- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกยุทธ์ขั้นสูง แท้จริงแล้วข้าคือผู้ฝึกตนมาร
- บทที่ 68 กลับโรงเรียน
บทที่ 68 กลับโรงเรียน
บทที่ 68 กลับโรงเรียน
บทที่ 68 กลับโรงเรียน
นอกเมืองเจียง ฐานทัพรุกคืบหมายเลข 3
สวีเหวินเทียนเดินทางมาถึงในช่วงกลางดึก เฝิงเฉิงที่ได้รับข่าวตกใจจนแทบจะใส่กางเกงไม่ทัน เขารีบลุกขึ้นมาและเรียกจ้าวอวี้จางที่กำลังอยู่เวรกลางคืนมาด้วย
"ท่านสวี นี่คือหมอจ้าวอวี้จาง เป็นหมอเจ้าของไข้ของนายพลสวีจิ้น ฝีมือดีมากขอรับ"
"หมอจ้าวเคยทำงานที่ไหนมาก่อน"
"ท่านสวี เมื่อก่อนข้าเป็นหมอห้องพยาบาลมหาวิทยาลัยยุทธ์ขอรับ"
"แค่หมอห้องพยาบาลก็มีฝีมือขนาดนี้ มหาวิทยาลัยยุทธ์นี่ซ่อนมังกรหมอบพยัคฆ์จริงๆ นะ"
สวีเหวินเทียนแค่นหัวเราะพลางเหลือบมองเฝิงเฉิงด้วยความไม่พอใจ ลูกชายของเขาบาดเจ็บขนาดนี้แต่กลับให้หมอห้องพยาบาลมารักษาเนี่ยนะ?
"ท่านสวีขอรับ หมอจ้าวเคยเป็นหมอของโรงพยาบาลที่หนึ่งมาก่อน เป็นหัวหน้าศัลยแพทย์ที่อายุน้อยที่สุดในตอนนั้น ต่อมาครอบครัวเสียชีวิตเพราะอสูรปีศาจ เขาจึงเสียใจและย้ายไปอยู่ที่ห้องพยาบาลมหาวิทยาลัยยุทธ์ แต่ฝีมือของเขายังอยู่ดีเหมือนเดิม เรื่องนี้หมอทุกคนในโรงพยาบาลสนามของเรายืนยันได้ขอรับ"
ผู้อำนวยการเฝิงเฉิงรีบอธิบาย เขาไม่กล้าทำให้สวีเหวินเทียนมีความประทับใจที่ไม่ดีต่อเขา ไม่อย่างนั้นในอนาคตคงลำบากแน่
"เจ้าคือจ้าวเจาหยางงั้นรึ"
สวีเหวินเทียนกล่าวขึ้นทันที น้ำเสียงดูรีบร้อนเล็กน้อย
"ท่านสวียังจำข้าได้อยู่หรือขอรับ"
"แน่นอน ลูกชายของเจ้าเป็นนายทหารที่ยอดเยี่ยมมาก ตอนนั้นเขาเสียสละชีวิตเพื่อสังหารจอมมารตนหนึ่ง ข้ายังเคยพบเจ้าเลย"
สวีเหวินเทียนพยักหน้า หลายปีมานี้เพื่อปกป้องเมืองเจียง มีนักยุทธ์เสียสละชีวิตไปมากมาย ครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่โดดเด่นเขายังเคยไปพบและกล่าวคำปลอบใจด้วยตนเอง
"ขอรับ ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นข้าก็ลาออกจากโรงพยาบาลที่หนึ่ง ชีวิตไม่เหลือความทะเยอทะยานอะไรอีกแล้ว ครั้งนี้ได้รับคำสั่งให้ตามกองทัพมาจึงหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมาอีกครั้ง ขอบคุณท่านสวีที่ยังระลึกถึง"
"เปลี่ยนชื่อด้วยรึ?"
"ก็ไม่เชิงขอรับ จ้าวอวี้จางคือชื่อตามลำดับวงศ์ตระกูลของตระกูลจ้าว หลายคนไม่ได้ตั้งชื่อตามวงศ์ตระกูลกันแล้ว ข้าแค่กลับมาใช้ชื่อเดิมเท่านั้น"
"ทายาทรุ่นหลังมักจะไม่ให้ความสำคัญกับวงศ์ตระกูลกันแล้วล่ะ เอาเถอะ พูดถึงอาการบาดเจ็บของสวีจิ้นมาสิ"
สวีเหวินเทียนกล่าว เขาไม่ได้สนใจอดีตของจ้าวอวี้จางมากนัก เพราะในเมืองเจียงมีคนแบบนี้อยู่มากมาย เขาแค่วงอาการบาดเจ็บของลูกชายเท่านั้น
"ท่านสวี ข้าได้ผ่าตัดให้ท่านนายพลสวีจิ้นเรียบร้อยแล้ว ปัญหาเรื่องการตกเลือดภายในได้รับการแก้ไขแล้ว ที่เหลือคือการพักฟื้น ปัญหาเดียวในตอนนี้คือพลังหยินในตัวของเขาขอรับ"
"พลังหยินมันเป็นอย่างไร สวีจิ้นขับมันออกเองไม่ได้รึ?"
"ไม่ได้ขอรับ อวัยวะภายในของนายพลสวีจิ้นได้รับความกระทบกระเทือนและมีการตกเลือด อย่างน้อยภายในสามเดือนนี้เขาไม่สามารถเดินพลังภายในได้ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก"
"แล้วถ้าข้าช่วยเขาขับออกล่ะ?"
"ทำได้ขอรับ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ นายพลสวีจิ้นตอนนี้ร่างกายอ่อนแอมาก ข้าเกรงว่าเขาจะรับไม่ไหว"
"เฝิงเฉิง เจ้าว่าอย่างไร"
สวีเหวินเทียนได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มแสดงท่าทางรำคาญใจออกมา เขาเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
สงครามครั้งนี้เดิมทีเขาต้องการให้ลูกชายมาเก็บผลงานการรบ ใครจะรู้ว่าราชพยัคฆ์ในหุบเขาพยัคฆ์จะมีวิชาลับก้นหีบจนทำให้สวีจิ้นเกือบตาย และตอนนี้ยังต้องพักฟื้นอีกหลายเดือน ผลงานอะไรเขาก็คงจะอดไปหมดแล้ว
"ท่านสวีขอรับ แผนการของหมอจ้าวคือทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้วขอรับ"
"แล้วลูกชายข้าจะหายเมื่อไหร่"
"ประมาณสามเดือนขอรับ ในช่วงสามเดือนนี้เราจะบำรุงร่างกายให้นายพลสวีจิ้น แต่เมื่อร่างกายฟื้นฟู พลังหยินในตัวเขาก็จะเติบโตตามไปด้วย แต่ปัญหานี้ควบคุมได้ขอรับ ประมาณสามเดือนให้หลัง ท่านสวีค่อยมาเดินพลังภายในขับออกด้วยตนเองก็ได้ขอรับ"
"คนอื่นทำแทนได้ไหม?"
"ได้ขอรับ แต่ข้าแนะนำให้ท่านสวีลงมือเอง เพราะคนอื่นพลังอาจจะไม่แข็งแกร่งพอ มีเพียงท่านสวีที่เป็นนักยุทธ์ระดับ 9 เพียงคนเดียวในเมืองเจียง หากท่านลงมือเองความมั่นใจย่อมมีมากกว่า"
"ข้าเข้าใจแล้ว ลูกชายข้าฟื้นหรือยัง ข้าอยากเข้าไปดูเขาหน่อย"
"ได้ขอรับ ท่านสวีเข้าไปดูได้แต่ต้องไม่นานเกินไป และอย่าทำให้เขามีอารมณ์แปรปรวน ตอนนี้คนไข้ต้องการการพักผ่อน"
จ้าวอวี้จางกล่าว เขาแสดงท่าทีนิ่งสงบและมีมาดตลอดเวลา คำพูดไม่มีสิ่งใดปกปิด
......
นอกเมืองเจียง
'น่าเสียดายจริงๆ สวีจิ้นถูกช่วยไว้ได้ ไม่อย่างนั้นข้าคงได้ผีทหารระดับ 7 มาอีกตนแล้ว'
เฉินหยางแอบไปสืบข่าวที่โรงพยาบาลสนามจนรู้ว่าสวีจิ้นรอดชีวิต เขารู้สึกเสียดายนัก ตายไปก็ดีแล้วแท้ๆ เฉินหยางจะได้มีผีทหารระดับ 7 ไว้ใช้งาน
'จ้าวอวี้จางจะลอบสังหารสวีเหวินเทียนไม่ใช่รึ ทำไมไม่ลงมือล่ะ'
'ไม่รู้สิ ช่างมันเถอะ ไว้ค่อยว่ากัน'
"นายท่าน การเคลื่อนไหวของเราในหุบเขาพยัคฆ์ทำให้ทางทหารแตกตื่น หลายวันมานี้มีคนกำลังตามหาพวกเราอยู่ขอรับ"
"ข้ารู้ พวกเขาหาไม่เจอหรอก แต่ข้าเองก็ต้องกลับไปปรากฏตัวบ้างแล้ว เก็บเกี่ยวได้พอสมควรก็ควรจะหยุด"
เฉินหยางพยักหน้า เขาต้องกลับแล้ว จะกลับตอนวันหยุดหมดพอดีไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะถูกสงสัย
กลางดึก เฉินหยางออกจากฐานทัพรุกคืบหมายเลข 3 และลอบกลับมาที่มหาวิทยาลัยยุทธ์อย่างเงียบเชียบ
วันต่อมาเขาไปพบจางเจิ้นสง จางเจิ้นสงไม่ได้พูดอะไรมาก เขาค่อนข้างยุ่ง พบกันไม่ถึงห้านาทีเขาก็ออกปากไล่เฉินหยางแล้ว
เฉินหยางจึงกลับบ้านไปสักรอบ ตอนนี้ฐานะการเงินที่บ้านดีขึ้นมาก เฉินหยวนมีคนสนับสนุนจึงไม่ต้องใช้เงินที่บ้าน เงินเดือนของเฉินซานจึงใช้ดำรงชีวิตได้สบาย และช่วงนี้เฉินซานทำงานล่วงหน้าอย่างหนักทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อย
หลังจากอยู่บ้านได้หนึ่งวัน เฉินหยางก็ไปพบเฉินเจี๋ย
"เจ้าอยู่ขั้นรวบรวมปราณระดับ 5 แล้วรึ?"
เฉินหยางเห็นระดับพลังของเฉินเจี๋ยก็ต้องตกใจ เฉินเจี๋ยฝึกฝนได้รวดเร็วขนาดนี้เชียวรึ?
"เพิ่งทะลวงได้เมื่อไม่กี่วันก่อนน่ะ"
"ทำได้อย่างไร"
"ก็ทุ่มเงินสิเฉินหยาง บางเรื่องไม่ลองไม่รู้จริงๆ นะ พอมาทำธุรกิจถูกกฎหมายกลับทำกำไรได้มากกว่าธุรกิจมืดเสียอีก ข้าเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน"
เฉินเจี๋ยกล่าว หลังจากผ่านปีใหม่มานางก็ทิ้งธุรกิจสีเทาทั้งหมดแล้วหันมาทำอย่างอื่นแทน แต่กลับทำเงินได้มากกว่าเดิมเสียอีก
"กระแอม... นี่ก็ไม่นับว่าเป็นธุรกิจถูกกฎหมายเท่าไหร่หรอกนะ"
เฉินหยางกระแอมเบาๆ เฉินเจี๋ยควบคุมคนในสำนักงานความมั่นคงไว้หลายคน จึงหาของที่พ่อค้าคนอื่นหาไม่ได้มาขาย และนางแทบไม่ต้องจ่ายส่วยให้ใครเลย แบบนี้จะไม่กำไรได้อย่างไร
"ก็ใกล้เคียงแหละ อย่างไรเสียสุดท้ายก็สืบไม่ถึงตัวข้าหรอก เฉินหยาง นี่คือวิญญาณที่ข้าสะสมไว้ในช่วงครึ่งปีนี้"
"เยอะขนาดนี้เชียว"
"ข้าเหมาสัมปทานห้องเก็บศพและเมรุเผาศพของโรงพยาบาลหลายแห่งในเขตเมืองตะวันตกน่ะ"
เฉินเจี๋ยกล่าว เมืองเจียงมีคนสิบล้านคน เขตเมืองตะวันตกมีคนอย่างน้อยหนึ่งล้าน คนที่ตายตามธรรมชาตินั้นมีไม่น้อย จึงมีดวงวิญญาณกองเป็นภูเขาเลากา
"มิน่าเล่า"
เฉินหยางพยักหน้า เห็นไหมล่ะ ผู้ฝึกมารในโลกบำเพ็ญเพียรน่ะมันโง่ เอะอะก็ฆ่าล้างหมู่บ้านล้างเมืองแต่กลับหาวิญญาณได้ไม่เท่าไหร่ เฉินเจี๋ยฉลาดกว่าเยอะ นางเหมาสัมปทานห้องเก็บศพและเมรุเผาศพ อาศัยจำนวนคนที่ตายตามธรรมชาติในแต่ละปีก็กินอิ่มจนพุงกางแล้ว
"ครึ่งปีหลังเจ้าต้องออกสนามรบแล้ว ต้องระวังตัวให้มากนะ"
"วางใจเถอะ ข้าไม่เป็นไรหรอก"
"งั้นก็ดี หากต้องการลูกแก้วเทพโลหิตให้บอกข้า ตอนนี้ข้ามีจนใช้ไม่หมดแล้ว"
เฉินเจี๋ยกล่าว นางเหมาสัมปทานห้องเก็บศพและเมรุเผาศพ ไม่เพียงแต่รวบรวมวิญญาณ แต่ยังแอบสูบเลือดมาทำลูกแก้วด้วย นางสูบมาเพียงร่างละสองส่วนซึ่งมากพอที่จะให้นางใช้ได้เหลือเฟือ
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่ได้ใช้เพียงเลือดในการฝึกฝน ทรัพยากรการฝึกฝนทั่วไปนางก็ซื้อมาใช้ เพราะไม่รู้จะเอาเงินที่หามาได้ไปใช้ที่ไหน
คุยกันครู่หนึ่งเฉินหยางก็ขอตัวลา
แม้พวกเขาจะเป็นพี่น้องกัน แต่เฉินเจี๋ยก็มีเส้นทางการพัฒนาของนางเอง เฉินหยางไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายมากนัก เขาไม่ใช่คนชอบควบคุมใคร
เฉินหยางอยู่บ้านสองวันก็กลับโรงเรียนเพื่อฝึกฝนอย่างจริงจัง แต่ไม่กี่วันพวกเกาชวนก็กลับมากันแล้ว
"อาหยาง อาหยาง มาเร็ว ข้าทนไม่ไหวแล้ว ข้ามีเรื่องสนุกๆ จะเล่าให้เจ้าฟัง!"
สวีกุ้ยมาถึงก่อน พอมาถึงห้องหอพักเฉินหยางเขาก็เริ่มพ่นไฟทันที
"เรื่องสนุกอะไร"
"ฮิฮิ เรื่องหน้าแตกของเกาชวนไง เกาชวนก่อนปิดเทอมบอกว่าจะไปสละโสดให้ได้ เจ้าทายซิว่าเป็นอย่างไร"
"พูดครึ่งเดียวระวังดุ้นจะสั้นลงครึ่งหนึ่งนะ รีบพูดมา"
"ฮ่าๆ ขำชะมัด ช่วงปิดเทอมไม่กี่วันแรกเกาชวนไปเที่ยวกลางคืนทุกวัน จนได้สาวมาคนหนึ่ง คุยกันได้ไม่กี่วันพอเริ่มคุ้นเคยเขาก็นัดสาวไปเดินเล่น แล้วก็ไปเจอเข้ากับกลุ่มคุณป้ากลุ่มหนึ่ง สาวคนนั้นตกใจแทบแย่ เกาชวนนึกว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง เลยรวบรวมความกล้าเข้าไปทำความรู้จัก เจ้าทายซิว่าเป็นอย่างไร หนึ่งในคุณป้านั่นคือแม่สามีของสาวคนนั้นน่ะสิ ฮ่าๆๆ..."
สวีกุ้ยหัวเราะจนตัวโยน เฉินหยางชี้ไปที่ข้างหลังสวีกุ้ย สวีกุ้ยหันกลับไปมอง... อ้าว เหยื่อมาถึงแล้ว