- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกยุทธ์ขั้นสูง แท้จริงแล้วข้าคือผู้ฝึกตนมาร
- บทที่ 52 ออกนอกเมือง
บทที่ 52 ออกนอกเมือง
บทที่ 52 ออกนอกเมือง
บทที่ 52 ออกนอกเมือง
เมืองเจียง มหาวิทยาลัยยุทธ์
เป็นอีกวันที่ได้ทรัพยากรมาฟรีๆ เฉินหยางเดินมาที่ห้องแล็บของจางเจิ้นสงด้วยอารมณ์เบิกบาน
"อาจารย์ กำลังจะไปไหนขอรับ"
เมื่อมาถึงห้องแล็บ เฉินหยางเห็นกระเป๋าเป้ใบใหญ่บนพื้นจึงรีบถามทันที
"ต้องออกนอกเมืองสักเที่ยว ไปหาของบางอย่าง คาดว่าคงใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ทรัพยากรของเจ้าข้าเตรียมไว้ให้แล้ว สัปดาห์นี้เจ้าก็ตั้งใจฝึกฝนอยู่ที่นี่"
จางเจิ้นสงกล่าว ทรัพยากรที่มหาวิทยาลัยแจกจ่ายไม่เพียงพอต่อการฝึกฝนของเฉินหยาง ส่วนใหญ่จึงได้รับการสนับสนุนจากเขา
"อาจารย์ ข้าอยากไปด้วย"
"เจ้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?"
"มีอาจารย์อยู่ด้วย ย่อมต้องปลอดภัยแน่นอน ใช่ไหมขอรับ"
เฉินหยางกล่าวติดตลก ฟ้าจะถล่มก็มีคนตัวสูงคอยยันไว้ เขาจะกลัวอะไร
"อาจารย์ ศิษย์น้องเล็กมีความสามารถไม่เลว อีกอย่างครั้งนี้เราเตรียมตัวมาพร้อม พาน้องออกไปเปิดหูเปิดตาหน่อยก็ดี จะได้ไม่ลนลานเวลาต้องออกไปคนเดียวในอนาคต พวกเราตอนนั้นยังถูกคนหัวเราะเยาะแทบตาย"
ในตอนนั้นเอง ศิษย์อีกคนของจางเจิ้นสงเดินเข้ามากล่าว จางเจิ้นสงไม่ได้มีเฉินหยางเป็นศิษย์เพียงคนเดียว เขามีลูกศิษย์มากมาย คนที่อยู่ข้างกายเขามีถึงหกเจ็ดคน ซึ่งล้วนเป็นผู้มีความสามารถด้านการวิจัย เป็นแขนซ้ายแขนขวาในการทำงานของเขา
"ก็ได้ เฉินหยาง เจ้ากลับไปเก็บของใช้ส่วนตัว ให้เวลาหนึ่งชั่วโมงพอไหม"
"ครึ่งชั่วโมงข้าจะกลับมาขอรับ"
เฉินหยางทิ้งท้ายไว้แล้วรีบวิ่งออกไปทันที เขาใช้ท่าร่างวิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อไปขอลาหยุด
"วิชาตัวเบาของศิษย์น้องเล็กไม่เลวเลยจริงๆ วิ่งจนเห็นเป็นภาพติดตาแล้ว"
ศิษย์พี่หลายคนในห้องแล็บต่างพากันชื่นชม พวกเขามีความประทับใจต่อเฉินหยางดีมาก อัจฉริยะที่เก่งที่สุดในโรงเรียนแถมยังมีมารยาท ใครจะไม่ชอบล่ะ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินหยางสะพายกระเป๋ามาปรากฏตัวที่ห้องแล็บ ส่วนจางเจิ้นสงและคนอื่นๆ ก็เตรียมตัวเสร็จพอดี ทุกคนช่วยกันขนของลงข้างล่าง ที่นั่นมีรถรออยู่แล้ว
"เฉินหยาง เจ้ามีหน้าที่ต่อสู้ เรื่องการวิจัยเจ้าไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะฉะนั้นตามข้าไว้ให้ดี พูดให้น้อย ดูให้มาก เข้าใจไหม?"
"วางใจได้ขอรับอาจารย์ ข้าจะเป็นเด็กดี"
"โจวฮวน เจ้าดูแลเขาด้วย"
จางเจิ้นสงชี้ไปที่ศิษย์อีกคน เฉินหยางรีบขอบคุณโจวฮวนทันที
โจวฮวนแทบจะเป็นศิษย์เอกของจางเจิ้นสง ติดตามอาจารย์มาเกือบสิบปีแล้ว ความสามารถด้านการต่อสู้ไม่แน่ชัด ได้ยินว่าเป็นนักยุทธ์ระดับ 6 แต่ในด้านวิชาการเขานั้นเก่งกาจมาก เป็นกระดูกสันหลังของทีมจางเจิ้นสงเลยทีเดียว
ทุกคนนั่งรถออกจากมหาวิทยาลัยยุทธ์ มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ และไม่นานก็มาถึงกำแพงเมือง หลังจากผ่านการตรวจสอบหลายชั้น ทุกคนจึงออกจากกำแพงเมืองได้สำเร็จ
"ศิษย์น้องเล็กคงเพิ่งเคยเห็นกำแพงเมืองครั้งแรกสินะ"
"ใช่ขอรับ สูงมาก น่าจะร้อยเมตรได้ไหมขอรับ"
"ประมาณนั้นแหละ ความสูงเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งร้อยเมตร ใช้คนนับล้านและเวลาสิบปีถึงสร้างเสร็จ"
โจวฮวนกล่าว กำแพงเมืองเจียงไม่ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่คดเคี้ยวไปตามภูมิประเทศ มีประตูเมืองทั้งหมดสิบสามแห่ง และที่พวกเขาผ่านออกมาคือประตูทิศเหนือหมายเลข 1
เมื่อพ้นประตูออกมา สิ่งที่เฉินหยางเห็นคือที่ดินราบกว้างขวาง ไม่มีพืชพรรณ โล่งเตียน โจวฮวนอธิบายข้างๆ ว่า "นี่ทำไว้เพื่อเคลียร์ระยะยิง ภายในสามกิโลเมตรนอกกำแพงเมือง ห้ามมีสิ่งปลูกสร้าง ห้ามมีพืชพรรณ จะมีคนคอยทำความสะอาดเป็นระยะ"
"สายเลือดบรรพบุรุษในตัวข้าเริ่มทำงานเลย ที่ดินราบเรียบขนาดนี้แต่กลับไม่ได้เอามาปลูกผัก น่าเสียดายจริงๆ"
"ฮ่าๆ ในกองทัพก็มีคนพูดแบบนี้เยอะเหมือนกัน แต่ทำไม่ได้หรอก เคยมีบทเรียนราคาแพงมาแล้ว"
โจวฮวนกล่าว ด้วยเสบียงอาหารที่มีอยู่ในเมืองเจียงตอนนี้ คิดว่าพวกเขาไม่อยากปลูกผักตรงนี้จริงๆ หรือ? แต่มันทำไม่ได้เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้ว
เมื่อพ้นระยะสามกิโลเมตร เฉินหยางถึงเริ่มเห็นพื้นที่กษตรกรรมขนาดใหญ่ แม้แต่โรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งก็ยังมีให้เห็น ทำให้เฉินหยางรู้สึกประหลาดใจมาก เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่ามีคนอาศัยอยู่นอกเมืองจำนวนมาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น ก่อนหน้านี้เฉินหยางยังสงสัยอยู่เลยว่าพื้นที่เมืองเจียงก็ไม่ได้กว้างขวางนัก จะรองรับคนนับสิบล้านได้อย่างไร
"นี่คือเขตปลอดภัย บริเวณนี้จะมีนักยุทธ์คอยกำจัดอสูรเป็นประจำ และมีนักยุทธ์ลาดตระเวน โดยปกติแล้วค่อนข้างปลอดภัย"
"ค่อนข้างปลอดภัย ก็แสดงว่าไม่ปลอดภัยล่ะสิ"
"เอ่อ..."
โจวฮวนถึงกับไปไม่เป็น หากเจ้าพูดแบบนี้ มันก็ถูกของเจ้า
ผ่านเขตปลอดภัยไปหลายแห่ง เฉินหยางเริ่มเห็นกองทหารมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่รถถังที่ใช้การไม่ได้แล้วก็ยังมีให้เห็น
นอกเมืองมีอสูรปีศาจ นี่คือสิ่งที่เฉินหยางได้ยินมาตั้งแต่ประถม ยิ่งโตขึ้นและได้รับการศึกษามากขึ้น เขาก็ยิ่งเข้าใจอสูรปีศาจในโลกนี้มากขึ้น
อันตรายนอกเมืองจะแบ่งอสูรและปีศาจออกจากกัน อสูรและปีศาจนั้นไม่เหมือนกัน อสูรเข้าใจง่ายๆ คือพวกสัตว์ประหลาดตามความหมายดั้งเดิม สัตว์ที่กลายเป็นปิศาจ ไม่ว่าจะเป็นอสูรหมู อสูรสุนัข อสูรไก่ มีหมดทุกอย่าง พวกอสูรเหล่านี้ในช่วงระดับต่ำจะอ่อนแอมาก แม้แต่ปืนธรรมดาก็ฆ่าพวกมันได้ แต่เมื่อถึงระดับสูง อาวุธหนักก็แทบจะไร้ผล
สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือปีศาจ ปีศาจมีลักษณะเด่นสองประการ อย่างแรกคือความลึกลับ พวกมันมีร่องรอยไม่แน่นอน พลังแข็งแกร่ง อย่างที่สองคือความกระหายเลือด เหมือนกับแมวจับหนู บางครั้งกินไม่ลงแล้ว ก็ยังจะทรมานเหยื่อจนตาย และต้องฆ่าให้หมด
"ถึงฐานทัพรุกคืบแล้ว ฐานทัพรุกคืบคือฐานทัพทหารล้วนๆ เมื่อพ้นจากฐานทัพนี้ไป ก็ไม่มีการรับประกันความปลอดภัยอีกแล้ว ศิษย์น้องเล็กเตรียมตัวลงรถ"
โจวฮวนมองดู เบื้องหน้าปรากฏป้อมปราการทหาร นี่คือฐานทัพรุกคืบที่เมืองเจียงตั้งขึ้น ถัดจากที่นี่ไปไม่มีถนนอีกแล้ว มีแต่ป่าดงดิบ และไม่มีการรับประกันความปลอดภัยใดๆ พวกเขาต้องเดินเท้าต่อไป
.......
นอกเมืองเจียง
ขบวนคนประมาณหกสิบคนกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในพื้นที่ที่เกือบจะเป็นป่าดงดิบ โดยมีนักยุทธ์ระดับ 7 สองคนนำหน้า
ทั้งสองคนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดนอกเหนือจากจางเจิ้นสง ส่วนที่เหลือมีนักวิจัยสิบกว่าคน และที่เหลือคือหน่วยคุ้มกัน
เมื่อเข้าสู่สภาวะการทำงาน จางเจิ้นสงและโจวฮวนก็ไม่มีเวลาสนใจเฉินหยางแล้ว ทั้งคู่ทุ่มเทให้กับการทำงาน ส่วนเฉินหยางก็มองไปรอบๆ อย่างสนใจ
หลังจากวุ่นวายมาทั้งวัน ทุกคนเลือกพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งเพื่อตั้งค่าย เฉินหยางและศิษย์พี่หลายคนล้อมวงนั่งคุยกันรอบกองไฟ
"ศิษย์พี่ วันนี้ดูเหมือนเราจะไม่เจออันตรายอะไรเลยนะขอรับ"
"ศิษย์น้องอย่าประมาท แถวนี้ไม่มีอันตรายเพราะนักยุทธ์เมืองเจียงทำความสะอาดไปหลายรอบแล้ว พรุ่งนี้ถ้าลึกเข้าไปจะเริ่มอันตราย และอันตรายหลายอย่างมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ก๊าซพิษบางชนิด น่ากลัวมาก"
"อย่างนั้นหรือขอรับศิษย์พี่ ก่อนหน้านี้ข้าเห็นข่าวว่าทีมสำรวจหลายทีมพินาศสิ้น พวกเขาเข้าไปลึกแค่ไหนกันขอรับ"
"เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้แน่ชัด แต่อย่างน้อยก็สามร้อยกิโลเมตรขึ้นไป อสูรปีศาจที่แข็งแกร่งภายในสามร้อยกิโลเมตรถูกท่านผู้บัญชาการสูงสุดกวาดล้างไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมีอสูรปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าอพยพมาเพิ่ม อีกอย่างสำหรับทีมสำรวจ อสูรปีศาจธรรมดาก็เพียงพอที่จะปลิดชีพพวกเขาได้แล้ว"
"อย่างนั้นหรือขอรับ แล้วศิษย์พี่ ภารกิจของเราในครั้งนี้คืออะไรขอรับ"
"มีคนนำแร่สามชนิดกลับมา ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนช่วงพลังปราณฟื้นฟู มันแฝงไปด้วยพลังงานมหาศาล เป็นวัสดุชั้นยอดในการสร้างอาวุธวิญญาณ หากสามารถยืนยันสถานะของเหมืองแร่ได้ ในอนาคตอาวุธวิญญาณก็จะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับนักยุทธ์ นอกจากนี้ยังมีพืชอีกสองชนิดที่มีคุณค่าทางยาสูงมาก เราต้องหาต้นอ่อนของมันให้เจอ และศึกษาสภาพแวดล้อมเพื่อเตรียมเพาะปลูกในเมืองเจียง หากสามารถปลูกได้ในระดับอุตสาหกรรม จะช่วยเพิ่มจำนวนนักยุทธ์ระดับ 7 ขึ้นไปได้ พืชชนิดนี้มีประโยชน์ต่อนักยุทธ์มาก"
"ถ้าอย่างนั้นภารกิจนี้ก็หนักหนามากเลยสิขอรับ?"
"ภารกิจหนักย่อมเป็นธรรมดา แต่ก็ยังดีที่พืชเหล่านั้นอยู่ใกล้กับเหมืองแร่"
โจวฮวนกล่าว พวกเขาทั้งหกสิบคนนี้ คนที่พลังต่ำที่สุดคือระดับ 4 จางเจิ้นสงเตรียมการสำหรับการดำเนินการครั้งนี้มานานมากแล้ว
คุยกันจนถึงกลางดึก รอบข้างมีเสียงสัตว์นิรนามคำราม คนที่เพิ่งออกมาครั้งแรกหลายคนทนไม่ไหว ไม่กล้านอนพักผ่อน ส่วนเฉินหยางกลับวางใจมาก เพราะเขามีเฉินเซิ่งคอยเข้าเวรอยู่
เช้าวันที่สอง ทุกคนรีบกินมื้อเช้าแล้วเริ่มเดินทางทันที
ทางข้างหน้าเดินลำบากขึ้นจริงๆ หากจะพูดให้ถูกคือไม่มีทางเดินเลย เป็นการเดินตัดผ่านป่าดงดิบ และในที่สุดเฉินหยางก็ได้เห็นอสูรบางชนิด เช่น สัตว์ที่กลายเป็นอสูร
โจวฮวนบอกเฉินหยางว่า สัตว์อสูรเหล่านี้คือวัตถุดิบหลักของยาเม็ดเป่ยหยวน ยาเม็ดเป่ยหยวนจำนวนมหาศาลของเมืองเจียงก็ผลิตมาจากอสูรพวกนี้แหละ
เฉินหยางถามว่าทำไมไม่กินเนื้อสัตว์อสูรเหล่านี้โดยตรง โจวฮวนตอบเฉินหยางว่ามีสองเหตุผล หนึ่งคือเนื้ออสูรนั้นไม่อร่อยอย่างมาก ต่อให้ใช้หม้ออัดแรงดันต้มเป็นชั่วโมงก็ยังไม่เปื่อย และจะทำให้พลังงานสูญเสียไปมากเกินไป สองคือพลังงานในตัวสัตว์อสูรนั้นบ้าคลั่งเกินไป นักยุทธ์ระดับต่ำไม่สามารถกินโดยตรงได้ อย่าว่าแต่คนธรรมดาเลย
"ชู่ว"
"เงียบเสียงหน่อย"
"มีอสูร"
ขบวนที่กำลังเดินอยู่พลันได้ยินเสียงคนสั่งให้เงียบ ทุกคนหยุดก้าวเดินทันที และมองไปรอบๆ ด้วยความตึงเครียด