เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 เหตุการณ์โจรกรรม

บทที่ 58 เหตุการณ์โจรกรรม

บทที่ 58 เหตุการณ์โจรกรรม


บทที่ 58 เหตุการณ์โจรกรรม

เมืองเจียง มหาวิทยาลัยยุทธ์

เฉินหยางลาหยุดไปหนึ่งสัปดาห์ เพื่อนร่วมชั้นต่างรู้ว่าเขาออกไปข้างนอกมา พวกเขามีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกภายนอกเมืองเจียงเป็นอย่างมาก จึงพากันมาถามเฉินหยางว่าข้างนอกเป็นอย่างไร

นอกจากเรื่องภารกิจที่ไม่พูดถึงแล้ว เรื่องอื่นเฉินหยางเล่าไปตามจริง เขาเน้นย้ำกับเพื่อนๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ตั้งใจฝึกฝน เพื่อที่จะได้รักษาชีวิตรอดไว้ได้ในภายภาคหน้า

หลังจากเลิกเรียน เฉินหยางไปที่ห้องแล็บของจางเจิ้นสงแต่ไม่พบใคร แม้แต่โจวฮวนก็ไม่เห็น เพราะพวกเขาต่างวุ่นวายกันมาก จางเจิ้นสงเพียงแต่ให้คนเตรียมทรัพยากรบำเพ็ญเพียรไว้ให้เฉินหยางอย่างเหลือเฟือ

เฉินหยางจึงทำได้เพียงหิ้วทรัพยากรอันเย็นชืดกลับมาฝึกฝนที่หอพัก

พวกเกาชวนทั้งสามคนยังคงมาแวะเวียนสังสรรค์ที่ห้องของเฉินหยางเป็นครั้งคราว ถือเป็นการผ่อนคลาย ไม่อย่างนั้นหากตึงเครียดตลอดเวลาพวกเขาก็คงทนไม่ไหว

เมื่อคุยถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเมืองเจียง ทั้งสามคนต่างถอนใจยาว โดยเฉพาะหลิงหัวซึ่งมีฐานะยากจนเหมือนกับเฉินหยาง เขายิ่งวิตกกังวล หากจะใช้คำบรรยายเมืองเจียงในตอนนี้ ก็คือการทุ่มเทกำลังทั้งหมดไปเพื่อการสงครามจนเกินตัว

"ทรัพยากรทั้งสังคมถูกเทไปด้านการทหาร เรื่องนี้ไม่ผิดหรอก แต่ปัญหาคือไม่มีอะไรรับประกันว่าเราจะชนะ หากไม่ได้รับผลประโยชน์จากการชนะศึก เมืองเจียงต้องล่มสลายแน่นอน"

หลิงหัวยังคงมองอนาคตของเมืองเจียงในแง่ร้าย การเตรียมพร้อมทำศึกของเมืองเจียงในตอนนี้คือการดึงเอาศักยภาพทั้งหมดออกมาใช้จนเกินขีดจำกัด หากการทหารไม่สามารถคว้าชัยชนะมาได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับเมืองเจียงแล้วมันคือการระเบิดครั้งใหญ่ และทั้งเมืองจะพังพินาศเพราะเหตุนี้

"มันคือการเดิมพันครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าเมืองเจียงไม่รวบรวมกำลังตีฝ่าออกไปก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน หลายปีมานี้พื้นที่ทำกินของเมืองเจียงถูกบีบให้เล็กลงเรื่อยๆ ถ้าตีออกไปไม่ได้ก็มีแต่ตายกับตาย"

"เรื่องนี้ข้าเห็นด้วย บ้านข้าเป็นผู้ส่งออกเสบียงรายใหญ่ของเมืองเจียง แต่ที่ดินในเมืองเจียงตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูทุกคนได้ โดยเฉพาะนักยุทธ์ระดับกลางและสูงที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การบริโภคทรัพยากรต่างๆ ก็สูงขึ้นตามไปด้วย แต่ที่ดินมีจำกัด ถ้าไม่ตีออกไป เมืองเจียงก็จะเกิดจลาจลภายใน เหมือนกับวงจรความเสื่อมถอยของราชวงศ์ในสมัยโบราณ ต้องมีคนตายถึงจำนวนหนึ่งเรื่องอาวถึงจะหยุดลง"

สวีกุ้ยและเกาชวนอาจเป็นเพราะโตขึ้น หรืออาจเป็นเพราะทางบ้านเริ่มเปิดเผยข้อมูลให้รู้มากขึ้น มุมมองที่พวกเขามีต่อเรื่องตรงหน้าจึงเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน

"เฉินหยาง เจ้ามองเรื่องนี้อย่างไร"

"เรื่องต่างๆ ในเมืองเจียงข้าไม่อาจวิจารณ์ได้ เพราะข้าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสูงจนเห็นภาพรวมทั้งหมด แต่จากการออกไปข้างนอกหนึ่งเที่ยว ข้ายิ่งสนับสนุนการก้าวออกไป หลิงหัว เจ้าไม่ได้ออกไปข้างนอก เจ้าจึงไม่รู้ว่าทิวทัศน์ข้างนอกนั้นเป็นอย่างไร โลกข้างนอกนั้นกว้างใหญ่เพียงใด โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ"

เฉินหยางกล่าว ทั้งสามคนต่างเกิดในเมืองเจียง ไม่เคยเห็นความยิ่งใหญ่ของแผ่นดินเกิด ไม่รู้ว่าโลกกว้างใหญ่เพียงใด คิดว่าโลกทั้งใบก็คือเมืองเจียง

แต่เฉินหยางไม่เหมือนกัน ในชาติที่แล้วเขาเคยเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว เคยไปเที่ยวแบบทรหดตามกระแสของเหล่านักศึกษา แม้จะเป็นเพียงการเที่ยวแบบฉาบฉวยแต่เขาก็ไปมาหลายสิบเมือง สัมผัสทิวทัศน์มาหลากหลาย

ชาติที่แล้วยังเป็นเช่นนั้น มาในชาตินี้ที่มีพลังปราณฟื้นฟู โลกใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อยหลายสิบเท่า มันย่อมต้องน่าตื่นเต้นกว่าเดิมแน่นอน

......

"วี้ด... วี้ด..."

วันหนึ่งเฉินหยางไปที่ห้องแล็บอีกครั้ง ยังไม่ทันถึงหน้าประตูเขาก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยดังแสบแก้วตา จากนั้นก็เห็นนักยุทธ์จำนวนมากปรากฏตัวขึ้น สีหน้าแต่ละคนเคร่งเครียดอย่างยิ่ง

"ศิษย์น้องเล็ก"

โจวฮวนปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลัง เฉินหยางหันไปมอง

"ศิษย์พี่โจว เกิดอะไรขึ้นขอรับ ทำไมถึงมีเสียงสัญญาณเตือนภัย"

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าเพิ่งกลับไปนอนได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย เลยรีบมาที่นี่ทันที"

โจวฮวนกล่าว ตั้งแต่กลับมาจากข้างนอกเขาหัวหมุนมาครึ่งเดือนกว่าแล้ว แทบจะขลุกอยู่ในห้องแล็บวันละสิบเจ็ดสิบแปดชั่วโมง เมื่อคืนเขาเพิ่งทำงานวิจัยโต้รุ่ง กลับไปนอนได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเอง

"งั้นเข้าไปดูไหมขอรับ?"

"อย่าเลย เจ้าไม่ใช่คนของห้องแล็บ อย่าเข้าไปเลย เดี๋ยวจะติดร่างแหไปด้วย"

โจวฮวนส่ายหน้า เมื่อสัญญาณเตือนดังขึ้น ไม่ไฟไหม้ก็ต้องมีอะไรบางอย่างรั่วไหล สรุปคือต้องมีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน

"ได้ขอรับ ข้าไม่เข้าไป เย็นนี้ข้าจะไปหาศิษย์พี่นะ"

"ไว้ค่อยว่ากันเถอะ"

โจวฮวนโบกมือลาแล้วรีบเข้าไปในห้องแล็บ ตอนนี้ห้องแล็บถูกปิดตาย อนุญาตให้เข้าแต่ห้ามออก

เฉินหยางได้พบกับโจวฮวนอีกครั้งในอีกสามวันต่อมา โจวฮวนดูเหนื่อยล้ากว่าเดิมมาก

"ศิษย์พี่โจว ในห้องแล็บเกิดอะไรขึ้นกันแน่ขอรับ ข้าไม่ได้เจออาจารย์มาเกือบสัปดาห์แล้ว"

"ห้องแล็บถูกขโมยของน่ะ"

"อะไรนะ!"

เฉินหยางอุทานด้วยความตกใจ ล้อเล่นหรือเปล่า

ห้องแล็บคือสถานที่ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยยุทธ์ นักวิจัยในนั้นจำนวนมากเป็นอาจารย์ของโรงเรียน พลังฝีมือแข็งแกร่งนัก ระดับ 5 ระดับ 6 มีให้เห็นทั่วไป ระดับ 7 ก็มีตั้งหลายคน เจ้ากลับบอกข้าว่าถูกขโมยของเนี่ยนะ?

"เรื่องจริง ของที่ถูกขโมยไปก็คือสมุนไพรวิญญาณต้นที่เราพากันไปเอามานั่นแหละ"

"จับโจรได้ไหมขอรับ?"

"ยังเลย เจ้านี่เป็นยอดฝีมือ แถมยังรู้จักโครงสร้างของห้องแล็บเป็นอย่างดี กล้องวงจรปิดในจุดสำคัญล้วนถูกทำลายทิ้งหมด"

โจวฮวนกล่าว ห้องแล็บมีการป้องกันที่แน่นหนา หากไม่ใช่คนใน ย่อมไม่มีทางทำสำเร็จแน่นอน

"คนใน?"

"บอกยาก"

"โชคดีที่ข้าไม่เคยเข้าไปในเขตพื้นที่ส่วนกลาง ไม่อย่างนั้นคนที่ไปป้วนเปี้ยนแถวห้องแล็บบ่อยๆ อย่างข้าต้องถูกสงสัยแน่"

เฉินหยางยิ้มขื่น แม้เขาจะไปที่ห้องแล็บบ่อยๆ แต่เขาไม่เคยเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลาง เพราะที่นั่นยุ่งยากมาก ต้องมีการฆ่าเชื้อและเปลี่ยนชุดเฉพาะทางก่อนเข้า

"ไม่มีใครสงสัยเจ้าหรอก อาจารย์เอ็นดูเจ้าแค่ไหนคนทั้งโรงเรียนก็รู้ อาจารย์มีของดีอะไรก็คงยกให้เจ้าหมด ไม่จำเป็นต้องขโมยหรอก"

"แล้วตอนนี้จะทำอย่างไรขอรับ?"

"ยังไม่รู้แน่ชัด คงต้องดูว่าจะตามกลับมาได้ไหม ถ้าตามไม่ได้ก็ต้องเพาะเลี้ยงเอง โชคดีที่เราแยกส่วนรากมาเพาะเลี้ยงล่วงหน้าแล้ว หวังว่าจะสำเร็จ

สมุนไพรวิญญาณต้นนี้ไม่ธรรมดาเลย มันมีระดับพลังงานสูงที่สุดเท่าที่เราเคยพบมา มีผลอย่างมากต่อนักยุทธ์ระดับสูง มูลค่าของมันหาค่ามิได้"

"อสูรร้ายตัวนั้นถึงกับยอมตายเพื่อปกป้องมัน ย่อมต้องมีค่ามหาศาลอยู่แล้ว"

"ก็น่าจะประมาณนั้นแหละ ศิษย์น้องเล็ก เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าขอพักหน่อย"

"ได้ขอรับ งั้นข้าไม่รบกวนศิษย์พี่แล้ว"

เฉินหยางพยักหน้าแล้วรีบเดินออกมา

เฉินหยางไปที่ห้องพยาบาลเพื่อรับยา หลังจากกลับมาเฉินหยางก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ทุกวันเขาต้องฝึกซ้อมกับอาจารย์ของโรงเรียน การได้รับบาดเจ็บจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา

"หมอจ้าว ข้ามาอีกแล้วขอรับ"

"เฉินหยาง เจ้าเห็นห้องพยาบาลเป็นบ้านไปแล้วหรือไง มาสามวันดีสี่วันไข้"

"ก็ช่วยไม่ได้นี่ขอรับ ใครใช้ให้อาจารย์ที่โรงเรียนดุดันขนาดนั้นล่ะขอรับ โดนอัดทุกวี่ทุกวัน"

"แต่ข้าได้ยินมาว่า ตอนนี้อาจารย์ในโรงเรียนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็ไม่ใช่คู่มือของเจ้าแล้วนะ เจ้าเริ่มไปท้าสู้กับอาจารย์ระดับ 6 แล้วไม่ใช่หรือ"

หมอจ้าวกล่าว ในโรงเรียนเฉินหยางยังคงเป็นตำนาน ราวกับแมลงสาบที่ฆ่าไม่ตาย ไม่เคยกลัวที่จะถูกอัด อาจารย์ระดับ 5 ไม่มีอะไรน่าท้าทายแล้ว ตอนนี้เขาเริ่มหาอาจารย์ระดับ 6 มาซ้อมมือแทน

"ในเมื่อต้องถูกอัดอยู่ดี โดนอาจารย์ที่เก่งกว่าอัดมันไม่ดีกว่าหรือขอรับ?"

"เจ้านี่นะ ข้ายอมใจเลย เจ้าได้เป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนก็สมควรแล้วล่ะ"

หมอจ้าวหัวเราะขื่น วิธีการเรียนรู้แบบนี้ถ้าไม่ได้อันดับหนึ่งก็แปลกแล้ว

"หมอจ้าว ได้ข่าวว่าท่านก็เป็นหนึ่งในทีมห้องแล็บด้วย มีเรื่องซุบซิบอะไรมาเล่าบ้างไหมขอรับ"

"ทำไม อยากสืบเรื่องโจรกรรมหรือ?"

"แหะๆ ก็แค่สงสัยน่ะขอรับ"

"เรื่องนี้ทางที่ดีอย่าไปยุ่งเลย ความขัดแย้งภายใน ไม่เปิดเผยให้คนนอกรู้"

"ข้าก็ถือว่าเป็นคนกันเองครึ่งหนึ่งนะ อาจารย์ของข้าเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบห้องแล็บเชียวนะ"

"งั้นก็ไปถามอาจารย์เจ้าสิ"

"ก็มันหาตัวไม่เจอนี่ขอรับหมอจ้าว"

"ลูกผู้ชายตัวโตมาทำอ้อน มันน่าสะอิดสะเอียน รีบไปเถอะ ข้ายังมีคนไข้รออยู่ คนต่อไป!"

หมอจ้าวโบกมือไล่เฉินหยางออกไป เฉินหยางก็ไม่ได้ติดใจอะไร ถือยาเดินออกจากห้องพยาบาลไป

"น้องสาม ปกติเจ้าไม่ใช่คนช่างอ้อนนะ เจ้าสงสัยหมอจ้าวหรือ?"

เมื่อกลับถึงหอพัก เฉินเซิ่งรีบถามทันที

"พี่ใหญ่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จับตาดูหมอจ้าวคนนี้ไว้ให้ดี ระวังหน่อย เขาอาจจะเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่"

เฉินหยางกล่าว เขาเคยได้ยินคนอื่นพูดถึงหมอจ้าว เบื้องหน้าเขาคือนักยุทธ์ระดับ 5 แต่เฉินหยางรู้สึกว่าเขาซ่อนเร้นพลังไว้

"ไม่ใช่สิ เจ้าสงสัยเขาจริงๆ หรือ ขอเหตุผลหน่อย"

"กลิ่น ข้าได้กลิ่นสมุนไพรวิญญาณต้นนั้นจากตัวหมอจ้าว แม้มันจะจางมากแต่ข้ามั่นใจว่าเป็นเขามือแน่นอน"

เฉินหยางกล่าว สมุนไพรวิญญาณต้นนั้นเย้ายวนใจเขาอย่างหาที่เปรียบมิได้ แม้แต่อาจารย์จางที่เป็นนักยุทธ์ระดับ 7 ก็ยังเทียบไม่ได้ ดังนั้นเฉินหยางจึงจำกลิ่นของมันได้แม่นยำ

และเมื่อครู่ เฉินหยางกลับได้กลิ่นนั้นจากตัวหมอจ้าว ต่อให้หมอจ้าวไม่ใช่ตัวการใหญ่ในการโจรกรรม แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องเคยสัมผัสสมุนไพรวิญญาณต้นนั้นมาไม่นานนี้

จบบทที่ บทที่ 58 เหตุการณ์โจรกรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว