- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกยุทธ์ขั้นสูง แท้จริงแล้วข้าคือผู้ฝึกตนมาร
- บทที่ 99 จางเจิ้นสงกำลังจะมาอวิ๋นหยาง
บทที่ 99 จางเจิ้นสงกำลังจะมาอวิ๋นหยาง
บทที่ 99 จางเจิ้นสงกำลังจะมาอวิ๋นหยาง
บทที่ 99 จางเจิ้นสงกำลังจะมาอวิ๋นหยาง
นอกเมืองอวิ๋นหยาง
เฉินหยางสร้างกระท่อมไม้ขึ้นที่ยอดเขาแห่งหนึ่งห่างจากเมืองอวิ๋นหยางประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตร ภายในเขาประกอบเครื่องรับส่งวิทยุไร้สายขนาดใหญ่
หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง ในที่สุดเขาก็ติดต่อกับเมืองเจียงได้สำเร็จ
"ฮัลโหล อาจารย์จางหรือขอรับ ข้าเฉินหยางเอง"
"ข้าจางเจิ้นสง เฉินหยาง เจ้าถึงไหนแล้ว!" จางเจิ้นสงรีบคว้าหูโทรศัพท์ขึ้นมา น้ำเสียงดูรีบร้อน หลังจากเฉินหยางออกจากเมืองเจียงไปไม่นาน สัญญาณก็ขาดหายไปกว่าครึ่งเดือน เขาจะไม่กังวลได้อย่างไร
"ข้ามาถึงด้านนอกเมืองอวิ๋นหยางแล้วขอรับ"
"อวิ๋นหยางอยู่ที่ไหนกันแน่ เจ้าติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณหรือยัง"
"ติดตั้งเรียบร้อยแล้วขอรับ"
"ตกลง รอข้าเดี๋ยว ข้าจะสั่งให้สถานีเรดาร์เริ่มสแกนพิกัด" จางเจิ้นสงสั่งการทันที คนสนิทรีบโทรศัพท์แจ้งสถานีเรดาร์นอกเมืองทันที
ไม่ถึงสามนาที จางเจิ้นสงก็ได้รับรายงานกลับมา พิกัดของเฉินหยางอยู่ห่างออกไปกว่าสี่พันกิโลเมตร สัญญาณอ่อนมากและมีความคลาดเคลื่อนสูงจนไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้
"เฉินหยาง ตอนนี้เจ้าอยู่ห่างจากเมืองเจียงเป็นเส้นตรงประมาณสี่พันกิโลเมตร สัญญาณแย่มากและคลาดเคลื่อนสูง เจ้าไม่ได้ติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณ รีเลย์ ระหว่างทางรึ?"
"เปล่าขอรับ เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยเลยทำไม่ทัน"
"เอาเถอะ แล้วสถานการณ์ในอวิ๋นหยางเป็นอย่างไรบ้าง"
"อวิ๋นหยางปลอดภัยดีขอรับ มีประชากรประมาณหนึ่งล้านคน..." เฉินหยางรายงานข้อมูลพื้นฐานของอวิ๋นหยางให้จางเจิ้นสงฟัง รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เฉินเซิ่งส่งกลับมาให้
เช่น ชาวเมืองอวิ๋นหยางมีความศรัทธาอย่างบ้าคลั่งต่อตำหนักซ่างชิง ดูราวกับถูกล้างสมองด้วยลัทธิศาสนา นอกจากนี้ในเมืองยังมีอดฝีมือมากมาย เบื้องหน้ามีนักยุทธ์ระดับเหนือสามัญอย่างน้อยสามคน
รวมถึงเรื่องตระกูลสวีที่ตั้งหลักในอวิ๋นหยางได้แล้ว และพวกเขานำความลับเทคโนโลยีของเมืองเจียงไปแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับอวิ๋นหยางอย่างใกล้ชิด
"เฉินหยาง ข้าทราบสถานการณ์เบื้องต้นแล้ว ข้าจะเรียกประชุมคณะกรรมการความมั่นคง อีกสามวันในเวลานี้ข้าจะติดต่อกลับมา อย่าลืมเปิดเครื่องล่ะ"
"รับทราบขอรับอาจารย์"
"ระวังตัวด้วยนะ ทางบ้านเจ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี"
"ขอบพระคุณอาจารย์มากขอรับ ข้าขอวางสายก่อน" เฉินหยางปิดวิทยุและผ่อนลมหายใจยาว จางเจิ้นสงช่างเป็นห่วงเขาจริงๆ
ทางด้านเมืองเจียง จางเจิ้นสงวางหูโทรศัพท์และอ่านบันทึกที่เลขาจดไว้อยู่หลายรอบ ก่อนจะสั่งให้คนไปแจ้งกรรมการอีกสี่คนเพื่อเข้าร่วมประชุม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ภายในห้องประชุมคณะกรรมการความมั่นคงเมืองเจียง แกนนำทั้งห้าคนมารวมตัวกันพร้อมหน้า
จางเจิ้นสงเล่าเรื่องราวของเมืองอวิ๋นหยางให้ฟัง หนึ่งในกรรมการจึงเอ่ยขึ้นว่า "กรรมการจาง ตามความเห็นของท่าน พวกเราควรจะรับมือกับอวิ๋นหยางอย่างไรดี ควรให้สถานีเรดาร์ติดต่อประสานงานในนามทางการไหม?"
"กรรมการจาง ข้าเห็นว่าเราควรแยกแยะให้ชัดก่อนว่าอวิ๋นหยางเป็นมิตรหรือศัตรู ตอนนี้อวิ๋นหยางถูกปกครองโดยสำนักพรต พวกเขายังนับเป็นส่วนหนึ่งของเซี่ยกั๋วอยู่รึเปล่า?"
"กรรมการจาง ตระกูลสวีขายความลับของเมืองเจียงไปตั้งเท่าไหร่ ข้าเห็นว่าควรส่งคำขาดในนามทางการให้อวิ๋นหยางส่งตัวคนตระกูลสวีกลับมาให้หมด"
ทุกคนต่างถกเถียงและเสนอความเห็นที่หลากหลายจนจางเจิ้นสงเริ่มปวดหัว
เขาไม่ได้มีบารมีเหมือนสวีเหวินเทียน และไม่ได้มีอาวุโสเท่าฟางโป๋ชิง จึงคุมคนพวกนี้ลำบาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของเมืองเจียงลดลงไปมาก
"ทุกท่าน เมืองอวิ๋นหยางในตอนนี้คือขุมกำลังของมนุษย์เหมือนกับเรา ไม่ควรตั้งตนเป็นศัตรูต่อกัน ส่วนเรื่องความลับเทคโนโลยีเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ อวิ๋นหยางควรจะเป็นเพื่อนกับเรามากกว่าศัตรู"
"แล้วเรื่องตระกูลสวีล่ะจะทำอย่างไร? มีคนหนีไปตั้งร้อยกว่าคน ถ้าพวกมันกลับมาแก้แค้นล่ะจะว่ายังไง? หรือถ้าพวกมันหลอกล่อให้อวิ๋นหยางยกทัพมาบุกเราล่ะ อวิ๋นหยางน่ะมียอดฝีมือระดับเหนือสามัญตั้งหลายคนนะ"
"เอาล่ะๆ ทุกท่าน อย่าเถียงกันเลย เรื่องอวิ๋นหยางจะเป็นมิตรหรือศัตรูคงต้องดูท่าทีของพวกเขาด้วย ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจว่า จะนำทีมเดินทางไปที่เมืองอวิ๋นหยางด้วยตนเอง เพื่อไปสืบดูตื้นลึกหนาบางของที่นั่น"
จางเจิ้นสงตัดสินใจแบบสายฟ้าแลบว่าจะเดินทางขึ้นเหนือไปอวิ๋นหยาง
สาเหตุที่เขาตัดสินใจกะทันหันเช่นนี้ เป็นเพราะตอนนี้ชีวิตในเมืองเจียงของเขามันช่างลำบากเหลือเกิน ภายใต้หลักการที่ว่า 'ความสามารถมาก ความรับผิดชอบก็มากตาม' จางเจิ้นสงจึงกลายเป็นคนที่งานล้นมือที่สุดในคณะกรรมการ
เขาต้องทำงานหนักจนดึกดื่นทุกวัน เวลาฝึกบำเพ็ญเพียรแทบไม่มี แม้แต่เวลานอนยังจะหาได้ยาก และทำงานหนักไปก็ใช่ว่าจะได้รับคำชม กรรมการคนอื่นต่างคอยขัดแข้งขัดขาเขาอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งจางเจิ้นสงถึงกับเริ่มนึกถึงสมัยที่สวีเหวินเทียนยังอยู่เสียด้วยซ้ำ
ในตอนนี้แผนการอพยพของเมืองเจียงกำลังเร่งด่วน การก่อสร้างพื้นฐานในเขตปลอดภัยสร้างผลกำไรมหาศาล จนเหล่าบริษัทในเมืองเจียงต่างแย่งชิงกันจนหัวแตก ทรัพยากรเหมืองแร่ในเขตใหม่ก็เป็นชิ้นปลามันที่ทุกฝ่ายจ้องจะงาบ จนพวกเขาวิ่งวุ่นวายมาขอความช่วยเหลือจากจางเจิ้นสงไม่เว้นแต่ละวัน
จางเจิ้นสงจึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า สู้เขาหลบออกไปข้างนอกสักพักดีกว่า ปล่อยให้พวกมันแย่งชิงผลประโยชน์กันให้เสร็จก่อน แล้วเขาค่อยกลับมาสะสางทีหลัง
"กรรมการจาง แล้วท่านจะไปนานแค่ไหน"
"อย่างน้อยก็หนึ่งเดือน แค่เวลาเดินทางไปกลับก็กินเวลาไปหนึ่งเดือนแล้ว และยังต้องสำรวจเมืองอวิ๋นหยางอีก เฉินหยางบอกข้าว่าที่นั่นมียอดฝีมือเหนือสามัญหลายคน ระบบวิถียุทธ์ของพวกเขาเจริญก้าวหน้ากว่าเรา พวกเราจำเป็นต้องไปศึกษาเรียนรู้"
"มันจะไม่นานไปรึขอรับ เมืองเจียงขาดท่านไม่ได้นะ"
"เวลาแค่เดือนสองเดือนเอง เมืองเจียงขาดจางเจิ้นสงคนเดียวคงไม่ถึงกับพินาศหรอกมั้ง ทุกท่านหัดรับผิดชอบงานกันบ้างเถอะ"
จางเจิ้นสงกล่าวอย่างจนใจ ยามแย่งชิงอำนาจล่ะเก่งนัก แต่พอยามต้องทำงานใหญ่กลับพากันเกี่ยงไปมา ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเจ้าทำตัวแบบนี้ ข้าจางเจิ้นสงจะลำบากถ่อไปถึงอวิ๋นหยางทำไมกัน
......
นอกเมืองอวิ๋นหยาง
"อาจารย์จางจะมาอวิ๋นหยางรึ?" เฉินหยางเปิดวิทยุในอีกสามวันต่อมา และเมื่อได้ยินว่าจางเจิ้นสงจะมาเมืองอวิ๋นหยาง เขาก็ขมวดคิ้วทันที
"ใช่ขอรับ จะออกเดินทางในอีกสามวัน คาดว่าจะถึงภายในครึ่งเดือน"
"อาจารย์ขอรับ แล้วข้าต้องทำอย่างไรต่อ"
"เจ้าต้องหาทางพบกับชิวหยางแห่งตำหนักซ่างชิงให้ได้ก่อนที่ข้าจะไปถึง และจงสืบดูบุคลิกนิสัยใจคอของเขามาให้ละเอียด เพื่อข้าจะได้มีข้อมูลประกอบการเจรจา และที่สำคัญคือคอยจับตาดูคนตระกูลสวีไว้ให้มั่น"
"ได้ขอรับอาจารย์ ข้าทราบแล้ว"
"มีเรื่องอื่นที่ข้าคิดออกแล้วจะสั่งการเพิ่มภายหลัง ต่อไปนี้จงเปิดวิทยุทุกๆ สามวันในเวลานี้"
"ทราบแล้วขอรับอาจารย์" เฉินหยางตอบรับคำสั่งเสร็จจึงปิดวิทยุ
"จางเจิ้นสงเอ๋ยจางเจิ้นสง หาเรื่องให้ข้าทำอีกจนได้" เฉินหยางส่ายหน้า อีกไม่ถึงครึ่งเดือนจางเจิ้นสงก็จะมาถึงแล้ว
ทว่าเขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ก่อนหน้านั้นเขาตั้งเป้าจะทะลวงระดับพลังให้ถึงขั้นรวบรวมปราณระดับ 8 ให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาในตอนนี้
ส่วนเรื่องการพบกับนักพรตชิวหยางนั่นก็เป็นเรื่องง่าย เพราะเขาเป็นเพียงหน่วยหน้ามาหยั่งเชิงเท่านั้น เรื่องเจรจานั้นไม่ใช่หน้าที่ของเขา
คืนนั้น เฉินหยางเรียกเฉินเซิ่งกลับมาจากตัวเมืองอวิ๋นหยางเพื่อบอกเรื่องนี้
"น้องสาม จางเจิ้นสงจะมาอวิ๋นหยางทำไมกัน?"
"ใครจะรู้ล่ะ ช่างเขาเถอะ พวกเราทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ ตอนนี้สถานการณ์ตระกูลสวีเป็นอย่างไรบ้าง"
"ไปได้สวยเชียวล่ะ คนตระกูลสวีนี่หัวกะทิสมคำร่ำลือจริงๆ มาอยู่อวิ๋นหยางยังไม่ถึงเดือน แต่ธุรกิจการงานกลับรุ่งเรืองมาก มีกลุ่มหนึ่งไปทำงานราชการและดูเหมือนจะทำได้ดีทีเดียว พวกเขากำลังช่วยอวิ๋นหยางรื้อฟื้นอุตสาหกรรมขึ้นมาใหม่"
"อุตสาหกรรมในอวิ๋นหยางเดิมทีมันล้าหลังมากนี่นา ก่อนมหาภัยพิบัติแทบไม่มีอะไรเลยไม่ใช่รึ?"
"เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้หรอก ข้าไม่ใช่คนอวิ๋นหยางนี่นา แต่อีกเรื่องที่สำคัญคือตระกูลสวีบรรลุข้อตกลงกับตำหนักซ่างชิงแล้ว พวกเขากำลังเตรียมผลิตยาเม็ดเป่ยหยวนและยาเม็ดจวี้หยวนในระดับอุตสาหกรรม เลียนแบบระบบของเมืองเจียง คาดว่าเดือนหนึ่งจะผลิตได้หลายหมื่นเม็ดเลยล่ะ"
"เพื่อนสนิทข้าคนนี้เก่งจริงแฮะ"
"อืม สวีกุ้ยวางตัวเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปอย่างชัดเจน ตอนนี้เขามีบารมีในตระกูลสูงมากและเป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน ติดอย่างเดียวคือระดับพลังยุทธ์ยังต่ำไปหน่อย"
"ระดับพลังของสวีกุ้ยไม่ใช่ปัญหาหรอก เมื่อเวลาผ่านไปย่อมพัฒนาขึ้นได้แน่นอน แต่ประเด็นคือพวกเขาจะรอดพ้นจากการตามล่าของเมืองเจียงได้หรือไม่ เมืองเจียงไม่มีทางปล่อยพวกเขาไว้แน่" เฉินหยางกล่าว
จางเจิ้นสงไม่ใช่คนโง่ที่จะปล่อยให้สวีกุ้ยและพวกมีชีวิตอยู่ต่อไป คนร้อยกว่าคนที่เป็นหัวกะทิและมีความแค้นฝังลึกกับเมืองเจียงแบบนี้ หากไม่กำจัดทิ้ง จางเจิ้นสงก็คงจะเป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้วจริงๆ