เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 ช่วงชิงสมุนไพรวิญญาณ

บทที่ 56 ช่วงชิงสมุนไพรวิญญาณ

บทที่ 56 ช่วงชิงสมุนไพรวิญญาณ


บทที่ 56 ช่วงชิงสมุนไพรวิญญาณ

นอกเมืองเจียง

เฉินหยางกระจายตัวอยู่รอบสนามรบเหมือนกับหน่วยคุ้มกันคนอื่นๆ เพื่อคอยคุมเชิง ทว่าเขาได้หาชัยภูมิที่ดีซึ่งสามารถมองเห็นใจกลางสนามรบได้อย่างชัดเจน

"ลงมือแล้ว"

เสียงของเฉินเซิ่งดังขึ้นในหัวของเฉินหยาง เฉินหยางรีบหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมามองไปยังที่ไกลๆ

โดรนสามลำภายใต้การควบคุมของโจวฮวนบินสูงขึ้นไปหลายร้อยเมตร และพุ่งตรงไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นพลันเร่งความเร็วและดิ่งพสุธาลงไป

ขณะพุ่งลงไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ ก็มีกระสุนน้ำสายหนึ่งพุ่งออกมาจากหนองน้ำ กระแทกเข้าใส่โดรนลำนั้นอย่างจัง แต่โดรนกลับหักเลี้ยวหลบหลีกการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด

"เยี่ยม"

เฉินหยางแอบชมในใจ ฝีมือการบังคับโดรนของโจวฮวนนั้นร้ายกาจนัก ขนาดนี้ยังหลบได้

หลังจากหลบการโจมตีได้ โดรนก็พุ่งดิ่งลงสู่หนองน้ำด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม "ตู้ม!" ตามมาด้วยเสียงระเบิดกึกก้อง สายน้ำและดินโคลนพุ่งกระจุยกระจาย และร่างขนาดมหึมาก็ปรากฏกายขึ้น

"นั่นมันปลาหรือ?"

เฉินหยางตกตะลึง ร่างมหึมานั้นดูคล้ายปลาก็ไม่ใช่ จะว่าเหมือนสัตว์ประหลาดก็ไม่เชิง หน้าตาของมันอัปลักษณ์และดุร้าย เฉินหยางเองก็บอกไม่ได้ว่ามันคือตัวอะไร

"ตู้ม!"

"ตู้ม!"

เมื่ออสูรปรากฏตัว โดรนอีกสองลำก็พุ่งเข้าโจมตีทันที เสียงระเบิดดังสนั่นอีกสองครั้ง หนึ่งในนั้นคือกระสุนเทอร์ไมต์ที่ระเบิดออกเป็นแสงสีขาวเจิดจ้า แม้จะอยู่ไกลขนาดนี้ เฉินหยางยังรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่พุ่งเข้าปะทะหน้า

"โฮก..."

อสูรร้ายแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด และมันยังคงกรีดร้องอย่างต่อเนื่อง

เฉินหยางเห็นอสูรตัวนั้นดิ้นพล่านอยู่ในโคลนตม พยายามจะดับไฟที่ลุกไหม้อยู่บนตัว แต่น่าเสียดายที่เปล่าประโยชน์ กระสุนเทอร์ไมต์หากพลังงานไม่หมดสิ้นย่อมไม่มีวันดับ

อสูรได้รับบาดเจ็บสาหัส ในตอนนั้นเองจางเจิ้นสงและพวกอีกสามคนก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาพุ่งทะยานเป็นภาพติดตาเข้าหาอสูรด้วยความเร็วสูง วิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมทำให้พวกเขาดูราวกับเหยียบไปบนผิวน้ำ

"ปัง!"

เหล่าซันออกกระบวนท่าก่อนเป็นคนแรก เขาใช้วิชาพลังฟาดฟันเข้าใส่ร่างอสูรอย่างจัง จนเกิดรอยแผลขนาดใหญ่บนหลังของมัน

อสูรเจ็บปวดจนคลั่ง หางขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมาจากโคลนตมกวาดเข้าใส่เหล่าซัน จางเจิ้นสงเห็นดังนั้นจึงฟันดาบลงบนหางของมันเพื่อช่วยดึงเวลาให้เหล่าซันหลบการโจมตีได้ทัน

"ฝ่ามืออาทิตย์ชาด!"

อีกคนพุ่งเข้าประชิดตัวอสูร สองมือของเขาแดงฉานราวกับเหล็กเผาไฟ ก่อนจะซัดฝ่ามือเข้าใส่ร่างอสูรอย่างจังจนร่างมหึมาของมันกระเด็นไปไกลหลายเมตร

เหล่าซันและจางเจิ้นสงพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง ทั้งสามคนประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมราวกับฝูงหมาป่ารุมล้อมเหยื่อ บีบคั้นจนอสูรเริ่มคุ้มคลั่งและอาละวาดหนักขึ้น

ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย มีคนหนึ่งพุ่งทะยานไปยังริมสนามรบเพื่อเก็บสมุนไพรวิญญาณ

คนผู้นั้นรวดเร็วนัก เขาไม่รอช้า พุ่งมือลงไปในโคลนตมถอนสมุนไพรวิญญาณออกมาทั้งราก แล้วรีบโกยอ้าวทันที

อสูรเห็นสมุนไพรวิญญาณถูกขโมยไปก็เริ่มร้อนรน ร่างของมันพลันเปล่งแสงสว่างวาบ ทำให้เหล่าซันตะโกนลั่น "รีบหนีไป! มันคือปลาไหลไฟฟ้า เจ้านี่มีพลังวิชาของปลาไหลไฟฟ้า!"

ทั้งสามคนหันหลังเตรียมหนี แต่สายฟ้าจากอสูรร้ายถูกปล่อยออกมาแล้ว จางเจิ้นสงช้าไปก้าวหนึ่ง เขาแผดเสียงร้องโหยหวนก่อนจะล้มฟุบลงในหล่มโคลน

"บุก!"

เห็นดังนั้นโจวฮวนก็โบกมือสั่งการ หน่วยคุ้มกันสองคนพุ่งไปข้างหน้าพร้อมปืนกลแกตลิงลำกล้องแฝด

"ตืดๆๆๆ..."

แกตลิงพ่นไฟออกมา ปลอกกระสุนจำนวนมหาศาลร่วงหล่นสู่พื้น อสูรร้ายถูกยิงจนต้องล่าถอยไปทีละก้าว

ใช่แล้ว มันแค่ล่าถอยไปเท่านั้น กระสุนกลับยิงไม่ทะลุร่างอสูร มิน่าเล่าเมืองเจียงถึงละทิ้งอาวุธปืนส่วนใหญ่และเก็บไว้เพียงอาวุธหนัก

เหล่าซันทะยานร่างเข้าไปคว้าตัวจางเจิ้นสงแล้วรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อจางเจิ้นสงพ้นขีดอันตราย หน่วยคุ้มกันคนอื่นๆ ก็ใช้อาวุธร้อนเข้าใส่ทันที เฉินหยางเห็นแม้กระทั่งเครื่องยิงจรวดที่ระดมยิงเข้าใส่อสูรอย่างไม่ยั้ง

"ถอย!"

จางเจิ้นสงตะโกนสั่ง หน่วยคุ้มกันที่กระสุนหมดรีบถอนตัวทันที เหล่าซันและนักยุทธ์ระดับ 7 อีกคนคอยระวังหลังให้ เฉินหยางเองก็ไม่รอช้า รีบถอยตามไปอย่างรวดเร็ว

"อาจารย์ ท่านไม่เป็นไรนะ?"

เฉินหยางเข้าไปถามจางเจิ้นสงด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เป็นไร รีบไปเร็ว"

จางเจิ้นสงส่ายหน้า เขาถูกไฟช็อตจนตอนนี้ทั้งมึนหัวและอยากอาเจียน จะไม่เป็นไรได้อย่างไร

ทว่าตราบใดที่ยังไม่ตายเขาย่อมไม่สนใจ กลับไปแล้วเขาสามารถรักษาตัวเองได้

เพียงแต่ครั้งนี้เสียหน้าไปหน่อย ในบรรดาสามคนเขาแข็งแกร่งที่สุด แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีแค่เขาที่ได้รับบาดเจ็บ

ทุกคนวิ่งหนีมาไกลจนไม่ได้ยินเสียงการต่อสู้จากข้างหลังถึงได้หยุดพัก

"อาจารย์ ต้องหาที่ตั้งค่ายแล้วขอรับ นอนกลางป่าตอนกลางคืนอันตรายเกินไป"

"ออกจากเขตพื้นที่ชุ่มน้ำก่อน ไปที่ภูเขา หาถ้ำ ถ้าไม่มีก็ขุดเอง"

จางเจิ้นสงพยักหน้า ในป่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการไปตั้งค่ายอยู่ใกล้กับรังของอสูรปีศาจที่แข็งแกร่ง เพราะจะถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุกและถูกล่าไม่จบสิ้น

ทุกคนรีบออกจากพื้นที่ชุ่มน้ำไปยังภูเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง เมื่อหาถ้ำไม่ได้ในทันทีจึงต้องลงมือขุดเอง

หน่วยคุ้มกันหาทำเลที่เหมาะสมก่อนจะใช้พลั่วทหารลงมือขุด หลายคนสลับกันทำหน้าที่ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขุดถ้ำที่กว้างพอให้ทุกคนพักผ่อนได้สำเร็จ ดินที่ขุดออกมาถูกกองไว้หน้าถ้ำเพื่อทำเป็นเนินพรางตา มีคนนำผ้ากันน้ำมาปิดปากถ้ำทิ้งไว้เพียงรูระบายอากาศไม่กี่แห่ง

"เหล่าซันพวกเขากลับมาแล้ว"

ครู่หนึ่งทุกคนก็เห็นเหล่าซันและคนอื่นๆ กลับมา

"เป็นอย่างไรบ้าง ฆ่ามันได้ไหม?"

"ไม่ได้ เจ้านั่นมันอึดเกินไป ร่างกายถูกพวกเราซัดจนเละแต่มันก็ยังไม่ตาย แถมยังตามพวกเรามาตั้งไกล"

"น่าเสียดายจริงๆ"

"อสูรร้ายร่างกายแข็งแรง พลังชีวิตเหนียวแน่น เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อีกอย่างเจ้านั่นน่าจะมีความสามารถเหนือกว่าพวกเราเสียอีก การที่มันไม่ตายจึงไม่ใช่เรื่องแปลก"

เหล่าซันกล่าว เมื่อถึงระดับ 7 พลังชีวิตย่อมเหนียวแน่นมาก หากไม่ใช่หัวใจหรือสมองถูกทำลาย บาดแผลฉกรรจ์ทั่วไปย่อมประคองชีวิตไว้ได้นาน

"อาจารย์ไม่ต้องกังวลขอรับ มันคงอยู่ได้ไม่นานหรอก บาดเจ็บหนักขนาดนั้น กลิ่นเลือดจะดึงดูดนักล่าตัวอื่นๆ มันคงรอดไปได้ไม่นาน"

โจวฮวนกล่าว ธรรมชาติช่างโหดร้าย เมื่ออสูรบาดเจ็บมันไม่มีหมอหรือยารักษา สิ่งที่รอคอยมันอยู่มีเพียงนักล่าตัวอื่นเท่านั้น

"ช่างหัวมันเถอะ รีบขยายถ้ำหน่อย ข้าจะอึดอัดตายอยู่แล้ว"

เหล่าซันกล่าว ตอนนี้ถ้ำกว้างพอแค่คนนั่งเบียดกันเท่านั้น สภาพแวดล้อมย่ำแย่เหลือเกิน ดูคล้ายกับสนามเพลาะหรือรูหนูในความทรงจำของเฉินหยาง

หน่วยคุ้มกันคนอื่นๆ ทำงานเงียบๆ จางเจิ้นสงเริ่มหายใจคล่องขึ้น เขาให้คนนำสมุนไพรวิญญาณต้นนั้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

"เฉินหยาง เจ้าเป็นอะไรไป"

โจวฮวนเห็นสีหน้าของเฉินหยางดูไม่สู้ดีนักจึงรีบถาม

"ไม่เป็นไรขอรับ วันนี้แค่เหนื่อยนิดหน่อย"

เฉินหยางส่ายหน้า เขาจะบอกได้อย่างไรว่าทันทีที่สมุนไพรวิญญาณต้นนั้นปรากฏขึ้น เฉินหยางก็ได้กลิ่นหอมหวลอย่างรุนแรง หอมกว่ากลิ่นจากตัวจางเจิ้นสงถึงสิบเท่า สัญชาตญาณในร่างกายร่ำร้องด้วยความโหยหา มันคอยกระซิบบอกเฉินหยางตลอดเวลาว่า กลืนมันลงไป กลืนมันลงไป

โชคดีที่จิตใจของเฉินหยางมั่นคงนัก เขาข่มกลั้นความเย้ายวนนั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ในการต่อสู้กับกิเลส เฉินหยางยังคงเป็นฝ่ายเหนือกว่า

เมื่อท้องฟ้ามืดมิดลง ทุกคนก็ไม่เอ่ยปากพูดอีก เพราะในคืนที่เงียบสงัด เสียงเพียงเล็กน้อยอาจดึงดูดสิ่งไม่พึงประสงค์ได้

พวกเขานั่งนิ่งอยู่ในถ้ำ ได้ยินเสียงต่างๆ นานา ทั้งเสียงสัตว์ป่า เสียงคำรามลั่นจากที่ไกลๆ หรือแม้แต่เสียงที่คล้ายกับการระเบิด

กว่าจะทนผ่านพ้นจนถึงเช้า ทุกคนรีบออกจากถ้ำมุ่งหน้ากลับค่ายหลัก ตลอดทั้งคืนแทบไม่มีใครได้นอน พวกเขาต้องการกลับไปพักผ่อนที่ค่ายเพื่อเตรียมตัวกลับเมืองเจียงในวันพรุ่งนี้ หากราบรื่นเพียงวันเดียวก็ถึง

"หยุด!"

เมื่อมาถึงหน้าค่าย เหล่าซันโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด

"มีบางอย่างผิดปกติ หน่วยลาดตระเวนไปไหนหมด"

"โจวฮวน เจ้าทิ้งคนไว้กี่คน"

"สิบสองคนขอรับ นักวิจัยสองคน หน่วยคุ้มกันสิบคน อาวุธยุทโธปกรณ์ครบครัน"

"สิบสองคนเพียงพอที่จะเฝ้าค่ายแล้ว ตามหลักต้องมีคนเฝ้ายาม ค่ายเกิดเรื่องแล้ว"

"อะไรนะ!"

ทุกคนอุทานด้วยความตกใจ สีหน้าแต่ละคนดูวิตกกังวล ทีมงานชุดนี้ยกเว้นเฉินหยางแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นคนคุ้นเคย เป็นเพื่อน เป็นสหายร่วมรบ

"ศาสตราจารย์จาง รีบเข้าไปดูเถอะขอรับ"

"ศาสตราจารย์จาง พี่ชายของข้ายังอยู่ในนั้น!"

"อย่ารีบร้อน เหล่าซัน พวกเราสามคนเข้าไปก่อน สวมชุดป้องกันวัตถุอันตรายด้วย"

จางเจิ้นสงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาหวังว่าคงไม่เกิดเรื่องร้ายแรง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องระมัดระวังให้ถึงที่สุด

จบบทที่ บทที่ 56 ช่วงชิงสมุนไพรวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว