เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 หุบเขาพยัคฆ์

บทที่ 67 หุบเขาพยัคฆ์

บทที่ 67 หุบเขาพยัคฆ์


บทที่ 67 หุบเขาพยัคฆ์

นอกเมืองเจียง หุบเขาพยัคฆ์

หุบเขาพยัคฆ์ไม่ใช่เพียงหุบเขาเล็กๆ แต่เป็นหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีความกว้างของก้นหุบเขากว่าห้ากิโลเมตร มีแม่น้ำไหลผ่านก้นหุบเขาทำให้มีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ ดึงดูดสัตว์กินพืชจำนวนมาก และดึงดูดตระกูลอสูรเสือให้มาอาศัยอยู่เช่นกัน

ทว่าในตอนนี้หุบเขาพยัคฆ์กลับพังพินาศจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เพราะในสงครามที่ผ่านมามันถูกถล่มด้วยกระสุนปืนใหญ่หนักกว่าสามพันนัด ยังมีขีปนาวุธอีกจำนวนมาก และเครื่องยิงจรวดอีกหลายชุด จนพื้นที่ครึ่งหนึ่งของหุบเขาพยัคฆ์แหลกลาญไปหมดแล้ว

ทว่าด้วยพลังทำลายล้างที่รุนแรงขนาดนี้ ก็ยังไม่สามารถล้างบางตระกูลอสูรเสือในหุบเขาได้ทั้งหมด จนทำให้สวีจิ้นที่นำทัพบุกเข้ามาถูกอสูรเสือซุ่มโจมตี

แม้สุดท้ายสวีจิ้นจะแลกชีวิตสังหารราชพยัคฆ์ได้สำเร็จ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส นักยุทธ์ฝ่ายมนุษย์จึงต้องหยุดการบุกโจมตีและส่งโดรนออกค้นหาเพื่อทำลายเป้าหมายเฉพาะจุดอย่างต่อเนื่อง

ทว่าภูมิประเทศในหุบเขาพยัคฆ์นั้นซับซ้อน มีโขดหินระเกะระกะและมีถ้ำอีกมากมาย การกวาดล้างด้วยโดรนจึงไม่ได้ผลดีนัก เมื่อท้องฟ้ามืดมิดนักยุทธ์ฝ่ายมนุษย์ทำได้เพียงปิดล้อมปากหุบเขาทั้งสองด้านไว้ และหวังว่าเบื้องบนจะส่งยอดฝีมือมาช่วยกวาดล้างในภายหลัง

ในช่วงกลางดึก เฉินหยางเดินทางมาถึงบริเวณหุบเขาพยัคฆ์แล้ว เขาหลบเลี่ยงสายตาของนักยุทธ์และนัดพบกับเฉินเซิ่งที่บริเวณไหล่เขา

"น้องสาม ข้าแอบไปสืบข่าวมาแล้ว เดิมทีหุบเขาพยัคฆ์มีตระกูลอสูรเสือสามสิบหกตัว ตอนนี้ถูกกวาดล้างไปแล้วสามสิบตัว เหลือเพียงหกตัวเท่านั้น และเกือบทุกตัวได้รับบาดเจ็บ พวกมันซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง"

"พลังของอสูรเสือพวกนั้นเป็นอย่างไร"

"ข้าสืบละเอียดไม่ได้ แต่ราชพยัคฆ์ระดับ 7 ตายแล้ว ที่เหลือคาดว่าเป็นระดับ 5 หรือ 6 เป็นส่วนใหญ่"

"ระดับ 5 หรือ 6 งั้นรึ แล้ววิญญาณพยัคฆ์ล่ะ"

"เยอะมาก อย่างน้อยก็ห้าสิบถึงหกสิบดวง วิญญาณพยัคฆ์พลังไม่สูงแต่มีภูมิคุ้มกันการโจมตีทางกายภาพ ต้องอาศัยนักยุทธ์กระตุ้นกังขี่ถึงจะทำร้ายมันได้ และพวกมันขี้ขลาด พอเริ่มสู้กันก็พากันไปซ่อนตัว จึงยังเหลือรอดอยู่มาก"

เฉินเซิ่งกล่าว เขาเคยปะทะกับวิญญาณพยัคฆ์มาแล้ว พลังของพวกมันอ่อนแอมาก พลังโดยพื้นฐานน้อยกว่าตอนที่มีชีวิตเสียอีก พวกมันจึงทำได้เพียงใช้การล่อลวงเพื่อหลอกคนเข้ามาในหุบเขาแล้วให้อสูรเสือเป็นคนฆ่า

"ตอนนี้เที่ยงคืน อีกสองชั่วโมงค่อยลงมือ พี่ใหญ่ ท่านกับอู๋เฉิงไห่และพวกจงดูดซับพลังหยินในธงจักรพรรดิ์มนุษย์ไปหนึ่งในสาม เข้าใจไหม"

"เข้าใจแล้วน้องสาม หลังจากดูดซับพลังหยินชุดนี้ ระดับพลังของข้าคงจะใกล้เคียงกับเจ้าแล้วล่ะ"

เฉินเซิ่งยิ้มแก้มปริ ตอนนี้เขาอยู่ระดับผีทหารขั้นกลางแล้ว หากดูดซับพลังหยินไปอีกชุดคงจะถึงขั้นสูงสุดของขั้นกลาง ซึ่งมีพลังเทียบเท่ากับนักยุทธ์ระดับ 5 หรือ 6

"อย่าพูดมาก เริ่มได้แล้ว"

เฉินหยางกล่าว จากนั้นเฉินเซิ่งและพวกก็เริ่มดูดซับพลังหยินในธงจักรพรรดิ์มนุษย์ ตอนนี้รวมเฉินเซิ่งแล้ว ในธงจักรพรรดิ์มนุษย์มีผีทหารอยู่ทั้งหมดสิบดวง

และพวกมันล้วนมีระดับพลังเดิมตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป พลังจึงแข็งแกร่งมาก นี่คือเหตุผลที่เฉินหยางกล้าบุกหุบเขาพยัคฆ์

สองชั่วโมงต่อมา ในเวลาตีสอง นักยุทธ์ฝ่ายมนุษย์ได้หยุดการโจมตีโดยสิ้นเชิง ที่ฐานที่มั่นทั้งสองด้านของหุบเขา นอกจากเวรยามกลางคืนแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็เข้าสู่การหลับใหล เพราะนักยุทธ์เองก็ต้องพักผ่อนเช่นกัน

ส่วนพวกเฉินเซิ่งต่างมีกลิ่นอายพลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้จะยังไม่ทะลวงสู่ผีทหารขั้นปลาย แต่ในระดับสูงสุดของขั้นกลางนั้นมีถึงห้าหกดวงเลยทีเดียว

"ออกเดินทาง"

เฉินหยางโบกมือเรียกอาวุธวิญญาณออกมาแล้วใช้วิชาการควบคุมกระบี่บินเข้าไปในหุบเขาพยัคฆ์

"กรู้ว..."

ไม่นานนัก เฉินหยางก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ของเสือ มันไม่ใช่การคำรามข่มขวัญ แต่เป็นเสียงที่ดังออกมาจากลำคอของพวกมันเพื่อเป็นการเตือน

"หาพวกมันให้เจอ แล้วฆ่าซะ"

เฉินหยางสั่งการทันทีโดยไม่ลังเล เขาใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ควบคุมอาวุธวิญญาณให้เปลี่ยนเป็นกระบี่บิน พุ่งเข้าใส่ทิศทางของต้นเสียงนั้น

ปัง! หินก้อนใหญ่แตกกระจาย จากนั้นเสือโคร่งร่างยักษ์ตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น

เฉินหยางมองดูเสือยักษ์ตัวนี้แล้วรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เสือโคร่งปกติที่หนักเกินหนึ่งพันชั่งก็นับว่ากำยำมากแล้ว แต่เสือโคร่งตรงหน้านี้น่าจะหนักไม่ต่ำกว่าสามถึงห้าพันชั่ง กลิ่นอายของจ้าวป่าพุ่งเข้าปะทะหน้าอย่างรุนแรง

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ...

จากนั้น เสือโคร่งอีกห้าตัวก็ปรากฏขึ้น ล้อมรอบพวกเฉินหยางไว้อย่างเงียบเชียบ

"โฮก..."

เสือโคร่งที่เป็นจ่าฝูงแหงนหน้าคำรามกึกก้อง เสียงคำรามสั่นสะเทือนไปทั้งป่า

และในฐานะอสูรเสือ เสียงคำรามนี้คือหนึ่งในวิชาลับของพวกมัน เฉินหยางถูกเสียงคำรามนี้กระแทกเข้าใส่จนรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ในใจเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง

พวกเฉินเซิ่งยิ่งย่ำแย่กว่า หลายคนถึงกับขาสั่นพั่บๆ หากพวกมันไม่ได้อยู่ในร่างวิญญาณคงจะตกใจจนฉี่ราดไปแล้ว

"ข้าสั่งให้พวกเจ้าบุก!"

เฉินหยางรีบเดินวิชามารหุนหยวนเพื่อขับไล่ความกลัวในใจ จากนั้นจึงใช้วิชาลับสั่งการวิญญาณทั้งสิบดวง

"ฆ่า!"

พวกมันไม่อาจขัดขืนคำสั่งของเฉินหยางได้ จึงพุ่งเข้าใส่เสือโคร่งแต่ละตัวทันที ส่วนเฉินหยางเข้าปะทะกับตัวที่แข็งแกร่งที่สุด

อาวุธวิญญาณกลายเป็นภาพติดตา บินร่อนไปมาหาจังหวะลอบโจมตีอสูรเสือ ผิวหนังของอสูรเสือนั้นเหนียวแน่นมาก อาวุธธรรมดาไม่อาจเจาะทะลุได้ เฉินหยางลอบจู่โจมสำเร็จหลายครั้งแต่ก็สร้างได้เพียงบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

อสูรเสือถูกเฉินหยางยั่วจนโมโห มันพุ่งเข้าใส่เฉินหยางอย่างรุนแรง ในสายตาของเฉินหยางมันเหมือนมีภูเขาเนื้อขนาดมหึมาพุ่งเข้าทับ เฉินหยางไม่กล้ารับตรงๆ จึงใช้วิชาตัวเบาถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็ว

ปัง!

สิ่งที่เฉินหยางคาดไม่ถึงคืออสูรเสือยังมีวิชาอาคมด้วย มันอ้าปากพ่นคมเขี้ยวลมออกมาสองสาย เฉินหยางไม่ทันระวัง คมเขี้ยวลมกรีดผ่านหัวไหล่จนเกิดแผลเลือดไหลซิบ

"มีอาคมงั้นรึ ข้าเองก็มี!"

เฉินหยางโกรธจัด ก็แค่ความอาคม เขาก็ทำได้เหมือนกัน

"คาถาลูกไฟ!"

ในพริบตาต่อมา เฉินหยางก็ร่ายคาถาลูกไฟออกมา ภายในหุบเขายามค่ำคืนมีลมแรง ไฟจึงลุกโชนตามแรงลม ลูกไฟขนาดครึ่งเมตรขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเมตรในทันที เข้าคลอกร่างเสือโคร่งยักษ์นั้นไว้

เมื่อกลิ่นเนื้อไหม้ลอยมา เสียงร้องโหยหวนของเสือโคร่งก็ตามมาเช่นกัน

"ลูกไฟระเบิด!"

"วิชากายทอง!"

"กรงเล็บหยิน!"

เฉินหยางระดมใช้คาถาหลายบทติดต่อกัน เมื่อผ่านไปหนึ่งชุด เสือโคร่งตัวนั้นก็ลมหายใจรวยริน หนังขนที่เคยสวยงามบัดนี้หลุดลุ่ยและดูน่าเวทนาอย่างยิ่ง

เมื่อเห็นเฉินหยางเดินเข้าไป เสือโคร่งตัวนั้นกลับส่งสายตาอ้อนวอนขอชีวิต ดูเหมือนแมวน้อยที่ถูกทอดทิ้งไม่มีผิด

แต่เฉินหยางจะไม่ให้โอกาสมัน อาวุธวิญญาณพุ่งผ่านลำคอ ตัดศีรษะอสูรเสือจนขาดกระเด็น

เฉินหยางหันไปมองการต่อสู้ของพวกเฉินเซิ่ง พวกมันสองตนรับมืออสูรเสือหนึ่งตัวพอดี ร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุดของอสูรเสือไร้ผลกับพวกเฉินเซิ่ง พวกมันจึงทำได้เพียงใช้อาคมหรือเรียกวิญญาณพยัคฆ์ออกมาช่วย แต่พวกวิญญาณพยัคฆ์เหล่านั้นขี้ขลาดนัก เอาแต่หลบวูบวาบไม่ยอมเข้าใกล้จนกว่าจะถึงคราวคับขันจริงๆ

ฉัวะ!

เฉินหยางไม่พูดมาก เขาควบคุมกระบี่บินลอบโจมตีทันที กระบี่บินแทงทะลุหน้าท้องอันอ่อนนุ่มของอสูรเสือจนมันบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่ผีทหารจะพุ่งเข้าไปปลิดชีพมัน

การต่อสู้หลังจากนั้นไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นอีก อสูรเสือรู้ว่าสู้ไม่ได้จึงคิดจะหนี แต่น่าเสียดายที่พวกมันหนีไม่พ้น ผีทหารสองตนรับมือตัวเดียว ต่างถูกเฉินหยางสังหารจนหมดสิ้น

เมื่ออสูรเสือตาย วิญญาณพยัคฆ์ที่ขาดคนควบคุมก็พากันวิ่งหนีไปทั่ว พวกเฉินเซิ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะจับพวกมันกลับมาได้ ทั้งหมดถูกส่งเข้าไปในธงจักรพรรดิ์มนุษย์ รวมไปถึงวิญญาณของอสูรเสือเหล่านั้นด้วย ส่วนซากศพถูกโยนเข้าไปในพื้นที่ระบบ

"อสูรเสือหกตัว ระดับ 6 หนึ่งตัว ระดับ 5 หนึ่งตัว อีกสี่ตัวไม่เอา"

เฉินหยางเหลือบมองในธงจักรพรรดิ์มนุษย์ วิญญาณพยัคฆ์หลายสิบดวงรวมกับผีทหารและวิญญาณอสูรเสือเริ่มส่งกลิ่นอายสีดำออกมาอย่างหนาแน่น ดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว

ทว่าวิญญาณของอสูรเสือเขาเก็บไว้เพียงสองดวง ส่วนที่เหลือนั้นบดขยี้ทิ้งหมด

"ไปกันเถอะ"

เฉินหยางรีบจากไปทันที การต่อสู้ของพวกเขาส่งเสียงดังไม่น้อย เขาไม่รู้ว่าได้ทำให้พวกนักยุทธ์ที่ปากหุบเขาตื่นตกใจหรือไม่ จึงไม่กล้าอยู่นานและรีบหลบหนีไปทันที

ในขณะเดียวกัน ที่ฐานที่มั่นปากหุบเขา นักยุทธ์ฝ่ายมนุษย์ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงคำรามของเสือ ทั้งหมดต่างเฝ้ามองดูด้วยความตึงเครียดแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปข้างในสุ่มสี่สุ่มห้า

จนกระทั่งใกล้สว่าง นักยุทธ์กลุ่มหนึ่งเดินทางมาถึงฐานที่มั่น พวกเขาได้รับคำสั่งจากกองบัญชาการให้มาเสริมกำลังเพื่อยึดหุบเขาพยัคฆ์ให้ได้

หัวหน้าทีมทั้งสองคนเป็นระดับ 7 พวกเขานำคนเข้าไปในหุบเขาพยัคฆ์อย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบร่องรอยของอสูรเสือแม้แต่ตัวเดียว

"ท่านขอรับ โดรนตรวจสอบแล้ว ไม่พบร่องรอยของอสูรเสือเลย แต่พบรอยเลือดกองใหญ่ขอรับ"

"อยู่ที่ไหน นำข้าไปดู"

"ขอรับท่าน"

จากนั้นทุกคนก็มาถึงจุดที่ต่อสู้กันเมื่อคืน นักยุทธ์คนหนึ่งก้มลงหยิบดินที่เปื้อนเลือดมาดมดู สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"สดยังไม่เกินสามชั่วโมง เสียงที่พวกเขาได้ยินเมื่อคืนไม่มีปัญหาแน่ มีคนมาฆ่าอสูรเสือที่เหลือที่นี่แล้ว"

"ใครเป็นคนทำกัน หรือว่ากองบัญชาการส่งคนมาเพิ่ม?"

"ไม่รู้สิ หากเป็นฝีมือมนุษย์ก็ดีไป แต่เกรงว่าจะเป็นอสูรปีศาจชนิดอื่น รีบรายงานเบื้องบนเถอะ"

ชายผู้นั้นส่ายหน้า หากเป็นมนุษย์ที่ฆ่าอสูรเสือ อย่างไรเสียก็นับว่าเป็นฝ่ายเดียวกับพวกเขา แต่ที่น่ากลัวคือหากเป็นฝีมือของอสูรปีศาจตัวอื่นน่ะสิ

จบบทที่ บทที่ 67 หุบเขาพยัคฆ์

คัดลอกลิงก์แล้ว