เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 ฉลามพยาบาลสมชื่อ

บทที่ 44 ฉลามพยาบาลสมชื่อ

บทที่ 44 ฉลามพยาบาลสมชื่อ


บทที่ 44 ฉลามพยาบาลสมชื่อ

เมื่อได้รู้ที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมด เซียวเผิงก็รู้สึกระอาใจ มาดามเดริดาบอกว่าถ้าเขารู้ความจริงแล้วจะโกรธมาก แต่สาบานได้เลยว่าเขาไม่โกรธเลยสักนิด  แต่กลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องตลกสิ้นดีมากกว่า

อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมของฝรั่งเศสจัดว่าพัฒนาอย่างมาก โดยฝรั่งเศสเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป และเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ครองส่วนแบ่งในตลาดโลกถึง 11%

ตลาดส่งออกหลักของพวกเขาคือแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือและยุโรป แต่ปัจจุบันตลาดเหล่านี้มีการแข่งขันสูง พวกเขาจึงจำเป็นต้องบุกเบิกตลาดใหม่

แม้แอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือจะเปรียบเสมือน ‘สวนหลังบ้าน’ ของฝรั่งเศส แต่พวกเขาก็ไม่เคยเจาะตลาดแอฟริกาตะวันออกได้สำเร็จ หลังจากพยายามมานานหลายปี ในที่สุดก็เริ่มมีความคืบหน้า พวกเขาได้เจรจาความร่วมมือทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์กับเคนยา โดยจะนำเข้าซิซาล(ป่านศรนารายณ์) จากเคนยาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสิ่งทอ และส่งออกข้าวสาลีในมูลค่าที่เท่ากันกลับไป ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งความร่วมมือ

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องดี แต่เรื่องตลกมันเพิ่งจะเริ่มขึ้น

เคนยาให้ความสำคัญกับความร่วมมือครั้งนี้มาก ถึงกับส่งกองเรือมาเทียบท่าที่ฝรั่งเศสด้วยตัวเอง วัตถุดิบซิซาลคุณภาพเยี่ยมจำนวนมหาศาลถูกขนส่งทางรถไฟมายังจิบูตี ก่อนจะลงเรือผ่านคลองสุเอซ ข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมายังมาร์กเซยเพื่อขนถ่ายสินค้า แล้วจึงบรรทุกข้าวสาลีกลับไปเส้นทางเดิม

แต่ปัญหาดันมาเกิดตรงนี้ ฝั่งเคนยากระตือรือร้นมากจนรีบร้อนเกินไป ทำให้หาเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้ไม่เพียงพอ พวกเขาจึงแก้ปัญหาด้วยการระดมกองเรือจากจิบูตี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดเล็กแบบที่เซียวเผิงเห็นในวันนี้ ยกขบวนกันมายังมาร์กเซย

แม้ท่าเรือมาร์กเซยจะเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส แต่การมาถึงของกองเรือขนาดเล็กจำนวนมหาศาลพร้อมกันก็ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับไปไม่เป็น

มาร์กเซยมีท่าเรือสองแห่ง คือท่าเรือใหม่สำหรับเรือสินค้า และท่าเรือเก่าสำหรับเรือยอชต์ เรือสินค้าลำเล็กๆ เหล่านี้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือใหม่ทั้งหมดไม่ได้ และจะจอดลอยลำขวางเส้นทางเดินเรือด้านนอกก็ไม่ได้ สุดท้ายจึงได้ข้อสรุปว่า ให้เรือที่ยังไม่ได้ขนถ่ายสินค้าไปจอดรอที่ท่าเรือใหม่ก่อน รอให้เรือลำหน้าขนถ่ายสินค้าเสร็จและออกจากท่าไปแล้วจึงค่อยเข้ามา

นี่เป็นทางออกที่สมเหตุสมผล แต่ชาวเรือในท่าเรือเก่ากลับไม่เห็นด้วย

ท่าเรือเก่าเป็นที่จอดของเรือใบและเรือยอชต์ จะให้เรือสินค้าเข้ามาทำไม? ถ้าเกิดอุบัติเหตุมาชนเรือของพวกเขาจะทำยังไง? พวกเขาจึงรวมตัวกันจัดกิจกรรม ‘ปกป้องท่าเรือเก่า’ โดยใช้เรือของตัวเองเป็นกำแพงขวางกั้นไม่ให้เรือสินค้าเข้ามา ผลลัพธ์ก็คือสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจนได้ เรือท่องเที่ยวลำหนึ่งถูกชนจนพลิกคว่ำ

ความไม่รู้คือบาปมหันต์โดยแท้!

เรือไม่ใช่รถยนต์ที่จะเหยียบเบรกแล้วหยุดได้ทันที มันมีสิ่งที่เรียกว่า ‘แรงเฉื่อย’ อยู่! ขนาดเรือใบเล็กๆ ของเซียวเผิงยังต้องใช้ระยะทางกว่าสามร้อยเมตรในการหยุด แล้วนับประสาอะไรกับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ ผู้ประท้วงกลุ่มนี้ได้ใช้ร่างกายของตัวเองพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ตั๊กแตนตำข้าวขวางรถม้า’ เป็นยังไง

หากให้เซียวเผิงประเมินผู้ประท้วงกลุ่มนี้ คงมีแค่คำเดียวสั้นๆ คือ ‘ว่างจัด’

กลุ่มคนที่มากับเรือท่องเที่ยวลำนั้นไม่ใช่ชาวเรือที่อาศัยอยู่ประจำในท่าเรือเก่าอย่างสองสามีภรรยาเดริดา แต่เป็นชาวเมืองมาร์กเซย ล้วนเป็นคุณลุงคุณป้าวัยเกษียณอายุเฉลี่ย 55 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น!

สวัสดิการของฝรั่งเศสนั้นดีเลิศ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่นี่คนหนุ่มสาวทำงานหนักสายตัวแทบขาด ส่วนผู้สูงอายุกลับใช้ชีวิตสุขสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง พอว่างจัดจนไม่รู้จะทำอะไร ก็หาเรื่องประท้วงนี่แหละ! มันก็คล้ายๆ กับการรวมตัวเต้นแอโรบิกของผู้สูงอายุในจีนนั่นเอง

คนหนุ่มสาวจำนวนมากทำงานหนักเช้าจรดค่ำ แต่รายได้ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินบำนาญที่ผู้สูงอายุได้รับโดยไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้สูงอายุกลุ่มหนึ่งออกมาเดินขบวนประท้วงว่าเงินบำนาญน้อยเกินไป...

แน่นอน ในสายตาของพวกเขา นี่ไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัว แต่คือ ‘ความรับผิดชอบ’ และเป็นการทำตัวเป็น ‘แบบอย่าง’ ให้คนรุ่นหลัง!

อารมณ์ของเหล่าคุณลุงคุณป้ากลุ่มนี้ก็ใช่ย่อย พอได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาแทนที่จะรีบไปโรงพยาบาล กลับยืนกรานจะรอหน่วยยามฝั่งมาเพื่อเรียกร้องคำอธิบายให้ได้!

เมื่อเรือของหน่วยยามฝั่งมาถึง พวกเขาก็แสดงท่าทีโกรธแค้นอย่างเต็มที่ จนไม่เหลือเค้าความน่าสงสารตอนที่ตกน้ำเลยแม้แต่น้อย เซียวเผิงมองตำรวจน้ำที่ถูกรุมล้อมแล้วรู้สึกเห็นใจขึ้นมาจับใจ

ตำรวจฝรั่งเศสนี่ทำงานลำบากจริงๆ!

หากจะว่ากันตามจริง ความผิดครั้งนี้อยู่ที่เรือท่องเที่ยวที่ไปขวางเส้นทางเดินเรือ แต่เหล่าผู้สูงอายุไม่สนใจเหตุผลใดๆ พวกเขายืนกรานว่าเป็นผู้เสียหาย และจะฟ้องร้องเรือบรรทุกสินค้าในข้อหาพยายามฆ่า

โดยเฉพาะเมื่อนักข่าวมาถึง พวกเขาก็ยิ่งสาธยายความคับแค้นใจราวกับว่าหากกัปตันเรือไม่ถูกตัดสินประหารชีวิต พวกเขาก็จะไม่มีวันหายแค้น

มันให้ความรู้สึกไม่ต่างจากกลุ่มผู้สูงอายุในจีนที่ยึดสนามบาสของวัยรุ่นไปเต้นแอโรบิก พอมีเรื่องก็รุมทำร้ายวัยรุ่นก่อน แล้วค่อยไปโวยวายว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่เคารพผู้ใหญ่ ซ้ำเวลานี้พอตำรวจกับสื่อมาถึง เซียวเผิงกับ ‘ไนติงเกล’ คู่หูผู้กอบกู้กลับถูกเมินเฉยไปเสียอย่างนั้น

เซียวเผิงมองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกเบื่อหน่าย ถ้าเขารู้แต่แรกว่าเป็นแบบนี้...

เอาเถอะ ถึงจะรู้ เขาก็คงจะลงไปช่วยคนอยู่ดี!

แม้การใช้ชีวิตในมาร์กเซยจะทำให้เขาเปลี่ยนไปมาก แต่ความดีงามในจิตใจแบบคนจีนของเขาก็ยังไม่จางหายไป

เขานั่งอยู่ที่ท้ายเรือใบเล็กของตัวเองโดยมีผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่ ในมือถือปลาหมึกตายตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นของที่อยู่ในตู้เย็นของมาดามเดริดา

เซียวเผิงโยนปลาหมึกลงทะเล ไม่ทันที่มันจะจมลงไปไกล ‘ไนติงเกล’ ก็ว่ายเข้ามาแล้วดูดเอาร่างปลาหมึกหายวับไปในพริบตา มันกินปลาหมึกเหมือนกับคนซดบะหมี่ไม่มีผิด!

“พระเจ้าช่วย นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ” มาดามเดริดาบนเรือข้างๆ ถามด้วยความตื่นเต้น “เธอทำได้ยังไง?”

เซียวเผิงยักไหล่ “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตอนที่ผมดำน้ำลงไปก็เห็นมันว่ายวนอยู่รอบเรือ อาจจะตามเรือมาก็ได้ แต่เรื่องที่มันช่วยคนนี่ผมคิดไม่ออกจริงๆ!”

คุณเดริดาถือเบียร์กระป๋องเดินออกมา “นี่แหละคือ ‘ฉลามพยาบาล’ ที่สมชื่อจริงๆ”

ฉลามพยาบาล (Nurse Shark) มีที่มาจากรูปร่างของหัวมัน ไม่ได้หมายความว่ามันจะช่วยคนได้จริงๆ

เซียวเผิงให้อาหาร ‘ไนติงเกล’ เสร็จก็ลุกขึ้นยืน “ไปกันเถอะครับ อาหารจีนสุดหรูกำลังรอเราอยู่!”

มองซิเออร์เดริดาชะงัก “เธอไม่รอนักข่าวมาสัมภาษณ์เหรอ? วันนี้เธอเป็นฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่เลยนะ! นี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้โด่งดัง!”

เซียวเผิงส่ายหน้าแล้วชี้ลงไปใต้ทะเล “ผมจะเป็นฮีโร่ได้ยังไง? ฮีโร่ตัวจริงอยู่ข้างล่างนู่น”

ที่เขายังไม่ไป จริงๆ แล้วก็เพื่อรอนักข่าวมาสัมภาษณ์สร้างชื่อเสียงนั่นแหละ วัยรุ่นคนไหนบ้างจะไม่อยากเด่นอยากดัง? แต่พอเจอกับความวุ่นวายของเหล่าผู้สูงอายุเข้าไป ความกระตือรือร้นของเขาก็เหือดหายไปจนหมดสิ้น

“มาดามเดริดาครับ หรือให้ผมไปรอพวกคุณที่ท่าเรือลาซิโอตาดีไหม?” เซียวเผิงถาม เพราะพวกเขาก็มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ นักข่าวคงต้องสัมภาษณ์พวกเขาแน่นอน

สองสามีภรรยาเดริดามองหน้ากัน “แน่นอนว่าอาหารจีนสำคัญกว่า! ไปกันเถอะ!”

จบบทที่ บทที่ 44 ฉลามพยาบาลสมชื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว