- หน้าแรก
- ท่องสมุทรสุดขอบฟ้า พร้อมเนตรทองคำมองทะลุทะเล
- บทที่ 13 ทูน่าตัวแรก
บทที่ 13 ทูน่าตัวแรก
บทที่ 13 ทูน่าตัวแรก
ตอนที่อวี้เชาหย่อนเบ็ดลงไป เขาเห็นฝูงปลาเหยื่อว่ายวนเวียนรอบเรือเหล็กราวกับไม่กล้าไปไหนไกล
เขาก็เดาได้ทันทีว่ามีนักล่าขนาดใหญ่วนเวียนอยู่แถวนี้แน่
อวี้เชาจึงจงใจเหวี่ยงเบ็ดไปทางด้านหลังฝูงปลาเหยื่อ ไม่ถึงสิบวินาที ปลายักษ์ก็ฮุบเหยื่อจนเกือบกระชากอวี้เชาตกน้ำ
"มาดิครับ!" อวี้เชาตะโกนลั่น รู้สึกได้ถึงตะขอที่ฝังเข้าปากปลาอย่างจัง
"แหม ยังจะหนีอีกเรอะ? กินเบ็ดข้าแล้วก็ต้องเป็นปลาของข้า อย่าหวังว่าจะหนีไปได้"
อวี้เชาพ่นคำพูดอวดดีออกมาหน้าตาเฉย
"นวมรองสู้ปลา! อาเชา ประคองไว้ เดี๋ยวพี่ใส่นวมรองสู้ปลาให้!"
เจ้ายักษ์ใต้น้ำกระชากเป็นรอบที่สอง โชคดีที่หลิวเฮ่อเอาเข็มขัดสู้ปลามาใส่ให้ทันเวลา ช่วยทุ่นแรงอวี้เชาไปได้เยอะ
ขนาดใช้รอกไฟฟ้า อวี้เชายังรู้สึกว่าการเก็บสายมันยากลำบากเหลือเกิน
"ครืด... ครืด..." เสียงสายเอ็นตึงเปรี๊ยะเสียดสีกับรอกทำเอาคนฟังเสียวฟันวาบ แต่ความรู้สึกตอนสู้กับปลาใหญ่นี่มันสะใจพิลึก
ในที่สุด เจ้ายักษ์จอมดื้อรั้นก็ถูกอวี้เชาลากเข้ามาข้างเรือ ลำตัวกลมป้อมของมันโผล่พ้นผิวน้ำ หลิวเฮ่อฉวยโอกาสแทงฉมวกเข้าที่ตาของมันอย่างแม่นยำ ทำลายระบบประสาท ก่อนจะช่วยกันลากขึ้นเรือ
"ทูน่าครีบเหลือง! ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลย!"
"ลำบากพี่เฮ่อแย่เลย"
อวี้เชาพิงกราบเรือหอบแฮก กล่าวขอบคุณหลิวเฮ่อที่กำลังรีดเลือดปลา มีคนอาสาจะช่วยอัดปลาแทน แต่อวี้เชาปฏิเสธ
ไม่ใช่ว่าเขางก แต่เขาอยากลองดูด้วยตัวเองว่าทูน่าตัวแรกในชีวิตเขาจะเอาชนะมันได้ไหม อีกอย่าง การมาอาศัยเรือคนอื่นออกทะเลแบบนี้ทำให้อวี้เชารู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจ ถ้ามีเงิน เขาอยากจะซื้อเรือของตัวเอง แล้วออกไปคนเดียวโดยไม่ต้องง้อลูกเรือ
คิดดูแล้ว อวี้เชาจึงปฏิเสธความช่วยเหลือจากทุกคน เขาทำปลาไม่เป็น เลยยกหน้าที่ให้หลิวเฮ่อ ส่วนตัวเองก็ยืนดูเพื่อเรียนรู้วิธีการและเทคนิค
ไม่งั้นถ้าวันหน้าตกได้เองแต่ทำปลาไม่เป็น คงเสียหายหลายแสน
"พี่เฮ่อ เจ้าเหลืองตัวนี้ดูไม่ยาวมาก แต่อ้วนปุ๊กเลย พี่ว่าหนักเท่าไหร่?"
"ไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบชั่งแน่ อาเชา เอ็งสุดยอดมาก! งานนี้เอ็งเป็นแชมป์ประจำทริปชัวร์!"
"ก็ได้พี่เฮ่อช่วยแนะนำนั่นแหละครับ"
หลังจากจัดการปลาเสร็จ หลิวเฮ่อก็ประเดิมถ่ายรูปคนแรก ลำพังคนเดียวยกไม่ไหว กว่าหลิวเฮ่อจะถ่ายเสร็จถึงค่อยเป็นตาของอวี้เชา
แน่นอนว่าแก๊งถ่ายรูปเช็คอินไม่ยอมพลาดโอกาสทองแบบนี้
สุดท้าย แม้แต่หลิวฉางเฟิงก็ยังพาเพื่อนมาถ่ายรูปคู่กับทูน่าครีบเหลือง กว่าจะเสร็จพิธี อวี้เชากับหลิวเฮ่อถึงได้ช่วยกันแบกปลาเข้าห้องเย็น
พอทั้งคู่กลับออกมาที่ดาดฟ้าเรือ นักตกปลาอีกคนจากแก๊งถ่ายรูปก็ตกได้ปลาพอดี เป็นพี่คนที่เคยปล่อยลูกทูน่าครีบน้ำเงินไปนั่นแหละ
พอปลาติดเบ็ด แกก็เริ่มวิ่งรอบเรือ คราวนี้ดวงซวยไปหน่อย สายเกือบไปพันกับคนอื่น
อีกคนก็ตกได้เหมือนกัน แต่ตัวไม่ใหญ่ เขาอัดปลาขึ้นมาได้ครึ่งทางแล้ว "เฮียจี อ้อมไปทางหัวผมเลย อย่าให้พันกันนะเฮ้ย"
"โอเค เดี๋ยวผมเหวี่ยงไปทางนี้ ก้มหัวหน่อย"
เฉียดฉิวไปนิดเดียว สายเบ็ดไม่พันกัน ทั้งคู่โล่งอกไปที
พอเฮียจีลากปลาเข้ามาใกล้เรือ หลิวเฮ่อก็โชว์เทพแทงฉมวกเข้าตาปลาอย่างแม่นยำอีกครั้ง
ปลาที่ลากขึ้นมาคือทูน่าครีบน้ำเงิน เฮียจีรีบถามหลิวเฮ่อ "พี่เฮ่อ ตัวนี้ปลาอะไร?"
"ทูน่าครีบน้ำเงินครับ พันธุ์เดียวกับตัวเล็กที่พี่ปล่อยไปเมื่อกี้แหละ ตัวนี้ราวๆ 20 ชั่ง ไซส์นี้เนื้อกำลังกินเลย"
"ขายได้เท่าไหร่? เทียบกับของน้องชายคนเมื่อกี้เป็นไง?" พอรู้ว่าเป็นทูน่าครีบน้ำเงิน แกก็ถามราคาด้วยความดีใจ แถมยังเอาไปเทียบกับทูน่าครีบเหลืองของอวี้เชาอีก
"ของพี่น้ำหนักน้อย เหมาะเอาไปกินเองมากกว่าครับ ถ้าขายราคาไม่ค่อยดีหรอก ของอาเชาถึงจะเป็นครีบเหลือง แต่ไซส์ยักษ์แบบนั้น ขายได้เป็นหมื่นแน่ๆ"
"โธ่ นึกว่าจะแน่ งั้นถ้าเหมาะกินก็กินกันเถอะ มาลองชิมกันหน่อย"
ได้ยินหลิวเฮ่อว่าอย่างนั้น เฮียจีก็โบกมือ บอกให้หลิวเฮ่อเอาไปทำกินเลย
"เถ้าแก่ แน่ใจนะ? ทูน่าครีบน้ำเงินนี่ซาซิมิคือเดอะเบสต์เลยนะ"
"อย่าพูดมากน่า เอาไปทำกินเลย"
หลิวเฮ่อยิ้มร่าพาลูกเรือลากปลาเข้าครัว ถึงเขาจะแล่ปลาเก่งแค่ไหน แต่โอกาสได้ลิ้มรสทูน่าครีบน้ำเงินไม่ได้มีบ่อยๆ
ลาภปากขนาดนี้ จะไม่ให้ดีใจได้ไง? เดี๋ยวต้องไปรายงานไต้ก๋งด้วย
ระหว่างรอแล่ปลา แก๊งถ่ายรูปก็ตั้งกล้องเตรียมพร้อม ทั้งถ่ายภาพนิ่ง ทั้งอัดวิดีโอ จัดเต็มสองระบบ
หลิวเฮ่อหยิบมีดมาลับกับหินสองสามที แล้วลงมีดเฉียงลงไปหลังเหงือกอย่างมั่นใจ จากนั้นก็กรีดตามแนวสันหลังยาวไปจนถึงหาง
จากเหงือกก็กรีดลงมาตามหน้าท้องไปจนสุดหาง แล้วกรีดตามแนวนอนผ่ากลางลำตัวตามเส้นเลือด
พลิกตัวปลา แยกเนื้อส่วนบนกับส่วนล่างออกจากกัน ทำงานรวดเร็วฉับไว
ทูน่าครีบน้ำเงินที่รีดเลือดแล้ว ถึงตัวจะเล็ก ไขมันน้อยไปหน่อย แต่สีเนื้อสวยบาดใจ
พอลอกเส้นเลือดออกและแบ่งชิ้นส่วน ลายเนื้อที่เผยออกมาดูน่ากินสุดๆ
เนื่องจากปลาตัวไม่ใหญ่ จะให้กินกันจนอิ่มคงไม่ได้ แก๊งถ่ายรูปได้ไปสองจานพูนๆ ที่เหลือก็ได้ชิมคนละสองชิ้นพอเป็นพิธี
ทูน่าตกเอง ฆ่าเอง กินสดๆ บนเรือไม่ว่ารสชาติจะเป็นยังไง แค่ประสบการณ์นี้ก็หาที่ไหนไม่ได้แล้ว
แม้จะยังตกปลาได้ไม่กี่ตัว แต่กิจกรรมแบบนี้มันสนุก บรรยากาศบนเรือเลยครึกครื้นเป็นกันเอง
ไม่มีกล้องส่องทางไกล อวี้เชาเลยไม่รู้ว่าเรือลำอื่นได้อะไรบ้าง แต่เท่าที่เห็น ก็ยังไม่มีลำไหนถอนสมอกลับ
อวี้เชาที่ได้เปิดหูเปิดตาและอิ่มอกอิ่มใจ กลับมาที่จุดตกปลาของตัวเอง ตัดสินใจใช้วิธีเดิมคือหย่อนเบ็ดเช็คปลา นอกจากทูน่า อวี้เชาชอบเงาสีแดงที่สุด ขอแค่เป็นปลาทะเลลึกสีแดง กระเป๋าตังค์เขาก็จะเต็มไปด้วยแบงค์สีเทา
อวี้เชาเฉยๆ ตอนปลากินเบ็ด แต่หลิวเฮ่อที่เสร็จงานเดินมาคุยด้วยกลับร้องเสียงหลง
"แม่เจ้าโว้ย! รอกร้องลั่นเลย!"
อวี้เชารู้อยู่แล้วว่าเป็นปลาอะไร แต่พูดไม่ได้ เลยต้องเล่นละครตามน้ำไปกับหลิวเฮ่อ "นั่นสิพี่ ไม่รู้ตัวอะไร ลากสายออกยาวเลย"
รอกไฟฟ้าส่งเสียง "วื้ดๆๆ" หลิวเฮ่อตื่นเต้นยิ่งกว่าอวี้เชาเสียอีก "ตัวใหญ่แน่! ต้องเป็นปลาใหญ่แน่ๆ! อาเชา หรือจะเป็นทูน่าอีกตัว?"
"ไม่น่าใช่นะพี่ แรงดึงมันไม่เหมือนทูน่า ฟีลคล้ายๆ รูบี้ตัวเมื่อกี้มากกว่า"
"ฮ่าๆๆๆ รูบี้ก็แจ๋ว รูบี้ก็เยี่ยม"
"ขอแค่ไม่ใช่ฉลาม ผมก็พอใจแล้วครับ"
"ไม่ต้องห่วง ไม่ใช่ฉลามแน่นอน! เหลือสี่สิบเมตรแล้ว อาเชา เดี๋ยวพี่ไปเอาสวิงก่อน"
ตอนนี้อวี้เชาดีใจมากที่เรือคนน้อย ถ้าคนเต็มลำ ป่านนี้คงมีคนมายืนเบียดเสียดใกล้ๆ เขา โอกาสสายพันกันคงสูงลิ่ว
ด้วยความถี่ในการได้ปลาของเขา คงไปเกี่ยวสายชาวบ้านจนวุ่นวายแน่ ถ้าเป็นแบบนั้นบ่อยๆ มีเขาคนเดียวที่ได้ปลาแล้วไปทำสายคนอื่นพันกัน ใครจะทนไหว? ตกได้เยอะทริปเดียวไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าได้เยอะทุกทริป อวี้เชากลัวเจ้าของเรือจะคิดไม่ซื่อ
หาเงินเงียบๆ ไม่ต้องอวดรวย คือสัจธรรม
สายสี่สิบเมตรถูกเก็บเข้ามาอย่างรวดเร็ว เงาสีแดงอวบอ้วนค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากใต้น้ำ
"อาเชา! รูบี้! รูบี้อีกแล้ว! ตัวใหญ่กว่าตัวเมื่อกี้อีก!"
อวี้เชาก็ดีใจสุดๆ รูบี้ตัวเบ้อเริ่มขนาดนี้ เสียงเงินไหลเข้ากระเป๋าดังกรุ๊งกริ๊งในหูเลยทีเดียว