..."
"ลูกจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย"
"แต่จงก้าวเดินต่อไปในจังหวะของตัวเอง"
"จงยึดมั่นในความฝัน"
"เชื่อมั่นในตัวเอง... และทำตามความฝันนั้นให้สำเร็จ"
"แม่ยังมี... อีกหลายเรื่องที่อยากจะพูดกับพวกลูก"
"แม่ยังอยากจะมีชีวิตอยู่กับพวกลูกต่อ..."
"แม่รักลูกนะ"
หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มของคุชินะในที่สุด
"มินาโตะ... ขอโทษนะ ฉันคงพูดมากไปหน่อย..."
มินาโตะส่ายหน้าช้าๆ "ไม่หรอก... ไม่เป็นไรเลย"
"นารูโตะ... คิริโตะ..." เขาทอดสายตามองลูกชายทั้งสอง "สิ่งที่พ่ออยากจะบอก... ก็เหมือนกับที่คุณแม่จอมจู้จี้ของลูกบอกไปนั่นแหละ"
เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขณะจ้องมองคิริโตะ
"คิริโตะ... อนาคตฝากไว้ในมือลูกด้วยนะ"
"พ่อไม่ได้แค่ฝากกุญแจไว้กับเกโรโทระเท่านั้น แต่พ่อยังส่งข่าวให้อาจารย์จิไรยะรีบกลับมาด้วย"
"เมื่อมีอะไรเกิดขึ้น... อย่าพยายามแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ถึงเขาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้ในบางครั้ง... แต่เขาคือคนที่ลูกไว้วางใจได้ที่สุด"
คิริโตะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เขาเข้าใจความหมายของพ่อทันที
พ่อของเขาไม่ใช่แค่คนอบอุ่น แต่ยังเป็นคนที่มองการณ์ไกลและเฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้คิริโตะได้แสดงพลังที่ผิดมนุษย์มนาออกมา ส่วนนารูโตะก็กลายเป็นพลังสถิตร่างเก้าหาง สายตาจากทั่วทุกสารทิศย่อมจับจ้องมาที่พวกเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ การตามตัวจิไรยะกลับมาจึงเป็นการกางปีกปกป้องสองพี่น้องที่ดีที่สุด
"ครับ"
คิริโตะพยักหน้ารับคำสั้นๆ เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูดมากกว่านั้น เพราะเกรงว่าหากขยับริมฝีปาก ความอัดอั้นทั้งหมดจะระเบิดออกมาจนควบคุมไม่อยู่
"คิริโตะ..."
"พ่อกับแม่... ขอโทษนะ..."
สองเสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ร่างของมินาโตะและคุชินะจะทรุดลงข้างกัน ในวาระสุดท้ายของชีวิต สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของทั้งคู่คือภาพของลูกๆ
คิริโตะค่อยๆ หยัดยืนขึ้นอย่างช้าๆ
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด... ครอบครัวที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัส... บัดนี้ได้จากไปแล้ว
การมีจิตใจที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บปวดทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้เขารับรู้ถึงความสูญเสียได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ความปวดร้าวที่ฉีกกระชากอยู่ในอกทำให้เขาแทบสิ้นลมหายใจ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาล้ม
เมื่อพลังชีวิตของคุชินะดับมอดลง โซ่พันธนาการนิรันดร์ก็เลือนหายไป ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น และนินจาคนอื่นๆ ต่างรีบพุ่งตรงมาทางนี้
"ไม่...!"
"จะปล่อยให้พวกเขากลายเป็นศพในกำมือคนพวกนั้นไม่ได้!"
"มันยังพอมีทาง... ยังมีโอกาส!"
"หึๆ...นึกออกแล้ว!"
ประกายไฟประหลาดที่ดูคล้ายอาการคุ้มคลั่งวาบขึ้นในดวงตาของคิริโตะ เขาทรุดเข่าลงกับพื้นทั้งที่เรี่ยวแรงเหือดแห้ง ก่อนจะกดฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนผืนธรณี
"ความมืดมิด... จงกลืนกิน!"
หมอกสีดำทมิฬหนาทึบพวยพุ่งออกจากร่างกายของเขา มันแผ่ขยายออกไปกลืนกินร่างของมินาโตะและคุชินะจนมิด
"คิริโตะ! เธอกำลังจะทำอะไรน่ะ?!"
ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ตะโกนก้องด้วยสัญชาตญาณ แต่ทว่ามันสายไปเสียแล้ว
ร่างของคนทั้งสองค่อยๆ จมดิ่งและเลือนหายไปในเงามืดนั้นอย่างช้าๆ ก่อนที่คิริโตะจะหงายหลังล้มลงในสภาพที่เหนื่อยอ่อนจนถึงขีดสุด
ทว่า... ที่มุมปากของเขากลับปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมา