- หน้าแรก
- จ้าวแห่งทะเล ราชากู้สมบัติ
- บทที่ 49 รู้ชื่อเรือก็รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร
บทที่ 49 รู้ชื่อเรือก็รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร
บทที่ 49 รู้ชื่อเรือก็รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร
บทที่ 49 รู้ชื่อเรือก็รู้ว่าเจ้าของเป็นใคร
การซื้อเรือในมาร์กเซยเป็นเรื่องง่ายมาก แค่ไปที่ท่าเรือเก่ามาร์กเซยก็พอ
สมาคมเรือยอชต์แห่งท่าเรือเก่ามาร์กเซยไม่เพียงแต่รับผิดชอบในการบำรุงรักษาเรือที่จอดอยู่ที่นี่เท่านั้น แต่ยังเป็นนายหน้าซื้อขายเรือมือสองด้วย ใครก็ตามที่ต้องการขายเรือก็สามารถลงทะเบียนที่นี่ได้ สมาคมเรือยอชต์จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้ซื้อเลือก เรือของสองสามีภรรยาเดริดาก็เคยลงทะเบียนไว้ที่นี่เช่นกัน
ชาวยุโรปไม่ใส่ใจกับการซื้อของมือสอง ที่นี่มีตลาดซื้อขายของมือสองอยู่ทุกหนทุกแห่ง การซื้อเรือมือสองนั้นง่ายกว่าการซื้อเรือใหม่มาก เรือใหม่ต้องมีการดัดแปลง ปรับแต่ง และมีขั้นตอนต่างๆ มากมาย ส่วนเรือมือสองสามารถโอนกรรมสิทธิ์แล้วใช้งานได้เลย ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มากจริงๆ
ตอนนี้เซียวเผิงไม่มีเวลามากนัก ดังนั้นเขาจึงเลือกพิจารณาเรือมือสองก่อน
สิ่งที่ทำให้เซียวเผิงดีใจคือ: พนักงานของสมาคมเรือยอชต์ไม่รู้จักเขาเลย!
ถึงแม้ว่าเซียวเผิงจะโด่งดังมากในฝรั่งเศส แต่คนจำนวนมากก็ยังจำเขาไม่ได้
มีคนเคยพูดว่าชาวต่างชาติมีอาการจำหน้าคนจีนไม่ได้ (Face Blindness) ในสายตาของพวกเขาคนจีนทุกคนหน้าตาเหมือนกันหมด ในความเป็นจริงแล้ว คนจีนจำนวนมากก็คิดว่าชาวต่างชาติหน้าตาเหมือนกันหมด โดยเฉพาะคนผิวดำ มักจะมีคนพูดว่า: คนผิวดำหน้าตาเหมือนกันหมด แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
นี่ไม่ใช่อาการจำหน้าคนไม่ได้ แต่ในทางจิตวิทยาเรียกว่า ‘ผลกระทบข้ามเชื้อชาติ’ (Cross-Race Effect) ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจระหว่างเชื้อชาติที่แตกต่างกัน พูดง่ายๆ ก็คือ มีประสบการณ์น้อยไป ตอนที่เซียวเผิงมาถึงมาร์กเซยใหม่ๆ เขาก็แยกแยะไม่ได้เหมือนกัน แต่พออยู่ที่นี่นานเข้าก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้อีกแล้ว
ส่วนพนักงานของสมาคมเรือยอชต์คนนี้ชัดเจนว่าไม่เคยติดต่อกับคนจีนมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น ข้างหลังเซียวเผิงยังมีเด็กท้องถิ่นคนหนึ่งกับบอดี้การ์ดร่างใหญ่ ภาพลักษณ์แบบนี้ไม่มีทางเชื่อมโยงกับคนเก็บขยะใต้ทะเลได้เลย
หางเครื่องของเซียวเผิงคือเฟลิกซ์
เสี่ยวปาต้องไปเบลเยียมเพื่อเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสะสมศิลปะ ส่วนเฟลิกซ์ก็ติดตามเซียวเผิงมาด้วยความหน้าหนา—นับตั้งแต่กินอาหารค่ำมื้อนั้น เฟลิกซ์ก็กลายเป็น ‘น้องชาย’ ของเซียวเผิงไปแล้ว
แล้วเฟลิกซ์มาอยู่ที่มาร์กเซย พี่สาวของเขาจะไม่ทิ้งคนไว้ดูแลได้ยังไง ถูกต้องไหม? เดิมทีคนที่ควรจะอยู่คือ ‘เคราแพะ’ ฌาคส์ แต่ฌาคส์อ้างว่าจะต้องรักษาอาการบาดเจ็บ ไม่ยอมอยู่ที่นี่เด็ดขาด สุดท้ายโบโกต์จึงต้องอยู่ดูแลเฟลิกซ์ในฐานะบอดี้การ์ด และทำหน้าที่เป็นคนขนของกับคนขับรถให้เซียวเผิงด้วย
แน่นอนว่าโบโกต์ไม่อยากอยู่ที่นี่ เซียวเผิงสร้างบาดแผลทางใจให้เขาอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จำใจต้องรับงานนี้ไปอย่างขมขื่น
พนักงานท่าเรือคนนี้เป็นชายหนุ่มผิวดำชื่อดยอร์ค หลังจากได้ยินคำขอของเซียวเผิงแล้วก็ถามกลับว่า “คุณครับ คุณแน่ใจนะว่าต้องการเรือใบสำหรับเดินทางข้ามมหาสมุทร?”
เซียวเผิงพยักหน้า “ใช่ มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”
ดยอร์คตอบ “คุณก็รู้ว่าที่มาร์กเซยส่วนใหญ่เป็นเรือใบระดับเริ่มต้น เรือใบสำหรับเดินทางข้ามมหาสมุทรมีจำนวนน้อยมาก คนที่เป็นเจ้าของเรือแบบนี้ก็ไม่ได้ขาดเงิน ถึงมีก็ไม่มีทางขายหรอกครับ ดังนั้นเรือใบข้ามมหาสมุทรมักจะต้องซื้อเรือใหม่”
เซียวเผิง ‘อืม’ ไปหนึ่งที “ตอนนี้ผมต้องไปที่เขตสงวนสกานโดลา การใช้เรือใบระดับเริ่มต้นก็ไปได้อยู่ แต่คิดไปคิดมาผมก็อยากได้เรือดีๆ ไปเลย วันนี้ผมแค่มาลองเสี่ยงโชคดูเฉยๆ ถ้าไม่มีผมก็จะไปซื้อเรือใหม่ ยังไงผมก็ไม่ได้รีบร้อน”
คำพูดของเขาเป็นไปเพื่อแสดงฐานะทางการเงินของตัวเอง เพื่อให้พนักงานของสมาคมเรือยอชต์ให้ความสำคัญกับเรื่องของเขา
แต่การกระทำนี้ดูเหมือนจะเกินความจำเป็นไปหน่อย ดยอร์คยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด “แต่คุณครับ โชคของคุณดีจริงๆ นะครับ ตอนนี้ที่สมาคมเรือยอชต์มีเรือใบข้ามมหาสมุทรลำหนึ่งที่ลงทะเบียนรอผู้ซื้ออยู่พอดี คุณรอสักครู่นะครับ...” เขาจัดการกับคอมพิวเตอร์อยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เจอแล้ว! มันคือเรือที่ชื่อ ‘เรืออั่งเถ่า’ ครับ”
“คุณว่าเรือลำนี้ชื่อว่าอะไรนะ?” เซียวเผิงชะงักไป
“เรืออั่งเถ่าครับ” ดยอร์คตอบ
เซียวเผิงเกาหัว “คุณอย่าบอกผมนะว่า เจ้าของเรือลำนี้เป็นคนจีน”
คราวนี้เป็นทีของดยอร์คที่รู้สึกแปลกใจบ้าง “คุณรู้ได้ยังไงครับ? คุณรู้จักเจ้าของเรือด้วยเหรอ?”
เซียวเผิงส่ายหน้า “ผมไม่รู้จักเจ้าของเรือ แต่ผมรู้ว่า ‘เรืออั่งเถ่า’ เป็นสัญลักษณ์ของชาวแต้จิ๋วในประเทศของเรา การเผยแพร่วัฒนธรรมทั้งหมดของชาวแต้จิ๋วเริ่มต้นจากเรืออั่งเถ่า ดังนั้นผมเห็นชื่อเรือนี้แล้วก็เลยเดาว่านี่เป็นเรือของคนจีน”
(红头船 เรือสำเภาหัวแดงหรืออั่งเถ่าจุ๊นในภาษาแต้จิ๋ว จีนกลางเรียกหงโตว่ฉวน คือ เรือสำเภาของชาวแต้จิ๋วที่เดินทางค้าขายและอพยพจากจีนตอนใต้ไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสยาม ลักษณะเด่นคือ หัวเรือสีแดง ซึ่งบ่งบอกถึงถิ่นกำเนิดของชาวแต้จิ๋ว)
ดยอร์คยกนิ้วโป้งให้
เซียวเผิงยิ้ม “งั้นผมขอดูเรือลำนี้ได้ไหม?”
“ได้สิครับ! เชิญทางนี้เลยครับ!”
เดินตามดยอร์คไปยังท่าจอดเรือด้านในสุด ดยอร์คชี้ไปที่เรือลำหนึ่ง “คุณครับ ลำนั้นแหละครับ!”
เซียวเผิงมองตามทิศทางที่ดยอร์คชี้ไปแล้วหัวเราะ “ดยอร์ค นายให้ฉันดูอะไร? ผ้าใบเหรอ?”
เรือลำนั้นไม่รู้ว่าถูกจอดทิ้งไว้นานแค่ไหน ถูกคลุมด้วยผ้าใบคลุมเรือจนมิดชิด จะดูออกได้ยังไง?
ดยอร์คหัวเราะแห้งๆ “คุณครับ รอสักครู่นะครับ เรือคลุมเรือใหญ่ขนาดนี้ผมคนเดียวแกะออกไม่ได้ เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่มาช่วย”
พวกเขารออยู่ครู่เดียว เจ้าหน้าที่สมาคมเรือยอชต์หลายคนก็เดินมาช่วยกันดึงผ้าใบคลุมเรือออก เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเรือลำนี้!
ดยอร์คอธิบายอย่างกระตือรือร้น “นี่คือเรือใบโมโนฮัลล์ (Monohull) พร้อมเครื่องยนต์ช่วย ‘X55’ ของ ‘X-YACHS’ จากเดนมาร์ก คุณน่าจะรู้ว่าประเทศในสแกนดิเนเวียทั้งหมดมีการเดินเรือเป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อุตสาหกรรมการต่อเรือของพวกเขาถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในโลก และเรือใบ ‘X-YACHS’ ของเดนมาร์กก็ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘มาเซราติแห่งท้องทะเล’ เป็นเรือใบชั้นนำที่ได้รับการยอมรับจากรายการแข่งขันระดับโลก! เรือทุกลำได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบที่ดีที่สุดจากสแกนดิเนเวีย คุณดูเส้นสายที่สะอาดและสดใสของมันสิ ความงามแบบเรียบง่ายนี้ไม่มีใครเทียบได้เมื่อเทียบกับการออกแบบที่หรูหราฟุ่มเฟือย และในขณะที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก ก็ยังให้ความสำคัญกับภายในของเรือด้วย! เรือทั้งลำมีความสะดวกสบายและใช้งานได้จริงในเวลาเดียวกัน!”
“แล้วคุณก็จะเห็นว่าเรือลำนี้มีขนาดที่กำลังดีมาก เมื่อวัดด้วยหน่วยเมตริกที่คุณคุ้นเคย เรือลำนี้มีความยาวรวม 17.23 เมตร กว้าง 4.84 เมตร น้ำหนัก 19.5 ตัน ด้วยอัตราส่วนความยาว ความกว้าง และน้ำหนักนี้ ประกอบกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยบนเรือ ทำให้เรือลำนี้ซึ่งเป็นเรือใบข้ามมหาสมุทรสามารถควบคุมได้ง่ายเหมือนกับเรือใบระดับเริ่มต้น แถมยังมีพื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวางอีกด้วย นอกจากห้องนอนใหญ่สำหรับสองคนแล้ว ยังมีเตียงสองชั้นอีกสองแถว รวมเป็นหกเตียงโดยไม่นับโซฟา สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีครบครัน สรุปแล้วนี่เป็นเรือที่ดีมากครับ!”
คำพูดของเขาไม่ได้เกินจริงเลย เซียวเผิงขึ้นไปดูบนเรือ ห้องบังคับเรือภายนอกเป็นอุปกรณ์นำทาง RAYMARINE ในห้องโดยสารมีโซฟาผ้าที่นั่งสบายสองแถว ด้านบนของห้องบังคับเรือภายนอกมีร่มกันแดดแบบเลื่อนได้ โต๊ะบังคับเรือภายในมีความทันสมัยยิ่งกว่า มีทั้งโทรศัพท์ดาวเทียม วิทยุ อุปกรณ์อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมครบครัน เจ้าของเรือลำนี้รวยมากเลยนะเนี่ย!
“เรือลำนี้ราคาเท่าไหร่?” เซียวเผิงถามคำถามที่เขาสนใจที่สุด
ดยอร์คยิ้ม “เรือใบ X-55 ของ X-YACHTS ลำใหม่ราคาอย่างน้อยหนึ่งล้านแปดแสนยูโรครับ!”
เซียวเผิงสูดหายใจเข้าลึก “เท่าไหร่นะ?”
“แต่คุณครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ นี่เป็นเรือมือสอง ผมสามารถช่วยคุณติดต่อเจ้าของเรือให้คุณไปคุยกันเองได้” ดยอร์คยิ้มเล็กน้อย ยังไงซะการโอนกรรมสิทธิ์เรือก็ต้องผ่านสมาคมเรือยอชต์ พวกเขาก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นอยู่แล้วตราบใดที่การซื้อขายสำเร็จ!
เซียวเผิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ช่วยนัดเจ้าของเรือให้ผมหน่อย หากราคาเหมาะสมผมจะซื้อเลย!”
รอยยิ้มของดยอร์คบานสะพรั่ง “แน่นอนครับ เดี๋ยวผมโทรหาเขาเดี๋ยวนี้เลย!”