- หน้าแรก
- ท่องสมุทรสุดขอบฟ้า พร้อมเนตรทองคำมองทะลุทะเล
- บทที่ 4 สามเยือนร้านรับซื้อ 1
บทที่ 4 สามเยือนร้านรับซื้อ 1
บทที่ 4 สามเยือนร้านรับซื้อ 1
อวี้เชาเลี่ยงคนตามหาดโคลนที่เริ่มพลุกพล่าน ตอนนี้ถังพลาสติกขนาด 50 ลิตรของเขาเต็มจนล้น แม้แต่ถุงกระสอบปุ๋ยก็จุของไปกว่าครึ่งแล้ว
เมื่อเห็นควรแก่เวลา อวี้เชารีบเก็บของแล้วมัดสัมภาระไว้ท้ายจักรยาน มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอ
เมื่อมาถึงร้านรับซื้อในตัวอำเภอ อวี้เชาก็หยิบตะกร้ามาอย่างคล่องแคล่ว แล้วเทของที่หามาได้ลงไป
เขาใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงของเจ้าของร้านล้างทำความสะอาดก่อนจะเริ่มคัดแยกประเภท
เถ้าแก่ร้านไม่ค่อยชอบรับซื้อของเปื้อนโคลน อวี้เชาจึงต้องล้างให้สะอาดก่อนคัดแยกและชั่งน้ำหนักเสมอ
วันนี้ได้หอยหลอดเยอะที่สุด ตัวก็ใหญ่ใช้ได้ แม้จะไม่ใช่ฤดูที่หอยอ้วนพีที่สุดอย่างช่วงเดือนมีนาคม ทำให้ราคาตกลงไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าราคาหอยตามท้องถิ่นทั่วไปโข
หอยหลอดราคาชั่งละ 31 หยวน ได้น้ำหนักรวม 72.4 ชั่ง หอยหวานราคาชั่งละ 22 หยวน รวม 37 ชั่ง หอยตาชัยราคาชั่งละ 14 หยวน รวม 11.6 ชั่ง
ส่วนหอยเบ็ดเตล็ดที่เหลือราคาไม่เท่าไหร่ เถ้าแก่เลยเหมาไปชั่งละ 6 หยวน รวม 17.2 ชั่ง
สุดท้าย อวี้เชารับเงินสดมา 3,324 หยวน เขาถือเงินด้วยอาการมึนงงเล็กน้อย นี่มันเท่ากับเงินเดือนครึ่งเดือนตอนทำงานบนเรือเลยนะ ทั้งที่นี่เป็นแค่ผลงานจากช่วงเช้าวันเดียว
เถ้าแก่หลี่ เจ้าของร้านถึงกับเดินมาทักทายอวี้เชาด้วยตัวเอง
"ไอ้หนุ่ม วันนี้ได้ของเยอะจริง! วันหน้ามีของดีๆ อย่าลืมเอามาขายอีกล่ะ เถ้าแก่หลี่รับรองราคาดีแน่นอน"
เถ้าแก่หลี่จำอวี้เชาที่แวะมาขายของแทบทุกวันได้ ปกติถ้าของน้อย เขาจะให้ลูกน้องเป็นคนจัดการจ่ายเงิน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาทักทายอวี้เชาด้วยตัวเอง
"เถ้าแก่ก็ชมเกินไป ถ้ามีของผมต้องนึกถึงเถ้าแก่อยู่แล้วครับ"
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี อวี้เชาก็เดินออกมาอย่างมึนๆ ถ้าไม่ใช่เพราะคนงานแถวนั้นทัก เขาคงลืมไปแล้วว่าปั่นจักรยานมา
อวี้เชาตบหน้าผากเรียกสติ อาการมึนจากเงินสามพันกว่าหยวนเมื่อเช้าค่อยๆ หายไป เขารีบปั่นจักรยานไปธนาคารเพื่อฝากเงิน
เขาฝากเงินเข้าบัญชีผ่านตู้ 3,300 หยวน เหลือเศษติดตัวไว้ 24 หยวน
เป็นครั้งแรกที่ยอดเงินในบัญชีของอวี้เชาทะลุหลักหมื่น
เพื่อฉลองช่วงเวลาพิเศษนี้ อวี้เชาแวะร้านบะหมี่ในเมือง สั่งบะหมี่คลุกชามโต พร้อมเพิ่มน่องเป็ดเป็นการให้รางวัลตัวเอง
เมื่อท้องอิ่ม ความคิดก็เริ่มแล่น อวี้เชานึกขึ้นได้ว่าที่บ้านยังมีคันเบ็ดเก่าๆ อยู่คันหนึ่ง คุณภาพงั้นๆ แต่ก็พอใช้ตกปลาชายฝั่งได้
ขากลับเขาตั้งใจจะแวะตลาดสดซื้อเครื่องในสัตว์ไปทำเหยื่อ ถ้าโชคดีอาจจะได้ปูติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
เขาหันหัวรถจักรยานมุ่งหน้าสู่ตลาดสด
กลับถึงบ้าน เขาเอากางเกงกันน้ำและชุดกันฝนไปล้างน้ำเปล่า แล้วตากไว้ใต้ชายคา ถ้าขืนเอาไปตากแดดเปรี้ยงๆ มีหวังยางแตกลายงาต่อหน้าต่อตาแน่
เขามีอยู่ชุดเดียว ถ้าพังก็ต้องเสียเงินซื้อใหม่อีก
เขาไปหยิบเบ็ดตกปลาและอุปกรณ์ต่างๆ มาจากห้องเก็บของ อวี้เชาที่อิ่มท้องแล้วสวมชุดกันแดดแล้วรีบตรงดิ่งไปยังโขดหิน เพราะพอสายหน่อยปลามักจะไม่ค่อยกินเบ็ด
มาถึงหมายเด็ดประจำตัว อวี้เชาเกี่ยวเหยื่อและตะกั่วถ่วงอย่างชำนาญ แล้วเหวี่ยงเบ็ดลงทะเล
ทันทีที่เหยื่อตก "จ๋อม" ภาพตรงหน้าอวี้เชาก็เปลี่ยนไป
ดูเหมือนหมายเด็ดวันนี้จะไม่ค่อยเป็นใจ มีแต่ปลาเล็กปลาน้อยว่ายไปมา อวี้เชาจงใจหั่นเหยื่อชิ้นใหญ่หน่อย เพื่อกันไม่ให้ปลาเล็กมากวนเหยื่อ ซึ่งน่ารำคาญมาก
ไม้แรกไม่สำเร็จ เขาเก็บสาย เปลี่ยนทิศทาง แล้วเหวี่ยงใหม่ คราวนี้ได้ผลดีขึ้นผิดหูผิดตา
อวี้เชามองดูเหยื่อค่อยๆ จมลงไปตามแรงถ่วงของตะกั่ว ระหว่างทางก็ถูกปลาตัวหนึ่งว่ายเข้ามางับเหยื่อคำโต
ขณะที่อวี้เชากำลังพยายามเพ่งมองว่าเป็นปลาอะไร คันเบ็ดในมือก็กระตุกวูบ สายเบ็ดในรอกถูกลากออกไปอย่างรวดเร็วจนเกือบหมดครึ่งหลอด
อวี้เชาไม่มีเวลามานั่งดูแล้วว่าเป็นปลาอะไร รู้แต่ว่าต้องรีบเก็บสาย
"มาแล้ว มาแล้ว! ดูฝีมือพี่หน่อยเป็นไง!"
ขณะหมุนรอกเก็บสาย อวี้เชาอดตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้ ปลาตัวไม่ใหญ่มาก อวี้เชาดึงมันขึ้นฝั่งได้อย่างรวดเร็ว
พอจับดูถึงรู้ว่าเป็นปลากะพงขาวหนักกว่าชั่ง ตัวสีออกเทาอมฟ้า ท้องขาวจั๊วะ จัดเป็นปลาเศรษฐกิจของจีน ราคาไม่แพงแต่รสชาติและคุณค่าทางอาหารดีเยี่ยม
ตอนนี้ปลากะพงขาวราคาชั่งละประมาณหกสิบเจ็ดสิบหยวน เริ่มต้นได้สวย ไม่เลวเลย
อวี้เชาจับปลากะพงขาวใส่กระชังด้วยความดีใจ แต่ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาตกได้แต่ปลาเก๋าหินตัวจิ๋ว ซึ่งต้องปล่อยกลับทะเลไปเพราะตัวเล็กเกิน
หมายเด็ดเริ่มไม่เด็ดแล้ว อวี้เชาตัดสินใจย้ายที่ทันที ปั่นจักรยานย้อนกลับไปทางตัวอำเภอประมาณสิบนาที ก็เจอทำเลใหม่ที่น่าสนใจ
ที่ใหม่นี้ได้ผลทันตาเห็น ตกปลาเล็กปลาน้อยขึ้นมาได้หลายตัว อวี้เชาไม่เกี่ยง เอาไปทำต้มยำปลาหม้อใหญ่ใส่เส้นหมี่กินเป็นมื้อเย็นก็อร่อยเหาะแล้ว
ปลาเล็กตัวหนึ่งเพิ่งกินเบ็ด แต่อวี้เชายังไม่ทันดึงขึ้น เงาสีดำทะมึนก็โฉบเข้ามางับ
ปลาตัวนั้นค่อนข้างใหญ่ อวี้เชากะว่าน้ำหนักไม่ต่ำกว่าสิบชั่ง ตัวอวบอ้วนเหมือนตอร์ปิโดลูกย่อมๆ
เขาสู้กับปลาในน้ำอยู่พักใหญ่ จนเริ่มกังวลว่าคันเบ็ดจะรับไหวไหม
โชคดีที่อวี้เชากังวลเกินเหตุ
คันเบ็ดสามารถลากปลาที่ดิ้นพล่านขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ พอกลางน้ำแรงดึงของปลาก็ลดลงฮวบฮาบ อวี้เชาไม่ประมาท ค่อยๆ ใช้สวิงตักปลาขึ้นมา
"โอ้โห ปลาจวดหน้าม้า! แถมเป็นปลาจวดหน้าม้าตัวใหญ่ซะด้วย!"
ปลาจวดหน้าม้าปากแดง หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ชาวบ้านเรียกว่าปลาจวดหน้าม้ายักษ์ ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม และมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าปลาจวดหน้าม้าปากแดงเพราะริมฝีปากสีเหลืองทองของมัน
อวี้เชาไม่รู้ว่าเนื้ออร่อยไหม เพราะไม่เคยกิน รู้แต่ว่ากระเพาะปลาของมันแพงระยับ
เขาลองชั่งน้ำหนักด้วยมือ ดูแล้วไม่ต่ำกว่าสิบชั่งแน่ๆ ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้คงขายได้เกินพันหยวน
ได้ของดีขนาดนี้ อวี้เชาก็หมดอารมณ์ตกปลาต่อ เขาเก็บข้าวของแล้วรีบบึ่งกลับไปที่ร้านรับซื้อเจ้าเดิมเมื่อเช้า
เห็นอวี้เชาหิ้วถังกลับมาทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เถ้าแก่หลี่ไม่ปล่อยให้ลูกน้องจัดการ แกเดินเข้ามาดูด้วยตัวเอง
แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นปลาจวดหน้าม้ายักษ์หนักกว่าสิบชั่งนอนดิ้นกระแด๋วอยู่ในถัง
เถ้าแก่หลี่ทำร้านรับซื้อมาหลายปี มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นปลาธรรมชาติเกรดดี หน้าตาแกเบิกบานขึ้นมาทันที รีบยื่นบุหรี่ให้อวี้เชา
อวี้เชาโบกมือปฏิเสธ แต่เถ้าแก่หลี่ก็ไม่ถือสา
"ไอ้หนุ่ม ปลาจวดนี่ขายไหม?"
"เถ้าแก่พูดอะไรอย่างนั้น ผมอุตส่าห์แบกมาก็ต้องขายสิครับ อยู่ที่ว่าเถ้าแก่จะให้ราคาเท่าไหร่"
เถ้าแก่หลี่ตบพุงพลุ้ยๆ ของแกพลางพูดว่า "ได้ ได้"
"ไอ้หนุ่ม เถ้าแก่ให้ 1,300 หยวน ขาดตัว"
เห็นอวี้เชาเงียบ แกก็นึกว่ายังไม่พอใจ เหลือบไปเห็นปลากะพงขาวตัวย่อมกว่า คำนวณมูลค่าในใจอย่างรวดเร็วแล้วพูดต่อ
"เอาอย่างนี้แล้วกัน เถ้าแก่ตีราคาปลากะพงให้ด้วย ตอนนี้เขารับซื้อกันชั่งละ 40 ตัวนี้ดูแล้วเกินชั่ง
สองตัวเถ้าแก่เหมาให้ 1,500 หยวน เลขสวยๆ มากกว่านี้เถ้าแก่หลี่ก็เข้าเนื้อแล้ว"
อวี้เชารู้ว่าเถ้าแก่หลี่ต้องได้กำไรแน่ แต่ราคา 1,300 หยวนเขาก็พอใจแล้ว ที่เงียบไปเพราะตื่นเต้นจนพูดไม่ออกต่างหาก ใครจะไปนึกว่าเถ้าแก่หลี่จะเสนอราคาเพิ่มให้เอง
ช่างเป็นความเข้าใจผิดที่งดงามจริงๆ
"ตกลงครับ! ขอบคุณครับเถ้าแก่ ขอให้รวยๆ เฮงๆ นะครับ!"
ทั้งสองฝ่ายพอใจกับราคา 1,500 หยวน อวี้เชาไม่รอช้า ร่ำลาเถ้าแก่หลี่ผู้กระตือรือร้น แล้วออกจากร้านรับซื้อ
อวี้เชาปั่นจักรยานตรงดิ่งไปธนาคารทันที
เดินออกจากตู้ ATM หลังฝากเงิน อวี้เชารู้สึกมึนหัวหน่อยๆ ตอนนี้เกือบเที่ยงแล้ว ปลาคงไม่กินเบ็ดแล้ว อวี้เชาเลยปั่นจักรยานกลับบ้านอย่างสบายใจ กะว่าจะเอาเมนูต้มยำปลาที่วางแผนไว้เป็นมื้อเย็นมากินเป็นมื้อเที่ยงแทน
"ฉันปั่นจักรยานคันเก่ง รถไม่ติด ไม่ต้องง้อใคร"
ฮัมเพลงเพี้ยนๆ ไปพลาง อวี้เชาก็คิดวางแผนในหัวว่ากินข้าวเที่ยงเสร็จจะไปร้านเน็ต หาข้อมูลที่ตั้งมหาวิทยาลัยดูหน่อย น่าเสียดายแย่ถ้ามี 'เนตรทองคำ' แต่ไม่ได้ใช้หาเงินตอนเรียนมหาลัย